ลู่เต้าเคลื่อนไหวเท้าเพียงเล็กน้อยก็หลบหมัดหนักหน่วงของหวังเหล่ยได้อย่างง่ายดาย กลับเป็หวังเหล่ยเองที่เกือบจะทรงตัวไม่อยู่เพราะเค้นแรงออกมามากเกินไป ซวนเซไปหลายก้าวกว่าจะตั้งหลักได้
น่าโมโหนัก! หวังเหล่ยหันกลับมาจ้องมองอย่างเคียดแค้นพลางสบถด่า ก่อนจะหันกลับมาซัดหมัดออกไปอีกครั้ง แต่ลู่เต้าก็หลบได้อีก
ลู่เต้าประสบกับความแข็งแกร่งของยอดฝีมือตัวจริงมาแล้ว พลังอำนาจอันน่าตกตะลึงนั้น หวังเหล่ยมิอาจเทียบพลังอำนาจอันน่าตกตะลึงนั้นได้แม้เพียงนิด
ท่วงท่าของเฉายวนินั้นเฉียบคมดุจสายลม รวดเร็วดุจสายรุ้ง เพียงกระบวนท่าเดียวก็ตัดศีรษะผู้อื่นได้ แต่หวังเหล่ยกลับออกท่วงท่ากว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงน้อยนิด อาศัยเพียงพละกำลังในการซัดหมัด ทำให้คาดเดาการเคลื่อนไหวในขั้นต่อไปได้ง่าย
ทุกครั้งที่หวังเหล่ยซัดหมัดออกไป ลู่เต้ามองทะลุและหลบได้ล่วงหน้า แม้กระทั่งเพียงแค่เปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อยก็หลบกำปั้นของเขาได้สำเร็จ
“แล้วเช่นนี้ไม่ดีหรือ” ไป๋เสียเอ่ยถามในร่าง
หมัดที่พัดพากระแสลมกรีดผ่านปลายจมูกของลู่เต้า หลังจากหลบได้แล้ว เขาจึงถามว่า “ดีอย่างไรกัน”
หลี่หูที่กำลังดูการต่อสู้เห็นหวังเหล่ยซัดหมัดพลาดก็ร้อนรนจนแทบจะะโโลดเต้น เขาเอ่ยด้วยความโกรธเคือง “ถ้าหมัดนั่นโดนเข้าไป รับรองว่าเ้าหมอนั่นต้องสลบไปหลายชั่วยามแน่! น่าเสียดายจริงๆ!”
“ไม่ใช่ว่าเ้าเพิ่งได้เคล็ดกรงเล็บพิษมาหรือ” ไป๋เสียเอ่ยเสียงเยือกเย็น “ก็ใช้เ้าโง่นี่ฝึกมือเสียหน่อยสิ!”
ลู่เต้าใ “แบบนั้นไม่ทำให้เขาโดนพิษจนตายหรือ”
“ไม่งั้นจะเรียกว่าฝึกมือได้อย่างไร”
“เ้าบ้าไปแล้ว! ไม่ได้!” ลู่เต้าแย้ง ขณะที่พูดเขาก็ก้มตัวหลบหมัดอีกครั้ง
“หึ เช่นนั้นเ้าก็รีบถามวิธีตกปลากระดี่มุกดำออกมา อย่าบังคับให้ข้าลงมือ!” ไป๋เสียพูดจบก็เงียบเสียงไป
ลู่เต้าคิดว่าเขาต่อสู้กับหวังเหล่ยมาหลายกระบวนท่าแล้ว ถือว่าให้เกียรติมากพอแล้วกระมัง
ดังนั้นในจังหวะที่หวังเหล่ยซัดหมัดพลาดและเสียหลัก ลู่เต้าจึงรีบรวบรวมพลังปราณไว้ที่หมัด เปลี่ยนจากตั้งรับเป็รุกไล่ ก้าวเท้าไปข้างหน้าแล้วซัดกำปั้นหนักหน่วงไปที่หวังเหล่ย
หวังเหล่ยเพิ่งจะตั้งหลักได้ ก็รู้สึกถึงกระแสลมกรีดผ่านด้านหลัง เมื่อหันกลับมา ลู่เต้าก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าแล้ว
‘หึ!’ ดูเหมือนหวังเหล่ยก็คาดการณ์ไว้เช่นกัน เขาจึงกลั้นหายใจรวบรวมพลังปราณกลายเป็เกราะหิน กล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแกร่งราวกับหินผาผลักไปข้างหน้าโดยไม่หวั่นเกรง เขาคิดจะใช้สิ่งนี้รับหมัดของลู่เต้า
‘เ้านี่นะ…นานแค่ไหนแล้วก็ยังโง่เหมือนเดิม!’
หมัดของลู่เต้านั้นมีความอ่อนโยนมากกว่าหมัดหนักหน่วงของหวังเหล่ย สามารถหดและคลายได้อย่างอิสระ หมัดที่ดูเหมือนจะซัดเข้าใส่หน้าอกกลับเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ไปโจมตีที่ท้องอันบอบบางและไร้การป้องกันของหวังเหล่ยอย่างแม่นยำ
หวังเหล่ยรู้สึกเพียงแค่หน้าท้องสั่นสะท้าน จากนั้นอวัยวะภายในก็ปั่นป่วนราวกับถูกบิด
เขาที่โดนหมัดของลู่เต้าเข้าไปก้มตัวลงราวกับกุ้ง อ้าปากค้าง แต่กลับร้องไม่ออกเพราะความเ็ป มีเพียงน้ำลายที่ไหลย้อยลงมาจากมุมปาก
ไม่นานหวังเหล่ยก็ทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมกับสำรอกฟองสีขาวออกมา ตาเหลือกหมดสติไปกับพื้น
“ลูกพี่หวังเหล่ย!” หลี่หูรีบวิ่งไปดูอาการของหวังเหล่ยด้วยความร้อนรน แล้วกดจุดชีพจรของเขาอย่างแรง
ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละของหลี่หู ในที่สุดหวังเหล่ยก็ลืมตา และค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา
“เป็อย่างไร ยังอยากสู้ต่อหรือไม่” ลู่เต้าถาม
‘เ้าลู่เต้า…เก่งกาจเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน’
หวังเหล่ยยังคงไม่ยอมแพ้ แต่เมื่อครู่เพิ่งพ่ายแพ้ให้กับหมัดเดียวของลู่เต้า เขาจึงทำได้เพียงกล่าวอย่างไม่เต็มใจ “...ข้าหวังเหล่ยยอมรับความพ่ายแพ้!”
หวังเหล่ยที่นั่งอยู่บนพื้นชี้ไปที่ท่อนไม้ที่โผล่พ้นน้ำกลางทะเลสาบัทมิฬแล้วถาม “เห็นท่อนไม้นั่นหรือไม่”
ลู่เต้าหรี่ตามองไปที่กลางทะเลสาบก็เห็นท่อนไม้ที่ไม่มีเรือนยอด มีรูปร่างคดเคี้ยวราวกับั ตรงรอยตัดเรียบเสมอกันราวกับถูกอาวุธคมกริบตัดเฉียงๆ
หวังเหล่ยเล่าว่าผู้คนแถบนี้เรียกท่อนไม้นั้นว่าไม้ั ว่ากันว่าในอดีตทะเลสาบัทมิฬเคยมีพญานาคที่กลายร่างเป็ัได้สำเร็จหลายครั้ง ทั้งหมดนี้เป็เพราะไม้ัที่สูงตระหง่านกลางทะเลสาบคอยส่งมอบพลังปราณที่รวบรวมจาก์และปฐีให้แก่พญานาคในทะเลสาบ เพื่อช่วยให้พวกมันกลายร่างเป็ั
ว่ากันว่ายังคงมีพลังปราณหลงเหลืออยู่ตรงรอยตัด ปลาตัวใหญ่จะถูกดึงดูดมาเองตามธรรมชาติ ปลากระดี่มุกดำก็เช่นกัน
ลู่เต้าสังเกตเห็นความผิดปกติของไม้ั เขาจึงถามด้วยความสงสัย “แล้วทำไมไม้ัถึงกลายเป็เช่นนี้เล่า ใครเป็คนตัดมันลงมาหรือ”
“เื่มันยาวนิดหน่อย”
ในยุคที่พลังปราณอุดมสมบูรณ์ ทะเลสาบัทมิฬเคยมีพญาัดำอาละวาด น้ำท่วมร้อยลี้ ผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว จึงถูกขนานนามว่าเป็ภัยพิบัติ
พญาัดำเรียกร้องหญิงสาวรูปงามจากชาวเมืองเป็เครื่องสังเวยทุกปีจึงจะยอมหยุดมือ ผู้ฝึกตนมากมายพยายามปราบพญาัดำ แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับกลางและสูงก็มี แต่สุดท้ายก็หายสาบสูญ ศพล้วนจมลงอยู่ใต้ทะเลสาบ
แม้แต่ผู้ฝึกตนยังทำอะไรมันไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชาวเมืองเลย พวกเขาจึงทำได้เพียงยอมจำนนต่ออำนาจของพญาัดำ และต้องจำใจมอบหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ให้แก่มันเป็เครื่องสังเวยทุกปีด้วยความเศร้าโศก
วันหนึ่ง เซียนกระบี่หญิงผู้หนึ่งเดินทางผ่านมาถึงทะเลสาบัทมิฬ เมื่อเห็นว่าชาวเมืองต้องทนทุกข์ทรมาน นางจึงไม่อาจทนเห็นพญาัดำอาละวาดต่อไปได้ จึงเรียกกระบี่บินทั้งเจ็ดออกมาเพื่อสังหารพญาัดำ
แต่น่าเสียดายที่พญาัดำมีไม้ัคอยส่งมอบพลังปราณอย่างไม่ขาดสาย แม้ว่าเซียนกระบี่หญิงจะใช้กระบี่ทั้งเจ็ดโจมตีราวกับเกลียวคลื่นที่โหมกระหน่ำ แต่ก็ยังมิอาจเอาชนะได้ าแของพญาัดำหายอย่างรวดเร็ว คมกระบี่ทำอะไรมันไม่ได้แม้แต่น้อย
ต่อมาเซียนกระบี่หญิงก็สังเกตเห็นบางอย่าง นางจึงใช้กระบี่ตัดไม้ัลง เนื่องจากพญาัดำอาศัยไม้ัเป็แหล่งพลังปราณ ถือเป็รากฐานของมัน ตราบใดที่ต้นไม้อยู่ พญาัก็อยู่ ตราบใดที่ต้นไม้สิ้น พญาัก็สิ้น
เมื่อสูญเสียไม้ั พญาัดำก็สูญเสียแหล่งพลังปราณไปด้วย ไม่นานก็ถูกเซียนกระบี่หญิงสังหาร ภัยพิบัติจึงสงบลง
ทะเลสาบัทมิฬที่สูญเสียไม้ัไปแล้วก็ไม่สามารถให้กำเนิดัได้อีก
ลู่เต้าหลับตาลง เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณจางๆ จากไม้ั คาดว่าน่าจะใกล้เคียงกับบ่อน้ำพุบริสุทธิ์ในจวนสกุลหง
หากถามว่าที่ใดในทะเลสาบัทมิฬที่ดึงดูดปลากระดี่มุกดำได้มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นที่นี่
“เมื่อรู้จุดตกปลาแล้ว แต่วิธีตกปลาเล่า ไข่มุกดำชอบกินเหยื่ออะไร ครั้งนั้นซูเหล่าซานใช้วิธีใดตกไข่มุกดำขึ้นมาได้”
ข้อมูลเหล่านี้สำคัญยิ่งนัก เดิมทีลู่เต้าคิดว่าหวังเหล่ยจะจงใจกลั่นแกล้งเขาในเื่เหล่านี้ แต่ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายกลับบอกออกมาอย่างง่ายดาย “เถ้าแก่บอกว่าครั้งนั้นเขาใช้กุ้งก้ามกรามเป็เหยื่อ จึงจะตกปลากระดี่มุกดำขึ้นมาได้สำเร็จ”
“แค่นี้เองหรือ” ลู่เต้าถามด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “เ้าไม่ได้หลอกข้าเล่นใช่หรือไม่”
หวังเหล่ยที่ได้หลี่หูช่วยพยุงยืนขึ้นกล่าวเยาะเย้ย “เอาเป็ว่า ต่อให้ข้าบอกเ้าทั้งหมด เ้าก็ตกมันไม่ได้กระมัง”
“ข้าทั้งหาโพรงเจอ ทั้งวางกับดักแล้ว ยังมีสัตว์ร้ายตัวใดที่ข้าจับไม่ได้อีก” ลู่เต้าเอ่ยไม่พอใจ
“การตกปลานั้นไม่เหมือนกับการล่าสัตว์ของพวกนายพราน อย่างมากเ้าก็แค่ไปจับปลาจับปูข้างแม่น้ำ” หลี่หูเอ่ยช่วย “พวกเราน่ะ ออกจากหมู่บ้านเมฆาขาวแล้วก็มาตกปลาขายปลาอยู่ที่นี่! เื่ตกปลาแล้ว ใครจะไปแพ้เ้าเด็กบ้านนอกอย่างเ้า”
หวังเหล่ยกล่าวอย่างโอหัง “ดังนั้นข้าจึงแนะนำให้เ้าเลิกคิดที่จะใช้ปลากระดี่มุกดำเป็วัตถุดิบเสียเถอะ เพราะคนที่ตกมันได้ต้องเป็ข้าหวังเหล่ยแน่! พวกเราต้องชนะการแข่งขันทำอาหาริญญา”
เขาเอ่ยด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ลู่เต้าได้ยินก็แปลกใจ “พวกเ้าก็จะเข้าแข่งขันด้วยหรือ”
หวังเหล่ยเหยียดยิ้มเลศนัย "แน่นอน! ขอแค่หลี่หูได้รับการยอมรับเป็พ่อครัวิญญา เราก็จะมีเงินไปเมืองใหญ่ อื่นๆ ได้แล้ว!"
"ฟังนะ ลู่เต้า การต่อสู้เมื่อกี้ถือว่าไม่เป็ทางการ เราจะเริ่มการประลองกันจริงๆ ในวันพรุ่งนี้” แม้ว่าหวังเหล่ยจะแพ้ แต่เขาก็ยังพูดจาไม่หยุด เขากุมท้องจนไม่อาจเดินเองได้ ต้องให้หลี่หูช่วยพาออกไปอย่างช้าๆ
หลังจากมองส่งทั้งสองคนไปแล้ว ลู่เต้าก็มองไปที่ไม้ักลางทะเลสาบซึ่งขาดออกเป็สองท่อน และคิดในใจ ‘ไม่รู้ว่าตำนานของเซียนกระบี่หญิงที่สังหารันั้นจะเกี่ยวข้องกับปิดผนึกหรือไม่
