วันที่สอง
หลังจากที่เนี่ยตงไห่ได้ยาสั่งสมิญญาไปก็เริ่มหลอมยาเม็ดนั้นด้วยความมุ่งมั่น พยายามรวบรวมมหาสมุทริญญาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
เื่ราวเล็กใหญ่ในตระกูลเนี่ยเขาล้วนไม่สนใจ แม้แต่เื่ที่สำนักหลิงอวิ๋นถูกผู้แข็งแกร่งของวังยมบาลโอบล้อมก็ยังถูกเขาโยนทิ้งไว้เื้ัชั่วคราว
อันหรงท่านผู้เฒ่าของตระกูลอันรู้เื่ภัยพิบัติที่หอหลิงเป่าเผชิญจากปากของอันซืออี๋ เมื่อเขาตระหนักได้ว่าอาณาจักรหลีเทียนจะเกิดความไม่สงบขึ้นเพราะเหตุนี้ เขาก็ปรึกษากับพี่น้องอันซืออี๋อยู่ทั้งคืน
ตอนเช้าเมื่อเนี่ยเทียนเจอเขาจึงเห็นว่าหัวคิ้วของเขาขมวดแน่น เหมือนว่าเวลาเพียงแค่คืนเดียวเขากลับแก่ชราลงไปไม่น้อย
พันเทารีบเร่งเดินทางมาที่เมืองเฮยอวิ๋น เดิมหมายจะยืมใช้กองกำลังของสำนักหลิงอวิ๋นไปช่วยเหลือสำนักของตัวเอง หลังจากรู้ว่าสำนักหลิงอวิ๋นถูกวังยมบาลโอบล้อมเอาไว้ก็มีสีหน้านิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้มอย่างในวันวาน
เจียงหลิงจูและเย่กูโม่เองก็มีเื่ให้คิดหนักมากมาย เป็ห่วงสำนักหลิงอวิ๋นที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
บนใบหน้าของพวกเขาทุกคน เนี่ยเทียนเห็นเพียงความกลัดกลุ้มกังวลใจ และก็รู้ว่าพวกเขากระวนกระวายใจเพราะสาเหตุใด
“พวกเ้า... เคยได้ยินเื่ประตู์หรือไม่?” เขาเอ่ยถาม
“ประตู์?”
ทุกคนพากันส่ายหัว ต่างก็แสดงออกว่าไม่รู้เื่แม้แต่นิด
“แปลกจัง...” เนี่ยเทียนประหลาดใจอยู่กับตัวเอง แล้วจึงพูดอธิบายให้พวกเขาฟัง “มันคือประตูบานหนึ่งที่มีเพียงผู้ฝึกลมปราณขอบเขตท้าย์ กลาง์และต้น์เท่านั้นถึงจะเข้าไปด้านในนั้นได้ ทุกระยะห่างหลายปี ในอาณาจักรทั้งเก้าของดินแดนดาวตกจะมีประตู์เปิดขึ้นสามบาน ว่ากันว่าเป็สถานที่ที่มีไว้เพื่อให้สาม์ฝึกประสบการณ์โดยเฉพาะ พวกเ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร?”
ทุกคนยังคงส่ายหัว บอกกับเขาว่าไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อน
“เสี่ยวเทียน เหตุใดอยู่ๆ เ้าถึงพูดเื่นี้ขึ้นมาเล่า?” เนี่ยเฉี่ยนแสดงความสงสัยออกมาเต็มใบหน้า
“คือว่า...” เนี่ยเทียนใคร่ครวญหาถ้อยคำที่เหมาะสมแล้วกล่าว “ข้าได้รับข่าวมาว่าประตู์หนึ่งในนั้น คราวนี้จะปรากฏใกล้กับวังยมบาลของอาณาจักรหลีเทียนของพวกเรา”
ทุกคนที่ไม่รู้เื่เกี่ยวกับประตู์ ดูท่าทีแล้วเหมือนไม่สนใจประตู์เท่าไหร่นัก
พวกเขารู้สึกแปลกใจมากกว่า แปลกใจว่าเนี่ยเทียนไปได้ข่าวนี้มาจากที่ใด
“ข้าได้ข่าวนี้มาจากป้ายตัวตนที่ท่านอาจารย์ให้ข้าไว้” แต่งข้อแก้ตัวได้แล้วเนี่ยเทียนก็อธิบายถึงความเร้นลับของประตู์อย่างละเอียด บอกกับพวกเขาว่าดินแดนมหัศจรรย์ที่ประตู์เชื่อมทะลุมีความลึกลับของยุคามากมาย มีอักษรลับของต่างเผ่า มีความรู้ในการฝึกบำเพ็ญตบะที่ผู้ฝึกลมปราณโบราณทิ้งเอาไว้ มีของวิเศษเยอะแยะ ทั้งยังมีวัตถุที่เชื่อมโยงิญญาได้
พอรู้ว่าข่าวนี้มาจากอูจี้ ทุกคนจึงแสดงท่าทีสนใจ รอจนได้ยินว่าในประตู์มีความมหัศจรรย์มากมายถึงเพียงนี้ ทุกคนก็แสดงความประหลาดใจออกมาทางดวงตาอย่างเห็นได้ชัด
เวลานี้เนี่ยเทียนจึงบอกกับพวกเขาอีกว่าวังยมบาล สำนักภูตผีและสำนักโลหิตได้รับข่าวเื่ประตู์ก่อนใคร ที่รีบร้อนลงมือกับหอหลิงเป่าเช่นนี้ก็เป็เพราะพยายามจะตัดกำลังของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่มีความสามารถมากพอไปแย่งชิงรายชื่อของผู้ที่จะได้เข้าสู่ประตู์
“ประตู์ช่างอัศจรรย์และสำคัญถึงเพียงนี้!” อันหรงตะลึงพรึงเพริด “แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอาณาจักรอื่นก็ยังละโมบอยากเข้าไปในประตู์ ถึงขนาดแอบคบค้ากับวังยมบาล สำนักภูตผีและสำนักโลหิตอย่างลับๆ เพราะปรารถนาจะได้จัดคนของตัวเองเข้าไปในประตู์นั้น?”
“ท่านอาจารย์ข้าบอกว่าอยากให้ทุกคนพยายามแพร่กระจายข่าวนี้ออกไปให้ได้มากที่สุด” เนี่ยเทียนอ้างชื่อของอูจี้ให้ทุกคนช่วยกันกระจายข่าว
“ด้วยความสามารถของอาจารย์เ้า แค่เขาพูดประโยคเดียวคนใต้หล้าก็รู้กันหมด เหตุใดต้องบอกผ่านเ้าด้วย?” พันเทาไม่เข้าใจ
“คือว่า...” เนี่ยเทียนขมวดคิ้วฉับ “ตอนนี้เขายังไม่สะดวก”
พันเทาฉงนสงสัยก่อนเป็อันดับแรก ทว่าก็คิดได้อย่างรวดเร็ว จึงกล่าวเสียงดัง “ดูท่ายอดฝีมือเขตลี้ลับสองคนนั้นของวังยมบาลคงกำลังขัดขวางไม่ให้ท่านอาจารย์เ้าไปจากสำนักหลิงอวิ๋น! น่าจะเป็เพราะมีพวกเขาอยู่ อาจารย์ของเ้าถึงไม่สามารถบอกให้ทุกคนรู้ได้ ทำได้เพียงส่งข้อความมาบอกเ้าผ่านป้ายตัวตนนั่น”
“น่าจะเป็แบบนี้แหละ” เนี่ยเทียนคล้อยตามคำพูดของเขา
“ข้าจะกลับไปตระกูลอันสักหน่อย จะนำข่าวนี้ไปบอกให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลอันทราบ” อันหรงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยสั่งความอันซืออี๋ “เ้าเองก็ไปหอหลิงเป่าของเมืองเฮยอวิ๋น นำเื่ที่หอหลิงเป่าถูกรุกรานและเื่ประตู์ไปบอกคนของหอหลิงเป่าที่อยู่ในเมืองอื่นด้วยวิธีการที่เป็ความลับมากที่สุด”
“รับทราบ!” อันซืออี๋พยักหน้า
ไม่นานอันหรงและพี่น้องอันซืออี้ก็ออกไปจากตระกูลเนี่ยด้วยความรีบร้อน
เจียงหลิงจูที่ได้ยินเื่ลับอย่างประตู์ก็แอบตกตะลึง ปรึกษากับเย่กูโม่ว่าควรจะส่งข่าวไปยังสำนักหลิงอวิ๋นอย่างไร
พันเทาเองก็ตื่นตระหนกไม่ต่างกัน
“ข้าจะไปที่ตระกูลอวิ๋นเสียหน่อย ให้พวกเขานำเื่การเปลี่ยนแปลงที่หอหลิงเป่าและเื่ประตู์บอกให้ทางหุบเขาเทาทราบโดยเร็วที่สุด!” ผ่านไปครู่หนึ่งพันเทาก็ลุกพรวดขึ้นยืน มุ่งหน้าไปยังตระกูลอวิ๋น
ไม่ว่าจะเป็หายนะของหอหลิงเป่าหรือเื่ที่สำนักหลิงอวิ๋นถูกวังยมบาลล้อมเอาไว้ เนี่ยเทียนล้วนไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้
เขารู้สึกว่าสิ่งเดียวที่พอจะทำได้ก็คืออิงตามคำบอกของหัวมู่ กระจายเื่การเปิดประตู์ในอาณาจักรหลีเทียนออกไปโดยเร็วที่สุด ให้หอหลิงเป่ารู้ถึงสาเหตุแท้จริงที่พวกเขาถูกโจมตี ให้สำนักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อรอรับมือกับคลื่นที่ลูกใหญ่ยิ่งกว่าเดิม
สองวันหลังจากนั้น เขาไม่ได้ไปที่ใดทั้งสิ้น อยู่รอข่าวในเมืองเฮยอวิ๋นอย่างเดียว
หุบเขาเทา
ผู้ฝึกลมปราณมากมายที่สวมชุดสีเทาและสีขาวมารวมตัวกันอยู่ในหุบเขาที่เป็สีเทาขมุกขมัว มีสัตว์ปีกมากมายเปล่งเสียงร้องต่ำๆ คล้ายกำลังรอคอยคำสั่ง
ผู้ฝึกลมปราณของที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้แข็งแกร่งของหุบเขาเทาเท่านั้น ยังมีคนไม่น้อยที่มาจากอารามเสวียนอู้ด้วย
หลูเช่อเ้าหุบเขาของหุบเขาเทา และฉู่ซืออวิ้นเ้าอารามเสวียนอู้ยืนเคียงบ่ากัน
ด้านหลังพวกเขาทั้งสองคนคือสัตว์วิเศษที่มีปีกระดับสามและระดับสี่สิบกว่าตัว แม้ว่าระดับของสัตว์วิเศษเ่าั้จะเทียบสัตว์สายฟ้านิลกาฬไม่ได้ ทว่าก็มีความสามารถในการบินกลางอากาศได้เช่นกัน
มาถึงวันนี้ พวกเขาได้รับข่าวการเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่เกิดขึ้นในเทือกเขาชื่อเหยียนจากช่องทางต่างๆ มากมาย และก็รู้ด้วยว่าสำนักหลิงอวิ๋นถูกวังยมบาลโอบล้อมเอาไว้
สำนักหลิงอวิ๋นที่ค่อนข้างใกล้กับเทือกเขาชื่อเหยียนกลับไม่สามารถไปช่วยเหลือหอหลิงเป่าได้ พวกเขาที่ได้รับข่าวจึงเตรียมจะเร่งรุดมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาชื่อเหยียนด้วยความเร็วที่เร็วที่สุด
นอกจากพวกเขาต่างก็เป็พันธมิตรที่ตั้งสัตย์สาบานเืกับหอหลิงเป่าแล้ว ยังเป็เพราะว่าคนมากมายของหุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้ก็ได้ไปร่วมงานพินิจของวิเศษด้วย
พวกเขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้สำนักภูตผีและสำนักโลหิตมาระรานกันเช่นนี้เป็แน่
เมื่อรู้ว่าเทือกเขาชื่อเหยียนเจิ่งนองไปด้วยลาวา พวกเขาก็ระดมกำลังทั้งหมด รวบรวมสัตว์วิเศษประเภทสัตว์ปีกสิบกว่าตัว หมายจะเดินทางไปให้ความช่วยเหลือก่อน
ขณะที่พวกเขาตั้งขบวนพร้อมออกเดินทางนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งที่รับผิดชอบรายงานการจัดการกิจธุระในหุบเขาเทาก็ก้าวยาวๆ เข้ามาหา พูดรัวเร็ว “เ้าหุบเขา โปรดรอสักครู่! ข้าเพิ่งได้ข่าวมาจากตระกูลอวิ๋นในเมืองเฮยอวิ๋น!”
“อะไร?” หลูเช่อขมวดคิ้ว
“ทางตระกูลอวิ๋นบอกว่าลูกศิษย์ของอูจี้ เด็กที่ชื่อเนี่ยเทียนผู้นั้นนำข่าวหนึ่งมาส่งแทนอาจารย์ของเขา” คนผู้นั้นกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “เขาบอกว่าหนึ่งในประตู์สามบานของดินแดนดาวตกจะเปิดขึ้นที่วังยมบาลอาณาจักรหลีเทียนของพวกเรา วังยมบาลได้ข่าวก่อนใคร ดังนั้นถึงได้ปลุกระดมให้สำนักภูตผีและสำนักโลหิตโจมตีหอหลิงเป่า”
“เขาบอกว่ามีผู้แข็งแกร่งของต่างแดนได้ทำสัญญากับวังยมบาล สำนักภูตผี และสำนักโลหิตแล้วว่าจะส่งผู้ฝึกลมปราณขอบเขตสาม์ส่วนหนึ่งเดินทางเข้าไปในประตู์บานนั้นของวังยมบาล”
“...”
เขาเล่าข่าวที่เนี่ยเทียนบอกต่อแก่ผู้อื่นให้กับหลูเช่อและฉู่ซืออวิ้นทราบอย่างรวดเร็วหนึ่งรอบ
“ประตู์!”
ขณะที่เขาเพิ่งพูดถึงประตู์ ในสมองของหลูเช่อและฉู่ซืออวิ้นก็มีเสียงกัมปนาทดังขึ้น
รอจนคนผู้นั้นอธิบายต้นสายปลายเหตุทั้งหมดจบ ร่างของหลูเช่อและฉู่ซืออวิ้นก็สั่นน้อยๆ ในใจสั่นไหวอย่างรุนแรง
ที่พวกเจียงหลิงจู พันเทาไม่รู้ที่มาของประตู์ ไม่รู้ถึงความลับของมัน เป็เพราะพวกเขาอายุยังน้อย ขอบเขตก็ต่ำเกินไป
และบางทีผู้าุโของพวกเขาก็คงคิดไม่ถึงว่าอาณาจักรหลีเทียนจะมีประตู์เปิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่เคยเล่าให้พวกเขาฟัง
ทว่าหลูเช่อที่เป็เ้าหุบเขาของหุบเขา และฉู่ซืออวิ้นเ้าอารามเสวียนอู้ ย่อมไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่รู้
“ประตู์! ที่แท้ก็เป็เพราะประตู์นี่เอง!” หลูเช่อสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง กล่าวอย่างตื่นเต้น “มิน่าละสำนักโลหิตและสำนักภูตผีถึงได้เคลื่อนพลครั้งใหญ่ ยอมเป็ฝ่ายเปิดฉากาภายในของอาณาจักรหลีเทียนขึ้นมาเพื่อฉวยโอกาสโจมตีหอหลิงเป่า! ประตู์ ล้วนเป็เพราะจะมีประตู์บานหนึ่งเปิดขึ้นในอาณาจักรหลีเทียน พวกเขาทำไปก็เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับประตู์!”
ฉู่ซืออวิ้นแห่งอารามเสวียนอู้ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดทันที “ทางฝ่ายของเทือกเขาชื่อเหยียนต่อให้พวกเราไปตอนนี้ เกรงว่าก็คงสายไปแล้ว มิอาจช่วยอะไรได้ ส่วนทางฝ่ายของสำนักหลิงอวิ๋น วังยมบาลก็แค่เอากองกำลังไปโอบล้อม ไม่ได้ลงมือเข่นฆ่า พวกเราจึงไม่มีความจำเป็ต้องไปที่นั่น”
“ตามความเห็นข้า ในเมื่อสามฝ่ายนั้นล้วนลงมือแล้ว อีกทั้งประตู์ก็จะเปิดขึ้นที่วังยมบาล ก็สู้...”
“ก็สู้พวกเราบุกไปฆ่าที่วังยมบาลเลยจะดีกว่า!”
หลูเช่อดวงตาเปล่งประกาย กล่าว “ความคิดดี! ฉวยโอกาสที่ผู้แข็งแกร่งของวังยมบาลล้วนถูกโยกตัวไปที่สำนักหลิงอวิ๋น พวกเราสามารถทำร้ายวังยมบาลให้าเ็สาหัสได้! แบบนี้ไม่เพียงแต่โค่นล้มวังยมบาล ทั้งยังกระทบกระเทือนต่อสำนักภูตผี สำนักโลหิต และเป็การช่วยลดความกดดันที่สามฝ่ายนั้นสร้างให้กับสำนักหลิงอวิ๋นและหอหลิงเป่าทางอ้อมด้วย!”
“ถ้าเช่นนั้นก็เอาตามนี้!” ฉู่ซืออวิ้นะโเสียงดัง
“เมื่อเทียบกับวังยมบาลแล้ว เทือกเขาชื่อเหยียนถือว่าไกลกว่า!” ไอสังหารอบอวลไปทั่วร่างของหลูเช่อ กล่าว “ลูกศิษย์ขอบเขตต้น์และต้น์ขึ้นไปทุกคน มุ่งหน้าไปที่วังยมบาล! หากเจอคนของวังยมบาลเมื่อใด จงสังหารให้สิ้นทันที! ในเมื่อประตู์บานหนึ่งปรากฏขึ้นในอาณาจักรหลีเทียน ไม่ว่าพวกเราจะยินดีหรือไม่ อาณาจักรหลีเทียนก็ต้องเืนองแผ่นดิน!”
“คนของอารามเสวียนอู้ก็จงทำดุจเดียวกัน!” ฉู่ซืออวิ้นก็ออกคำสั่งเช่นกัน
ผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งของหุบเขาเทาและอารามเสวียนอู้เมื่อได้ยินคำสั่งของคนทั้งสองต่างก็ตอบรับด้วยเสียงคำราม แล้วห้อตะบึงไปยังทิศทางที่ตั้งของวังยมบาลอย่างรวดเร็ว
-----
