ชูชิงเดินลัดเลาะมาจนถึงละแวกตรอกซอกซอยลับตาที่ผู้คนมักแอบมาแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างเงียบๆ เธอกำลังกวาดสายตาหามุมลับเพื่อจะแวบเข้าไปในมิติแล้วนำแป้งขาวออกมา แต่แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับเงาร่างอันคุ้นเคย... จางผิ่น
ชูชิงชะงักกึก ถ้าจางผิ่นเห็นว่าเธอกำลังจะขายแป้ง เื่คงยุ่งแน่ คิดได้ดังนั้นเธอจึงรีบหันหลังกลับ ตั้งท่าจะเดินหนีไปเงียบๆ
ทว่า์ไม่เป็ใจ จางผิ่นหันมาเห็นเธอเข้าพอดี
“อ้าว ชูชิง มาทำอะไรแถวนี้น่ะ?”
ชูชิงจำใจต้องหยุดเดิน แล้วหันกลับไปยิ้มให้ “พี่จางคะ... พอดีที่โรงพยาบาลพ่อกับแม่มีพยาบาลดูแลอยู่แล้ว ฉันว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยออกมาเดินเล่นทำความรู้จักแถวนี้หน่อยน่ะค่ะ”
จางผิ่นสาวเท้าเข้ามาหาเธอ สีหน้าดูเป็กังวล “อย่ามาเดินเล่นแถวนี้เลยจะดีกว่านะชูชิง เสี่ยงจะโดนเข้าใจผิดว่ามาค้าขายตลาดมืดเอาได้”
ชูชิงแสร้งทำหน้างง “เอ๊ะ? เดี๋ยวนี้เขาอนุญาตให้ค้าขายรายย่อยได้แล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
จางผิ่นถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะอธิบายอย่างอดทน “ถ้าเป็ที่ตลาดใหญ่ในอำเภอ ที่นั่นขายได้ไม่มีปัญหา จะขายซาลาเปาวันละร้อยสองร้อยลูกก็ทำได้ แต่... ตรงนี้มันเขตเทาๆ ยังมีการควบคุมสินค้าจำเป็พวกข้าวสารอาหารแห้งอยู่ เพราะมีพวกฉวยโอกาสชอบมากักตุนสินค้า ถ้ามีคนมาเหมาซื้อซาลาเปาเยอะๆ ทีเดียว ก็ต้องระวังให้ดีนะ”
ชูชิงพยักหน้าเข้าใจ ในฐานะคนกลับชาติมาเกิด เธอรู้ดีว่าในยุคนี้อาหารคือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าปล่อยให้มีการซื้อขายเสรีโดยไม่มีการควบคุม คนจนอาจจะอดตาย ส่วนคนรวยก็จะกักตุนสินค้าจนปั่นป่วนไปหมด
เมื่อได้คุยกับจางผิ่น ชูชิงก็ตัดสินใจได้ทันที แป้งขาวในมิติที่มีอยู่มหาศาล เธอจะเอาไปทำซาลาเปาขายอย่างเปิดเผยที่แผงในตลาดเท่านั้น จะไม่เสี่ยงเอามาเร่ขายในตลาดมืดแบบนี้อีก เพราะถ้ายอมขายให้พวกพ่อค้าคนกลางหน้าเืไป ก็เท่ากับเธอเป็ส่วนหนึ่งในการซ้ำเติมชาวบ้าน
แต่ปัญหาคือ... เธอจะหาข้ออ้างเื่แหล่งที่มาของแป้งขาวจำนวนมากขนาดนั้นยังไงดีให้สมเหตุสมผล?
“พี่จางคะ... ฉันมีเื่อยากจะรบกวนถามหน่อย แต่กลัวจะทำให้พี่ลำบากใจจังเลยค่ะ”
“พูดมาเถอะ คนกันเอง ไม่ต้องเกรงใจ”
ชูชิงขยับเข้าไปใกล้ กระซิบถามเสียงเบา “พี่พอจะมี... คูปองอาหารที่ไม่ได้ใช้บ้างไหมคะ?”
จางผิ่นยิ้มกว้างอย่างใจป้ำ “มีสิ พี่เก็บสะสมไว้เพียบเลย ว่าแต่ครอบครัวเธอ้าใช้เหรอ?”
ชูชิงรีบพยักหน้า “ใช่ค่ะ คือยายฉันตั้งใจว่าจะไปเปิดแผงขายซาลาเปาที่ตลาดในเมืองทุกวัน แต่แป้งขาวที่บ้านมีจำกัด เราเลยต้องหาคูปองไปแลกแป้งเพิ่มที่สหกรณ์น่ะค่ะ พี่จางคะ คูปองพวกนี้ราคาใบละเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจะไปบอกยายให้เตรียมเงิน”
จางผิ่นหัวเราะร่า “ขายเขยอะไรกัน พี่มีตั้งห้าสิบกว่าใบ เดี๋ยวพักเที่ยงเลิกงาน พี่จะกลับไปเอาที่บ้านแล้วแวะเอาไปให้ที่ห้องพักพ่อแม่เธอนะ”
ชูชิงรีบปฏิเสธพัลวัน “ไม่ได้นะคะ ของซื้อของขาย ฉันจะรับไว้ฟรีๆ ได้ยังไง เกรงใจแย่เลยค่ะ”
“ไม่รับเงินหรอกน่า ขืนรับเงินพี่ก็มีความผิดสิ อีกอย่าง... เ้าเถาจี้หยวนมันก็ไปกินนอนอยู่บ้านยายเธอ พี่ในฐานะเพื่อนสนิทมัน ก็อยากจะตอบแทนบ้าง คูปองพวกนี้ถือเป็น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากพี่ก็แล้วกัน ตกลงตามนี้นะ”
เมื่อเห็นความจริงใจของอีกฝ่าย ชูชิงก็ไม่ดื้อดึงอีก ตั้งใจว่าวันหลังจะหาโอกาสตอบแทนเขาอย่างงาม “ขอบคุณมากนะคะพี่จาง ใจดีจังเลย... งั้นเดี๋ยววันหลังฉันจะให้ ‘คุณลุง’ เลี้ยงข้าวพี่เป็การตอบแทนนะคะ”
“คุณลุง? ลุงไหน?” จางผิ่นทำหน้างง
“ก็เพื่อนสนิทพี่... เถาจี้หยวนไงคะ ตอนนี้เขาคือ ‘ลุงต้าลี่’ ของฉัน เห็นว่าอีกหน่อยจะไปลงหลักปักฐานทำนาอยู่ที่หมู่บ้านเป่ยซินยาวเลยค่ะ”
จางผิ่นตาโต “เฮ้ย จริงดิ ไอ้คุณชายเถาจี้หยวนเนี่ยนะจะไปเป็ลุงเธอ? แถมจะไปทำนาอีก? โถๆๆ... เธอรู้ไหมว่าเมื่อก่อนหมอนั่นมันทำงานอะไร โอ๊ย ไม่ไหวละ สงสัยพี่ต้องหาเวลาไปเยือนบ้านยายเธอสักหน่อยแล้ว... เอ้า ชูชิง พี่ต้องไปทำคดีต่อแล้ว รีบกลับไปดูแลพ่อแม่เถอะ”
“ค่ะ”
ลับหลังจางผิ่น ชูชิงวางแผนในใจเสร็จสรรพ เดี๋ยวพอได้คูปองตอนเที่ยง เธอจะไปแลกแป้งถุงใหญ่ที่สหกรณ์ แล้วค่อยหาจังหวะแอบเทแป้งจากมิติผสมลงไปในโอ่งแป้งที่บ้านยาย แค่นี้ก็น่าจะตบตาได้แล้ว
คิดเพลินๆ เธอก็เดินมุ่งหน้ากลับโรงพยาบาล โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาจากมุมมืด
...
“ผู้หญิงที่คุยกับจางผิ่นเมื่อกี้แหละ ต้องเป็ญาติหรือคนสำคัญของมันแน่ ไม่งั้นคนหน้าตายอย่างไอ้จางผิ่นไม่มีทางยิ้มหัวเราะด้วยขนาดนั้นหรอก”
“ใช่ พวกเราเล่นงานไอ้จางผิ่นไม่ได้ ก็ลงที่นังนี่แหละวะ”
“พี่ใหญ่แค่ปลอมตัวไปเก็บค่าที่ในตลาดนัดนิดๆ หน่อยๆ ทำไมต้องจับขังคุกด้วยวะ? งั้นเราจับนังนี่ไปเรียกค่าไถ่ ขู่ให้มันปล่อยพี่ใหญ่เราออกมาดีกว่าไหม?”
“ไอ้โง่ ทำแบบนั้นเราก็ได้ติดคุกหัวโตตามพี่ใหญ่ไปสิวะ เอางี้... แกคอยจับตามองนังนั่นไว้ ข้าจะไปงีบเอาแรงก่อน เดี๋ยวบ่ายๆ มาเปลี่ยนเวร”
“แล้วเราจะลงมือเมื่อไหร่?”
“รอฟ้ามืดก่อนสิวะ คืนนี้... เราจะไปสั่งสอนนังนั่นให้สาสม”
...
ขณะที่เดินใกล้จะถึงโรงพยาบาล จู่ๆ ชูชิงก็รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรงขึ้นมาดื้อๆ เธอกัดฟันฝืนเดินจนมาถึงห้องพักฟื้นพ่อแม่
ชูผิงและหลี่ไหลฮวาเห็นลูกสาวกลับมาเร็วกว่ากำหนดก็แปลกใจ “อ้าว ชิงชิง? ทำไมรีบกลับมาล่ะลูก มีอะไรหรือเปล่า?”
ชูชิงกุมขมับ ล้มตัวลงนอนบนเตียงว่าง “ปวดหัวนิดหน่อยค่ะพ่อ แม่... สงสัยจะนอนน้อย ขอนอนพักสักงีบนะคะ”
พ่อแม่มองหน้ากันด้วยความเป็ห่วง แต่ก็ไม่กล้ารบกวน ยอมเงียบเสียงลงเพื่อให้ลูกได้พักผ่อน
ชูชิงนอนหลับตาปี๋ แต่หลับไม่ลง อาการปวดหัวเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบหัว ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบทนไม่ไหว
แต่ไม่อยากให้พ่อแม่กังวล เธอจึงกัดฟันลุกขึ้น “หนูขอไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวนะคะ”
เธอรีบเดินออกจากห้อง หาที่ลับตาคน แล้ววาร์ปหายเข้าไปในมิทันที
น่าแปลก... ทันทีที่ก้าวเข้ามาในมิติ
อาการปวดหัวแทบะเิเมื่อครู่ก็หายไปเป็ปลิดทิ้ง
“อะไรกันเนี่ย?” ชูชิงพึมพำกับตัวเอง “เมื่อกี้ปวดจะตายอยู่แล้ว เข้ามาปุ๊บหายปั๊บ?”
เสียงทุ้มของมิติดังขึ้น “ก็ข้ามีเื่ด่วนจะเตือนท่านน่ะสิ เลยต้องใช้วิธีสะกิดแรงๆ หน่อย”
ชูชิงทำหน้ามุ่ย “สะกิดแรงไปไหมคะเนี่ย... ถ้าไม่รีบเข้ามา มีหวังได้โดนหมอจับตรวจสมองชุดใหญ่แน่ๆ”
“ช่วยไม่ได้ นี่เป็วิธีเดียวที่จะเรียกท่านเข้ามาได้เร็วที่สุด... ฟังนะ ท่านกำลังตกอยู่ในอันตราย ศัตรูของจางผิ่นเห็นว่าท่านสนิทสนมกับเขา เลยกะจะเล่นงานท่านเพื่อแก้แค้นจางผิ่น”
“หา?” ชูชิงร้องเสียงหลง “ตรรกะวิบัติชะมัด แค้นคนอื่นแต่มาลงที่ฉันเนี่ยนะ? บ้าบอที่สุด”
“ก็เพราะพวกมันเห็นว่าไอ้เสือยิ้มยากอย่างจางผิ่น ดันมายิ้มร่าเริงกับท่านน่ะสิ”
ชูชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เข้าใจสัจธรรมเลยว่า 'คนไม่ผิด ผิดที่มีของล้ำค่า' กรณีนี้คงเป็ 'คนไม่ผิด ผิดที่ดันไปรู้จักคนดัง' สินะ
“แล้วพวกมันจะลงมือเมื่อไหร่คะ?”
“คืนนี้”
“ขอบคุณที่เตือนนะคะ รู้แล้วล่ะว่าจะจัดการยังไง”
เดี๋ยวตอนเที่ยงที่จางผิ่นเอาคูปองมาให้ เธอจะเล่าเื่นี้ให้เขาฟัง ในเมื่อต้นเหตุมาจากเขา เขาก็ต้องเป็คนจัดการ
“อ้อ... มีอีกเื่” เสียงมิติดังขึ้นอีกครั้ง “ข้าแอบอ่านความคิดจางผิ่นเกี่ยวกับลุงของท่านมาด้วย ท่านลองเดาสิว่าเมื่อก่อนลุงต้าลี่ทำอาชีพอะไร?”
ชูชิงยิ้มมุมปาก “ลุงต้าลี่แข็งแรงเหนืุ์ แถมยังมีนิสัยแปลกๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน... ต้องเป็อาชีพที่สุดยอดแน่ๆ”
“ถูกต้อง เขาเคยเป็สมาชิกหน่วยรบพิเศษระดับท็อปเชียวนะ แต่ดูเหมือนตอนนี้เขาตั้งใจจะทิ้งอดีตพวกนั้นไปหมดแล้ว”
“อืม... ฉันเคารพการตัดสินใจของเขานะ”
“แหม ชิงชิง... ทำไมไม่ถามข้าบ้างล่ะว่าข้าอ่าน 'ความลับ' อะไรของจางผิ่นมาได้บ้าง ข้ารู้เื่เด็ดๆ ของเขาเพียบเลยนะ”
