การแสดงออกของเซี่ยหยวนไป๋ยังคงเคร่งขรึมก่อนที่มันจะสั่งการองครักษ์ทั้งสอง "ถ่วงเวลาหญิงชราทั้งสองไว้ ข้าจะไปแย่งกุญแจมาจากนางเอง"
ชายวัยกลางคนและชายชรารับคำสั่งพร้อมทั้งพุ่งทะยานไปยังหญิงชราทั้งสองที่ยืนปิดกั้นซ้ายขวาไว้ด้วยสีหน้าตื่นเต้น
"เข้ามา!"
เมื่อกระบี่สีหยกแนบชิดอก เหยาชิงเฉิงปลดปล่อยความเร็วดุจภูตพรายบังเกิดชุดคลุมยาวสีขาวพริ้วไหวไปกับสายลมพุ่งทะยานแทงเป็เส้นตรงไปยังเซี่ยหยวนไป๋
ปราณเพลิงของเซี่ยหยวนไป๋ปะทุจากกำปั้น มันพุ่งทะยานเข้าหาเหยาชิงเฉิงอย่างไร้ความกลัว
"วู้ม!"
กำปั้นเพลิงของเซี่ยหยวนไป๋ดึงไปด้านหลังพร้อมทั้งอัดกระแทกเข้ากลางลำตัวของเหยาชิงเฉิงอย่างบ้าคลั่ง
สีหน้าของเหยาชิงเฉิงยังคงเรียบเฉย นางหมุนกระบี่หยกเข้าหาตัวพร้อมกับตวัดปลายกระบี่ฟาดเป็แนวทแยงหมายจะสะบั้นแขนของเซี่ยหยวนไป๋เสียเดี๋ยวนั้น
ทว่าเซี่ยหยวนไป๋ดึงแขนขวากลับในเวลาเดียวกันกำปั้นซ้ายของมันทะลวงผ่านช่องโหว่และอัดกระแทกเข้าที่กลางลำตัวของเหยาชิงเฉิงในขณะที่กระบี่ของนางอยู่ห่างจากเซี่ยหยวนไป๋เพียงแค่ปลายนิ้ว
"ปัง!"
ร่างสีขาวของเหยาชิงเฉิงถูกซัดกระเด็น นางสำลักเืจนชุดคลุมสีขาวย้อมไปด้วยสีแดง
แต่เมื่อนางแหงนหน้าขึ้นมาก็พลันมองเห็นว่าเซี่ยหยวนไป๋มาปรากฏขึ้นตรงหน้าด้วยกำปั้นเพลิงที่กระหน่ำจู่โจมอย่างไร้ปราณี!
เหยาชิงเฉิงไม่รอช้ารีบดึงกระบี่กลับคืนพร้อมกับเสียงตะคอกเย็นะเื
"เพลงกระบี่ตระกูลเหยา—หงส์ขาวร่ายรำ!"
รอบกายของนางพลันปรากฏพายุปราณขนาดย่อมที่งดงามราวกับว่าเป็การเริงระบำของหงส์ขาวอย่างไรอย่างนั้น พร้อมกับคลื่นกระบี่งดงามพุ่งตรงด้วยความงดงามดุจหงส์
สีหน้าของเซี่ยหยวนไป๋ปรากฏร่องรอยความระมัดระวังเมื่อตระหนักได้ถึงกระบวนท่าที่เฉียบแหลมของตระกูลเหยา พร้อมกับตัดสินใจดึงแขนกลับและกระทืบเท้าเพื่อหยุดร่างกายไม่ให้ไหลไปด้านหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนท่านั้น
"ชริ้ง!"
แสงกระบี่สีขาวส่องประกายระยิบระยับ แม้นจะหลบกระบวนท่านั้นได้ ทว่าบริเวณหน้าอกของเซี่ยหยวนไป๋ปรากฏร่องรอยฟาดฟันเป็ทางยาวพร้อมกับเืกระซ่านกระเซ็น
ดวงตาเซี่ยหยวนไป๋ฉายแววเ็า มือขวาของมันพลันปรากฏเพลิงสีฟ้าลุกโชติ่ราวกับไฟแห่งการชำระล้างจู่โจมเหยาชิงเฉิงที่อยู่ไม่ห่างจากมันอย่างดุเดือด
"กระบวนท่าที่สองตระกูลเซี่ย—เพลิงชำระล้าง!"
เหยาชิงเฉิงที่เห็นดังนั้นตัดสินใจตอบโต้กระบวนท่ากลับไปด้วยหมุนตัวราวกับกำลังร่ายรำใต้แสงจันทร์ พลันใช้สองนิ้วลูบใบกระบี่เป็ทางยาวพร้อมกับปราณสีขาวที่ห่อหุ้ม
"เพลงกระบี่ตระกูลเหยา—หงส์ขาวสยายปีก!"
กระแสลมกระโชกมาพร้อมกับคลื่นกระบี่ที่พัดเปลวเพลิงสีฟ้าให้มอดไป สุดท้ายเหยาชิงเฉิงพุ่งตรงไปด้วยกระบี่แทงตรงด้วยความเร็วดุจเงา
เซี่ยหยวนไป๋กัดฟันอย่างเ็าเมื่อเห็นว่ามันเสียเปรียบ มือขวาของมันคว้าเกาทัณฑ์สีทองที่อยู่ด้านหลังออกมาและดึงสายเกาทัณฑ์จนสุดแรงและบีบอัดปราณเพลิงทำเป็คันศรปราณที่โชติ่!
"นั่นมันเกาทัณฑ์เทียนเซี่ย!" เหยาชิงเฉิงอุทานด้วยสีหน้าตกตะลึง
เกาทัณฑ์ที่อยู่ในมือของเซี่ยหยวนไป๋นั้นเป็สมบัติตกทอดของตระกูลเซี่ยมานานนับ 800 ปีั้แ่ก่อตั้งตระกูล นางไม่คาดคิดว่าเซี่ยหยวนไป๋จะซ่อนเกาทัณฑ์โบราณภายใต้ชุดคลุมมาโดยตลอด
เหยาชิงเฉิงไม่รอช้า นางรีบควงกระบี่กลับคืนพร้อมทั้งหมุนเวียนพลังจากรากปราณให้ไหลเวียนเข้าสู่กระบี่อย่างบ้าคลั่ง!
ทันใดนั้นรอบกายของนางพลันปรากฏภาพมายาของหงส์ขาวที่โอบล้อมกระบี่ไว้พร้อมกับแรงสั่นะเืทั่วทั้งอาณาบริเวณ
ทว่าเซี่ยหยวนไป๋ปล่อยมือจากศรปราณมาพร้อมกับเสียงคำรามดังกึกก้อง!
"กระบวนท่าแห่งเทียนเซี่ย—ศรอเวจี!"
สายเกาทัณฑ์ถูกปล่อย คันศรสีฟ้าดุจเพลิงอเวจีพุ่งตรงไปยังเหยาชิงเฉิงด้วยความเร็วสูงสุด!
ดวงตาของเหยาชิงเฉิงฉายแสงเย็น พลันปรากฏภาพมายาของหงส์ขาวเก้าตัวจากกระบี่หยก พร้อมกับปลดปล่อยกระแสปราณไปข้างหน้า!
"เพลงกระบี่ตระกูลเหยา—หงส์ขาวทะยานนภา!"
ทั้งสองแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันอย่างบ้าคลั่ง เสียงการต่อสู้ของทั้งสองดังกึกก้องไปไกลสิบลี้
ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจร่างของเซี่ยหยวนไป๋เต็มไปด้วยรอยฟาดฟันบาดลึกของกระบี่พร้อมกับชุดที่ขาดรุ่งริ่ง
แต่เหยาชิงเฉิงก็ไม่ได้มี่เวลาที่ดี นางเองก็ได้รับาเ็สาหัสซ้ำแล้วชุดยาวสีขาวก็เขรอะกรังไปด้วยฝุ่นและรอยเื
แต่ขณะที่ทั้งสองกำลังจะต่อสู้อีกครั้งก็พลันปรากฏให้เห็นเงาสองเงากำลังพุ่งตรงมายังทิศทางของเซี่ยหยวนไป๋และเหยาชิงเฉิงด้วยความเร็วปานสายฟ้า
เมื่อแสงจันทราตกกระทบก็เผยให้เห็นเฉินตงและเจิ้นหลงเหวินที่รีบเข้ามาอยู่ห่างจากทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันเพียงไม่กี่ก้าว
เหยาชิงเฉิงที่เห็นทั้งสองมาปรากฏตัวขึ้นก็ตกตะลึง "เ้า! พวกเ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!?"
เฉินตงหยุดฝีเท้าห่างจากนางสิบก้าวก่อนจะคว้าขวานั์ขึ้นมาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ "นางเซียนน้อย เล่ห์เหลี่ยมของเ้าเยอะจริงๆ แสร้งทำเป็ว่าโยนความผิดให้แก่ไป๋เฉินและหนีเอาตัวรอดมาคนเดียว ช่างเป็เซียนที่นิสัยเสียจริงๆ"
"เป็ไปได้ไหมว่าเ้าสังหารไป๋เฉินไปแล้ว?" สีหน้าของเหยาชิงเฉิงดูหงุดหงิด นางคิดว่าไป๋เฉินจะถ่วงเวลาทั้งสองให้ได้มากกว่านี้เสียอีก
และนางได้แต่คิดไปเองว่าไป๋เฉินคงจะถูกทั้งสองคนสังหารไปเสียแล้ว
แต่คำตอบที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวของเจิ้นหลงเหวินก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง "นางเซียนน้อย ไป๋เฉินคนนั้นเป็ปีศาจกระหายเื หากไม่ใช่ว่าไป๋เฉินใจกว้างและตัดสินใจไว้ชีวิตพวกเรา ข้าคงไม่มีทางมาถึงที่นี้ทันการณ์เป็แน่"
"อะไร!" เหยาชิงเฉิงที่ได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าไม่เชื่อ แม้แต่มุมปากของเซี่ยหยวนไป๋ก็กระตุกอย่างหนัก
'ไป๋เฉินตัดสินใจไว้ชีวิต' คำๆนี้บ่งบอกในตัวของมันเองแล้วว่าไป๋เฉินแข็งแกร่งกว่าทั้งสองคนอย่างเทียบไม่ติด
เมื่อมองเห็นความกลัวในรูม่านตาของเฉินตงและเจิ้นหลงเหวินแล้ว เหยาชิงเฉิงเข้าใจโดยพลันว่าไป๋เฉินผู้นั้นเป็ัในหมู่มนุษย์
ใบหน้าที่งดงามของเหยาชิงเฉิงเปี่ยมไปด้วยความโกรธเมื่อรู้ว่าไป๋เฉินไม่ได้ถ่วงเวลาให้แก่นาง นางกัดฟันด้วยแววตาคั่งแค้นอย่างสุดขีด
[ไป๋เฉิน! เ้ากล้าหลอกลวงข้า!]
[ดี! หากข้ารอดไปได้ ข้าจะฆ่าเ้า!]
ณ บัดนี้นางไม่มีกะจิตกะใจในการเผชิญหน้าอีกต่อไป เพราะขณะนี้นางได้ตกเป็เป้าหมายของเยาวชนทั้งสามไปโดยสมบูรณ์
สิ่งที่พอจะกระทำได้หลังจากนี้คือหลบหนี! มีเพียงต้องหลบหนีจากสถานการณ์วิกฤตนี้เท่านั้น
"ท่านป้า! ถอนกำลัง!" โดยไม่รอช้านางรีบคว้ากระบี่หยกกลับคืนสู่เอวก่อนจะหันหน้าตรงไปยังทางเข้าของเขตหยวนเปาอย่างไม่ลังเล
ไม่ว่าอย่างไรกฏเหล็กของเขตหยวนเปาก็ยังมีอยู่ ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ในขณะนี้คือเข้าไปหลบในเขตหยวนเปาอีกครั้งเพื่อตั้งหลักและหาวิธีการใหม่ๆในการหลบหนีจากวงล้อม
เซี่ยหยวนไป๋ เฉินตงและเจิ้นหลงเหวินที่ได้เห็นการตัดสินใจของเหยาชิงเฉิงก็กัดฟันอย่างหงุดหงิด จนเฉินตงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า "สมแล้วจริงๆที่เป็ถึงนางเซียนน้อย นางเลือกที่จะหลบเข้าไปในเขตหยวนเปาดีกว่าการออกสู่โลกภายนอก และอาจจะรอจนกว่าอาณาจักรลับจะถูกเปิดออกเที่ยงวันในวันรุ่งขึ้น"
เซี่ยหยวนไป๋ทำได้เพียงถอนหายใจด้วยแววตาเ็า ในขณะเก็บเกาทัณฑ์กลับที่เดิม มันหันไปไถ่ถามกับเฉินตงว่า "เฉินตง ทางด้านของไป๋เฉินเมื่อครู่เป็อย่างไร?"
เฉินตงเก็บขวานั์ไว้กลางหลังพลันเอ่ยตอบ "เขาให้ข้าตรวจสอบทุกซอกทุกมุมแล้ว แต่ไม่มีอะไรอยู่ในตัวของเขาเลย"
จากนั้นเจิ้นหลงเหวินก็กล่าวเสริม "และข้าได้ทิ้งผู้าุโอีกสองคนเพื่อตรวจสอบทางเข้าออกของเขตหยวนเปาอย่างละเอียด แต่ก็ยังไม่มีการติดต่อกลับมา"
เซี่ยหยวนไป๋พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่มันจะตัดสินใจเอ่ยถามด้วยเสียงจริงจัง "เฉินตง ไป๋เฉินผู้นั้นมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับใด?"
เฉินตงที่ได้ยินคำถามก็มีการแสดงออกที่ยากจะตัดสินใจ "แม้นว่าพวกเราจะไม่ได้ต่อสู้ แต่รัศมีของเขาเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้พวกข้าก้าวขาไม่ออก"
"อะไร!" เซี่ยหยวนไป๋ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำตอบเช่นนี้จากปากของเฉินตงผู้บ้าคลั่ง
แม้นจะดูภายนอกว่าเฉินตงเปรียบดั่งนายน้อยผู้สุภาพ แต่แท้จริงแล้วเฉินตงเป็คนบ้าที่กระหายการต่อสู้มากที่สุดในบรรดาพวกมันทั้งสี่
หากเฉินตงกล่าวออกมาด้วยตนเองเช่นนี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่าไป๋เฉินไม่ใช่ลูกพลับที่มันจะนวดได้ตามใจชอบ
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเฉินตงหันไปหาเซี่ยหยวนไป๋ก่อนตัดสินใจกล่าวว่า "หยวนไป๋ หากจะให้ข้าแนะนำ เ้าควรหยุดเ้าคิดเ้าแค้นกับไป๋เฉินเสียดีกว่า"
"คนบ้าเช่นนั้นที่กล้าทำทุกอย่างโดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดๆ เขาต้องมีภูมิหลังที่เหนือกว่าพวกเรา และอีกอย่างความสามารถของไป๋เฉินเองก็ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างพวกเราจะต่อกรได้ เพราะฉะนั้นด้วยความหวังดี เลิกแล้วต่อกันเถิด" เฉินตงตบไหล่เซี่ยหยวนไป๋เบาๆก่อนจะหันหลังกลับเข้าสู่เขตหยวนเปาหมายจะวางแผนการรับมือเหยาชิงเฉิงต่อไป
สีหน้าของเซี่ยหยวนไป๋เริ่มที่จะเคร่งเครียด
แต่แม้นว่าเฉินตงจะกล่าวตักเตือน แต่ด้วยความที่มันเองจะกลายเป็ผู้สืบทอดตระกูลเซี่ยในอนาคต ความหวาดกลัวจากคำบอกเล่าจะไม่อยู่ในสารระบบของมัน
มันจึงตัดสินใจไม่เชื่อฟังคำแนะนำของเฉินตง ก่อนจะจ้องมองไปยังนอกเขตหยวนเปาด้วยเสียงพึมพำ "ไป๋เฉิน... หากข้าได้เจอเ้าคราวหน้า เ้าหนีไม่รอดแน่"
