บทที่ 111 ปลอมเป็หมูเพื่อกินเสือ
ฉินชูพยักหน้าให้เฉียนหลิงอู่ นางเป็ถึงผู้ฝึกตนขั้นหวางเจ่อที่มีพลังการต่อสู้ระดับสูง หากได้ความช่วยเหลือจากนางในการซุ่มโจมตี เขามีโอกาสสูงที่จะจัดการคนที่คิดสังหารเขาได้
หลังจากรักษาพลังให้เสถียรเป็เวลาสองวัน ฉินชูจึงถอดแหวนที่ปกปิดพลังของเขาบนนิ้วออก
ทันทีที่ฉินชูถอดแหวนออก สีหน้าเฉียนหลิงอู่พลันเปลี่ยนไป พลังของฉินชูที่ถอดแหวนแตกต่างจากก่อนหน้านี้สิ้นเชิง พลังและเืศักดิ์สิทธิ์ของเขาทรงพลังไม่น้อย
“พลังเืศักดิ์สิทธิ์ของเ้าช่างเข้มข้นนัก ขนาดแมลงและมดต่างรีบหนีออกจากเ้า พวกมันคงทนรับพลังของเ้าไม่ไหว คาดว่าพลังกายของเ้าตอนนี้คงจะอยู่ที่ขั้นสี่หลิงหยวน” เฉียนหลิงอู่มองไปที่ฉินชู
“ขั้นที่สี่หลิงหยวนนั้นจริง เพราะข้าสามารถจัดการสัตว์อสูรระดับสี่ได้ด้วยพละกำลังของตัวเอง” ฉินชูไม่ได้ปิดบังเฉียนหลิงอู่ว่าตัวเองมีร่างกายที่แข็งแกร่ง เพราะใน่ที่มาถึงสำนักชิงหยุน ่แรกเขาก็สังหารสัตว์อสูรระดับสองได้ด้วยมือเปล่าจริงๆ
“ไม่ถูกต้อง มันได้ถูกบันทึกไว้ในตำรา ถึงแม้จะมีเืศักดิ์สิทธิ์อยู่ในร่างกาย แต่เ้าจำเป็ต้องได้รับการสั่งสอนที่พิเศษและจำต้องใช้โอสถเพื่อจะเติบโตและกระตุ้นพลังได้ อีกทั้งยังมีตระกูลไม่มากนักที่มีเืศักดิ์สิทธิ์” ดวงตาของเฉียนหลิงอู่แสดงความสับสนอย่างมาก
“ผู้เฒ่าที่เลี้ยงดูข้ามาสิบสี่ปีนั้นหาใช่คนธรรมดา! เขาขุดข้าออกจากหลุมศพ อีกทั้งยังเห็นว่าข้ายังไม่ตายเพราะมีเืศักดิ์สิทธิ์อยู่ในร่าง ผู้เฒ่าคอยเตือนข้าอยู่ตลอดว่าสักวันหนึ่งการมีเืศักดิ์สิทธิ์จะนำภัยมาสู่ตัวข้าเอง ท่านจึงสอนเคล็ดวิชาไร้นามให้กับข้าเพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งและกระตุ้นเืในร่างกาย ั้แ่วัยเยาว์ข้าได้แช่โอสถอยู่เป็ประจำ บางทีสิ่งที่ผู้เฒ่าคอยสอนสั่งข้าอาจจะกระตุ้นการทำงานของเืศักดิ์สิทธิ์ของข้าก็เป็ได้” ฉินชูอธิบาย
“นั่นหมายความว่าเขารู้เื่ของเ้าั้แ่แรกแล้วสิ” เฉียนหลิงอู่เข้าใจได้ทันที
“องค์หญิง วิธีการฝึกเช่นนี้เป็ของผู้อื่น ข้าไม่สามารถส่งต่อให้ท่านได้ แต่ข้าช่วยเตรียมอ่างน้ำโอสถให้ท่านแช่ได้ หากท่าน้า ข้าจะช่วยจัดการให้ในภายหลัง” แววตาฉินหลิงอู่พลันมีประกายอิจฉา เขาสังเกตเห็นจึงเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ฟัง เฉียนหลิงอู่พลางยิ้ม “เอาล่ะ! หลังจากที่เรากลับกันแล้ว รบกวนเ้าด้วย หากพลังกายแข็งแกร่งขึ้นได้ เช่นนั้นพลังตบะของข้าก็จะพัฒนาไปด้วย"
“ไม่ต้องกังวล หากจัดการเื่ตรงนี้เรียบร้อย ข้าจะจัดการเื่นี้ให้ท่านอย่างแน่นอน” ฉินชูพยักหน้ารับปาก
“ต่อจากนี้เ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าองค์หญิงแล้ว เรียกข้าว่าพี่สาวหลิงอู่ก็พอ” หลังจากมองไปที่ฉินชูแล้ว เฉียนหลิงอู่จึงเอ่ย
หลังจากพูดคุยกันสักพัก ฉินชูจึงกลับมานั่งสมาธิและฝึกฝนต่อ ส่วนเฉียนหลิงอู่ก็แฝงตัวอยู่ในความมืด พวกเขากำลังรอให้คนที่โจมตีฉินชูออกมา แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักพัก เพื่อรอให้คนคิดจะโจมตีฉินชูมาถึงที่ที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่
ในเวลาเดียวกัน พื้นทีู่เาด้านหลังวังหลวงต้าเฉียน คนสองคนกำลังจดจ้องกัน หนึ่งในนั้นคือเฉียนหลิงเทียน ส่วนอีกคนเป็ชายสวมเสื้อคลุมสีดำ
“เ้าหนีไปไหนไม่ได้แล้วใช่หรือไม่? ในพื้นที่แห่งนี้ หากระดับพลังยุทธ์อยู่ขั้นเทียนหยวนและไม่ได้เป็จักรพรรดิ เ้าอาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็เป็ได้ แต่เ้ากลับเป็ถึงจักรพรรดิ จงตายที่นี่เสีย!” ชายในชุดคลุมสีดำกล่าว
“เ้าเป็คนของอาณาจักร เหตุใดจึงมาลอบสังหารข้า?” เฉียนหลิงเทียนกล่าว ชายในชุดคลุมสีดำที่ไล่ล่าเขาคือหนึ่งในผู้าุโของอาณาจักร
“เพราะเ้าเป็คนในราชวงศ์เฉียนไร้คุณสมบัติที่จะปกป้องดินแดนแห่งนี้” ชายในชุดคลุมสีดำมองดูเฉียนหลิงเทียนด้วยสายตาสมเพช ตามด้วยการเยาะเย้ยครั้งแล้วครั้งเล่า ในสายตาของผู้าุโของอาณาจักราา ผู้มีพลังขั้นเทียนหยวนเป็เพียงมดปลวกเท่านั้น
“บอกข้าได้หรือไม่ว่าเ้ามาจากฝ่ายใด?” เฉียนหลิงเทียนเอ่ยถาม
“ได้ ข้าจะบอกเ้าให้ได้รู้ ข้าเป็ผู้าุโของศาลาดาวฤกษ์” ชายในชุดคลุมสีดำมองไปที่เฉียนหลิงเทียน
เฉียนหลิงเทียนก้มศีรษะลงและคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ศาลาดาวฤกษ์... ศาลาดาวฤกษ์ในเขตอาณาจักรราชวงศ์เฉียนหรือ? ที่เ้าทำเช่นนี้ เป็เพราะเ้า้าจะปกครองอาณาเขตนี้ใช่หรือไม่?”
“ศาลาดาวฤกษ์เป็สำนักพิทักษ์ราชวงศ์ดาราเหมันต์ เ้าเข้าใจแล้วหรือยัง?” ชายในชุดคลุมสีดำคลี่ยิ้ม
เฉียนหลิงเทียนส่ายหน้าแล้วพูดต่อ “ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นเ้าก็ควรตายเช่นกัน คิดว่าข้าเกรงกลัวเ้าหรือ?”
หลังจากพูดจบ พลังบนร่างเฉียนหลิงเทียนพลันเปลี่ยนไป พลังเริ่มไต่ขึ้นจากเทียนหยวนและหยุดที่ขั้นหวางเจ่อ
“เ้าไม่ใช่ผู้ฝึกฝนขั้นเทียนหยวนหรือ?” ใบหน้าของชายชุดคลุมสีดำเปลี่ยนไปทันที เขารู้ตัวแล้วว่าถูกหลอก
เฉียนหลิงเทียนโบกแขนหนึ่งที หอกสีทองพลันปรากฏขึ้น จากนั้นจึงสังหารชายในชุดคลุมสีดำทันที เมื่อรู้ถึงเหตุผลของคนผู้นี้แล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
การต่อสู้ในอาณาจักราาเริ่มต้นขึ้น เหล่าชุดคลุมสีดำต้องประสบกับโศกนาฏกรรม ั้แ่สมัยโบราณผู้ที่ประมาทคู่ต่อสู้ มักเจอแต่จุดจบที่น่าผิดหวังเช่นนี้
ฉินชูกำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อปรับพลังให้เสถียร ในขณะที่เฉียนหลิงอู่กำลังซ่อนตัวในความมืด เพื่อรอกำจัดศัตรูของฉินชู
เจ็ดวันผ่านไปโดยไร้การเคลื่อนไหว ทำให้ฉินชูและเฉียนหลิงอู่มึนงงไม่น้อย ศัตรูของฉินชูมีความสามารถในการติดตามพวกเขาดียิ่ง แค่เจ็ดวันก็เพียงพอแล้วสำหรับการมาถึง แต่พวกเขากลับไม่ปรากฏตัวเสียอย่างนั้น
หลังจากรออีกสองวันก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ฉินชูและเฉียนหลิงอู่จึงพูดคุยกัน
“องค์หญิง เป็ไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะถูกสังหารไปแล้ว?” ฉินชูกล่าว
“ยากที่จะพูดนัก ตอนนี้ข้ารอไม่ไหวแล้ว เ้าก็ลืมมันเสีย... อีกอย่างข้าพูดแล้วไม่ใช่หรือว่า อย่าเรียกข้าว่าองค์หญิง” เฉียนหลิงอู่พูดกับฉินชู
น่าเสียดายนักที่ไม่สามารถโจมตีคนที่คิดจะสังหารได้ แต่หากพูดตามตรงแล้ว นับว่าเป็เื่ดีที่ไม่มีใครจับตามองฉินชูในที่ลับ
เมื่อทั้งสองพูดคุยกันจบ ก็ออกจากพื้นทีู่เาและกลับไปที่พระราชวังหลิงอู่
ฉินชูกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักหลิงอู่ ส่วนเฉียนหลิงอู่ก็กลับไปที่พระราชวังต้าเฉียน
หลังจากพบถังอาบน้ำ ฉินชูจึงนำโอสถบางอย่างออกมาจากแหวนมิติ และเตรียมผสมโอสถ ในเวลานี้เฉียนหลิงอู่ก็กลับมา
“กลิ่นแรงมาก!” เฉียนหลิงอู่บีบจมูกของเธอหลังจากมองดูถังแช่โอสถ
“ฮ่าฮ่า! โอสถก็เป็เช่นนี้ อีกสักพักถ้าเ้าเข้าไป ก็ให้สาวใช้เติมไฟ เดินพลังลมปราณสักชั่วโมง หากไม่ชอบกลิ่นโอสถ หลังแช่ตัวเสร็จแล้ว เ้าก็ไปชำระล้างตัวเสีย” ฉินชูชี้ไปที่อ่างแช่โอสถ ก่อนเอ่ยพูด
หลังจากเฉียนหลิงอู่มองไปที่ถังแช่โอสถ นางก็หยิบตำราเล่มหนึ่งออกมามอบให้ฉินชู “นี่เป็เคล็ดวิชาฝึกซ่อนลมปราณของตัวเอง เ้าควรศึกษามันไว้ แต่อย่าส่งต่อให้ผู้อื่น นี่คือตำราเฉพาะของตระกูลเฉียน พี่ชายของข้าก็อาศัยตำราเล่มนี้เพื่อซ่อนพลังของเขา”
“คิดดีแล้วหรือที่เ้ามอบมันให้ข้า?” ฉินชูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เคล็ดวิชาการต่อสู้มีค่าอย่างยิ่ง หากไม่ใช่คนในเผ่าหรือฝ่ายเดียวกัน ยากนักที่จะได้รับเคล็ดวิชาการต่อสู้จากผู้อื่น
“รีบไปศึกษาเถอะ ตอนนี้ข้าอยากจะแช่อ่างโอสถนี่แล้ว” เฉียนหลิงอู่ชี้ไปที่ถังโอสถ
