“ใช่ เพราะฉันส่งเลขาส่วนตัวไปช่วยดำเนินการอะไรหลายอย่างมากระหว่างที่ฉันสอบ” นภัทรเถียงกลับไปเพราะว่าไม่งั้นน่าจะถูกด่ามากกว่าเดิม ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก
“ไหนลองบอกฉันมาสิว่านอกจากส่งเลขาไปแล้ว ทำอะไรนอกเหนือจากนี้อีกไหม” เกมส์ถามพลางถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่คงนับไม่ถูก
“ฉันจัดแจงให้เลขาส่วนตัวพาไปซื้อโทรศัพท์รวมถึงพากันจัดแจงเอกสารการเดินทางและจุดประสงค์ในการเข้าพักในประเทศว่ามาทำอะไรกันแน่ให้มันเรียบร้อย ทั้งคู่หมั้นและกลุ่มผู้ติดตามของเขาทั้งหมด”
“ให้เลขาส่วนตัวพาไปมหาลัยที่ต้องเข้าเรียน รวมถึงพบปะบุคคลสำคัญในมหาลัยบางส่วนที่ควรรู้จักหน้าค่าตากันไว้และให้ไปในนามของฉันด้วยตราสัญลักษณ์ของฉันเอง”
“ให้เบอร์โทรและไอดีเกี่ยวกับโซเชียลส่วนตัวของฉันผ่านเลขาส่วนตัว และแอดเฟรนหากันทั้งหมดแล้ว และพวกเราโต้ตอบกันผ่านข้อความทุกวันแม้ว่าจะคุยกันไม่กี่ประโยคก็ตาม เพราะต่างคนต่างติดสอบ”
“สถานการณ์ล่าสุดเป็ยังไง ไหนลองเล่าสิ”
“พี่เขาบอกว่าหลังจากที่ฉันจัดแจงเื่สอบเสร็จ พี่เขาก็มีสอบต่อเพราะเตรียมตัวใน่สัปดาห์ที่ฉันมีสอบ ในระหว่างนั้นให้ฉันจัดแจงเื่ต่างๆ ที่ควรทำก่อนได้เลย และค่อยมาพบกันในสัปดาห์ที่สามของเดือนแทน”
เกมส์ถึงกับกุมขมับเพราะว่าเพื่อนสนิทของเขาเป็แบบนี้มาั้แ่เด็กจนโต ถือว่ายังดีที่พิมพ์คุยกันทุกวัน คงมีแนวโน้มจะไปได้สวยสำหรับทั้งคู่
“อย่าเพิ่งคิดเื่จะพาฉันไปแนะนำให้คู่หมั้นของแกรู้จักล่ะ ไปจัดแจงคุยกันเองให้ดีก่อนแล้วค่อยมาเรียก”
“ได้ ถ้างั้นกลับบ้านแล้วนะ”
“เออ กลับดีๆ”
หลังจากถูกเพื่อนสนิทด่าไปพอสมควร เขากลับมาทบทวนเื่ราวหลายอย่างอีกครั้ง สงสัยคงต้องพยายามทำความรู้จักกันมากกว่าเดิม ไม่งั้นอาจจะได้ถอนหมั้นแทนเพราะความสัมพันธ์ไม่คืบหน้า
ตรู๊ด... ตรู๊ด...
(มอร์ซิน)
“ฮัลโหลครับ น้องภัทรมีอะไรหรือเปล่า”
“ฮัลโหลครับ พี่มอร์ซินว่างหรือเปล่า”
“ไม่หรอก แต่ว่าคุยได้ครับ”
“ออกมากินข้าวข้างนอกกันเถอะ เดี๋ยวผมให้คนที่บ้านขับรถออกมาส่ง พี่แต่งตัวรอที่บ้านได้เลย”
“ได้ครับ พี่จะรอนะ”
“ครับพี่”
ณ ร้านอาหาร
นภัทรมาถึงก่อนเวลานัดหนึ่งชั่วโมง จึงเลือกเมนูอาหารหลากหลายที่คาดคิดว่าสำหรับคนต่างแดนจะกินได้มาเสิร์ฟทั้งหมด ถ้าหากเมนูทั้งหมดนี้ไม่ถูกใจค่อยสั่งใหม่ทีหลังก็ยังไม่สายเกินไปนัก
มอร์ซินเห็นอีกคนเข้ามาก่อนรู้สึกประทับใจมาก ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยดูตัวมาก่อนในวัยเด็ก เพียงแต่ว่าไม่เคยได้รับความใส่ใจเท่าไหร่นัก เป็ครั้งแรกที่ถูกดูแลเป็อย่างดีแบบนี้
“ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เลยไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่พยายามเลือกเมนูที่คิดว่าพี่น่าจะกินได้มาแล้วครับ” เสียงทุ้มนุ่มบอกพลางยิ้มหวาน
รอยยิ้มของสยามเมืองยิ้มที่ตอนนี้ยิ้มแห้งมากกว่ายิ้มมีความสุข เพราะว่านภัทรเองก็ใช่ว่าจะเคยใส่ใจเื่พวกนี้ซะเมื่อไหร่ ความรักของครอบครัวมันต่างกับคนรัก มาลุยในแบบของตนเองดีที่สุด
“กินได้ ไม่มีปัญหาเลย”
เขาอยากจะบอกว่ามากเกินพอด้วยซ้ำ ร้านนี้เป็ร้านอาหารสไตล์อังกฤษและเมนูทั้งหมดเป็เมนูที่เกี่ยวข้องกับบ้านเกิด ไม่มีทางที่จะรับประทานไม่ได้
“หลังจากนี้ผมอาจจะไม่ว่างไปสักพักเลยครับ ผมเลยคิดว่าวันนี้เราถือโอกาสพูดคุยเื่สำคัญกันก่อน แล้วค่อยทำความรู้จักกันหลังจากนั้นดีไหม”
“ดีเหมือนกัน ถ้างั้นพวกเรามากินไปด้วยคุยไปด้วยแล้วกัน จะได้ไม่เสียเวลากัน”
“ครับ! ผมเองก็หิวแล้วเหมือนกัน”
ทั้งชั้นบนสุดแห่งนี้นั้นถูกจองเอาไว้ในชื่อของนภัทรแต่เพียงผู้เดียว และเพื่อความไม่ประมาทจึงจัดการเหมาชั้นข้างล่างลงไปอีกสี่ชั้นด้านล่าง ไม่อยากออกมากินข้าวกับคู่หมั้นแล้วเจอเื่อะไรไม่ชอบมาพากลอีกรอบหรอก
“พี่รู้สึกผิดนิดหน่อย ที่ทำให้ภัทรต้องมาจ่ายเงินเลี้ยงอาหาร ไหนจะเช่าหลายชั้นเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของพวกเราอีก พี่ค่อนข้างเกรงใจ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมรวยพอที่จะให้ใครก็ได้ อย่าใส่ใจนักเลย มาเข้าเื่สำคัญกันก่อนดีกว่าครับ”
“พี่สามารถเข้าไปยุ่งกับกิจการของตระกูลได้มากน้อยแค่ไหน ในบ้าน นอกบ้าน หรือพื้นที่ตระกูลดูแลคุ้มครอง”
“เื่นี้อยู่นอกเหนือขอบเขตการตัดสินใจของผมทั้งหมดเลย เพราะว่าผมไม่รู้ว่าบางอย่างสามารถให้พี่รับรู้ได้หรือเปล่า หนทางที่ดีที่สุด พี่ไปคุยกับพ่อให้รู้เื่รู้ราวอย่างเป็ทางการ และหลังจากนั้นน่าจะมีคำสั่งมาถึงผมครับ”
“นั่นสินะ เป็คู่หมั้นตระกูลใหญ่แบบนี้ ไม่แปลกใจที่จะต้องระแวงกันไว้บ้าง หลังสอบเสร็จพี่จะหาเวลาไปคุยกับท่านผู้นำตระกูล จะได้ไม่มีเื่ขัดข้องอะไรกัน”
“แต่ถ้าให้ผมเดา ผมคิดว่าพ่อน่าจะบอกให้พี่เลือกทำธุรกิจเป็ของตนเอง มีอะไรเป็ของตนเองมากกว่าการอยู่ใต้ร่มเงาของพวกเรา แต่ก็ลองไปคุยดูแล้วกัน”
เขารู้ว่าพ่อของตนเองเป็คนนิสัยยังไง เพราะเคยพบเจอมากับตนเอง พี่ชายและตนเองก็มีกิจการแยกต่างหากที่เป็ในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลต่างหาก
นภัทรถูกสอนมาว่าควรมีกิจการเป็ของตนเองหนึ่งอย่าง จะเป็อะไรก็ได้ หากเกิดเื่ราวแปลกประหลาดอะไรขึ้นมาเกี่ยวกับทรัพย์สินของตระกูล จะได้มีเงินใช้สอย ไม่เดือดร้อนในภายหลัง
“พี่เข้าใจ พี่จะไปพูดคุยกับท่านผู้นำอย่างเป็ทางการ และหาสรุปกับเื่นี้ เพราะพี่ตัดสินใจอะไรบางอย่างไปเรียบร้อย ต้องเดินทางกลับอังกฤษเหมือนกัน”
“กว่าจะจัดการเื่ราวทั้งหลายเกี่ยวกับตัวเอง พวกเราจะกลับมาเจอกันอีกทีคือหนึ่งเดือนเท่ากับเวลาที่ผมเตรียมตัวรับงาน่ต่อเลยไหมครับ”
“ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่พี่คิดว่าเราแก้ปัญหาด้วยการพิมพ์คุยกันกับโทรศัพท์หากันเหมือนเดิมแทน เพราะว่าพวกเรานั้นยังไม่รู้จักกันมากพอเลยด้วยซ้ำ”
“ผมเห็นด้วยกับเื่นี้ ระยะเวลาสัปดาห์กว่าเจอกันหน้ากันยังไม่ถึงสามครั้งเลยครับ เพราะความยุ่งของพวกเราเป็เหตุล้วนๆ เลย”
“ไม่เป็ไรหรอก พวกเรายังมีเวลารู้จักกันทั้งชีวิต เื่แค่นี้ไม่เป็อุปสรรคสำหรับพี่เลยสักนิด”
“ถ้าพี่ไม่มีปัญหา ผมเองก็ไม่มีปัญหาครับ”
ความแตกต่างทางวัฒนธรรมทำให้ มอร์ซินอาจจะไม่เข้าใจเื่ราวทุกอย่างที่นภัทรเอ่ยออกมา แต่ว่าการทำอะไรให้ชัดเจนก็เป็หน้าที่ของเขาเช่นกัน หากมีความ้าอยากเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้
การพูดคุยเต็มไปด้วยความสงบสุข เรียบง่าย ไม่มีเหตุการณ์ให้ต้องต่อสู้กับกลุ่มไม่หวังดี ซึ่งมันควรไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนมากเหตุการณ์เ่าั้มักเกิดในที่มีเหล่าคนมีเงินรวมตัวกันมากกว่าเป็ครอบครัวหรือคู่รักเพียงคู่เดียว
“วันนี้นอนพักกันที่โรงแรมนะครับ ค่อยกลับพรุ่งนี้เช้า ที่นี่รถติดมาก มันเหนื่อยล้าเกินไปสำหรับการกลับตอนนี้” นภัทรพูดพลางยื่นคีย์การ์ดให้อีกฝ่าย
“ทุกคนเลือกห้องพักตามใจชอบได้เลย สั่งรูมเซอร์วิสตามสบาย ส่วนฉันกับพี่มอร์ซินพักชั้นบนสุด ที่เหลือจัดการตัวเองเลย” นภัทรสั่งพลางให้เลขาส่วนตัวของตนเองแจกคีย์การ์ดให้กับคนของมอร์ซินที่เดินทางตามมาด้วยสามสี่คน
“ค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกในนามของฉัน ใช้กันตามสบาย ไม่ต้องคิดมาก ขอตัวไปนอนก่อนนะ แยกย้ายกันเถอะ” นภัทรพูดพลางโบกมือไปมาด้วยท่าทีสบายๆ
“จะดีเหรอที่ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้พี่แบบนี้ รวมถึงคนรับใช้ของพี่ด้วย” มอร์ซินถามด้วยความเกรงใจ
ถึงเขาจะรู้ว่าครอบครัวของคู่หมั้นร่ำรวยระดับประเทศ แต่รู้สึกเกรงใจกับการถูกตามใจมากขนาดนี้ สามารถรับไว้ได้ทั้งหมดเลยงั้น เหรอ จะมีค่าตอบแทนอะไรตามมาทีหลังหรือเปล่า
“พี่มอร์ซิน ผมเป็คนไทยพี่ ไม่คิดอะไรเยอะแยะกับการเลี้ยงข้าวและที่พักขนาดนั้น และผมโคตรง่วงเลย อยากนอนสุดๆ ผมไปได้แล้วใช่ไหม มีอะไรคุยกับเลขาผมแล้วกันพี่ ฝันดีครับ” นภัทรบอกพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจและหายเข้าไปในห้องพักที่ตนเองเลือกทันที
“ผมจะอธิบายเพิ่มในส่วนที่คุณชายเล็กไม่ได้บอกนะครับ สำหรับคนไทยนั้น การทำหน้าที่ต้อนรับแขกให้ดีที่สุดคือการออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดหลังจากเชิญมาหา ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรสำหรับพวกเรา สามารถรับไว้ได้ทั้งหมด”
พ่อบ้านส่วนตัวอย่างกันต์นั้นอธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเป็กังวลอะไรทั้งนั้น และโค้งตัวอย่างสุภาพเพื่อร่ำลาไปนอนพักผ่อนเช่นกัน
พวกเราไม่รู้หรอกว่าที่ประเทศอื่นมีแิอย่างไร แต่สำหรับที่นี่นั้น หนักท้องตึงหนังตาหย่อน กินอิ่มแล้วควรได้อาบน้ำนอนพักอย่างสบายใจ ไม่ควรเหนื่อยใจกับรถติดบนท้องถนนยามหัวค่ำเช่นนี้
“ให้ตายสิ...ทำเอาอึ้งจนพูดไม่ออกเลย”
มอร์ซินพึมพำออกมาด้วยความใ ั้แ่มาที่นี่ยังไม่มีอะไรที่ไม่รู้สึกทึ่งเลยสักอย่าง การตัดสินใจเมื่อห้าปีก่อนของเขานั้นไม่ผิดพลาด บ้านหลังนี้กำลังจะกลายเป็ความสบายใจ
การพบเจอของพวกเขาทั้งสองยังคงไม่มีความคืบหน้าในแนวโน้มคนรักมากนัก แต่ไม่มีความจำเป็ต้องเร่งรัดอะไรมากมาย ในเมื่อจะต้องแต่งงานกันในสักวัน
พวกเขามีเวลาเรียนรู้กันและกันไปทั้งชีวิต ไม่มีอะไรต้องเสียดายทั้งนั้น มาก้าวเดินไปทีละก้าวในรูปแบบของพวกเราดีกว่า
หลังจากโบกมือลาคู่หมั้นตนเองไปทั้งแบบนั้น นภัทรก็พาร่างไร้ิญญาของตนเองหลังสอบเสร็จมานอนแผ่หลาทันทีโดยยังไม่อาบน้ำด้วยซ้ำ การมาพบคนรักหลังสอบเสร็จไปหมาดๆ ในอนาคตยังเป็เื่ควรทำอยู่หรือเปล่านะ เหมือนร่างจะพังทลาย
แต่วันรุ่งขึ้นสภาพร่างกายของเขาก็ดีขึ้นเป็ปลิดทิ้ง คิดถูกที่จองห้องพักเอาไว้ด้วยหลังกินเสร็จจะได้มานอนอย่างสบายใจแบบนี้แพลนคราวหน้าควรเลือกไว้ทุกครั้ง
นภัทรบิดี้เีไปมาสองสามครั้งก่อนไปอาบน้ำ แต่ไม่ลืมโทรสั่งรูมเซอร์วิสและสั่งให้เลขาส่วนตัวนำเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ด้วยถึงห้อง กว่าจะทำอะไรเสร็จอาหารคงมาพอดี
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เขาเดินออกมาเปิดประตูโดยไม่คิดอะไร เพราะเดาไว้ว่าไม่อาหารมาส่ง เลขาก็คงเอาเสื้อผ้ามาให้ แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้น เพราะคนที่มาถึงคนแรกนั้นกลับเป็...
“อ้าว! ทำไมตื่นเช้าจังครับ เข้ามาก่อนสิ” นภัทรเอ่ยทักทาย
“อืม อรุณสวัสดิ์” มอร์ซินขานรับด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ให้ตายเถอะ! ออกมาต้อนรับกันด้วยชุดคลุมอาบน้ำได้ยังไงกัน! ไม่คิดถึงหัวใจของเขาบ้างเลยหรือไงกัน หรือว่าเด็กคนนี้จะไม่รู้ว่าเขามีใจให้ ใจจะะเิ!!!
