ทันทีที่คำพูดของหลงเฟยเยี่ยออกมา สตรีทั้งสามคนก็ตกตะลึง มู่หรงหว่านหรูแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ฉินอ๋อง...เขากลับมา ไม่ใช่เพื่อร่วมงานแต่งของนาง แต่กลับมาเพื่อพาหานอวิ๋นซีออกไป?
ไม่นะ!
นางรับไม่ได้ ฉินอ๋องทำแบบนี้ได้อย่างไร!
หานอวิ๋นซีเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันและเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ชายผู้นี้เรียกได้ว่ากลับมาเพื่อ “เพิ่มปัญหา” ต้องขอบคุณมู่หรงหว่านหรูจริงๆ ที่อวดดีไปเมื่อครู่!
เอาเถอะ นางยอมรับว่านางรู้สึกโล่งใจ ตอนนี้เวลานี้ นางเต็มใจเป็พิเศษที่จะให้อภัยการที่เขาไม่อยู่ในครั้งที่แล้ว
หานอวิ๋นซีมองไปที่มู่หรงหว่านหรู และมู่หรงหว่านหรูก็บังเอิญมองมาที่นางพอดี หานอวิ๋นซีกลั้นไว้ไม่อยู่ จนต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปาก แต่ไม่ว่าใครก็มองออกว่านางกำลังแอบหัวเราะ!
มู่หรงหว่านหรูโกรธจนอับอาย ในที่สุดนางก็ทนไม่ไหว ดวงตาเปลี่ยนเป็สีแดงในทันที นางมองไปที่อี้ไท่เฟยและพูดด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “หมู่เฟย ท่านดูสิ ฉินอ๋องใจร้ายเหลือเกิน!”
ต้องรู้ว่ามู่หรงหว่านหรูเป็ดอกบัวสีขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าฉินอ๋อง นางเป็เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่น่าสงสารและไม่เคยอารมณ์เสียต่อหน้าเขาั้แ่เด็ก แต่คราวนี้นางไม่สามารถทนได้ และสามารถจินตนาการได้เลยว่านางเ็ปแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลงเฟยเยี่ยเกลียดที่สุดคือสตรีประเภทนี้ ที่เอาแต่บ่นและทำตัวเหมือนเด็กๆ แม้ว่าเขาจะใจร้ายกับสตรี แต่เขาก็ไม่ได้ใจร้ายอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า
ความหมดความอดทนปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา เขาไม่้าแม้แต่จะมองมู่หรงหว่านหรูอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม อี้ไท่เฟยก็ทนไม่ได้ ั้แ่ตอนนั้นจนถึงเมื่อครู่นางเพิ่งจะเห็นหว่านหรูยิ้ม นางจะยอมให้หว่านหรูเศร้าอีกครั้งได้อย่างไร
“เฟยเยี่ย เ้าทำเกินไปแล้วนะ! พรุ่งนี้หว่านหรูจะแต่งงานแล้ว มันเป็งานใหญ่จะขาดพี่ชายอย่างเ้าไปได้อย่างไร? ไม่ว่าเื่อื่นจะสำคัญแค่ไหน มันก็ไม่สำคัญเท่ากับวันพรุ่งนี้! คืนนี้ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกไปทั้งนั้น!” อี้ไท่เฟยออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
“เื่ของลูกเป็เื่ด่วนอย่างมาก โปรดเสด็จแม่ยกโทษให้ด้วย”
ความอดทนของหลงเฟยเยี่ยมีจำกัด หลังจากพูดจบ เขาก็มองไปที่หานอวิ๋นซีหันหลังกลับและเดินออกไป
“เ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ในที่สุดนางอี้ไท่เฟยก็โกรธ รีบเดินไปขวางทางหลงเฟยเยี่ยด้านหน้าและถามอย่างโกรธเคืองว่า “เฟยเยี่ย เ้าไม่ฟังคำพูดของแม่แล้วหรือไร? มีเื่อะไรที่สำคัญกว่างานแต่งงานของหว่านหรูอีกหรือ? เ้าพูดออกมาให้ข้าฟังสิ!”
“เื่ส่วนตัว เป็เื่เร่งด่วน ต้องไปแล้ว” คำพูดของหลงเฟยเยี่ยนั้นมีค่าราวกับทองคำ น้ำเสียงเองก็แข็งกร้าวยิ่งกว่าของอี้ไท่เฟย
“หากแม่้าให้เ้าอยู่ต่อล่ะ?” อี้ไท่เฟยไม่ยอมหลีกทาง
“โปรดเสด็จแม่ยกโทษให้ข้าด้วย” หลงเฟยเยี่ยพูดและตั้งใจจะเดินออกไป
สองแม่ลูกทะเลาะกัน และไม่รู้ว่านี่เป็ครั้งแรกหรือไม่ ในเวลานี้ ปกติแล้วเ้าดอกบัวขาวมักจะออกมาเป็ผู้สร้างสันติ แต่มู่หรงหว่านหรูกลับยืนอยู่ที่เดิมและมองไปที่ฉินอ๋องอย่างขุ่นเคือง นางรู้สึกน้อยใจอย่างมาก อย่างไรก็ต้องแต่งงานอยู่แล้ว เป็ไปไม่ได้เลยหรือไรที่ฉินอ๋องจะปฏิบัติต่อนางดีกว่านี้?
นางแค่เงียบและ้าดูว่าอี้ไท่เฟยจะปลอบโยนนางหรือไม่
ความเ้าเล่ห์ฉายแววในดวงตาของหานอวิ๋นซี นางรีบลุกขึ้นยืน จับมือของอี้ไท่เฟยและเกลี้ยกล่อมว่า “หมู่เฟย ท่านอ๋องต้องมีคำสั่งลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ เื่เร่งด่วนเช่นนี้ ให้ท่านอ๋องไปก่อนจะดีกว่าหรือไม่เพคะ บางทีอาจจะยังกลับมาได้ทันเวลา”
อี้ไท่เฟยหยุดชั่วคราว เมื่อเห็นว่าอี้ไท่เฟยไม่ได้ปฏิเสธทันที นางก็รู้ว่ากำลังจะมีเื่สนุก
อี้ไท่เฟยรักบุตรชาย ซึ่งเป็ที่รู้กันดีทั่วทั้งราชวงศ์ ยิ่งไปกว่านั้นนางพึ่งพาบุตรชายเพื่อให้ได้มาซึ่งมีอำนาจของนางและตำแหน่งในตอนนี้ของนาง
นางจะมีปัญหากับบุตรชายเพราะเห็นแก่บุตรสาวบุญธรรมผู้หนึ่งจริงๆ หรือ?
“หมู่เฟย เมื่อครู่น้องหญิงหว่านหรูเพิ่งบอกว่าการที่ท่านอ๋องรีบกลับมา ก็ถือว่าเป็ของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว นางก็คงมีความสุขมากอยู่แล้ว คิดไปแล้วน้องหญิงหว่านหรู คงจะเกรงใจฉินอ๋องเช่นกัน” หานอวิ๋นซีเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง
แน่นอนว่าอี้ไท่เฟยรู้เื่นี้และเข้าใจ แต่คราวนี้นางไม่้าประนีประนอม แค่หว่านหรูแต่งงานมันก็น่าโกรธมาพออยู่แล้ว ฉินอ๋องจะมาเพิกเฉยต่อนางแบบนี้อีกไม่ได้
การที่ฉินอ๋องอยู่ในงานแต่งงาน อย่างน้อยก็เป็การบอกให้โลกรู้ว่าแม้ว่าหว่านหรูจะเป็บุตรสาวบุญธรรม แต่นางก็มีค่าและมีที่พึ่งพิง ไม่ใช่ว่าจะมารังแกได้ง่ายๆ
“ไม่ว่าจะพูดอย่างไร...”
การปฏิเสธของอี้ไท่เฟยทำให้หานอวิ๋นซีประหลาดใจ เดิมทีนางคิดว่าเป็เพียงอารมณ์ชั่ววูบของอี้ไท่เฟย จึงได้เล่นตามไปเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงว่านางจะทะเลาะกับบุตรชายเพราะบุตรสาวบุญธรรมผู้หนึ่งจริงๆ
หานอวิ๋นซีไม่ได้สนใจคิดเื่แบบนี้มากนัก นางรีบจับมือของอี้ไท่เฟย ลดเสียงและพูดอย่างจริงจังว่า “หมู่เฟย ท่านอย่าลืมว่าท่านต้องพึ่งฉินอ๋องเื่จ่างซุนเช่อนะเพคะ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!”
ด้วยการเตือนนี้ ในที่สุดอี้ไท่เฟยก็สงบลง แววตาที่ซับซ้อนเป็ประกายในดวงตาของนาง นางรู้จักนิสัยของฉินอ๋องดีที่สุด หากรีบร้อน ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะไม่อยู่เลย แม้แต่เื่ของจ่างซุนเช่อก็เดาว่าคงไม่สนใจเช่นกัน
งานแต่งงานเป็เื่ของ่เวลาหนึ่งเท่านั้น แต่อนาคตของจ่างซุนเช่อเกี่ยวข้องกับทั้งชีวิตของหว่านหรู!
“หมู่เฟย ข้ากับฉินอ๋องจะรีบกลับมาโดยเร็ว ท่านให้พวกเราไปเถิดเพคะ” หานอวิ๋นซียังพูดต่อไป
แม้ว่าอี้ไท่เฟยจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหลีกทางและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “รีบไปรีบกลับ งานเลี้ยงจะจัดขึ้นในอีกสามวัน รีบกลับมาก็แล้วกัน”
“ขอบพระทัยหมู่เฟยเพคะ!” หานอวิ๋นซีมีความสุขอย่างมาก นางยิ้มให้หลงเฟยเยี่ย แต่หลงเฟยเยี่ยกลับหันหลังกลับและเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร
หานอวิ๋นซีรีบตามออกไป อี้ไท่เฟยถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ทันทีที่หันกลับมา นางก็เห็นมู่หรงหว่านหรูร้องไห้น้ำตาไหลอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ
“หว่านหรู...”
อี้ไท่เฟยรู้สึกบีบหัวใจ เมื่อกำลังจะอธิบาย มู่หรงหว่านหรูกลับกระทืบเท้าอย่างแรง หันหลังกลับและวิ่งหนีไป
บุตรสาวบุญธรรมก็คือบุตรสาวบุญธรรม ในที่สุดวันนี้นางก็ได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ว่าอี้ไท่เฟยจะปฏิบัติต่อนางดีเหมือนบุตรสาวแท้ๆ แค่ไหน ท้ายที่สุดนางก็ยังคงเป็บุตรสาวบุญธรรม หานอวิ๋นซีที่อภิเษกเข้ามาและนางที่แต่งงานออกไป สุดท้ายนางก็กลายเป็คนนอก!
อี้ไท่เฟย แม้กระทั่งความปรารถนาเล็กๆ น้อยๆ ท่านก็ยังสนองให้ข้าไม่ได้ ท่านมีสิทธิ์อะไรมาพูดว่าท่านปฏิบัติต่อข้าเหมือนบุตรแท้ๆ ของตัวเอง? ถ้าท่านใจร้ายกับข้า ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายกับท่านเลย!
หานอวิ๋นซีตามหลงเฟยเยี่ยออกจากประตูหลังของจวนฉินอ๋องไปด้วยรอยยิ้มที่ยังคงอยู่ จนถึงตอนนี้นางยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหลงเฟยเยี่ยจะพานางออกไปใน่เวลาที่สำคัญเช่นนี้
มู่หรงหว่านหรูทำตัวเองจริงๆ หากนางใจเย็นกว่านี้ในตอนแรก จะไปตกอยู่ในสถานการณ์ที่นางเป็อยู่ทุกวันนี้ได้อย่างไร?
แทนที่จะบ่นว่าคนอื่น จะเป็การดีกว่าที่จะทบทวนตัวเอง
หลงเฟยเยี่ยหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน “เ้ายิ้มอะไร?”
หานอวิ๋นซีที่เพิ่งจะฟื้นคืนสติ ก็กระแอมเบาๆ “มะ...ไม่มีอะไร”
“รู้หรือไม่ว่าข้าจะพาเ้าไปทำอะไร?” หลงเฟยเยี่ยถามอีกครั้ง
เอ่อ...ด้วยความที่นางอยากจะออกมาอย่างสุดหัวใจ นางจึงมีความสุขมาก จนไม่ได้คิดถึงคำถามนี้เลย
จะไปที่ไหน? ไปทำอะไร?
อย่างไรก็ตาม นางไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ หากชายผู้นี้ไม่มีเื่ก็คงไม่มา คงหาเื่อะไรให้นางทำอีกแล้วล่ะสิ?
“ล้างพิษสินะ...” หานอวิ๋นซีพูดเบาๆ
แต่ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยพูดว่า “วางยาพิษ!”
วางยาพิษ?
“ท่าน้าทำร้ายคนอย่างนั้นหรือ?” ใบหน้าของหานอวิ๋นซีเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ฆ่าคน”
หลงเฟยเยี่ยพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย ขึ้นหลังม้าและยื่นมือใหญ่ไปทางหานอวิ๋นซี
“เกิดอะไรขึ้น?” หานอวิ๋นซีมองเขาอย่างสงสัย โดยไม่ได้ขยับตัว
“เ้ายังเป็หนี้ข้าอยู่หนึ่งอย่าง จัดการเื่นี้ แล้วเราจะไม่มีอะไรติดพันกันอีก” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเ็า
ในเวลานี้เองที่หานอวิ๋นซีจึงจะสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติกับชายผู้นี้ วันนี้ดูเหมือนเขาจะหงุดหงิดเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะสงบเป็ปกติก็ตาม
ครั้งสุดท้ายที่ขอร้องให้เขาพานางไปที่เมืองยา นางยังคงติดค้างเขาอยู่จริงๆ แต่ครั้งก่อนเพิ่งจะถามว่าใคร้าจะให้นางจัดการให้ชัดเจน แต่คราวนี้กลับ้าให้นางไม่มีอะไรติดพันอีกต่อไป
หานอวิ๋นซีเม้มริมฝีปากและยื่นมือออกมา หากเขาไม่พูดอะไร นางก็จะไม่ถาม
ทันทีที่ขึ้นม้า เขาก็จับเอวของนางอย่างเป็ธรรมชาติมากๆ แต่นางก็ไม่ได้สนใจมากนักราวกับว่าเคยชินกับมันแล้ว
วางยาพิษ...
ในความเป็จริง สำหรับนางมันก็ง่ายเหมือนการล้างพิษ แต่ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่านี่เป็เพียงความคิดของหานอวิ๋นซีคนเดียวล้วนๆ
หลังจากขี่ม้ามาตลอดทั้งคืน หลงเฟยเยี่ยก็พาหานอวิ๋นซีไปที่ลานบ้านร้างในป่าแห่งหนึ่ง
หากมีคนอื่นพานางมาที่นี่ หานอวิ๋นซีคงสงสัยว่าตัวเองถูกค้ามนุษย์เป็แน่ แต่นี่เป็หลงเฟยเยี่ย นางแค่คิดมากเกินไปเอง
ทันทีที่เข้าประตูไป นางก็เห็นแผ่นหลังที่สวยงามมากของคนผู้หนึ่ง หานอวิ๋นซีไม่เคยคิดเลยว่าแผ่นหลังของชายหนุ่มจะสวยงามได้ขนาดนี้ ราวกับว่าคำว่า “หันหลังก็ดูดี” มีไว้สำหรับเขาเท่านั้น
รูปร่างสูงเพรียวบางและสง่างาม เสื้อผ้าสีขาวดุจหิมะ ผมดำยาวสลวยมัดด้วยปิ่นหยกสีขาว ราวกับภาพวาดที่ถูกแช่แข็งในลานรกร้าง สีดำและสีขาวกลายเป็โลกของตัวเอง
“ถังหลี่ นำของมาแล้วใช่หรือไม่?” เสียงเ็าของหลงเฟยเยี่ยทำลายความเงียบของโลกแห่งภาพวาดลง
ชายที่ชื่อถังหลี่หันกลับมาและมองไปที่หานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีใอีกครั้ง ใบหน้านั้นเป็ใบหน้าที่พิเศษอย่างมาก แม้จะไม่หล่อเท่าหลงเฟยเยี่ย แต่ก็มีกลิ่นอายของความเ็าเช่นเดียวกับหลงเฟยเยี่ย อย่างไรก็ตามความเ็าของหลงเฟยเยี่ยนั้นเ็าและโหดร้าย ส่วนความเ็าของเขาเป็ความเ็าที่มีความบริสุทธิ์แบบน้ำแข็งซึ่งทำให้ผู้คนกล้าที่จะมองจากระยะไกลแต่ไม่กล้าเล่นกับมัน
ถังหลี่สะบัดแขนเสื้อของเขาบนโต๊ะหินเบาๆ เข็มสีทองก็ปรากฏขึ้นในอากาศทีละแถว
หานอวิ๋นซีขมวดคิ้วและมองเข็มทองหล่านี้ที่มีความหนา ความยาวและรูปร่างต่างกัน แน่นอน พวกมันไม่ใช่เข็มทางการแพทย์ แล้วก็ไม่ใช่เข็มปักผ้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งเหล่านี้คืออาวุธที่ซ่อนอยู่!
แซ่ของชายผู้นี้คือถัง เป็ไปได้หรือไม่ว่าเขามาจากสำนักถัง? และอาวุธที่ซ่อนอยู่เหล่านี้คืออาวุธที่ซ่อนอยู่ในตำนานของสำนักถังหรือไม่?
สำนักถังเป็ทั้งคนซื่อตรงและคนชั่ว ไม่คบคนดีและไม่รังเกียจที่จะคบค้าสมาคมกับพวกชั่วและคดโกง ไปมาหาสู่กันอย่างอิสระและไม่ต่อสู้กับใคร แต่ทั้งโลกต่างมีสิ่งที่อยากจะได้จากสำนักถัง ซึ่งสิ่งนั้นก็ไม่ใช่สิ่งใด นอกจากอาวุธลับที่ทรงพลัง
หานอวิ๋นซีใอย่างมาก แต่หลงเฟยเยี่ยกลับหยิบเข็มทองขึ้นมา ชำเลืองมองแล้วโยนทิ้ง พลางพูดด้วยความขยะแขยงว่า “สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาเรียนรู้นาน มีแบบสำเร็จรูปที่ใช้ได้เลยหรือไม่?”
“ไม่มี” ถังหลี่ตรงไปตรงมามาก
“เข็มดอกหลีฮวาพายุฝนล่ะ?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างเ็า
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา หานอวิ๋นซีก็หายใจเข้าลึกๆ ทันที นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเข็มดอกหลีฮวาพายุฝนคืออะไร มันเป็อาวุธซ่อนเร้นอันดับสองของสำนักถัง ว่ากันว่าตอนนี้มีเพียงสองคนเท่านั้นที่มี
จุ๊ๆ...หลงเฟยเยี่ย้าทำอะไรกันแน่?
ถังหลี่ขมวดคิ้วทันใด สีหน้าเ็าราวกับเทวดาเปลี่ยนไปทันที “ไม่ได้!”
หลงเฟยเยี่ยเอื้อมมือออกไปโดยไม่เกรงใจ “ขอยืมก่อน เอามา”
ถังหลี่กัดปากแล้วถามด้วยความโกรธว่า “ของสิ่งนั้นใช้แล้วก็หมดไป! จะเรียกว่ายืมได้อย่างไร?”
เข็มดอกหลีฮวาพายุฝน มีเข็มทองทั้งหมดยี่สิบเจ็ดเข็มซ่อนอยู่ ซึ่งสามารถยิงทีละเล่มหรือหลายเล่มพร้อมกันได้ ตราบใดที่เรียนรู้ทักษะก็จะใช้มันได้ เนื่องจากการออกแบบพิเศษ พลังและความเร็วของเข็มทองแต่ละอันจึงน่าทึ่ง พลังนั้นเพียงพอที่จะเจาะหิน และความเร็วนั้นมีน้อยคนในโลกที่จะหลบหลีกได้ อย่างไรก็ตาม หากยิงสิ่งนี้ออกไปหนึ่งเล่ม มันก็จะหายไปหนึ่งเล่มเช่นกัน!
เมื่อเห็นท่าทางโกรธและหยาบคายของถังหลี่แล้ว หานอวิ๋นซีก็ตะลึงเล็กน้อย
คนที่มองเห็นแผ่นหลังแล้วรู้สึกว่างดงาม โดยทั่วไปแล้วเมื่อหันหน้ากลับมาก็จะเห็นหน้าตาที่แท้จริงแล้ว ส่วนชายผู้นี้เมื่อเปิดปาก นิสัยที่แท้จริงก็จะเปิดเผยออกมา จะเป็เทวดาเ็าที่ตก์เสียที่ไหนกัน อย่างไรก็แค่คนหน้าตาดีเท่านั้น...
“คงไม่ได้ใช้มันจนหมดหรอก” หลงเฟยเยี่ยคัดค้าน
คำพูดเหล่านี้ ทำให้ถังหลี่โกรธมากยิ่งขึ้น “หลงเฟยเยี่ย ถ้าท่าน้าจัดการกับคนเ่าั้ ข้าจะไปกับท่าน จะพาตัวภาระมาทำไมกัน?”
ตัวภาระ?
พูดถึงนางอย่างนั้นหรือ?
ตอนนี้ความประทับใจที่ดีเพียงอย่างเดียวของหานอวิ๋นซีที่มีต่อถังหลี่ได้หายไปในทันที คนเราไม่สามารถตัดสินได้จากรูปร่างหน้าตา โดยเฉพาะชายหนุ่ม!
