ตงจวินเอามือไพล่หลัง มองแปดผู้พิทักษ์กฎและนักรบโลหะก่อนพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม “การฝึกในครั้งนี้เป็ที่รอคอย หวังว่าผลการฝึกในครั้งนี้จะเหนือความคาดหมายของเรา”
“ปีนี้ชายชราเ่าั้จากเบื้องบนต่างก็จับตามอง หากพวกเรามีชายหนุ่มที่แสดงออกได้ดี อาจได้รับความสนใจจากพวกเขา ไม่แน่ถึงตอนนั้น อาจมีโอกาสได้เลื่อนเข้าชั้นในตระกูลก็ได้”
ความจริงตงจวินชื่นชมหลงเหยียนมาก ทว่าเขากลับมีเื่กับเทียนหลาง จึงทำให้เขารู้สึกเสียดายเล็กน้อย
เมื่อนึกถึงเ้าหลงเหยียนที่มีเื่แม้กระทั่งกับหลานสาว แสดงว่าเขาเป็คนที่ใจกล้านัก หากเก็บคนแบบนี้เอาไว้ใกล้ตัว ไม่แน่อนาคตเขาอาจต่อต้านตนก็ได้
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ตงจวินก็ถอนหายใจ “ตายก็ตายไปเถิด ตายด้วยน้ำมือเทียนหลาง ถือเป็สิ่งที่เ้าควรได้รับ” จะว่าไปหลานสาวของเขามีพลังระดับชีพมนุษย์เริ่มขั้นล่าง ซึ่งสูงกว่าระดับพลังของหลงเหยียนหนึ่งขั้น!
เมื่อพูดจบ ตงจวินที่มีรังสีเคร่งขรึมก็เดินจากไปพร้อมกลุ่มคน
…
เว่ยเวยเดินนำทางอยู่ด้านหน้า หลี่เมิ่งเหยาอยู่ข้างกาย หลิงเทียนอวี่เดินอยู่ด้านหน้า ครั้งนี้เขาเป็ผู้นำของกลุ่มที่มีสมาชิกสิบคน หลงเหยียนััได้ว่าคนที่อยู่รอบข้างเขาตีตัวออกหาก ทั้งยังมองตนด้วยสายตาเหยียดหยาม
เพราะพวกเขาคิดว่าหลงเหยียนคือคนที่ไม่รู้จักเจียมตัว ไม่ดูตาม้าตาเรือ หากอยู่กับเขา ไม่แน่อาจพลอยซวยไปด้วย
ตัวแทนจากเรือนเหยากวางมีทั้งหมดหนึ่งร้อยคน ทุกคนมีพลังระดับชีพมนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีศิษย์ระดับชีพมนุษย์ขั้นล่างและสูงอยู่ไม่น้อย หลงเหยียนมีพลังระดับชีพมนุษย์เริ่มแรกเท่านั้น นับเป็ระดับพลังที่ต่ำสุดในบรรดาตัวแทน
“เฮ้อ พวกเ้าดูสิ เ้าหลงเหยียนนี่หยิ่งทะนงไม่กลัวใครเลยจริงๆ หรือเขาไม่รู้จักความตาย เมื่อไรที่เข้าไปในห้วงมิติเฉียนคุน เทียนหลางต้องเล่นงานเขาแน่”
“การที่เรากลัวใครต้องแสดงออกมาด้วยหรือ ข้ากลับรู้สึกว่าเ้าหลงเหยียนนั่นเป็ชายชาตรี เมื่อหลายวันก่อน เขาต่อต้านเทียนหลางอย่างเปิดเผย ทั้งยังนัดไปประลองกันอีก ความกล้านี้พวกเ้ามีหรือไม่?”
เมื่อพูดจบ เขาก็ทำให้คนรอบตัวรู้สึกไม่ชอบ “เช่นนั้นเหตุใดเ้าไม่ไปอยู่กับเขาล่ะ ถึงตอนนั้น หากเ้าหมอนี่ทำให้เ้าพลอยเดือดร้อน ก็อย่าโทษว่าเราไม่เตือนเ้าเล่า”
“พวกเ้านึกว่าข้าโง่หรือไร?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า พูดมาตั้งนาน ข้าก็นึกว่าเ้าจะกล้าจริง”
พวกเขาหัวเราะอย่างสนุกสนานราวกับไม่เห็นหลงเหยียนอยู่ในสายตา เขากลายเป็ตัวตลกของพวกเขา ทว่าหลงเหยียนไม่ถือสาหรอก เมื่อถึงตอนนั้น หลงเหยียนต้องแสดงให้เห็น ทำให้ความคิดของพวกเขาที่มีต่อตนเปลี่ยนให้ได้
เว่ยเชียนมู่ตามหลังเทียนหลาง ท่าทางเหมือนตัวเล็กตัวน้อย เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้างทำให้นางหันกลับไปมอง หวังอยากเห็นสีหน้าที่โมโหของหลงเหยียน ทว่านางก็ต้องผิดหวัง
หลงเหยียนเกิดมาเป็คนที่คล้ายไม่กลัวตาย เมื่อนางหันกลับมา หลงเหยียนกลับแลบลิ้น ทำท่าประหลาดๆ ใส่นาง ทำให้เว่ยเชียนมู่โมโห อยากสังหารหลงเหยียนทันที
“มู่เอ๋อ ทนอีกหน่อยก็ไม่ได้เลยหรือ? อย่างไรเสีย เมื่อใดที่เข้าไปถึงข้างใน ข้าจะทำให้เขารู้จักกับความตาย สังหารสหายลั่วซางของข้า แค้นนี้ข้าต้องชำระ”
ขณะที่พูดอยู่นั้น สีหน้าของเทียนหลางก็ดูเยือกเย็น รังสีพลังที่แข็งแกร่ง ทำให้ศิษย์ที่อยู่รอบข้างยังััได้
ส่วนเว่ยเวยที่เดินนำด้านหน้ากลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ นางได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ชัดเจน รวมไปถึงบทสนทนาของเว่ยเชียนมู่และเทียนหลางด้วย นางเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แม้เทียนหลางจะแกร่งมาก ทว่าหากเหยียนเอ๋ออยู่ได้จนถึงสุดท้าย แสดงว่าเขาก็ไม่เลวเหมือนกัน ทำให้ข้าวางใจลงไม่น้อย อย่างไรก็ตาม มู่เอ๋อชอบเทียนหลาง อีกทั้งเทียนหลางกลับไม่เห็นนางอยู่ในสายตา ข้าที่เป็อาจึงเป็ห่วงนางมาก”
ไม่นานศิษย์จำนวนนับพันก็ถูกพาไปยังตำหนักใหญ่ วันนี้เป็วันที่พิเศษอย่างยิ่ง ระหว่างทาง ศิษย์อื่นๆ ต่างก็รู้สึกดีใจแทนศิษย์ที่โชคดี ได้เข้าไปฝึกในห้วงมิติเฉียนคุน
ระหว่างทาง หลงเหยียนเห็นซูจื่อมั่วกับพรรคพวก จากสีหน้า หลงเหยียนรู้ว่าพวกเขาอิจฉาตนมาก ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่หลงเหยียนตีระยะห่างออกจากพวกเขาไปไกล
ตำหนักตงฟางครึกครื้นยิ่งนัก มีผู้คนมากมายดั่งมหาสมุทร นอกจากศิษย์ที่เข้าร่วมการฝึกแล้ว คนที่เหลือต่างก็มาเพื่อดูผู้เข้าฝึก
ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ใต้เท้าตงจวินยืนอยู่บนห้วงอากาศเหนือหอใหญ่แห่งตงฟางแล้ว
มองผู้คนมากมายเบื้องล่าง มองศิษย์จำนวนนับพันนับหมื่นคน เขาพูดด้วยความภูมิใจ “ตอนนี้วงเวทเฉียนคุนมาถึงแล้ว พวกเ้าทุกคนจงจำไว้ วงเวทเฉียนคุนแยกออกเป็สามเขตแดน ได้แก่ชีพมนุษย์ ชีพธรณี และชีพ์ แน่นอนว่าหากมีศิษย์บางคนที่มั่นใจในตัวเอง มีพลังระดับชีพมนุษย์ ทว่าบุกเข้าแดนระดับชีพ์ สังหารปีศาจอสูร เช่นนั้นผลการประเมินพละกำลังของเขาก็จะสูงขึ้น”
“ก่อนอื่นพวกเ้าต้องมีความสามารถนั่นก่อน สามารถสังหารปีศาจอสูร ชิงลูกแก้วปีศาจและิญญาอสูรจากแดนที่สูงยิ่งกว่าให้ได้ก่อน”
ศิษย์ที่มีพลังระดับชีพมนุษย์เตรียมถุงผ้าเฉียนคุนมาแล้ว หลงเหยียนมอบถุงผ้าเฉียนคุนที่ได้รับมาก่อนให้สิงโตน้อย
หลังจากให้โอวาทเป็ครั้งสุดท้ายแล้ว ศิษย์ทั้งหมดก็เข้าสู่โลกเฉียนคุนจากตำหนักตงฟางพร้อมกลุ่มที่ถูกแบ่งมาแล้ว
“อะไรนะ? ทางเข้าอยู่ตรงนี้หรือ?” หลงเหยียนนึกว่าทางเข้าจะเป็ป่ารกร้างเสียอีก
ศิษย์ทุกคนเข้าสู่ประตูชั้นแรกของตำหนักตงฟางตามคำชี้แนะ ผ่านประตูธรณีเข้ามา ก้าวเข้าสู่ชั้นที่สองของหอ จากนั้นก็เห็นหลุมดำขนาดใหญ่ เมื่อะโลงไป นั่นก็คือทางเข้าสู่โลกเฉียนคุนแล้ว
ในที่สุดก็ถึงเวลาของคนจากเรือนเหยากวาง หลี่เมิ่งเหยาหันไปพยักหน้าให้กับเว่ยเวย นางเป็หัวหน้ากลุ่มรวม นำศิษย์จำนวนนับร้อยคนลอยเข้าสู่ทางเข้าห้วงมิติ
แท้จริงแล้วโลกเฉียนคุนก็อยู่ในตำหนักตงฟางนี่เอง หลงเหยียนปล่อยพลังจิตออกไปตรวจสอบรอบๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนรีบตามลงไปยังหลุมที่มืดสนิท
หลงเหยียนััได้ถึงิญญายุทธ์จำนวนนับไม่ถ้วนอย่างชัดเจน
หลิงเทียนอวี่จับแขนหลงเหยียนพร้อมพูด “เ้ายังจำที่ข้าบอกเ้าก่อนหน้านี้ได้หรือไม่? หากไปถึงโลกเฉียนคุน เ้าต้องระวังเทียนหลางให้ดี โลกเฉียนคุนกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ซ่อนตัวเอาไว้ เขาอยากหาเ้าเจอนั้นไม่ใช่เื่ง่าย อีกอย่าง เ้าต้องรักษาป้ายประจำตัวของเ้าให้ดี หากคนภายนอกเห็นว่าป้ายประจำตัวของเ้าเปลี่ยนเป็สีดำ แสดงว่าเ้าถูกคนฆ่าตายแล้ว”
หลงเหยียนพยักหน้าหงึกหงัก “ข้ารู้แล้ว พี่อวี่วางใจเถิด ภายในสิบวัน พริบตาเดียวก็ผ่านไป เพียงแค่มีดอัคคีนั่น ข้าคงหมดโอกาสชิงแล้ว”
“นี่มันเวลาไหนกัน เ้ายังนึกถึงมีดอัคคีอยู่อีกหรือ ชีวิตสำคัญที่สุด!”
หลงเหยียนเข้าใจดี ภายในเวลาสิบวันก็มากเพียงพอให้ตนผสานพลังสายฟ้าสิบระลอกให้สำเร็จ ในเมื่อโลกเฉียนคุนเหมือนโลกด้านนอกไม่มีผิดเพี้ยน คาดว่านักรบสายฟ้าคงเคยกำหนดพลังสายฟ้ามาก่อน
“โลกเฉียนคุน ข้ามาแล้ว”
หลุมดำที่ลึกไร้ที่สิ้นสุด ทุกคนร่วงลงไปอย่างรวดเร็ว เบื้องล่างมีคนนั่งขัดสมาธิเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดหลงเหยียนก็ได้ยินเสียงสายลม ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากโค้งตัวลง แล้วความเร็วในการร่วงหล่นก็ช้าลง
ด้านล่างสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ มีศิษย์บางคนที่เหยียบพื้นเบื้องล่างแล้ว หลงเหยียนเองก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา อยากรู้ว่าด้านล่างจะเป็อย่างไร?
สิงโตน้อยพูดเสียงต่ำ “พี่เหยียน เมื่อลงไปถึง ข้าว่าเรารีบหนีออกจากสายตาคนอื่นดีกว่า ไม่แน่ว่าเ้าเทียนหลางนั่นอาจรอท่านอยู่ด้านล่าง”
--------------------
