เฉินเจี้ยนสยงลังเล ท้ายที่สุดเขายังจะหาเื่เย่เฟิงกับซูเฟยหยิ่งอยู่หรือ? ดูเหมือนว่าเย่เฟิงเพิ่งสังหารแมงมุมดำั์ด้วยวิธีการรุนแรง ซึ่งทำให้เฉินเจี้ยนสยงหวาดกลัวเล็กน้อย นอกจากนี้ตำนานอย่างเทพธิดาแห่งทะเลตะวันออกยังอยู่ข้างเย่เฟิง ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าลงมือ
เขากัดฟันอย่างขมขื่น และเริ่มกระซิบกับคนที่อยู่ด้านข้างอย่างลับๆ เพื่อหารือ ทันทีที่จบการเคลื่อนย้ายแล้ว พวกเขาจะต้องนำกระจกครอบสุริยะกลับคืนมา! สำหรับตำหนักไท่จี๋แล้ว ความสำคัญของกระจกครอบสุริยะนั้นยิ่งใหญ่กว่าอุปกรณ์จุดวาร์ป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเฉินเจี้ยนสยง มันเป็กุญแจสำคัญที่จะทำให้เขาได้เป็ผู้นำของตำหนักไท่จี๋
เดิมทีเขากลับเยี่ยนจิงแล้ว แต่ได้ยินข่าวว่าเย่เฟิงปรากฏตัวที่ทะเลทราย เขาจึงนั่งเครื่องมาทันที คิดไม่ถึงว่าจะถูกผลักมาใน่สำคัญจนมาถึงสถานที่ขี้นกแบบนี้ ยังดีที่มีผู้ฝึกวรยุทธ์คนอื่นๆ อีกกว่าสามสิบคนที่ติดร่างแหพร้อมกับเฉินเจี้ยนสยง ไม่ว่าที่แห่งนี้จะเป็สถานที่ใดก็ตาม เขาจะต้องนำกระจกครอบสุริยะกลับมาให้ได้แล้วค่อยกลับไป แม้จะเป็ห่วงเฉินฮุย แต่เขาก็ยังคิดถึงภรรยาของเขาอยู่เช่นกัน
เฉินเจี้ยนสยงในตอนนี้ไม่รู้เลยว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนโลกเดิม และเคลื่อนย้ายมายังโลกที่แตกต่างไปจากเดิมแล้ว
ในโลกแห่งนี้ มีแมงมุมที่สูงสี่ถึงห้าเมตร เปลือกภายนอกแข็งจนมีดแทงไม่เข้า เกรงว่าะเิก็ทำอะไรมันไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของสถานที่แห่งนี้ ไม่มีใครรู้ว่านอกวิหารโบราณนี้มีสิ่งใดอยู่บ้าง
“นายจะต้องกลับไปให้เร็วที่สุด”
ซูเฟยหยิ่งที่กำลังพักอยู่ครู่หนึ่งลืมตาขึ้นเพื่อพูดกับเย่เฟิง
“อืม ดีที่ราชันหั่วยวินเยาไม่ได้มา...”
เย่เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลังจากจัดการแมงมุมดำตัวั์แล้ว ก็พิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบันทันที เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน กลับมาที่โลกเทวะแล้วหรือไม่ ซูเฟยอิ่งเองก็ไม่รู้เช่นกัน พวกเขารู้เพียงว่าจะต้องหาวิธีกลับไปให้ได้
หากราชันหั่วยวินเยาไม่ได้มาด้วย เย่เฟิงไม่ได้้าเป็ฮีโร่กอบกู้โลก แต่กลัวว่าราชันหั่วยวินเยาจะมีแผนการกับครอบครัวองเขา หากเป็เช่นนั้นมันไม่สนุกแล้ว
เมื่อนึกถึงหลงหว่านเอ๋อร์และซูเมิ่งหานที่ยังอยู่ที่เยี่ยนจิง ทำให้เย่เฟิงไม่สบายใจเล็กน้อย หากต้องเผชิญหน้ากับราชันหั่วยวินเยา พวกเธอสองคนไม่มีโอกาสชนะเลย ถึงจะมีเตาปาและหนานฟางก็ไร้ประโยชน์ นอกจากนี้จุดสำคัญที่สุดคือจ้าวอี้เปยและหลิงเฉินก็ไม่ได้เคลื่อนย้ายมาด้วย หากราชันหั่วยวินเยาเกรี้ยวกราด ผู้ฝึกิญญาทั้งสองจะต้องเป็ฝ่ายแบกรับไว้แน่นอน!
ด้วยพละกำลังของราชันหั่วยวินเยา เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่พบผู้ฝึกิญญา ทั้งยังเป็ผู้ฝึกิญญาที่ยังอ่อนแอ สำหรับราชันหั่วยวินเยาแล้วแน่นอนว่าสามารถจัดการได้โดยแค่โบกมือ
“แต่อย่ากังวลไปนัก มันถูกฉันผนึกเจ็ดดวงดาวไว้แล้ว ตอนนี้พลังในร่างกายของมันคงะเิและาเ็ปางตายแล้ว” สีหน้าซูเฟยหยิ่งพลันเ็า และเอ่ยเตือนเย่เฟิง “ตราบเท่าที่กลับไปได้เร็ว เขาจะไม่มีเวลาฟื้นร่างกายทัน และมีแค่นายคนเดียวที่สามารถจัดการสัตว์ประหลาดอย่างมันได้”
เมื่อเย่เฟิงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกวางใจขึ้นมาทันที หากเป็เช่นนี้ จ้าวอี้เปยและหลิงเฉินก็น่าจะยังมีโอกาสหลบหนี หวังว่าพวกเขาจะไม่เกิดเื่...
ขณะเย่เฟิงขบคิด เฉินเจี้ยนสยงที่อยู่ไม่ไกลก็นำกำลังคนจากตำหนักไท่จี๋มุ่งหน้ามายังเย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด สำหรับคนจากวิหารดาบ์และตระกูลถัง พวกเขาเฝ้าดูอยู่อีกด้านอย่างสนใจเป็อย่างยิ่งว่าระหว่างเฉินเจี้ยนสยงกับเย่เฟิงนั้นขัดแย้งกันได้อย่างไร เมื่อพวกเขาเห็นเย่เฟิงใช้กระจกครอบสุริยะก็รู้ว่าความขัดแย้งระหว่างเฉินเจี้ยนสยงและเย่เฟิงไม่สามารถไกล่เกลี่นกันได้แล้วแน่นอน!
…………
ณ ปากทางเข้าหลุมทรายซากโบราณสถานเวลานี้
คนกลุ่มใหญ่จากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติปิดทางเข้าหลุมทราย แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งขรึมและอาวุธครบมือ ผู้ฝึกวรยุทธ์คนอื่นๆ ต่างถูกห้ามเข้าใกล้และถูกกักตัวอยู่ในเมืองเล็กๆ ใกล้ทะเลทราย
จ้าวปาสวมเสื้อกันลมและแว่นกันแดดยืนอยู่บนรถบรรทุก คิ้วขมวดมุ่นตากลมราวกับขบคิดอะไรบางอย่าง จนชายหนุ่มตกเป็เป้าสายตาในบริเวณนี้
“รายงานครับ มีคนถ่ายภาพข้างล่างนี้ไว้ได้”
หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนวิ่งออกมาจากทางเข้าหลุมทรายและมอบภาพถ่ายชุดหนึ่งให้จ้าวปา นั่นคือภาพถ่ายอุปกรณ์จุดวาร์ปที่อยู่ด้านในซากโบราณสถาน อย่างไรก็ตามเครื่องหยุดทำงานไปแล้ว มันทั้งดูโบราณและลึกลับยิ่งนัก
สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของจ้าวปาเปลี่ยนไป
นี่ไม่ใช่ชุดอุปกรณ์เทคโนโลยีย้ายสสารผ่านอากาศที่ได้จากสวนหลังบ้านเย่เฟิงครั้งก่อนหรอกหรือ? เพียงแต่สิ่งนี้ดูลึกลับและเหมือนว่าจะสมบูรณ์กว่า เป็ไปได้ไหมว่าเหล่าผู้ฝึกวรยุทธ์ถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่แปลกๆ ผ่านอุปกรณ์นี้? ดูเหมือนว่าการมาทะเลทรายครั้งนี้เป็สิ่งที่ถูกต้องจริงๆ ไม่คาดคิดว่าจะเป็การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่
เดิมทีตระกูลถัง สำนักหมัดเทวา และตำหนักไท่จี๋ต่างแอบดำเนินการอย่างลับๆ ไม่ให้สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติรู้ แต่จะเก็บอย่างไรก็ไม่อาจปิดได้มิด จึงชักนำคนจากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติมามากมาย และเหล่าผู้ฝึกวรยุทธ์ถูกขับไล่ออกไป
“ป้องกันให้แ่า อีกไม่นาน้าจะมีกำลังเสริมมาแล้ว”
จ้าวปาโบกมือ สีหน้าดูไม่ใส่ใจ แต่แท้จริงกลับตึงเครียด
แท่นศิลาจุดวาร์ปทั้งสองถูกขนส่งกลับไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ และได้รับข้อมูลยืนยันถึงผลบางอย่างในสองวันนี้ว่า มันสามารถส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ในอากาศโดยรอบ
สิ่งนี้ทำให้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในประเทศปลาบปลื้มใจด้วยความยินดี น่าเสียดายที่แท่นศิลาจุดวาร์ปพังแล้ว จึงไม่สามารถศึกษาข้อมูลใดๆ ได้อีก ดังนั้นพวกเขาจึง้าอุปกรณ์จุดวาร์ปที่สมบูรณ์อย่างเร่งด่วนเพื่อทำการวิจัยต่อ แต่ไม่คาดหวังว่าสิ่งนี้จะปรากฏต่อหน้าจ้าวปา สิ่งที่จ้าวปาคิดตอนนี้ไม่ใช่แค่ตัวเองจะได้ผลประโยชน์เท่าใด แต่การค้นพบนี้ทำให้ประเทศสามารถนำพาการเปลี่ยนแปลงโลกได้
มันต้องขุดเจาะอุปกรณ์จุดวาร์ปนี้ ซึ่งเป็โครงการใหญ่ที่ยากลำบากยิ่ง แค่กำแพงหินด้านนอกก็ยากที่จะทำลาย นับประสาอะไรกับส่วนใต้ดินที่ลึกขนาดนั้น นอกจากนี้ผู้ฝึกวรยุทธ์จากหลายสำนักก็คอยขัดขวางไม่หยุด เกรงว่าเป็ไปไม่ได้ที่จะขุดอุปกรณ์จุดวาร์ปที่อยู่ในส่วนลึกของซากโบราณสถานมาได้ในหนึ่งหรือสองเดือนนี้เลย
ใน่เวลานี้ การเคลื่อนไหวทางทะเลทรายจะต้องถูกเก็บเป็ความลับ ไม่อาจให้ผู้มีอิทธิพลอื่นรับรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองกำลังต่างชาติ!
ขณะที่ทุกคนในสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติกำลังตึงเครียดระหว่างดำเนินการป้องกันอย่างแข่งขัน ทันใดนั้นก็มีร่างแปลกประหลาดวิ่งออกมาจากปากทางเข้าหลุมทราย
จ้าวปาเงยหน้ามอง เห็นเพียงชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีดำขาดวิ่นเหมือนขอทาน บนใบหน้าเกลี้ยงเกลาปรากฏรอยเืเล็กน้อย ปรากฏว่าเป็เย่เฟิง!
“เย่เฟิง นายเป็ยังไงบ้าง?”
จ้าวปาะโลงจากหน้ารถ เสื้อกันลมสีดำของเขาปลิวไสวตามแรงลม จากนั้นวิ่งไปหาเย่เฟิงอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเย่เฟิงมอบแท่นศิลาจุดวาร์ปทั้งสองให้สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ จึงกลายเป็คนสำคัญขององค์กร และจ้าวปาก็ประทับใจตัวเขาเช่นกัน รู้สึกว่าเด็กคนนี้ช่างน่าสนใจ
ตอนนี้เย่เฟิงกลับวิ่งออกมาจากปากทางเข้าหลุมทราย เป็ไปได้อย่างไรที่หลบการค้นหาของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติได้?
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เื่สำคัญ สิ่งสำคัญคือเื่ที่เกิดขึ้นในซากโบราณสถานนั่นต่างหาก เมื่อเขาจะเข้าไปทักอีกคน จึงไม่สังเกตเห็นเย่เฟิงที่ก้มหน้าก้มตาวิ่งออกมา และปรากฏแววตาชั่วร้ายเ้าเล่ห์
แน่นอนว่าชายคนนี้ไม่ใช่เย่เฟิง แต่เป็ราชันหั่วยวินเยาที่ปลอมเป็เย่เฟิง!
