นั่นเป็ยอดฝีมือลึกลับ
เขามาแล้ว
รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซุนเฟย
ซุนเฟยไม่ปกปิดร่องรอยของตัวเองอีกต่อไป เขาพุ่งลงมาจากูเาประหนึ่งลูกธนู ก่อนจะวิ่งมาถึงด้านหน้าของหลุมั์ จากนั้นก็ใช้ทักษะเดิมใน 'โหมดมือสังหาร' ทะลวงผ่านวงเวทป้องกันระดับกลางเข้าไปยังหลุมั์
“หืม?” เมื่อยอดฝีมือลึกลับเห็นวิธีที่ซุนเฟยใช้ฝ่าวงเวทเข้ามา ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบก็ฉายแววประหลาดใจขึ้นมา
ถึงแม้ว่าเขาจะฝึกฝนคลื่นพลัง แต่เขาก็พอมีความรู้เกี่ยวกับหลักการเวทมนตร์อยู่บ้าง วงเวทป้องกันระดับเจ็ดดาวที่ซุนเฟยเพิ่งข้ามมานั้น มีวงจรเวทมนตร์อย่างน้อยๆ สามร้อยกว่าเส้น และแต่ละเส้นต่างเชื่อมต่อกันอย่างยุ่งเหยิง ความเร็วและเวลาในการไหลเวียนของพลังเวทในแต่ละเส้นล้วนแตกต่างกัน หากมีการััเพียงเล็กน้อย วงเวทระดับเจ็ดดาวจะปลดปล่อยพลังโจมตีออกมาทั้งหมด แต่ดูเหมือนว่า าาแซมบอร์ดจะอาศัยเพียงความคล่องแคล่วของร่างกายและการคาดเดาล่วงหน้าในการ ‘เดินฝ่า’ เข้ามาในวงเวทโดยที่ไม่ไปััวงจรเวทมนตร์ใดๆ…นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
ยอดฝีมือลึกลับรู้ดีว่า เขาไม่สามารถเลียนแบบในสิ่งที่าาแซมบอร์ดทำได้ แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายก็ตาม
“ผู้าุโ!” หลังจากที่ซุนเฟยฝ่าวงเวทเข้ามาได้ เขาก็พักหายใจเล็กน้อย ก่อนที่จะยืนนิ่งและกล่าวคำทักทายด้วยท่าทางนอบน้อม
“อืม” ความประหลาดใจบนใบหน้าของยอดฝีมือลึกลับพลันหายไป เขากวาดสายตามองร่างของซุนเฟยอย่างช้าๆ ก่อนที่มุมปากของโค้งขึ้นมาเล็กน้อยแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
“าุโ ข้าขอถามว่าท่านคือ...” ซุนเฟยอยากรู้ว่ายอดฝีมือลึกลับคนนี้เป็ใครกันแน่
“โจมตี” ยอดฝีมือลึกลับโบกมือขัดจังหวะคำถามของซุนเฟย ดูเหมือนเขาไม่อยากพูดถึงเื่นี้
“หือ?” ซุนเฟยชะงัดไปครู่หนึ่ง เหมือนยังไม่เข้าใจ
“โจมตีข้า” ยอดฝีมือลึกลับกล่าวขึ้นมาอีกรอบ น้ำเสียงของเขายังคงไร้อารมณ์เช่นเคย ก่อนจะสำทับไปอีกประโยคว่า “โจมตีข้าด้วยพลังทั้งหมดที่เ้ามี”
คราวนี้ซุนเฟยเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
นี่ต้องสู้กันอีกแล้วหรือ!
เมื่อวานนี้ ยอดฝีมือลึกลับเป็ฝ่ายเริ่มโจมตีตัวเองก่อน วันนี้กลับเป็ตัวเองที่จะต้องเป็คนลงมือก่อน ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาคาดเดาน่าจะไม่ผิด
ซุนเฟยพบว่านิสัยที่เด่นชัดที่สุดของยอดฝีมือลึกลับตรงหน้าก็คือ เขาไม่ค่อยชอบพูด ราวกับว่าถ้าพูดมากแล้วดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก หรือถ้าจะพูด เขาก็จะเลือกคำที่กระชับ สั้นๆ แต่ได้ใจความสักคำมาพูด
“ผู้าุโ โปรดระวังด้วย!”
ซุนเฟยะโออกมาในขณะที่มีแสงสว่างสีสันสดใสปรากฏขึ้นบนร่างของเขา ไอเทมป้องกันและชุดเกราะที่เขาซื้อมาจาก NPC ใน 'ท่าเรือคูแรสท์' ปรากฏบนร่างของเขา ส่วนที่สำคัญตามร่างกายของเขาทุกที่ต่างได้รับการป้องกันเป็อย่างดี ไม่ว่าจะเป็ข้อมือ กำปั้น แขน ไหล่ หน้าอก หลัง ท้อง ขา เข่า ข้อเท้า เท้า...ชุดเกราะทั้งหมดมีรูปร่างแปลกใหม่และยังปล่อยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้ซุนเฟยดูไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่ากระหายเื
ซุนเฟยได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดของคนเถื่อนเลเวล 49 ออกมา เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนจะกำหมัดแน่น การเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายแบบนี้ ดูคล้ายกับว่า พลังที่ทรงอำนาจที่สุดในสามโลกกำลังมารวมตัวกันอยู่บนหมัดของเขา
“หมัดหิมะเยือกแข็ง…หมัดเดียวสังหาร!”
ซุนเฟยใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขาทันที
ในอากาศปรากฏหมัดโปร่งแสงขนาดสิบตารางเมตรขึ้นมาอย่างช้าๆ ราวกับดอกบัวที่กำลังผลิบาน แต่ชั่วพริบตามันก็กลายเป็ดาวตกพุ่งออกไป แรงเสียดทานในอากาศที่รุนแรงทำให้เกิดประกายไฟขึ้นพร้อมๆ กับเสียงแหวกอากาศที่แสบแก้วหู ดาวตกรูปหมัดได้พุ่งตรงไปยังยอดฝีมือลึกลับที่ยืนห่างออกไปประมาณสิบเมตรอย่างไร้ความปรานี
“หืม” ยอดฝีมือลึกลับรู้สึกประหลาดใจเป็ครั้งที่สองของวัน เขาพยักหน้าและกล่าวอย่างชื่นชมว่า “ไม่เลว!”
ในขณะที่ยอดฝีมือลึกลับกล่าว เขาก็ขยับมือไปด้วย มือที่ไพล่หลังมาโดยตลอดก็ยืดออกมาและหันไปทางหมัดโปร่งแสงที่กำลังพุ่งเข้ามา เขาสะบัดมือเล็กน้อยราวกับกำลังปัดฝุ่น ในตอนนั้นเองก็เกิดแสงสว่างสีฟ้าอมเขียวขึ้นมา จากนั้นคลื่นพลังสีฟ้าอมเขียวก็เริ่มควบแน่นจนกลายเป็ฝ่ามือขนาดั์ลอยออกไปขวางหน้าเขา
'ทักษะแห่งฝ่ามือ'
ตูม!
หมัดและฝ่ามือปะทะกันอย่างรุนแรง
ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว เพียง่เวลาสั้นๆ เสียงกระหึ่มก็ดังก้องไปทั่วหลุมั์ประหนึ่งูเาไฟกำลังปะทุ เปลวไฟสีฟ้าอมเขียวก็พลันหายไปพร้อมๆ กับหมัดโปร่งแสงที่แตกกระจายไปในอากาศ พวกมันราวกับดอกไม้ไฟที่กำลังส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า สวยงามแต่อันตราย ภายใต้ ‘ดอกไม้ไฟที่บ้าคลั่ง’ เต็มไปด้วยฝุ่นควันและเศษหินที่แตกกระจายอยู่ในอากาศ แม้กระทั่งพื้นดินยังต้องสั่นไหวราวกับพระเ้ากำลังพิโรธ
ผ่านไปได้สี่ห้านาที ในที่สุดความอลหม่านก็ค่อยๆ จางหายไป
ไม่ว่าจะหมัดโปร่งแสงหรือ 'ทักษะแห่งฝ่ามือ' ล้วนแตกสลายไปพร้อมๆ กัน
ฝุ่นควันค่อยๆ กระจายหายไป
“ความแข็งแกร่งของเ้าเพิ่มขึ้น” ยอดฝีมือลึกลับเงยหน้าขึ้นมามองซุนเฟยด้วยสายตาสงสัย
ซุนเฟยพยักหน้า
“เร็วเกินไป ไม่ดี!” ยอดฝีมือลึกลับคนนั้นขมวดคิ้วแน่น
ซุนเฟยพลันตกตะลึงใน่แรก แต่ในไม่ช้าเขาก็เข้าใจความหมายที่ยอดฝีมือลึกลับ้าจะสื่อ
ในแผ่นดินอาเซรอท ยอดฝีมือที่แท้จริงจะเน้นให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับจิติญญา หากความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปโดยที่จิติญญาไม่สามารถปรับตัวให้ไวตามความแข็งแกร่งได้ จะทำให้เสียสมดุล แน่นอนว่า หากเสียความสมดุลไป จะทำให้เกิดธาตุไฟเข้าแทรกได้ง่ายเหมือนในนิยายกำลังภายในของโลกเก่า นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะในภายหลังอีกด้วย
ผู้ที่มีพร์ส่วนใหญ่ในแผ่นดินอาเซรอทสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองได้อย่างรวดเร็วในระดับดาว แต่ชพวกเขาเน้นเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองมากเกินไปจนละเลยจิติญญาที่ไล่ตามความแข็งแกร่งไม่ทัน เมื่อรากฐานไม่มั่นคง พวกเขาจึงได้แต่ติดชอยู่ในระดับเก้าดาว และไม่อาจทะลวงผ่านขอบเขตระดับดาวเข้าสู่ระดับจันทราได้
ในเส้นทางการฝึกฝนของนักรบ อาจจะมีวิธีการฝึกฝนที่แตกต่างกันไป แต่รากฐานที่มั่นคงคือสิ่งที่ไม่อาจละเลยได้
ตึกระฟ้าสามารถสูงได้มากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับรากฐานว่ามั่นคงแค่ไหน
อนาคตของนักรบจะไปได้ไกลแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานว่ามั่นคงแค่ไหน
ที่เรียกว่า ‘หากเตรียมพร้อมก็จะทำสิ่งต่างๆ ได้ดี’ นี่คือความจริง
ยอดฝีมือลึกลับใกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของซุนเฟย เมื่อเทียบกับเมื่อคืนแล้ว ตอนนี้ความแข็งแกร่งของซุนเฟยอยู่ในระดับเจ็ดดาวระยะกลาง ทำให้ยอดฝีมือลึกลับคิดว่าซุนเฟยเอาแต่มุ่งเน้นความสนใจไปที่การเพิ่มความแข็งแกร่งและละเลยจิติญญาไป เขาจึงกังวลว่าซุนเฟยอาจจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์เหมือนอัจฉริยะคนอื่นๆ ดังนั้นเขาจึงพูดเตือนไปว่า “เร็วเกินไป ไม่ดี!”
ซุนเฟยรู้สึกประทับใจกับคำพูดของยอดฝีมือลึกลับคนนี้
ั้แ่ซุนเฟยทะลุมิติมา นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนมาชี้แนะแนวทางการฝึกให้กับเขา คำแนะนำง่ายๆ นี้ ทำให้เขาหวนคิดถึงบรรยากาศที่แสนคุ้นเคย ซุนเฟยรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในห้องเรียนในมหาวิทยาลัย และมีอาจารย์กำลังถ่ายทอดความรู้ที่หน้ากระดานดำ
อย่างไรก็ตาม ซุนเฟยไม่รู้ว่าจะอธิบายสภาพการณ์ของตัวเองให้ยอดฝีมือลึกลับตรงหน้าเข้าใจอย่างไร
การเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาไม่ใช่ ‘แบบปกติ ’ เขาเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยการอัพเลเวลจากการฆ่ามอนสเตอร์ในโลก Diablo ซึ่งแตกต่างจากนักรบและนักเวทที่ต้องพึ่งการสะสมพลังและการฝึกวิชาไปทีละเล็กทีละน้อย ดังนั้น ความแข็งแกร่งของซุนเฟยจึงไม่จำเป็ต้องรอปรับสภาพจิติญญาเหมือนคนอื่นๆ อีกทั้งหากซุนเฟยสามารถเพิ่มพลังจิตของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง เขาก็สามารถยืดเวลาสังหารมอนสเตอร์ในโลก Diablo ได้นานขึ้น และความแข็งแกร่งของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าซุนเฟยไม่คิดที่จะบอกความลับเื่โลก Diablo ให้ใครรู้
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำขอรัับ ผู้าุโ” นั่นเป็สิ่งเดียวที่ซุนเฟยสามารถพูดได้
โชคดีที่ยอดฝีมือลึกลับไม่้ารู้คำตอบ เมื่อลองคิดย้อนกลับไปว่าซุนเฟยสามารถฝ่าวงเวทเข้ามาได้อย่างไร เขาก็รู้ทันทีว่าาาแซมบอร์ดคนนี้มีไพ่ตายที่ไม่เหมือนใคร ในโลกนี้ทุกคนล้วนมีความลับเป็ของตัวเอง ยอดฝีมือลึกลับเพียง้าเตือนซุนเฟยเท่านั้น ไม่ได้อยากรู้ความลับของเขา
“การโจมตีของเ้าเมื่อครู่ ตรงเกินไปและยังควบคุมได้ไม่ดีพอ ทำให้พลังที่แฝงมากับท่าของเ้าไม่สามารถะเิออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ยอดฝีมือลึกลับกำหมัดขึ้นมาเบาๆ ในขณะที่พูด ทันใดนั้นในอากาศก็ปรากฏหมัดที่มีขนาดสิบตารางเมตรขึ้นมา ถึงแม้ว่ามันจะเกิดมาจากการควบแน่นของคลื่นพลังสีฟ้าอมเขียว แต่กลับสามารถจำลอง 'หมัดหิมะเยือกแข็ง...หมัดเดียวสังหาร' ของซุนเฟยออกมาได้แทบจะสมบูรณ์แบบ เมื่อเขาต่อยออกไป ความเร็วของหมัดจะเร็วกว่า แต่ไม่มีเปลวไฟที่เกิดจากแรงเสียดทานของอากาศหรือเสียงแหวกอากาศแหลมคมเหมือนซุนเฟย ท่าหมัดนี้ดูลึกลับกว่าและแปลกประหลาดยิ่งกว่า
หมัดนี้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า
วินาทีต่อมา เสียงแสบแก้วหูก็ดังสนั่นขึ้นมา บนท้องฟ้าก็ปรากฏรอยแหวกสีแดงเข้มคล้ายกับท้องฟ้าถูกฉีกกระชากออกจากกันจนมีเืไหลทะลักออกมา
ซุนเฟยอ้าปากค้าง
หมัดนี้เป็ท่าเดียวกันกับ 'หมัดหิมะเยือกแข็ง...หมัดเดียวสังหาร' ของซุนเฟย พลังในการควบแน่นก็เท่ากัน รูปแบบของหมัดก็เหมือนกัน แต่เมื่อมาอยู่ในมือของยอดฝีมือลึกลับ พลังอำนาจของมันกลับเพิ่มขึ้นสามถึงสี่เท่า ความเร็วของมันเทียบเท่ากับความเร็วของเสียง หลังจากหมัดสลายไปถึงจะมีเสียงดังสนั่นกึกก้องตามมา กระแสอากาศบนท้องฟ้าก็วุ่นวายอย่างเห็นได้ชัด
เร็ว!
เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ!
ซุนเฟยได้ข้อคิดอะไรมากมาย
“เ้าเห็นอะไร?” ยอดฝีมือลึกลับชักมือกลับมาไพล่หลังเหมือนเดิมก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา
“การควบคุม”
“หือ?”
“ผู้าุโ หมัดของท่านไม่ว่าจะเป็พลัง ท่าทาง การเคลื่อนไหว วิธีการหรือวิถีหมัดล้วนเหมือนกับข้าไม่มีผิด แต่อำนาจของหมัดกลับเหนือกว่าข้าสามถึงสี่เท่า นี่เป็เพราะทักษะการควบคุมพลังของท่านช่างน่าทึ่ง ด้วยการควบคุมที่ละเอียดอ่อนของท่าน ทำให้สามารถดึงพลังของมันออกมาใช้ได้ทั้งหมด” ซุนเฟยกล่าวช้าๆ
ยอดฝีมือลึกลับพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ดีมาก”
พูดจบก็ดีดนิ้วของตัวเองขึ้นมาเบาๆ ทันใดนั้น ลำแสงสีฟ้าที่กำลังห่อหุ้มของบางอย่างก็ลอยไปหาซุนเฟย เมื่อซุนเฟยหยิบมันก็พบว่าสิ่งที่อยู่ในลำแสงสีฟ้านั่นก็คือหนังสือเล่มหนึ่ง ยังไม่ทันได้ดูหน้าปก ยอดฝีมือลึกลับก็กะพริบร่างหายไปอย่างไร้ร่องรอย
--------------
