ผ่านดวงตาที่สามารถสื่อสารได้ถึงหัวใจ โดยไม่ต้องใช้คำพูด
“หิวหรือยังคะ… ”
มะลิเขิน หล่อนรีบเปลี่ยนเื่คุย เอื้อมมือคว้าตะไคร้ ใช้สันมีดทุบตะไคร้ทั้งต้นพอให้แตก จากนั้นก็หั่นเป็ท่อนๆ ตามด้วยหั่นข่าเป็แว่น หั่นผักชีแล้วเอารากที่เหลือมาทุบ ต่อด้วยฉีกใบมะกรูด ท่ามกลางสายตาของเจมส์ที่จับจ้องทุกอิริยาบถของหล่อน
“ขอชามด้วยค่ะ”
มะลิบอกเมื่อต้มยำไก่สุกได้ที่ เจมส์คว้าชามกระเบื้องสีขาวส่งให้หญิงสาว มองดูมะลิตักต้มยำไก่ลงในถ้วย จากนั้นก็โรยด้วยใบผักชีหั่นแล้วส่งชามให้เขา
“ว้าว…น่ากินมาก”
เจมส์ทำตาวาว มองดูสีเขียวของใบผักชีตัดกับสีเหลืองแดงของน้ำพริกเผา ที่ช่วยให้ต้มยำแลดูเข้มข้นจนเขาต้องทำจมูกฟุดฟิด ถือชามไปวางลงบนโต๊ะกินข้าวด้วยความระมัดระวัง
จากนั้นสองชีวิตก็ร่วมโต๊ะอาหารเล็กๆ ภายใต้ชายคาเดียวกัน เสียงช้อนและจานกระทบกันเบาๆ เจมส์ตักต้มยำใส่ลงในจานของมะลิ
“ขอบคุณค่ะ… เผ็ดเกินไปไหมคะ”
มะลิถาม ห่วงว่าเขาจะกินไม่ได้
“กินได้ครับ เป็ความเผ็ดที่อร่อยที่สุดในโลก… ผมชอบกินเผ็ดครับ”
ริมฝีปากของเจมส์แดงเรื่อ แลเห็นประกายความสุขพร่างพรายอยู่ในดวงตาของกันและกัน ขณะที่สบตากันไปมา ภายใต้ไฟดวงเทียนใต้หลังคา สาดแสงสีเหลืองนวลลงมาจากเพดาน ขณะที่ภายนอกเสียงฝนยังกระหน่ำหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตา
อีกสองชั่วโมงต่อมา ภายหลังอาหารค่ำได้ผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อเห็นว่าเจมส์ยังไม่หลับ มะลิจึงออกมานั่งเป็เพื่อนคุย
“คุณทำให้ผมมีความสุขจัง… มะลิ… ขอบใจนะที่มาอยู่กับผม”
เจมส์กล่าว มะลิกอดยิ้มไม่ได้ หล่อนแอบตอบในใจว่าการที่ได้อยู่ใกล้เขา… ทำให้หล่อนรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาดล้ำ
“ขอบคุณเช่นกัน… ที่คุณจ้างหนูไว้ทำงานบ้าน”
มะลินึกขอบคุณเขาเช่นกัน เพราะว่าในวันที่หล่อนกำลังตกงาน เคว้งคว้าง… ไม่มีใคร เจมส์คือคนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ไม่งั้นตอนนี้หล่อนคงยังตระเวนหางานอยู่ในกรุงเทพฯ
ในเวลาต่อมา
เกือบเที่ยงคืน หลังจากมะลิอาบน้ำและเข้าห้องนอนไปพักใหญ่ๆ พอหล่อนแง้มประตูมองออกมาที่ห้องรับแขก ก็เห็นเจมส์ออกมานั่งชมจันทร์อยู่ที่ระเบียงเทอเรสหลังห้องรับแขก
“ยังไม่นอนอีกหรือคะ”
มะลิออกมาในชุดนอนสีชมพูเนื้อผ้าพลิ้วบางกับกางเกงขาสั้น
“ผมนอนไม่หลับก็เลยออกมานั่งดูพระจันทร์ นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย”
เจมส์กล่าวยิ้มๆ
“คิดถึงใครอยู่คะ”
มะลิอยากรู้
“คิดถึงผู้หญิงคนหนึ่ง”
เจมส์ตอบ ประโยคที่ได้ยินยิ่งทำให้มะลิอยากรู้
“น่าอิจฉาผู้หญิงโชคดีคนนั้น”
มะลิกล่าวเบาๆ เจมส์ดีใจที่มะลิเดินออกมาหา
“ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะคิดยังไงกับผม… อยากรู้ว่าเธอจะชอบผมเหมือนกับที่ผมชอบเธอหรือเปล่า”
เจมส์หันมามองหน้ามะลิ ท่าทางราวกับว่ากำลังหาคนปรึกษา
“ถ้าชอบ… ก็บอกเธอสิคะ… จะได้ไม่ต้องอึดอัด”
มะลิแนะ
“ผมก็คิดว่างั้นแหละ”
เจมส์สูดหายใจลึก หยัดร่างขึ้นจากเก้าอี้ สืบเท้าเข้ามาหามะลิ เอื้อมมือสองข้างมากุมหัวไหล่แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้หญิงสาวตะลึง
“มะลิ… ฉันรักเธอ… เธออยู่กับฉันที่นี่ตลอดไปได้ไหม… ฉันอยากให้เธอเป็เมียฉันได้ไหม”
เจมส์กล่าวพร้อมกับโอบใบหน้าของมะลิด้วยสองมือ ให้ใบหน้างามแหงนเชิดรับริมฝีปากของเขา บดนาบลงมาอย่างเร่าร้อนดุดัน ราวกับโหยหากันมาแต่ชาติปางก่อน
“อ๊ะ… ”
มะลิไม่ทันได้ตั้งตัว หล่อนใ หากความหวามไหวก็ทำให้บดริมฝีปากเข้าหากันอย่างเร่าร้อน ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดรัดร้อยกันดูดดื่ม ยืนจูบกันอยู่นานจนปลายเท้าของมะลิอ่อนเปลี้ย ร่างอ่อนระทวย จิตใจหวามไหวจนแทบยืนไม่อยู่
“มะลิจ๋า… ฉัน้าหนู… ”
เจมส์สารภาพเมื่อริมฝีปากหลุดออกจากกัน มะลิได้แต่ใ ยกมือแตะริมฝีปากของตัวเองที่โดนจูบจน
