ฟู่ซินหลางไม่ใช่คนโง่ เขามีประสบการณ์เื่รักๆ ใคร่ๆ มามาก พอเห็นสือเจียงหย่วนยืนหยัดปกป้องคังอิง ก็รู้สึกได้ว่าทั้งสองคนต้องมีความสัมพันธ์ลึกลับคลุมเครือเป็แน่
เขานึกไม่ถึงเลยว่าคังอิงที่ตัวเองเคยดูถูก และเคยคิดหาวิธีทิ้งขว้างทุกวัน พอหย่าขาดกับเขาแล้วกลับหาผู้ชายที่หล่อเหลารูปร่างสูงใหญ่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ผู้ชายคนนี้ดูสง่างาม มีบุคลิกที่ดูสูงส่งราวกับเกิดมาเพื่อเป็ชนชั้นสูง ไม่ต่างจากลูกคนรวยที่ฟู่ซินหลางเคยเจอมาเลยสักนิด แถมยังดูสูงส่งกว่าด้วยซ้ำ ทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจ ริษยา ขมขื่น และทนไม่ไหวขึ้นมา
“อ้อ ที่แท้ก็เป็อดีตสามีสินะ ในเมื่อเป็อดีตสามี คุณก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคังอิงอีก ทำไมยังมาชี้นิ้วสั่งสอนเธออยู่ล่ะ?”
คำพูดของสือเจียงหย่วนทำให้หัวใจของฟู่ซินหลางเต้นระรัว เขาเอ่ยตอบด้วยความโกรธ “คังอิงกับคุณเป็อะไรกัน? เพิ่งหย่ากันได้ไม่กี่วัน คังอิงก็ไปหาผู้ชายคนอื่นแล้วหรือ? หรือว่าหาเอาไว้ก่อนจะหย่า ฮะ? ฉันประเมินเธอต่ำไปจริงๆ ที่แท้เธอก็เป็ผู้หญิงใจง่ายแบบนี้เอง!”
จากน้ำเสียงของฟู่ซินหลาง คังอิงควรจะรักษาพรหมจรรย์ให้เขาหลังจากหย่ากันไปแล้ว
คังอิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ในเวลานั้นผู้ป่วยที่กำลังรอพบหมอในคลินิกและหมอเจิ้งต่างก็หันมามองทางนี้
คลินิกแห่งนี้มีขนาดเล็กมาก เสียงพูดคุยของพวกเขาดังชัดเจนจนคนอื่นๆ ได้ยิน ผู้ป่วยบางคนเป็คนที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ ที่นี่ พวกเขารู้จักคังอิงกับฟู่ซินหลาง
พอพวกเขาได้ยินเื่ราวทั้งหมด ต่างก็พากันซุบซิบนินทา คิดไม่ถึงเลยว่าฟู่ซินหลางจะหย่ากับคังอิงจริงๆ
‘แต่ก่อนคังอิงดูเหมือนเป็คนซื่อสัตย์ ทำไมพอหย่าแล้วถึงได้รีบหาแฟนคนใหม่ล่ะ?
แต่ฉันได้ยินมาว่าฟู่ซินหลางรังเกียจคังอิง บอกว่าเธอไม่มีการศึกษา เป็พวกบ้านนอก ดูจากตอนนี้แล้วดูเหมือนเขาจะเป็ฝ่ายถูกคังอิงทิ้งมากกว่านะ?
คนที่ชอบดูเื่สนุกๆ ต่างก็พากันพูดคุยกันต่างๆ นานา
ใบหน้าของฟู่ซินหลางซีดเผือด เมื่อไม่นานมานี้อู๋ฮวนก็ทิ้งเขาไป แม่ก็มาป่วยอีก ทำให้เขาปวดหัววุ่นวายใจ ตอนนี้เขาที่อารมณ์เสียเป็อย่างมากตะคอกใส่คังอิงทันที
“ฉันหย่ากับเธอเพราะถูกเธอหลอกลวง เธอปลอมแปลงหลักฐาน การหย่าครั้งนี้ไม่นับว่าเป็การหย่าจริงๆ ฉันจะไปฟ้องศาลเพื่อขอเพิกถอนใบสำคัญการหย่า!”
คังอิงฟังคำพูดเหลวไหลของเขาแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ผู้ชายคนนี้ช่างเห็นแก่ตัวจริงๆ เขาเป็พวกที่ ‘กินในชาม มองในหม้อ’ [1] อย่างแท้จริง น่าจะเป็เพราะแม่เขาป่วยจนเขาจัดการไม่ไหว เลยอยากให้เธอไปเป็วัวเป็ม้ารับใช้เขาต่อสินะ?
ตอนนี้คังอิงยังไม่รู้ว่าอู๋ฮวนเลิกกับฟู่ซินหลางแล้ว เธอจึงบอกว่า “รีบกลับไปดูแลแม่ของนายให้ดีเถอะ อย่ามาโวยวายอยู่ที่นี่เลย การหย่าก็คือการหย่า ชาติหน้าฉันก็ไม่มีทางกลับไปอยู่กับนายอีก!”
ฟู่ซินหลางไม่คิดเลยว่าคังอิงจะไร้ความปรานีขนาดนี้ พอมองดูเสื้อผ้าที่รุ่มร่ามของตัวเองแล้วหันไปมองคังอิงที่แต่งตัวดูสะอาดสะอ้าน ในใจของเขาพลันรู้สึกน้อยใจ คิดไม่ถึงว่าที่ผ่านมาทำไมเขาถึงมองไม่เห็นว่าคังอิงสวยขนาดนี้? แต่งงานกันมาตั้งสามปี แต่กลับไม่เคยแตะต้องเธอเลย นี่มันเสียเปล่าชัดๆ
เขาพูดอย่างมาดร้าย “อย่าเพิ่งชะล่าใจไป ฉันจะไปบอกพ่อกับแม่ของเธอ บอกพวกเขาว่าการหย่านั้นไม่นับว่าเป็การหย่า!”
คังอิงยิ้มเยาะอย่างเ็า เธอไม่อยากเสียเวลาเถียงกับเขา จึงหันไปพูดกับสือเจียงหย่วน “พวกเราไปกันเถอะ ไม่ต้องไปฟังหมาบ้าเห่าอยู่ที่นี่หรอก”
พอได้ยินคังอิงเรียกฟู่ซินหลางว่า ‘หมาบ้า’ มุมปากของสือเจียงหย่วนพลันยกขึ้น เขามองฟู่ซินหลางอย่างเย่อหยิ่ง แล้วพยักหน้ารับ
“ได้ ไปกันเถอะ”
น้ำเสียงของเขาช่างดูสนิทสนมราวกับเป็สามีภรรยากัน จากนั้นพวกเขาก็เมินเฉยต่อฟู่ซินหลาง
ฟู่ซินหลางมองดูคนทั้งสองจากไปด้วยสีหน้าตะลึงงัน ในแววตาฉายความคับข้องใจ
“เฮ้ เสี่ยวฟู่ นายไม่เอายาให้แม่ของนายแล้วหรือ?”
พอเห็นฟู่ซินหลางเดินคอตกออกจากคลินิก หมอเจิ้งก็รู้สึกสงสารเขา ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็เพื่อนบ้านกันมาเนิ่นนาน เขาเองก็รู้เื่ราวของเหมยเหนียง จึงได้เอ่ยเรียกฟู่ซินหลาง
ฟู่ซินหลางไม่ได้ยินเสียงเรียกของหมอเจิ้ง เขาเดินมาถึงประตู ก็ถูกแสงแดดร้อนแรงส่องเข้าตาจนตาพร่ามัว เขาเห็นร่างของคังอิงและสือเจียงหย่วนเดินห่างออกไปเรื่อยๆ จากนั้นก็เห็นพวกเขาขึ้นรถจี๊ปแล้วจากไป
ในใจของฟู่ซินหลางเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าพอคังอิงจากเขาไปแล้ว เธอกลับกลายเป็สาวสวยอ่อนเยาว์ขึ้นมา สีหน้าแววตาของเธอก็แตกต่างจากท่าทางหวาดกลัวแต่ก่อนอย่างสิ้นเชิง ดูสง่างามจนไม่อาจดูิ่ได้ บุคลิกของเธอดูเข้ากันได้ดีกับผู้ชายที่อยู่ข้างกาย
ตอนนี้เขาเห็นกับตาแล้วว่าชายคนนั้นขับรถจี๊ป และรู้ด้วยว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ
ในยุคสมัยนี้คนที่สามารถขับรถได้นั้น ถ้าไม่ใช่คนขับรถของหน่วยงานราชการ ก็เป็คนที่มีอำนาจและฐานะ ไม่ว่าจะเป็แบบไหน เขาก็ไม่อาจต่อกรกับพวกนั้นได้
พอฟู่ซินหลางคิดถึงเื่ที่แฟนสาวอย่างอู๋ฮวนทิ้งเขาไป แม่ก็ป่วยหนัก ค่ารักษาพยาบาลก็ไหลออกไปเหมือนกับสายน้ำ เงินเก็บไม่กี่พันหยวนของแม่ก็เริ่มร่อยหรอลงเรื่อยๆ จนทำให้ชีวิตของเขาเริ่มฝืดเคือง เขารู้สึกสับสนมึนงงจนไม่ได้ยินเสียงเรียกของหมอเจิ้งที่อยู่ด้านหลัง
***
“เมื่อครู่นี้เป็อดีตสามีของคุณหรือครับ?”
สือเจียงหย่วนขึ้นรถแล้วขับรถออกไปไกล เห็นว่าคังอิงเงียบมาตลอด เขาก็นึกว่าเธอยังคงคิดถึงเื่ราวในอดีต เขาจึงกังวลว่าเธอจะอารมณ์ไม่ดี จึงได้เอ่ยถามขึ้น
“ใช่ค่ะ คนนั้นแหละ” คังอิงบอกเบาๆ
สือเจียงหย่วนอดที่จะสงสัยไม่ได้ เขาจึงเอ่ยถามขึ้นอีกประโยค “ทำไมตอนนั้นคุณถึงแต่งงานกับเขา? ผมดูแล้วเขาก็ไม่ได้มีอะไรดีเลยนี่ครับ”
แม้ว่าประโยคหลังๆ จะตั้งใจแขวะคังอิง แต่พอสือเจียงหย่วนได้พูดออกไป เขาก็รู้สึกโล่งขึ้นมาทันที
“ตอนนั้นดูตัวกันครั้งเดียว แค่ครั้งเดียวจริงๆ พอทางบ้านของเขาบอกว่าชอบที่ฉันเป็คนขยันทำงาน ส่วนพ่อแม่ฉันก็กำลังรีบหาภรรยาให้กับน้องชายพอดี เลยขาดเงินค่าสินสอด พวกท่านก็เลยให้ฉันแต่งงานกับเขาค่ะ”
คังอิงจะไปบอกได้ยังไงว่าคนที่แต่งงานกับเขาแต่ก่อนไม่ใช่เธอ? หากพูดแบบนั้นคงทำให้คนอื่นๆ ใกลัว สือเจียงหย่วนอาจจะพาเธอไปโรงพยาบาลจิตเวชก็ได้ เธอจึงต้องจำใจยอมรับเื่นี้ไป
สือเจียงหย่วนไม่ถามอะไรเพิ่มเติมอีก เขากล่าวว่า “โชคดีจริงๆ ที่คุณออกมาจากที่นั่นได้ ผู้ชายแบบนั้นไม่คู่ควรให้คุณเก็บเอาไว้ ขอแค่คุณใจแข็งเข้าไว้ อย่าใจอ่อนแล้วกลับไปตกหลุมพรางนั่นอีก”
สือเจียงหย่วนที่ได้ยินคำพูดของฟู่ซินหลางก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมปล่อยคังอิงไปง่ายๆ คงอยากลากเธอให้กลับไปที่นั่นแน่ๆ แถมยังเอาพ่อแม่ของเธอมาข่มขู่อีก
แน่นอนว่าวิธีการแบบนี้อาจใช้ได้ผลกับคนที่กตัญญูต่อพ่อแม่ สือเจียงหย่วนกังวลว่าคังอิงจะได้รับผลกระทบจากพ่อแม่ของเธอ
ทว่าคังอิงไม่ได้สนใจเื่นี้ “ในเมื่อฉันหย่าแล้ว จะกลับไปแต่งงานใหม่ได้ยังไง ครอบครัวนั้นเป็เหมือนนรก ฉันไม่โง่นะ จะวิ่งเข้ากองไฟทำไม?”
“แต่เขาจะไปหาพ่อแม่ของคุณ คุณไม่กลัวหรือครับ?” สือเจียงหย่วนถามอีกหนึ่งประโยค
เขาคิดในใจว่า ตอนนั้นคังอิงยอมแต่งงานกับฟู่ซินหลางเพราะถูกพ่อแม่เกลี้ยกล่อม เกรงว่าั้แ่เล็กจนโตเธอคงยอมทำตามคำสั่งของพ่อแม่มาโดยตลอด หากฟู่ซินหลางไปหาพ่อแม่ของเธอ คังอิงจะยังคงแน่วแน่เช่นนี้อยู่หรือเปล่า?
เชิงอรรถ
[1] กินในชาม มองในหม้อ เป็สำนวนจีนที่ใช้อธิบายคนที่ไม่รู้จักพอ อยากจะได้แต่สิ่งของของผู้อื่น
