เสียงดนตรีบรรเลงกึกก้องทั่วท้องถนน เสียงกู่ร้องแสดงความยินดีรับส่งกันตลอดสองข้างทาง กระดาษหลากสีถูกตัดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยโปรยกรุยเปิดทาง พร้อมห่อของชำร่วยโยนแจกจ่ายทั่วทิศให้ชาวเมืองได้ตามเก็บ ท้ายขบวนยาวตามปิดด้วยเกี้ยวมงคลแปดคนห้าม หลังจากรับเ้าสาวมาจากจวนราชเลขาตระกูลต้วนทางทิศใต้ของเมือง
ชาวเมืองที่ได้พบเห็นขบวนมงคลต่างเต็มไปด้วยความปีติยินดี ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มให้กับงานวิวาห์ของบ่าวสาว จะมีเพียงบุรุษผู้ขี่อาชาสีนิลนำหน้าขบวนเท่านั้นที่มีสีหน้าผิดแปลกจากผู้อื่น
บุรุษผู้มีใบหน้ารูปงามโดดเด่นชวนให้สตรีใฝ่ฝันหา ทว่ากลับแสดงสีหน้านิ่งเฉยฉายแววเ็า ให้ความรู้สึกเหมือนคนกำลังจมปักอยู่ในความทุกข์ ทั้งที่วันนี้เป็วันงานมงคลของตน
ยามขบวนบ่าวสาวเคลื่อนผ่านเหลาอาหารอันดับหนึ่งของเมือง ใบหน้าชายหนุ่มยิ่งดูมืดครึมมากขึ้นกว่าเดิม ั์ตาสีนิลแฝงไปด้วยความเ็ป ฝ่ามือกำสายบังเหียนม้าด้วยความอดกลั้น เมื่อมองขึ้นไป้าชั้นสองของตัวอาคาร
สตรีร่างบางสวมใส่อาภรณ์สีขาวอมชมพู ที่เขายังจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งเคยกล่าวชมว่าเหมาะสมกับนางเพียงใด หญิงสาวยืนอยู่ข้างระเบียงกำลังมองมายังเขาเช่นกัน
ใบหน้าอ่อนหวานน่าทะนุถนอมที่เคยมีรอยยิ้มให้แก่เขาทุกครา ยามนี้กลับแสดงออกถึงความโศกเศร้า มือเรียวขาวยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับปลายหางตาสวย ที่ถึงเขาอยู่ไกลยังมองออกว่ากำลังมีน้ำใสไหลริน
เมื่อเห็นเช่นนั้น ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดต่อนางมากขึ้นกว่าเดิม
ประตูจวนใหญ่สลักลวดลายวิจิตร ้าปรากฎตัวอักษรระบุว่าเป็จวนของผู้ใด ถูกเปิดออกกว้างเพื่อรอรับขบวนบ่าวสาวที่กำลังเดินทางมาถึง
บรรดาแเื่ที่ได้รับเชิญมาร่วมงาน ส่วนหนึ่งที่ยังเป็รุ่นเยาว์ล้วนชอบความสนุก และอยากเห็นขบวนมงคลใหญ่โตที่นานครั้งจะมี จึงเลือกยืนรอรับร่วมแสดงความยินดีกับบ่าวสาวบริเวณหน้าประตูทางเข้า
อีกส่วนหนึ่งที่เป็เหล่าขุนนางหรือเหล่าตัวแทนจากตระกูลใหญ่ เลือกนั่งรอบ่าวสาวอยู่ด้านในห้องโถงกว้าง เพื่อได้เป็สักขีพยานในพิธีการในลำดับต่อไป
ร่างสูงโปร่งของเ้าบ่าวในชุดสีแดงมงคล ะโลงจากอาชาคู่ใจหลังจากเดินทางมาถึงจุดหมาย ทว่าเมื่อร่างสูงลงยืนบนพื้นดิน กลับยังนิ่งเฉยไม่ก้าวเดินเข้าหาเกี้ยวไม้ประดับด้วยผ้าสีแดงไม่ต่างกับอาภรณ์ที่เขาสวมใส่ เพื่อรับเ้าสาวเข้าจวนตามธรรมเนียมปฏิบัติ
จางมัวมัวผู้มีหน้าที่ดำเนินงานให้กับพิธีมงคลในครั้งนี้ คล้ายจะขยับปากให้ชายหนุ่มเข้าไปรับเ้าสาวด้านหน้า ทว่าหลังได้มองประสานั์ตาสีนิลคู่นั้นแล้ว จางมัวมัวก็เกิดความกลัวจับจิตขึ้นมา จึงทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่กล้าเอ่ยคำใดออกไป
"พี่ชาย" ดรุณีน้อยหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ ไม่เกรงกลัวใบหน้าและท่าทางดุดันของร่างสูงผู้มีศักดิ์เป็พี่ชายในสายเื เด็กสาวสะกิดเรียกให้พี่ชายตนได้ขยับกาย เพื่อดำเนินพิธีการแทนที่จะยืนนิ่งเฉยอยู่เช่นนี้
ั์ตาสีนิลก้มมองร่างบางด้านข้างก่อนชั่วครู่ ตามด้วยพ่นลมหายใจร้อนด้วยความเบื่อหน่าย จากนั้นถึงฝืนใจเดินเข้าหาเกี้ยวใหญ่ แหวกผ้าม่านสีแดงออก ยื่นมือเรียวยาวที่สากด้านเพราะจับกระบี่ฝึกยุทธมาเป็เวลานาน ให้สตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็เ้าสาวของตนได้จับประคองลงจากเกี้ยว
เมื่อเ้าสาวตอบรับยื่นมือเรียวขาวเนียนนุ่มนิ่มวางบนมือเขา ทำให้ชายหนุ่มแปลกใหม่ในความรู้สึก ทั้งที่มิใช่ครั้งแรกที่ได้ััมือสตรี
ชายหนุ่มช้อนอุ้มร่างบางที่เป็เ้าสาวของตนขึ้นสูง ความแนบชิดทำให้จมูกโด่งรั้นได้เผลอสูดดมกลิ่นกายหอมโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับเป็กลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจนเขาตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ กระทั่งถูกแรงบีบบริเวณต้นคอจากฝ่ามือเล็ก ถึงทำให้เขารู้สึกตัวก้าวเดินต่อไป
นางบีบลำคอเขา ?
แม้ในหัวสมองชายหนุ่มจะเริ่มมีความคิดหลากหลาย ทว่าใบหน้าหล่อเหลาของเขายังคงดูนิ่งเฉย ก้าวเท้ายาวเดินเข้าจวนด้วยความไม่เต็มใจเช่นเดิม
กระทั่งถึงภายในห้องโถงชายหนุ่มถึงเพิ่งสังเกตว่าร่างบางที่เขาช้อนอุ้มอยู่นั้น มีน้ำหนักตัวเบากว่าที่คาดคิดไว้มากนัก แม้ว่านางจะสวมใส่ชุดมงคลหนาหลายชั้นอยู่ก็ตาม จนเขารู้สึกว่ากำลังอุ้มปุยนุ่นอยู่ไม่ปาน
กระนั้นความคิดของชายหนุ่มก็ถูกปัดยกไป เมื่อลำคอเขาถูกฝ่ามือเล็กออกแรงบีบอีกครั้ง เพื่อได้วางนางลง
หากผู้คนที่นั่งอยู่สังเกตให้ดี จะเห็นเ้าบ่าวแสดงสีหน้าเ็ปออกมาชั่วครู่ ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นิ่งเฉยเยือกเย็นดั่งเดิม
แต่ไม่ว่าเ้าบ่าวจะมีสีหน้าอย่างไรล้วนไม่สำคัญ เมื่อเ้าบ่าวเ้าสาวพร้อมยืนเคียงคู่ พิธีการก็เริ่มดำเนินต่อจนแล้วเสร็จในเวลาไม่นาน
พิธีที่แสดงว่าบุรุษสตรีทั้งสองได้เป็สามีภรรยากันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ภรรยาที่บุรุษผู้นี้มิได้ตกลงปลงใจยินยอม
ภรรยาที่มิใช่สตรีที่เขาปักใจรัก
เรือนร่างระหงในชุดสีแดงมงคลถูกพาเข้ามารออยู่ในห้องหอเกือบสองชั่วยาม กระนั้นก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเ้าบ่าวของตนจะตามกลับเข้ามา จนนางอดทนรอต่อไปไม่ไหว ให้สาวใช้คนสนิททั้งสองคนที่ตามติดมาด้วย ช่วยถอดเครื่องหัวที่แสนหนักออก ก่อนจะคลุมผ้าแดงมงคลกลับไว้เช่นเดิม เพื่อรอให้ผู้เป็เ้าบ่าวได้เปิดมันขึ้นตามธรรมเนียม
"คุณหนู บ่าวลองไปแอบถามสถานการณ์ในงาน เห็นว่านายน้อยยังคงสังสรรค์กับบรรดาแเื่ไม่เลิกเลยเ้าค่ะ"
"อืม ปล่อยเขาไป หากไม่มาเลยก็ยิ่งดี" หญิงสาวทราบดี มิใช่ว่าเขาอยากกินเลี้ยงสังสรรค์หรือดื่มไม่เลิกรา แต่เขามิอยากเข้าหอกับนางเสียมากกว่า
เป็เช่นนั้นก็ดี ใช่ว่านางอยากให้เขามาเสียเมื่อใดกัน
"คุณหนู.. ไม่สิ ฮูหยินน้อยหิวหรือไม่เ้าคะ ั้แ่เช้ายังไม่ได้ทานอันใดเลย ทานนี้ก่อนนะเ้าคะ" สองสาวใช้ยื่นขนมโปรดของเ้านายที่แอบซุกซ่อนเอาไว้ให้
พวกนางอดรู้สึกสงสารเ้านายไม่ได้ เพราะั้แ่เช้าก็ยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง จวบกระทั่งตอนนี้สามีก็ยังไม่ยอมกลับเข้าห้องหอ อาหารที่เตรียมไว้ก็ต้องรอทานพร้อมกันกับผู้เป็สามีตามธรรมเนียมอีก
"เป็พวกเ้าที่รู้ใจข้า" มือเรียวขาวตวัดผ้าแดงที่คลุมหน้าขึ้นอีกครั้ง โดยไม่สนพิธีการสุดท้ายที่ต้องรอผู้เป็เ้าบ่าวเปิดให้อีกต่อไป
หญิงสาวรับขนมจากสาวใช้เข้าปากเคี้ยวอย่างไม่รักษากิริยา ปากเล็กจึงเต็มอัดแน่นไปด้วยขนมหวานจนแก้มนุ่มบวมตุ่ย
ใช่ว่าตลอดทั้งวันที่นางถูกคลุมปิดหน้าจะไม่ทราบ ว่าเ้าบ่าวของนางมีท่าทีอย่างไร มิใช่เขาเพียงผู้เดียวเสียเมื่อไหร่ที่จำใจต้องแต่งงานในครั้งนี้
นางเองก็ไม่ต่างกัน รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าหายดีเมื่อไหร่ นางไปแน่
สามีหาได้มีใจให้ ผู้ใดยังอยากจะอยู่ด้วยกัน
**************
นิยายเื่นี้มีจัดทำเป็ E book แล้วนะคะ
สามารถเสิร์จหาจากชื่อนิยายหรือชื่อนักเขียน Hawthorn ใน meb ได้เลยค่า
