“ข้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง วิหารเซียวเหยาของเราขัดแย้งกับสมาคมวีรบุรุษมานานหลายปี พวกเขาไม่มีสิทธิ์ร้องขอไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม!”
หยิงหู่กล่าวขึ้นทันที การส่งตัวทั้งสองคนให้กับสมาคมวีรบุรุษไม่เท่ากับก้มศีรษะให้อีกฝ่ายหรือ?
“แต่เงื่อนไขของพวกเขามีความเกี่ยวข้องกับพิษในิญญายุทธ์ของเ้า หากเรายอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย เราอาจจะต่อรองกับเหอชิงได้…”
ก่อนที่เทียนเล่อจะกล่าวจบ เขาก็ถูกหยิงหู่กล่าวแทรกขึ้นมาทันทีว่า
“แม้จะตายด้วยพิษข้าก็จะไม่มีวันยอมรับการรักษาโดยเหอชิง หากเขายืนอยู่เบื้องหน้าของข้า ข้าจะเปิดฉากโจมตีทันที!”
หลังจากที่หยิงหู่กล่าวจบเขาก็ยกจอกสุราทันที
ถังเหล่ยมองหยิงหู่แล้วรู้สึกเห็นใจ เมื่อก่อนถังเหล่ยมีสหายอยู่ไม่กี่คนแต่หยิงหู่ผู้นี้คือคนที่เขาไว้ใจมากที่สุด
เทียนเล่อไม่สนใจคำกล่าวของหยิงหู่ เขามองถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันถังเหล่ยยังคงสงบนิ่ง แต่สีหน้าของตี้เชียนเสวี่ยเผยความดุร้ายออกมาอย่างชัดเจน เพราะนางคิดว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังจะขายพวกเขาให้กับสมาคมวีรบุรุษ
“บางทีนี่อาจเป็พระประสงค์ของพระเ้า หากข่าวของข้าถูกต้องชื่อของเ้าคือถังเหล่ยใช่หรือไม่?” เทียนเล่อกล่าวอย่างเ็า
หลังจากที่เทียนเล่อกล่าวจบ คนที่ตอบสนองต่อประโยคของเขามากที่สุดไม่ใช่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ย
เมื่อหยิงหู่ได้ยินชื่อของ ‘ถังเหล่ย’ เขาแทบจะสำลักสุราออกมาจากลำคอ
“เ้าๆ...เ้ามีนามว่าถังเหล่ยหรือ?”
หยิงหู่ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปตรงหน้าถังเหล่ยและถามด้วยความประหลาดใจ
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยก็รู้สึกะเืใจทันทีที่หยิงหู่ก้าวมายืนอยู่ที่เบื้องหน้า แม้ว่าเขาจะพยายามสะกดความรู้สึกภายในใจมากเพียงใด แต่เขาก็ไม่สามารถเก็บความรู้สึกนั้นได้
“ใช่ ข้ามีนามว่าถังเหล่ย” ถังเหล่ยพยักหน้าเบาๆ
หลังจากนั้นหยิงหู่ก็ส่ายหน้าและถอยกลับไปด้วยความผิดหวังเมื่อรู้ว่าชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขานั้นเป็เพียงบุคคลที่มีชื่อคล้ายกันเท่านั้น ถังเหล่ยคือคนที่อยู่ในความคิดของเขามาตลอด แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ถังเหล่ยที่เขาเคยรู้จักอย่างแน่นอน
“เขาเป็อะไรไป?”
ตี้เชียนเสวี่ยกระซิบกับถังเหล่ย นางรู้สึกสับสนเมื่อเห็นท่าทีของหยิงหู่เหตุใดเมื่อได้ยินชื่อของถังเหล่ยหยิงหู่ผู้นี้จึงมีท่าทีเช่นนั้น
“เงียบ!” ถังเหล่ยกล่าวพร้อมกับสะกิดตี้เชียนเสวี่ย เขาเกรงว่านางจะสร้างปัญหาให้กับเขาอีกจึง้าให้ตี้เชียนเสวี่ยยืนอยู่เงียบๆ
หยิงหู่ไม่ได้กล่าวอะไรอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาจึงกล่าวกับเทียนเล่อว่า
“ท่านเทียนเล่อ ข้าอยากจะบอกให้ท่านรู้เอาไว้ว่าชื่อถังเหล่ยนั้นมีความหมายต่อข้ามาก ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะไม่ยอมให้สมาคมวีรบุรุษทำร้ายชายผู้นี้ ครั้งก่อนข้าไม่สามารถช่วยถังเหล่ยได้ แต่ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก!”
เมื่อเทียนเล่อได้ยินคำกล่าวของหยิงหู่ เขาถอนหายใจยาวจากนั้นจึงกล่าวกลับไปว่า
“บางทีโชคชะตาอาจส่งชายหนุ่มผู้นี้มาเพื่อถอนพิษที่กำลังกัดกินิญญายุทธ์ในร่างของเ้าก็เป็ได้”
ตี้เชียนเสวี่ยที่อยู่ด้านหลังถังเหล่ยรับฟังด้วยความสับสน นางไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาเหล่านี้กล่าวออกมานั้นหมายความว่าอย่างไร
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยรู้เื่นี้ดี แต่เขาก็ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนให้เทียนเล่อผู้นี้ทราบได้
“เ้าถูกวางยาพิษอย่างนั้นหรือ? บางทีข้าอาจช่วยเ้าได้” ถังเหล่ยมองหยิงหู่แล้วกล่าวอย่างเ็า
หยิงหู่และเทียนเล่อตกตะลึงพร้อมกับมองถังเหล่ยด้วยความประหลาดใจ พวกเขาคิดว่าถังเหล่ยผู้นี้กำลังกล่าววาจาไร้สาระ
“ใช่ ทักษะการปรุงยาของถังเหล่ยนั้นยอดเยี่ยม แม้แต่นักปรุงยาจากจักรวรรดิต้าเซี่ยที่ยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจเทียบเขาได้…”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวพร้อมกับยืนขึ้นเพื่อสนับสนุนถังเหล่ย แต่ถังเหล่ยนั้นไม่้า เขาแค่้าให้นางยืนอยู่เงียบๆ เท่านั้น
“สิ่งที่เ้ากล่าวนั้นคือความจริงหรือ?”
เทียนเล่อกล่าวพร้อมกับสีหน้ายินดีเขารู้ดีว่านักปรุงยาจากจักรวรรดิต้าเซี่ยสามารถปรุงยาระดับห้าได้ แม้ว่าคำกล่าวของถังเหล่ยจะเกินจริง แต่อีกฝ่ายจะไม่มีทางกล่าวออกมาได้หากไม่สามารถเอาชนะนักปรุงยาจากจักรวรรดิต้าเซี่ยได้จริง
“ข้าก็พอรู้เื่เกี่ยวกับการปรุงยาอยู่บ้าง หากไม่รังเกียจข้าขอตรวจสอบพิษในร่างของเ้าก่อน แล้วข้าจะให้คำตอบอีกทีว่าข้าสามารถรักษามันได้หรือไม่?” ถังเหล่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมองหยิงหู่
ในใจของถังเหล่ยนั้นคิดว่าหยิงหู่โชคดีมากที่ได้เจอเขาอีกครั้ง ไม่ว่าพิษภายในร่างของอีกฝ่ายจะเป็เช่นไรเขาก็สามารถรักษาหยิงหู่ได้!
ทันใดนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของหยิงหู่ที่หายไปนานหลายปีก็ได้ปรากฏขึ้น เพราะเขาก็รู้สึกได้เช่นกันว่าถังเหล่ยนั้นมีความคล้ายคลึงกับถังเหล่ยที่เขาเคยรู้จัก ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเป็นักปรุงยาอีกด้วย ดังนั้นหยิงหู่จึงคิดว่านี่ต้องไม่ใช่เื่บังเอิญ
หยิงหู่ยื่นมือให้ถังเหล่ยตรวจ ถังเหล่ยคว้ามือของเขาและควบคุมพลังปราณภายในร่างให้เข้าไปในร่างของหยิงหู่ทันที
ครู่ต่อมาสีหน้าของถังเหล่ยก็เปลี่ยนไป พิษนั้นได้กระจายไปทั่วร่างของหยิงหู่แล้ว เส้นลมปราณบางเส้นก็ถูกกัดกินโดยสมบูรณ์ แม้แต่ิญญายุทธ์ในตันเถียนของเขาก็ยังถูกปกคลุมไปด้วยพิษสีดำ
ร่างกายของหยิงหู่ในเวลานี้ราวกับหินที่กำลังจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
แม้ว่าขณะนี้ถังเหล่ยจะไม่รู้สาเหตุที่หยิงหู่เป็แบบนี้ แต่เขาก็ยังยืนยันว่าจะรักษาหยิงหู่
ถังเหล่ยดึงปล่อยมือและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แน่นอนว่าเขารู้จักพิษในร่างกายของหยิงหู่เพราะมันเป็พิษของเหอชิง พิษในร่างของหยิงหู่คือพิษกลืนิญญาปีศาจ
พิษกลืนิญญาปีศาจจะทำให้ผู้ฝึกตนควบคุมิญญายุทธ์ในร่างได้ลำบาก พวกเขาจะต้องทนต่อความเ็ปทุกวัน และิญญายุทธ์ในร่างของพวกเขาจะคอยก่อกวนจิตใจทำให้ผู้ฝึกตนหงุดหงิดได้ง่าย ท้ายที่สุดพวกเขาเหล่านี้ก็จะกลายเป็เครื่องจักรสังหารที่ไร้คุณธรรม
“เป็อย่างไรบ้าง?”
หยิงหู่กล่าวพร้อมกับมองถังเหล่ยด้วยสายตายินดี แม้ว่าเขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่สามารถรักษาเขาได้ แต่เขาก็รู้สึกดีที่อีกฝ่ายคิดจะช่วยเขา
“ร่างกายของท่านอยู่ในขั้นวิกฤต พิษในร่างของท่านนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ร่างกายอันทรุดโทรมของท่าน” ถังเหล่ยมองหยิงหู่แล้วกล่าวอย่างเ็า เขากล่าวต่อว่า
“แต่ข้าก็ยังยืนยันที่จะรักษาท่าน!”
หยิงหู่มองถังเหล่ยด้วยความประหลาดใจ แม้ว่าถังเหล่ยจะกล่าวเกินความเป็จริงไปมาก แต่ในเวลานี้เขาก็เชื่อถือและไว้วางใจอีกฝ่ายราวกับคนคุ้นเคยกัน
“นี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่น!”
เทียนเล่อคิดว่าถังเหล่ยผู้นี้กล่าวเกินจริง หลังจากตรวจร่างกายของหยิงหู่แล้วอีกฝ่ายยังกล่าวว่าสามารถรักษามันได้อีกด้วย สิ่งนี้ทำให้เทียนเล่อประหลาดใจอย่างมาก
“สิ่งที่ข้ากล่าวนั้นคือความจริง หากยอมให้ข้ารักษาท่านจะต้องรวบรวมวัตถุดิบบางอย่างให้ข้า และข้ารับประกันได้ว่าไม่เพียงแต่จะกำจัดพิษในร่างได้เท่านั้น ข้ายังสามารถทำให้ร่างกายของท่านนั้นดีขึ้นได้อีกด้วย!”
ถังเหล่ยกล่าวอย่างจริงจังพร้อมกับมองหยิงหู่
หลังจากาถังเหล่ยไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าหยิงหู่จะต้องผ่านอะไรมาบ้าง แม้ว่าร่างกายของหยิงหู่จะมีพิษไหลเวียนไปทั่วร่างแต่เห็นได้ชัดว่าการอาศัยอยู่ที่วิหารเซียวเหยาของเขานั้นไม่ได้สบายอย่างที่คิด เพราะบนร่างกายของเขายังมีแผลสดให้เห็นอยู่
ไม่ว่าอย่างไรถังเหล่ยก็ยืนยันที่จะรักษาหยิงหู่!
……
