ยามวิกาล เมืองหลวงที่เคยสว่างไสวด้วยเวทมนตร์แห่งแสงก็ยังมีมุมมืดที่แสงสว่างส่องไม่ถึง
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล ะโข้ามกำแพงคฤหาสน์ครอสอาร์ทอย่างเงียบเชียบไร้ร่องรอย แอเรสลอบออกมาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น จุดหมายของเขาคือ 'อันเดอร์ซิตี้' (Undercity) ตลาดมืดใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แหล่งรวมตัวของอาชญากร ทหารรับจ้าง และพ่อค้าเถื่อน
เมื่อเดินลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นอับและสิ่งปฏิกูล แอเรสอดไม่ได้ที่จะแค่นยิ้มหยัน
‘500 ปีผ่านไป เมืองหลวงของลูคัสและเอลิน่าก็ยังโสมมเหมือนเดิม ทวยเทพที่ช่วยเหลือเฉพาะคนรวยและพวกมีอำนาจ... ช่างศักดิ์สิทธิ์เสียจริง’
ตรงหน้าของเขาคือประตูเหล็กขึ้นสนิมที่มีชายร่างั์สองคนเฝ้าอยู่ แอเรสโยนเหรียญทองที่ค้นเจอในลิ้นชักของคาเอล (ซึ่งเขาแวะไป 'ยืม' มาก่อนออกมา) ให้พวกมัน คนเฝ้าประตูรับเงินไปกัดทดสอบก่อนจะพยักหน้าและเปิดประตูให้
บรรยากาศภายในอันเดอร์ซิตี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คนสวมหน้ากากและเสื้อคลุม เสียงต่อรองราคา เสียงด่าทอ และกลิ่นคาวเืลอยปะปนกันในอากาศ
แอเรสเดินผ่านแผงลอยขายอาวุธและโพชั่นดาดๆ ไปอย่างไม่ไยดี สิ่งที่เขาตามหาไม่ใช่ดาบชั้นเลิศหรือยารักษาแผล... แต่เป็ 'พลังงาน' ที่หนาแน่นพอจะทะลวงปราณกลืนกินขั้นที่ 2
สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับร้านซอมซ่อที่ตั้งอยู่มุมอับสุดของตลาด บนแผงไม้ผุพังมีเศษซากชิ้นส่วนมอนสเตอร์แปลกๆ วางระเกะระกะ แต่สิ่งที่ดึงดูดแอเรสคือ กลิ่นอายความตายและคำสาป ที่แผ่ออกมาจากกล่องเหล็กสนิมเขรอะหลังร้าน
"ตาเฒ่า ในกล่องนั่นคืออะไร?" แอเรสเดินเข้าไปถามด้วยน้ำเสียงดัดให้แหบพร่าภายใต้ฮู้ดที่ปิดบังใบหน้า
ชายชราตาเดียวที่นั่งเฝ้าร้านเงยหน้าขึ้นมองลูกค้าด้วยสายตาประเมิน "หึ ตาแหลมไม่เบานี่ไอ้หนุ่ม แต่นั่นไม่ใช่ของที่คนทั่วไปจะแตะต้องได้ มันคือ 'แก่นอสูรคำสาป' (Cursed Beast Core) ระดับสูง... มีคนขุดเจอมันในซากดันเจี้ยนโบราณ ใครก็ตามที่พยายามดูดซับมานาจากมัน ร่างกายจะเน่าเปื่อยและตายอย่างทรมาน"
ตาเฒ่าแสยะยิ้ม "ข้าตั้งโชว์ไว้หลอกขายพวกหน้าโง่ที่คิดว่าตัวเองแน่เท่านั้นแหละ ราคาของมันคือ 50 เหรียญทอง... แต่ข้าว่าเ้าไปซื้อโพชั่นเพิ่มพลังกากๆ ร้านข้างๆ ดีกว่านะ"
สำหรับผู้ใช้เวทมนตร์หรือออร่าศักดิ์สิทธิ์ในยุคนี้ คำสาปคือยาพิษร้ายแรง แต่สำหรับแอเรส ผู้สืบทอดวิชาปราณกลืนกินนิรันดร์... คำสาปคือบุฟเฟต์ชั้นเลิศ!
"ฉันเอามัน"
แอเรสวางถุงหนังที่บรรจุอัญมณีเวทมนตร์ (ที่แคะมาจากด้ามดาบของคาเอล) ลงบนโต๊ะ เสียงกระทบกันของอัญมณีทำให้ตาเฒ่าตาโตเท่าไข่ห่าน รีบคว้าถุงไปตรวจดูทันที
"อ... อัญมณีมานาบริสุทธิ์! ได้! ตกลง! ของเ้าแล้วไอ้หนุ่ม! แต่ถ้าตายขึ้นมา ข้าไม่รับเก็บศพนะโว้ย!"
ตาเฒ่ารีบโยนกล่องเหล็กให้แอเรสราวกับเผือกร้อน แอเรสรับมันมาเปิดดู ภายในคือลูกแก้วสีดำทมิฬขนาดเท่ากำปั้นที่แผ่ควันสีม่วงจางๆ ออกมา ทันทีที่ัั เสียงกระซิบของิญญาอาฆาตก็ดังขึ้นในหัว แต่มันกลับทำให้เขายิ้มกว้างภายใต้ผ้าคลุม
"ยอดเยี่ยม... ความแค้นและความตายอัดแน่นเต็มเปี่ยม"
แอเรสไม่รอช้า เขาไม่ได้เก็บมันลงกระเป๋า แต่กลับกำลูกแก้วคำสาปไว้แน่น กลางตลาดมืดที่มีผู้คนพลุกพล่านนั่นแหละ!
"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรน่ะ! อย่าไปจับมันด้วยมือเปล่า!" ตาเฒ่าร้องเสียงหลงเมื่อเห็นควันสีม่วงแห่งคำสาปเริ่มลามขึ้นมาตามแขนของแอเรส
วูบ!
แอเรสเดินลมปราณกลืนกินนิรันดร์ทันที ฝ่ามือของเขากลายเป็หลุมดำขนาดย่อม ควันสีม่วงที่เต็มไปด้วยคำสาปร้ายแรงไม่ได้กัดกินิัของเขาอย่างที่ควรจะเป็ แต่มันกลับถูก 'ดูดกลืน' เข้าไปในร่างของเด็กหนุ่มอย่างตะกละตะกลาม!
"อึก..." แอเรสครางเบาๆ ในคอ ความร้อนระอุขุมหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่แก่นมานา พลังคำสาปถูกบดขยี้และสกัดจนเหลือเพียงพลังงานบริสุทธิ์ที่อัดแน่นเข้าไปในเส้นชีพจร
เพียงชั่วอึดใจ แก่นอสูรคำสาปที่เคยดำมืดก็สลายกลายเป็ผงขี้เถ้าคามือของเขา
แอเรสลืมตาขึ้น ภายใต้ฮู้ดสีดำ ั์ตาของเขาเปล่งประกายสีทองวาวโรจน์ พลังออร่ารอบตัวของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวะโ จากระดับที่แทบไม่มีพลัง กลายมาเทียบเท่า 'อัศวินระดับล่าง' ในชั่วพริบตา!
ตาเฒ่าเ้าของร้านเบิกตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ ขาอ่อนจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น เขาไม่เคยเห็นมนุษย์หน้าไหนที่ 'กิน' คำสาปเข้าไปดื้อๆ แล้วยังมีชีวิตอยู่ ซ้ำยังแข็งแกร่งขึ้นอีกต่างหาก!
"ขอบใจสำหรับมื้อดึกนะ ตาเฒ่า" แอเรสปัดฝุ่นขี้เถ้าออกจากมือ "แต่พลังแค่นี้... ยังไม่พอจะตบอัศวินระดับกลางแฮะ คงต้องหาของหวานตบท้ายสักหน่อย"
แอเรสหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากร้าน ทว่า...
"เดี๋ยวก่อน! ไอ้ชุดดำนั่นน่ะ!"
เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง ชายฉกรรจ์ห้าคนในชุดเกราะหนังที่เต็มไปด้วยรอยฟันดาบ เดินแหวกฝูงชนเข้ามาล้อมแอเรสเอาไว้ ชายที่มีแผลเป็ทางยาวบนใบหน้าซึ่งดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่ม แสยะยิ้มชั่วร้ายพร้อมกับชักดาบเล่มใหญ่ออกมา
"อัญมณีเมื่อกี้สว่างเตะตาดีนี่หว่า ส่งเงินที่เหลือในตัวแกมาให้หมด แล้วพวกข้า กลุ่มทหารรับจ้าง 'เขี้ยวทมิฬ' จะยอมปล่อยให้แกเดินออกจากอันเดอร์ซิตี้ไปแบบมีลมหายใจ"
แอเรสเอียงคอเล็กน้อย มองพวกขยะสังคมที่รนหาที่ตายด้วยแววตาเ็า รอยยิ้มอำมหิตปรากฏขึ้นบนมุมปาก
"บังเอิญจังนะ..." แอเรสพึมพำ "ฉันกำลังหิว 'ของหวาน' อยู่พอดี"
