ในที่สุดเฉียวเยว่ก็ต้องประคองหรงจ้านเข้าไปในห้องชั้นใน ทั้งยังเป็ฝ่ายริเริ่มเข้าไปเองอย่างช่วยไม่ได้ หากนางเพิกเฉยไม่ตัดสินใจจบเื่อย่างรวดเร็ว ทุกคนก็คงจะทนอัดอั้นไม่ไหว
หากเกิดทะเลาะวิวาทลงไม้ลงมือขึ้นมาก็คงไม่ดี
เดินเร็วยิ่งกว่าสุนัข ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขายังมีหน้าขอให้คน "ประคอง" ได้อย่างไร!
นางแสร้งยิ้มน้อยๆ เตรียมตัวจะออกจากห้อง แต่หรงจ้านรั้งข้อมือของนางไว้ เฉียวเยว่มองเขาด้วยสายตาคลางแคลง หรงจ้านกลับเลิกคิ้ว "ขนมเหล่านี้ธรรมดาเกินไป ดูท่าไม่น่าอร่อย เ้ากินเถอะ"
ดวงตาของเฉียวเยว่เบิกกว้าง ก้มมองขนมแล้วเงยหน้าขึ้นมองหรงจ้าน
หรงจ้านแค่นเสียงหึ ตั้งท่ารังเกียจ "ของที่บ้านพวกเ้าทำดูไม่ค่อยน่ากิน ไม่น่าอร่อย ยิ่งไปกว่านั้นของหวานเช่นนี้ มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็ของที่เด็กผู้หญิงชอบกิน"
ในที่สุดเฉียวเยว่ก็เข้าใจความหมายของหรงจ้าน นางมองเขาอย่างพิจารณาแล้วทำสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "พี่จ้านปากไม่ตรงกับใจอีกแล้ว"
หรงจ้านเลิกคิ้วอมยิ้ม ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมุมหนึ่งบนโต๊ะ หลังจากนั้นค่อยเท้าแขนลงไปเคาะเบาๆ แล้วถามว่า "ปากไม่ตรงกับใจรึ? ข้าทำสิ่งใดให้เ้าเข้าใจผิดเช่นนี้ เป็เด็กเป็เล็ก อย่าจินตนาการเพ้อเจ้อดีกว่า"
เฉียวเยว่ยู่ปากน้อยๆ แต่ั์ตายิ้มระรื่น ชี้มือชี้ไม้ไปที่ข้างนอก แล้วก็ชี้มาที่ขนม แต่กลับไม่พูดอะไร
ท่าทางของเฉียวเยว่ทำให้หรงจ้านอดไม่ได้หัวเราะออกมา "รีบกิน แล้วค่อยเปลี่ยนอย่างอื่นมาให้ข้า อันนี้ใส่กลีบดอกไม้ไม่รู้ว่าทำมาสะอาดหรือเปล่า"
เฉียวเยว่หยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้นกัดคำใหญ่เข้าไปในปาก หลังจากนั้นก็ทำตาพริ้ม ซึมซับความหอมหวานของขนมเหมยกุ้ยอย่างเต็มที่
"อร่อยมาก หวานเจี๊ยบ ไม่เลี่ยนแม้แต่น้อย หอมกลิ่นดอกเหมยกุ้ย [1]"
พูดตามตรง นางหิวมากจริงๆ ส่วนพี่หรงจ้าน... เขาต้องไม่หิวแน่นอน แต่แกล้งบอกว่าตนเองหิวเพื่อให้นางมีโอกาสเข้ามากินขนมเท่านั้นเอง นึกมาถึงตรงนี้ เฉียวเยว่ก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ แม้ว่าสิ่งที่ทำจะขาดทักษะไปหน่อย แต่เวลานี้ทักษะอันใดล้วนไม่จำเป็ทั้งนั้น นางกัดอีกคำ ก่อนจะถอนหายใจ "อร่อยๆ"
หรงจ้านเห็นนางกินจนแก้มตุ่ยราวกับหนูนาที่แอบขโมยกินสิ่งของ ในใจก็อ่อนยวบลงหลายส่วน
"เ้าเกิดมาถูกที่จริงๆ"
เฉียวเยว่ถึงกับสำลักไอแค่กๆๆ ไม่ง่ายกว่าจะกลืนขนมในปากเข้าไปจนหมด ก่อนจะเอ่ยว่า "ข้าต้องเลือกเกิดเป็อยู่แล้ว ครอบครัวของข้าล้วนเป็มหาเทพ"
หรงจ้านมองนาง มุ่นคิ้วขมวด "มหาเทพ?"
แต่ก็นับว่าเข้าใจความหมายของเฉียวเยว่ "หากยากจนกว่านี้อีกหน่อย ก็คงถูกเ้ากินล้างผลาญจนไม่เหลือหลอ ดังนั้นถึงว่าเ้าเลือกมาเกิดถูกที่"
เฉียวเยว่ทำแก้มป่องทันควัน แล้วแค่นเสียงหึ "กินได้คือมีบุญ ท่านไม่เข้าใจอันใดสักนิด"
หลังจากนั้นก็สงวนวาจา แล้วรีบจัดการกับขนมอีกชิ้นให้เกลี้ยง
…
หรงจ้านเห็นขนมในจานถูกกินจนเกลี้ยงในชั่วพริบตา ก็ส่ายหน้าถอนหายใจอีกครา "เ้าไม่อ้วนขึ้นมาอีกก็นับว่าเป็เมตตาจาก์แล้ว"
เฉียวเยว่ยิ้มหวาน รั้งชายกระโปรงยอบกายเล็กน้อยทำท่าประหนึ่งเทพธิดาบุปผา "ตอนนี้จำเป็ต้องประคองท่านผู้าุโออกไปด้วยหรือไม่?"
หรงจ้านพยักหน้า "จำเป็"
ขณะที่ทั้งสองเดินออกมา สายพระเนตรของฮ่องเต้ชำเลืองมองไปที่พวกเขาอย่างมีเลศนัย เฉียวเยว่มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ยกมือขึ้นเช็ดมุมปากทันควัน
ฉีอันรู้สึกทนดูไม่ได้อีกต่อไป ไฉนพี่สาวของเขาถึงโง่เขลาเยี่ยงนี้
ฮ่องเต้แย้มพระสรวลอ่อนจาง ตรัสว่า "เอาล่ะ เราออกมาหลายชั่วยามแล้ว ไม่ขอเบียดบัง่เวลาแห่งความสุขภายในครอบครัวของท่านอาจารย์มากไปกว่านี้ดีกว่า พวกเราไปกันเถอะ"
หรงจ้านดึงเสื้อคลุมของตนเอง เดินไปก็เช็ดมือไป
เฉียวเยว่รู้สึกว่าหากจะตั้งฉายาใหม่ให้หรงจ้านสักชื่อ ก็คงต้องเป็ "บาลาลา ภูตผ้าเช็ดหน้ามหัศจรรย์ [1]"
ไม่มีผู้ใดสามารถรู้ได้ว่าในเสื้อของหรงจ้านใส่ผ้าเช็ดหน้าไว้ทั้งหมดกี่ผืน แต่ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ผู้อื่นเป็ภูตผ้าเช็ดหน้ากันล่ะ
เมื่อมาถึงประตู จู่ๆ ฝ่าาก็หันมามองหรงจ้าน "เ้าไม่ต้องกลับวังพร้อมกับเราก็ได้ เรารู้สึกว่าเ้าไม่ได้อยากจะไป"
หลังจากนั้นก็หัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง
หรงจ้านชะงักเท้า "เช่นนั้นค่อยนัดหมายกันใหม่พ่ะย่ะค่ะ"
ความเคลื่อนไหวที่หยุดลงทันที บ่งบอกว่าได้ไม่มีปัญหา
หลังจากฮ่องเต้กับจ้าวอ๋องเสด็จกลับ เฉียวเยว่ก็ยกมือทั้งสองประคองใบหน้าอย่างน่ารัก "พี่จ้านจะอยู่ทำอาหารเพิ่มให้พวกเราหรือเ้าคะ"
พูดตามตรง ไม่ว่าอย่างไรถ้อยคำนี้ก็ฟังดูแปลกชอบกล
ราวกับว่าท่านอ๋องอวี้กำลังจะถูกจับกินเสียอย่างนั้น
แต่การแสดงออกของสองพ่อลูกสกุลฉีบ่งบอกว่าไม่อยากให้เขาอยู่ เพราะไม่คุ้นเคยกันแม้แต่น้อย
"เฉียวเยว่ อย่าพูดเรื่อยเปื่อย หากทำให้งานของท่านอ๋องอวี้ล่าช้าจะไม่ดี ยิ่งไปกว่านั้นอยู่ดีๆ จะให้ผู้อื่นมาทำกับอาหารให้เ้าได้อย่างไร"
เฉียวเยว่ฉีกยิ้มจอมปลอม ลักยิ้มที่คล้ายมีคล้ายไม่มีปรากฏออกมาอีกครา
"แต่ไหนๆ พี่จ้านก็มาแล้ว และยังไม่อยากกลับ ก็ต้องทำงานบางอย่างตอบแทนสักหน่อย ใช่หรือไม่ ใช่หรือไม่?"
เฉียวเยว่หันไปรบเร้าหรงจ้าน นางกับเขาไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ไม่ว่าหรงจ้านจะเป็เช่นไรในสายตาของผู้อื่น แต่สำหรับนางเขาเป็พี่ชายที่ดีที่สุด เหมือนเสด็จพี่รัชทายาท
หรงจ้านหัวเราะหึๆ เสียงเย็น "พ่อครัวของจวนพวกเ้าฝีมือไม่ได้หนึ่งในหมื่นของข้า"
หรงจ้านเริ่มม้วนแขนเสื้อ
เฉียวเยว่ยิ้มตาหยี "ข้าจะไปเป็ลูกมือให้ท่านเอง"
หรงจ้านยังคงยิ้มเยาะ "ไม้ฟืนไร้ประโยชน์อย่างเ้าจะสามารถทำอะไรได้"
เฉียวเยว่ชูมือ "ใครว่าไร้ประโยชน์ ข้าน่ะบุ๋นก็เก่งบู๊ก็ไร้เทียมทาน อย่าลืมสิว่าข้าเป็ใคร ข้าคือยอดหญิงเยว่โฉมสะคราญสะท้านปฐี ข้า..."
หรงจ้านอับจนถ้อยคำ ยกมือขึ้นโบก "เอาล่ะ เอาล่ะ อย่าโม้อีกเลย อย่าโม้มากเดี๋ยวตนเองจะปลิวไปเปล่าๆ ดูจากหน่วยก้านแล้ว ยังไม่แน่ว่าจะล้างผักได้ดีแค่ไหน เ้ารออยู่นี่แหละ"
เห็นหรงจ้านหมุนตัวตามคนไปโรงครัว เฉียวเยว่ก็ทำตาปรอยมองทุกคน "นี่เขารังเกียจข้าหรือ ถือสิทธิ์อันใด?"
เฉียวเยว่รู้สึกว่าตนเองได้รับความไม่เป็ธรรมเล็กน้อย
ฉีจือโจวเอ่ยขึ้นช้าๆ "ไม่มีอะไรเ้ารั้งเขาไว้ทำไม?"
เฉียวเยว่ยกมือสองข้าง "ข้าเปล่านะ ต่อให้ข้าไม่เอ่ยเช่นนี้ เขาก็จะทู่ซี้ไม่กลับอยู่ดีนั่นแหละ ไม่รู้อย่างไร ทุกคราที่พบท่านลุง ข้ามักรู้สึกว่าพี่จ้านมีท่าทางแปลกๆ ทุกที"
เฉียวเยว่ก้มหน้า หลังจากนั้นก็เงยขึ้นมายิ้มร่า "ท่านลุงเ้าคะ ท่านทราบหรือไม่ว่าเพราะเหตุใด?"
ดวงตากลมโตทอประกายระยับ
"ไม่รู้ บางทีเขาอาจเห็นว่าข้าปราดเปรื่องทะนงองอาจ ก็เลยชื่นชมเลื่อมใสอยู่ในใจกระมัง" ฉีจือโจวมีท่าทีสงบนิ่ง
เฉียวเยว่หัวเราะพรืดออกมา "ท่านลุง ท่านก็ขี้โม้เหมือนกันนะนี่ ข้าว่าแล้วว่าข้าเหมือนใคร ที่แท้ก็เหมือนท่านลุงที่สุด"
พูดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ เฉียวเยว่ก็ร้อง "เอ๋? ไยท่านพ่อท่านแม่ยังไม่มาอีกล่ะ"
"พวกเขาบอกว่าวันนี้จะมาเย็นหน่อย" ฉีจือโจวตอบ
แท้จริงแล้วเฉียวเยว่ก็ไม่เคยเห็นพวกเขาจะมาเร็วสักปี แต่เพราะเป็ครอบครัวคนกันเอง เฉียวเยว่จึงไม่สนใจนัก
บิดาเขามีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ในนั้นยังรวมไปถึงฮ่องเต้กับจ้าวอ๋องอีกด้วย ด้วยเหตุนี้วันเกิดของท่านในแต่ละปี สองพระองค์นี้ต้องมาอวยพร นอกเหนือจากพวกเขาก็ยังมีผู้อื่นอีก ดังนั้นซูซานหลางกับอาอิ่งจึงมักมาช้าหน่อยเพื่อหลีกเลี่ยงคนเหล่านี้
เฉียวเยว่ "ท่านตา ท่านลุง ข้าไม่ค่อยวางใจพี่จ้านเท่าไร ข้าขอไปดูเขาหน่อยนะเ้าคะ
แท้จริงแล้วฉีจือโจวไม่ค่อยอยากให้ไป อย่างไรเสียเฉียวเยว่ก็เป็เด็กหญิงที่โตแล้ว แต่เห็นนางยังไม่ใส่ใจ เขาก็ไม่สะดวกจะพูดมาก เพียงกล่าวว่า "ได้ ไปเถอะ"
หลังจากเฉียวเยว่วิ่งไปแล้ว เขาก็หันกลับมาหาฉีอัน "เ้าไปอยู่เป็เพื่อนพี่สาวเถอะ"
ฉีอันตระหนักรู้ในใจ ก็ตอบรับแล้วติดตามไปทันที
เฉียวเยว่ยังไม่ทันเข้าไปในครัวก็เห็นคนสองสามคนยืนอยู่หน้าประตูอย่างตกประหม่า นางถึงถามว่า "มีอะไรหรือ?"
พ่อบ้านกระอักกระอ่วนใจอย่างมาก "คือว่า... ท่านอ๋องอวี้ติว่าครัวของพวกเราสกปรก คนก็สกปรก ให้คนไล่พวกเราออกมาขอรับ"
เฉียวเยว่ตบศีรษะ นางว่าแล้วเชียว!
ต้องโทษตนเอง ไยถึงได้สิ้นคิดให้หรงจ้านมาทำอาหาร ซ้ำยังมาทำที่บ้านของผู้อื่น นี่เป็การหาเื่ให้ใส่ตัวชัดๆ เขาถึงกับรู้สึกว่าที่นี่สกปรก
เฉียวเยว่สูดหายใจลึก หลังจากนั้นก็ปั้นหน้ายิ้มเดินเข้าไป "ท่านพี่จ้าน ข้ามาช่วยแล้ว"
เพียงแต่พอเท้าเหยียบเข้าไปก็เกือบจะหงายหลัง นางร้องหวา รีบคว้าประตูเอาไว้ทัน พอก้มศีรษะมอง ก็เห็นน้ำเจิ่งนองไปทั่ว มิน่าเล่านางถึงเกือบลื่นหกล้ม
เฉียวเยว่มองหรงจ้านด้วยสายตาคาดไม่ถึง พูดติดอ่างในบัดดล "พะ... พะ... พี่จ้าน นี่ท่านทำอันใด?"
หรงจ้านมุ่นคิ้วออกคำสั่ง "เ้าอย่าเข้ามา เดี๋ยวจะหกล้ม ที่นี่สกปรกเกินไป ข้าต้องทำความสะอาดก่อน"
เฉียวเยว่รู้สึกอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา นึกด่าตนเองเป็รอบที่สองว่าทำไมถึงโง่งมนัก อยู่ดีๆ ไยต้องหาเื่มาใส่ตัว
"เอ้อ... ข้าว่าท่านอย่าทำเลยดีกว่า พวกเราไปดูท่านตาเขียนอักษรด้วยกันดีหรือไม่?" นางพูดอย่างจริงจัง
เฉียวเยว่เผยรอยยิ้มไร้เดียงสาเหมือนเมื่อครั้งยังเป็เด็กน้อย ดวงตารูปผลซิ่งทอประกายระยิบระยับ พยายามปล่อยคลื่นกระแสจิตออกไป เพื่อสื่อให้พี่ชายตรงหน้ารู้ว่าตนเองไม่อยากให้เขาทำอาหารให้แล้วจริงๆ
แต่ทว่า...ดูเหมือนว่าหรงจ้านจะไม่ได้รับพลังจิตอันทรงพลังของนาง
"ไม่ต้อง เ้าพูดถูก ข้าควรมอบของขวัญชิ้นพิเศษ"
ดวงตาของหรงจ้านมีประกายวาบผ่าน หลังจากนั้นก็ขัดกะละมังในมือต่อไป
เฉียวเยว่รู้สึกว่าตนเองใกล้จะร้องไห้อยู่รอมร่อ นางเขาไปข้างกายหรงจ้านอย่างระมัดระวัง ยิ้มแล้ว ก็ยิ้มอีก "ท่านพี่จ้าน ท่านจะฟังคำพูดของเด็กอย่างข้าไปไย ท่านก็รู้ ข้ามีนิสัยชอบพูดอะไรเรื่อยเปื่อยที่สุด"
นางดึงชายเสื้อของหรงจ้าน พยายามฉีกยิ้มเผยให้ฟันแปดซี่แลดูเหมาะเจาะน่าพอใจ
"พี่จ้านเ้าขา ไปเถอะ? หากท่านจะทำอาหารจริงๆ แล้วต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบเช่นนี้ ข้าเกรงว่าค่ำแล้วก็ยังไม่ได้ขึ้นโต๊ะ ท่านก็รู้ วันเกิดท่านตาของข้าจะพังเพราะข้าไม่ได้ ท่านพี่จ้าน ถือว่าข้าขอร้องได้หรือไม่?"
หรงจ้านมองเฉียวเยว่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดคะเน ก่อนจะพูดว่า "เ้าคิดว่าข้าทำไม่ได้?"
เฉียวเยว่โบกไม้โบกมือ "ทักษะของท่านยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน แต่ข้ากลัวว่าจะเสียเวลานานเกินไป พูดตามตรง ข้าวิตกแค่เื่นี้"
หรงจ้านหัวเราะเสียงเบา "ภายในหนึ่งชั่วยามตั้งโต๊ะได้แน่นอน วางใจเถอะ ข้าจะพยายามลดมาตรฐานความอนามัยของบ้านเ้าลงอีกหน่อยแล้วกัน"
เฉียวเยว่มองไปรอบด้าน นางไม่รู้สึกว่าจะสกปรกตรงไหนเลยจริงๆ
ไม่รู้ว่าเส้นประสาทส่วนไหนของคนผู้นี้เกิดผิดปรกติ ถึงต้องทำขนาดนี้ให้ได้
เฉียวเยว่รู้สึกเหมือนกำลังรับกรรมที่ตนเองก่อ ถอนหายใจเบาๆ ยกมือเกาหัวอย่างจนปัญญาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
แท้จริงแล้วความเคยชินในการแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ ของเฉียวเยว่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากตอนเป็เด็ก เมื่อร้อนใจ ตื่นตระหนก จนปัญญาจะรับมือ นางมักยกมือเกาศีรษะ แล้วก็เกาอาภรณ์น้อยๆ ของตนเองเสมอ
หลังจากโตขึ้นมาอีกหน่อย ก็ไม่ค่อยเกาศีรษะแล้ว เพราะดูโจ่งแจ้งเกินไป แต่อาการเกาเสื้อผ้ายุกยิกยังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
หรงจ้านหันไปมอง เห็นนางทำหน้ายุ่งยกมือน้อยๆ เกาศีรษะ พลันนึกถึงตอนที่นางยังอายุห้าหกขวบ
นะ... น่ารักที่สุด!
เขาหันไปหยิกแก้มของนาง "เฉียวเยว่ไปรอข้างนอก ข้าจะทำของอร่อยให้เ้ากิน"
...
[1] เหมยกุ้ย คือดอกกุหลาบ
[2] บาลาลา ภูตสาวมหัศจรรย์ คือการ์ตูนไลฟ์แอคชั่นสัญชาติจีน เป็เื่ราวของกลุ่มภูตสาวมีพลังพิเศษที่รวมตัวกันเพื่อพิทักษ์โลกจากเหล่าร้าย ฉายครั้งแรกเมื่อปี 2008 มีทั้งหมด 5 ซีซัน 52 ตอน
