สะเทือนวงการบันเทิงด้วยดาราหน้าหวานสันดานนักมวย

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

 

ลู่เซี่ยนชิงไม่ตอบ แต่ฉายภาพหน้าจอมือถือขึ้นบนผนัง นั่งลงที่โต๊ะกินข้าวแล้วสั่ง "ปิดม่าน ฉันมองไม่ชัด"

เหอซิ่งยังกัดไม่ปล่อย "บอกมาก่อนว่าไปโดนอะไรมา หน้านี้เป็๲สมบัติของชาติพี่ไม่รู้เหรอ? รู้ไหมบริษัททำประกันหน้าพี่ไว้เท่าไหร่?"

ลู่เซี่ยนชิงตอบ "ฉินซือเจิงต่อย"

เหอซิ่งหายใจแทบสะดุด "พวกพี่ไปเจอกันตอนไหน? ฉันเผลอแป๊บเดียวไปตีกันแล้วเหรอ? แล้วพี่ทำเขาสาหัสไหม?"

ลู่เซี่ยนชิงนึกย้อนกลับไปวันนั้น "ฉันไม่ได้ลงมือ"

ไม่ได้ลงมือแล้วเขาจะต่อยพี่จนน่วมขนาดนี้เหรอ? นี่พี่ไปปากดีใส่เขาจนทนไม่ไหวหรือเปล่า? เหอซิ่งเข่าอ่อน "พี่สี่ พี่บอกฉันมาตามตรง พี่... เข้าไปหรือยัง?"

ลู่เซี่ยนชิงเหลือบมองเธอ "แค่นวดนิดหน่อย"

นวด... นิดหน่อย? แค่จินตนาการภาพลู่เซี่ยนชิงบังคับให้ฉินซือเจิงคุกเข่าตรงหน้า แล้วใช้มือคู่นั้นช่วยนวดให้เขา ไม่ไหวแล้ว เธอจะขาดอากาศหายใจ

"ฉันบอกให้พี่อดทนไว้ไง เกิดฉินซือเจิงถ่ายคลิปไว้ หรือเอา... เอาไอ้นั่นของพี่ไปตรวจดีเอ็นเอแล้วฟ้องว่าพี่ข่ม... เอ่อ ถึงตอนนั้นฉันจะแก้ปัญหายังไง!" เหอซิ่งแทบจะร้องไห้ เดินวนไปวนมาทั่วห้อง "จริง ๆ นะ ถ้าพี่ว่างมากก็ไปหาคุกอยู่เถอะ ฉันคงเส้นเ๧ื๪๨ในสมองแตกตายสักวัน..."

"นวดที่คิ้ว" ลู่เซี่ยนชิงพูด

เหอซิ่งชะงัก ประมวลผลอยู่หลายรอบกว่าจะถามด้วยความไม่อยากเชื่อ "เดี๋ยวนะ พูดอีกทีซิ นวดตรงไหน?"

ลู่เซี่ยนชิงย้ำ "คิ้ว"

เหอซิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงบนโซฟา หอบหายใจอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้ มองลู่เซี่ยนชิงหยิบรีโมตมาปิดม่านปิดไฟเอง

"คิ้วก็ดี คิ้วก็ดีแล้ว" เหอซิ่งพูดด้วยความโล่งอก "เล่นอะไรใส ๆ บ้างเถอะ สังคมนิติธรรมอย่าเอาแต่คิดจะกินอะไรเผ็ดร้อนนักเลย"

ลู่เซี่ยนชิงไม่สนใจเธอ

บนจอปรากฏภาพซือเชียนชิวกำลังพาลูกนอนกลางวัน งดงามราวกับภาพวาด เหอซิ่งนั่งมองอยู่ครู่หนึ่ง อดชมไม่ได้ "ซือเชียนชิวนี่รู้จักเล่นกล้องจริง ๆ หน้าตาก็สวย ดังได้ไม่ยากหรอก"

ลู่เซี่ยนชิงไม่รับมุก กัดขนมปังปิ้งคำหนึ่ง รู้สึกไม่หวานเลยตักแยมเพิ่มอีกช้อน

เหอซิ่งดูไลฟ์สดไปก็วิจารณ์ไป "จริง ๆ วาไรตี้เนี่ยเป็๲ของดีนะ ดังเร็วกว่าเล่นหนังเล่นละครเยอะ ดูอย่างพี่เหวินเยว่สิ อดทนมาตั้งกี่ปีกว่าจะได้เป็๲นางพญาคว้าถ้วยรางวัล"

"สมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ค่อยมีใครมีเวลามานั่งละเมียดดูผลงานหรอก ยุคฟาสต์ฟู้ดขอแค่มีกระแสก็ดันคนให้ดังได้ ฉินซือเจิงนี่แหละตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด"

"วาไรตี้ต่อให้มีบท แต่ถ้าเข้าไปแล้วรู้จักวางตัวหน่อย ไม่ว่ามูลค่าทางการตลาดจะเป็๲ยังไง แต่ดังน่ะดังแน่ ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทราฟฟิกคือชีวิต หายหน้าไปสามเดือนคนก็ลืมแล้ว"

ลู่เซี่ยนชิงพูดขึ้นมา "ซือเชียนชิวไม่ดังหรอก"

เหอซิ่งงง "ทำไมล่ะ?"

ลู่เซี่ยนชิงตอบ "หางตา ปีกจมูก คาง ทำมาหมด ศัลยกรรมโดยเอาฉินซือเจิงเป็๞ต้นแบบ อีกสองปีก็หน้าพังแล้ว"

เหอซิ่งหัวเราะ "ในวงการใครไม่ทำบ้าง? นี่ถือว่าแค่ปรับรูปหน้า พี่นึกว่าทุกคนจะเหมือนพี่เหรอที่หล่อแต่เกิด ทำยังไงก็หล่อ คนอื่นเขาต้องตัดแต่งพันธุกรรมกันทั้งนั้นแหละกว่าจะเบียดเข้ามาได้"

ลู่เซี่ยนชิงส่ายหน้า "ไม่ใช่ เขาแอบเล่นงานฉินซือเจิงในรายการ"

เหอซิ่งอึ้งไปนิด มองไปในจออีกที ซือเชียนชิวยังคงนอนหลับตาพริ้ม ขนตางอนยาวดำขลับ เงียบสงบและงดงามราวกับ 'สโนว์ไวท์' ไม่หลุดคาแรคเตอร์คุณชายสูงศักดิ์

"ไม่มั้ง? ตอนนี้เขากำลังดัง ฉินซือเจิงตกอับขนาดนั้น พลิกกลับมาได้ขนาดนี้แล้ว จะไปหาเ๹ื่๪๫ฉินซือเจิงทำไม?"

"เงาทะมึนในใจคนไม่ได้ลบออกง่ายขนาดนั้น มันเหมือนเงาตามตัว พอถูกกระตุ้น มันก็จะกลับมาบีบคอให้หายใจไม่ออกอีกครั้ง ฉินซือเจิงคือเงาในใจเขา ชาตินี้ทั้งชาติก็สลัดไม่หลุด" ลู่เซี่ยนชิงพึมพำ ขนตาหลุบลง เพิ่มความรู้สึกหดหู่เ๾็๲๰าขึ้นอีกส่วน

เหอซิ่งไม่เห็นด้วย "ไม่ใช่มั้ง? นิสัยอย่างฉินซือเจิงยอมกินน้ำใต้ศอกซะที่ไหน มีหวัง๷๹ะโ๨๨ดึงหัวตบไปแล้ว พี่มองผิดหรือเปล่า"

ลู่เซี่ยนชิงเงยหน้า "เธอคิดว่าไงล่ะ?"

เขาเห็นลูกไม้ตื้น ๆ ในวงการมาเยอะ เป็๞ไปไม่ได้ที่จะดูผิด เหอซิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถาม "งั้นในเมื่อขนาดฉินซือเจิงยังไม่รู้สึก คงมีไม่กี่คนที่ดูออก แล้วพี่มั่นใจได้ไงว่าซือเชียนชิวจะดังได้ไม่นาน?"

ลู่เซี่ยนชิงดึงทิชชูเปียกมาเช็ดนิ้วทีละนิ้ว แล้วโยนลงถังขยะ

เนิ่นนาน

"เขาคิดจะทำร้ายมือของฉินซือเจิง"

เหอซิ่งหน้ามืดวูบ รีบยันโต๊ะลุกขึ้น "ท่านบรรพบุรุษ พี่อย่าลดตัวลงไปจัดการซือเชียนชิวเองนะ เห็นแก่ที่ฉันยอมเป็๞วัวเป็๞ม้าให้พี่ทรมานมาหลายปี ให้ฉันมีชีวิตยืนยาวอีกหน่อยเถอะ!"

ลู่เซี่ยนชิงตอบ "อืม"

"จริงสิ ทางพี่เหวินเยว่บอกว่ามีบทดี ๆ อยากให้พี่เล่น ถามความเห็นพี่หน่อย" เหอซิ่งคิดในใจ รีบ ๆ เข้ากองถ่ายซะ เข้ากองแล้วจะได้ไม่มีเวลาไปก่อเ๹ื่๪๫ ฉันจะได้อายุยืนขึ้นอีกนิด

ลู่เซี่ยนชิงตอบ "ขอดูบทก่อน"

"อีกไม่กี่วันเป็๞วันครบรอบแต่งงานของพี่เหวินเยว่กับผู้กำกับโจว อยากเชิญพี่ไปร่วมงาน" เหอซิ่งหยิบการ์ดที่ออกแบบมาอย่างประณีตจากกระเป๋า ปั๊มทองโรยเงิน พร้อมการ์ดเชิญที่เขียนด้วยลายมือ

ลู่เซี่ยนชิงไม่แม้แต่จะมอง "ไม่ไป"

นิสัยแบบนี้ของเขาถือเป็๞หนึ่งเดียวในวงการบันเทิงจริง ๆ ก้อนหินในส้วมยังไม่แข็งและเหม็นเท่าเขา เหอซิ่งบ่นในใจเสร็จก็พบว่าสายตาเขาเปลี่ยนไป แทบจะมีน้ำหยดออกมา กระพริบตาเพียงนิดเดียวก็เหมือนกวนน้ำในบ่อฤดูใบไม้ผลิให้กระเพื่อม

เธอหันกลับไปมองจอ ฉินซือเจิงกำลังล้างผลไม้ นิ้วมือถูผลไม้แต่ละลูกเบา ๆ อย่างประณีตบรรจง เสียงน้ำไหลดังซ่า

"พี่... พี่สี่"

ลูกกระเดือกของลู่เซี่ยนชิงขยับขึ้นลง เงยหน้าสบตากับเธอ เหอซิ่งยังไม่ทันได้พูดประโยคที่ว่า "พี่ไม่ต้องพูดแล้ว" ดวงตาสีนิลที่เย็นเยียบดั่งหิมะคู่นั้นก็หรี่ลง น้ำเสียงราบเรียบแต่เ๾็๲๰าเจือความไร้เดียงสาและไม่เกรงกลัวเหมือนเด็กทารก แถมยังมีความสับสนปนอยู่ด้วย

"เหอซิ่ง ฉันมีอารมณ์อีกแล้ว"

บทที่ 10 - ภูผาเขียวคะนึงหา

โทรศัพท์เหอซิ่งดังขึ้น เธอถลึงตาใส่ลู่เซี่ยนชิงก่อน ทุกคำที่พูดลอดไรฟันออกมา "พี่อยู่เฉย ๆ เลยนะ! ตอนฉันคุยโทรศัพท์ห้ามพูด ไม่งั้นไปนอนบ้านเสิ่นชิงครึ่งเดือน!"

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้