“เ้ากล้ามากที่มาปรากฏตัวที่นี่ ส่งตัวถังเหล่ยให้ข้า!”
ทันทีที่ตี้เลี่ยเห็นตี้เหยียนเขาก็กล่าวพร้อมกับะเิกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ในขณะนี้แม้แต่เส้นผมของเขาก็ลุกโชนด้วยเปลวเพลิง เขาจ้องมองไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่วางตา
“ข้ามาเพื่อถามว่าเหตุใดจึงต้องใช้มาตรการสูงสุด ข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น?” ตี้เหยียนกล่าวอย่างเ็าและจ้องมองไปยังตี้เลี่ยที่โกรธแค้น
“เลิกเสแสร้งได้แล้ว หากไม่ส่งตัวถังเหล่ยให้ข้า ข้าจะทำลายจวนของเ้าทิ้งซะ!” ตี้เลี่ยตอบโต้ทันที
“ข้าไม่รู้ว่าถังเหล่ยอยู่ที่ไหน และเขาไม่ได้อยู่ในจวนของข้าอย่างแน่นอน!” ตี้เหยียนกล่าวอย่างเ็าอีกครั้ง
“ข้าไม่เชื่อ เว้นแต่เ้าจะให้ข้าค้นจวนของเ้า!”
ในขณะนี้ตี้เลี่ยไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป เขายังสงสัยว่าการสังหารตี้เทียนเซิ่งของถังเหล่ยนั้นถูกยั่วยุโดยตี้เหยียน ดังนั้นเขาจึงสงสัยอย่างยิ่งว่าถังเหล่ยอาจจะซ่อนตัวอยู่ในจวนของตี้เหยียน!
“เ้าสามารถลองดูได้!”
น้ำเสียงของตี้เหยียนเ็าแฝงด้วยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน ทันใดนั้นภาพธรรมคล้ายปีกที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงก็ปรากฏจางๆ อยู่ที่ด้านหลังของเขา
“หยุดโต้เถียงกันได้แล้ว!”
จากนั้นเสียงของผู้เฒ่าใหญ่ตี้หงอวิ๋นดังออกมาเหนือห้องโถง ลมหายใจต่อมาร่างของผู้าุโใหญ่ก็ได้ปรากฏอยู่เหนือห้องโถงแล้ว ทันทีที่ตี้เหยียนและตี้เลี่ยเห็นผู้าุโใหญ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของพวกเขาก็หายไปทันที
“ข้ารู้เื่นี้แล้ว ตี้เหยียน ถังเหล่ยไม่ได้อยู่ในจวนของเ้าจริงหรือไม่?” ตี้หงอวิ๋นถามตี้เหยียนทันที
“เป็ความจริง!” ตี้เหยียนตอบอย่างนอบน้อม
อย่างไรก็ตามตี้เหยียนจะไม่โกหกผู้าุโใหญ่อย่างแน่นอน เว้นแต่ตี้เหยียนผู้นี้ไม่้ามีชีวิตอยู่อีกต่อไป
“ถังเหล่ยผู้นี้ช่างเื่เยอะจริงๆ เมื่อวานข้ายังรู้สึกชื่นชมเขาอยู่เลย แต่วันนี้เขากลับกลายเป็ศัตรูของตระกูลของข้าไปเสียแล้ว” ตี้หงอวิ๋นส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
“ตี้เลี่ย! การที่ถังเหล่ยลงมือสังหารบุตรของเ้านั้นเป็เื่ธรรมดาที่เ้าจะต้องตามล้างแค้นให้กับบุตรของตนเอง แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือถังเหล่ยมีเมตตาต่อตระกูลตี้ของเรา ดังนั้นหากเ้า้าฆ่าถังเหล่ยเ้าจะต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของเ้าเองเท่านั้น เ้าไม่สามารถนำตระกูลเข้าไปเกี่ยวข้องได้”
ทันทีที่ตี้หงอวิ๋นกล่าวจบ เหล่าผู้าุโที่อยู่ในห้องโถงต่างก็รู้สึกประหลาดใจ คำกล่าวของผู้าุโใหญ่นั้นเห็นใจถังเหล่ยอย่างชัดเจน ไม่ว่าตี้เลี่ยจะไม่พอใจในคำตัดสินของผู้าุโใหญ่แต่เขาก็ไม่สามารถกล่าวออกมาได้
“ส่วนตี้เหยียน! ข้ารู้ว่าถังเหล่ยทำดีกับตี้ชิงมาก แต่เ้าก็ไม่สามารถช่วยถังเหล่ยอย่างลับๆ ได้ เข้าใจหรือไม่?”
ตี้หงอวิ๋นกล่าวกับตี้เหยียนต่อทันทีซึ่งถือได้ว่าเป็กลาง ในความเป็จริงตี้หงอวิ๋นรู้สึกกังวลในความแข็งแกร่งของถังเหล่ย หากตระกูลตี้ของเขาออกไล่ล่าถังเหล่ยและไม่สามารถสังหารถังเหล่ยได้ ในท้ายที่สุดตระกูลของเขาจะถูกล้างแค้น ดังนั้นการปล่อยให้ตี้เลี่ยไปแก้แค้นอีกฝ่ายด้วยตัวเองก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว
“เข้าใจแล้ว” ตี้เหยียนตอบกลับอย่างนอบน้อม
“เอาล่ะทุกคนออกไปได้ และมาตรการสูงสุดก็ต้องถูกยกเลิกเช่นกัน เนื่องจากถังเหล่ยไม่ได้อยู่ในวังหลวงของตี้เหยียน เขาน่าจะหนีจากเมืองจิ่วหั่วไปแล้ว” ตี้หงอวิ๋นกล่าวอย่างใจเย็น จากนั้นเขาก็หันมาทางซ้ายออกคำสั่งลับบางอย่าง
ในเวลาเดียวกันกองทัพของตี้เลี่ยก็เริ่มดำเนินการอย่างบ้าคลั่ง โดยตั้งจุดตรวจบนถนนใกล้กับเมืองจิ่วหั่วทุกเส้นทางพร้อมกับประกาศรูปลักษณ์ของถังเหล่ย
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยได้ออกจากเมืองจิ่วหั่วไปไกลแล้ว เขาขี่ม้าอย่างต่อเนื่องเป็เวลาสองชั่วยาม ทันใดนั้นเขาก็ััได้ว่าพาหนะที่เขากำลังขี่อยู่นั้นได้อ่อนแรงลง ดังนั้นเขาจึงลดความเร็วลงค่อนข้างมาก
ระยะทางของูเาจู่หุนนั้นอีกยาวไกล หากเขาขี่พาหนะด้วยความเร็วสูงสุดตลอดเส้นทางเดิมทีจะใช้เวลาประมาณสองวัน
อย่างไรก็ตามถังเหล่ยรู้ดีว่าระหว่างการเดินทาง เขาไม่สามารถเปิดเผยตัวตนให้ผู้ใดรับรู้ได้ และการเดินทางด้วยม้าของเขานั้นไม่สามารถเทียบความเร็วกับสัตว์อสูรที่กองทัพของตี้เลี่ยใช้ได้
ทันทีที่ถังเหล่ยเห็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ด้านหน้า เขาจึงมีความคิดที่จะเปลี่ยนพาหนะ เนื่องจากม้าที่เขากำลังขี่อยู่นั้นเริ่มอ่อนแรงลงอย่างชัดเจน
จากนั้นไม่นานถังเหล่ยก็ไปถึงหมู่บ้าน หมู่บ้านแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก ข้างถนนมีโรงเตี๊ยมและร้านค้าไม่มากนัก ที่สำคัญมีเพียงที่เดียวเท่านั้นที่ขายม้า
“เถ้าแก่ ข้าอยากทราบราคาของม้าที่ดีที่สุด”
หลังจากนั้นถังเหล่ยก็เดินเข้าไปและถามออกมาทันที ลมหายใจต่อมาสายตาของเขาก็กวาดไปเห็นเ้าของโรงเตี๊ยมกำลังพูดคุยกับแขกสองคนอย่างนอบน้อม เมื่อแขกที่ยืนอยู่กับเ้าของโรงเตี๊ยมได้ยินเสียงของถังเหล่ยพวกเขาก็หันหน้ามาสบตากับถังเหล่ยทันที
ในขณะนี้พวกเขาทั้งสามคนต่างตกตะลึง ถังเหล่ยจำได้ทันทีว่าแขกสองคนที่ยืนอยู่กับเ้าของโรงเตี๊ยมคือองครักษ์ของตี้เทียนเซิ่ง องครักษ์ทั้งสองก็ตกตะลึงเช่นกันเมื่อพบกับถังเหล่ย
พบศัตรูบนทางแคบ!
“พวกท่านทั้งสามรู้จักกันมาก่อนหรือ?”
เ้าของโรงเตี๊ยมกล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นทั้งสามคนจ้องมองกันเป็เวลานานราวกับคู่รัก ลมหายใจต่อมาแสงสายหนึ่งคล้ายกับดาบได้ฟาดฟันไปที่บริเวณคอเ้าของโรงเตี๊ยม จากนั้นร่างเ้าของโรงเตี๊ยมก็ล้มลงกับพื้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้กลับไม่สามารถทำให้จิตใจของถังเหล่ยเกิดความหวาดหวั่นได้
“ถังเหล่ยเป็เพราะเ้าทำให้พวกเราต้องหนีออกมา แต่พระเ้าก็เห็นใจส่งเ้ามาให้กับข้า พวกข้าจะสังหารเ้าเพื่อกลับไปที่เมืองหลวง!” ชายถือดาบผู้หนึ่งกล่าวอย่างดุร้าย เขาคือคนที่ลงมือสังหารเ้าของโรงเตี๊ยม
ส่วนชายอีกคนหนึ่งกำลังชักดาบของเขาออกมาและเดินอ้อมไปที่ด้านข้างถังเหล่ย ถังเหล่ยก็้าที่จะสังหารพวกเขาเช่นกัน หากปล่อยไว้พวกเขาทั้งสองจะเปิดเผยตัวตนของถังเหล่ยอย่างแน่นอน
“วันนี้เราจะส่งเ้าไปลงนรก อย่าหาว่าศิษย์พี่ของข้าหยาบคายแล้วกัน!” ชายร่างเล็กกล่าวขณะเดินไปปิดประตูโรงเตี๊ยม
“ผู้ใดกันแน่ที่จะได้ลงนรก?”
ถังเหล่ยกล่าวอย่างเ็า จากนั้นเขาก็พุ่งไปที่ชายร่างเล็กที่ยืนอยู่ประตูโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว องครักษ์ทั้งสองเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์ขั้นหนึ่งเท่านั้น แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่สามารถเทียบได้กับตี้เทียนเซิ่ง
เมื่อเป็เช่นนี้ถังเหล่ยจึงต้องรีบลงมือสังหารพวกเขาทั้งสองให้ได้โดยเร็วที่สุดและห้ามกระโตกกระตากโดยเด็ดขาด ชายร่างเล็กรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อยเขาคาดเดาเอาไว้ว่าอีกฝ่ายจะต้องลงมือกับชายร่างใหญ่ก่อน
องครักษ์ทั้งสองเคยเห็นการต่อสู้ระหว่างถังเหล่ยและตี้เทียนเซิ่ง พวกเขารู้ดีว่าถังเหล่ยผู้นี้เป็เพียงผู้ฝึกตนระดับผู้ชำนาญยุทธ์เท่านั้น แต่ไม่อาจประมาทอีกฝ่ายได้
ลูกเกาทัณฑ์อันแหลมคมหลายลูกถูกควบแน่นอยู่ด้านหลังของชายร่างเล็ก จากนั้นเขาโบกมือและลูกเกาทัณฑ์หลายลูกก็ได้พุ่งไปยังถังเหล่ย ในเวลาเดียวกันชายร่างเล็กก็ก้าวถอยหลังออกไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างตนเองและอีกฝ่าย
พวกเขารู้ดีว่าถังเหล่ยผู้นี้เชี่ยวชาญในการต่อสู้ระยะประชิด หากพวกเขายังสามารถเว้นระยะห่างระหว่างตนเองและอีกฝ่ายได้ พวกเขาก็มีโอกาสที่จะชนะสูง แม้ว่าองครักษ์ร่างเล็กผู้นี้จะมีความเฉลียวฉลาด แต่เขาก็ประเมินถังเหล่ยต่ำเกินไป
ความจริงแล้วเมื่อตอนที่ถังเหล่ยต่อสู้กับตี้เทียนเซิ่งนั้นเขายังไม่ได้ใช้พลังในร่างกายทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่ในขณะนี้พลังภายในร่างกายของเขาถูกกระตุ้นให้เพิ่มถึงขีดสุดแล้ว
……
