สำนักตรวจสอบเสร็จสิ้นภารกิจที่เมืองซุยโจว และอยู่ระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง ทางด้านองค์รัชทายาทที่ได้รับราชโองการ จากผู้เป็พระบิดาให้ออกเดินทางไปยังเมืองสุยโจว เพื่อตรวจสอบเื่น้ำท่าที่ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ก่อนที่เทพธิดาพยากรณ์จะทำพิธีขอฝนสำเร็จ ว่าแท้จริงแล้วนั้นเกิดจากธรรมชาติ หรือเป็ฝีมือของมนุษย์ที่มีความเห็นแก่ตัวหรือไม่
ก่อนจะถึงเมืองสุยโจวอีกหนึ่งร้อยกว่าลี้ กลุ่มขององค์รัชทายาทได้แวะพักกลางทาง เพื่อให้ม้าได้ดื่มน้ำกินหญ้าที่โรงพักม้าแห่งหนึ่ง และทรงได้ยินชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ พูดถึงเ้าเมืองที่ถูกโจรป่าสังหาร ก่อนจะไปรับตำแหน่งที่เมืองสุยโจว ได้ยินเช่นนั้นก็ทรงจำได้ว่า พระบิดามีรับสั่งให้เจียงกุ้ยฉินอดีตรองเ้ากรมขุนนาง ที่ถูกลดขั้นและเดินทางมาเป็เ้าเมืองสุยโจว
“นี่เถ้าแก่ ท่านว่าป่านนี้หนังสือจากบัณฑิตสิง จะไปถึงเมืองหลวงหรือยัง เมืองสุยโจวของเรารอเ้าเมืองคนใหม่ มาแทนคนเก่าไม่ไหวแล้ว”
“ฮ้าย ข้าได้ยินมาว่ายังต้องใช้เวลาอีกสักพัก หากว่าที่เ้าเมืองคนใหม่ไม่ถูกโจรป่าสังหารทั้งครอบครัว ป่านนี้เมืองสุยโจวคงแก้ไขเื่น้ำได้นานแล้ว ไม่ต้องรอให้เทพธิดาพยากรณ์ทำพิธีขอฝนเช่นนี้” เถ้าแก่ร้านน้ำชาตอบคำถามของชาวบ้าน ที่มักจะแวะมาดื่มน้ำชาและพูดคุยกัน
“เฮ้อ นั่นสินะ พวกโจรป่านี่มันเหี้ยมโหดเกินไปจริง ๆ ยามเดินทางไปเมืองอื่นผู้คนถึงเลือกไปเส้นทางลัด แม้จะอ้อมสักหน่อยขอแค่มีชีวิตรอดก็ยอม”
“ทำอย่างไรได้เล่า เมืองสุยโจวอยู่ไกลถึงเพียงนี้ ขุนนางกังฉินจะกำเริบเสิบสาน เพราะสามารถเขียนรายงานอย่างไรก็ได้ ฮ่องเต้ทรงอยู่ถึงเมืองหลวงอาจถูกปิดหูปิดตาก็ได้”
“ถูกของท่านนะเถ้าแก่ ข้าต้องไปทำงานต่อแล้วค่าน้ำชาอยู่บนโต๊ะนะเถ้าแก่”
“ขอบใจ ๆ”
เมิ่งห้านที่นั่งโต๊ะเดียวกับรัชทายาท ซึ่งพวกเขาปลอมตัวเป็ชาวยุทธ์ทั่วไป โดยมีองค์รักษ์ฝีมือดีติดตามจำนวนสิบคน เมื่อได้ยินเื่เ้าเมืองคนใหม่ถูกสังหารทั้งครอบครัว เขาจึงอยากรู้ว่ารัชทายาทคิดกับเื่นี้เช่นไร
“คุณชายพวกเราควรส่งข่าวนี้ถึงนายท่านดีหรือไม่ขอรับ?”
“ย่อมต้องส่งข่าวถึงท่านพ่อของข้า เมืองสุยโจวจะขาดคนดูแลมิได้ ให้คนของเราส่งจดหมายกลับเมืองหลวงโดยเร็ว” รัชทายาทย่อมไม่ปล่อยผ่านเื่นี้
“ขอรับ แล้วเ้าเมืองคนเก่าที่ยังนอนตีพุงอยู่ที่นั่น จะให้พวกบ่าวจัดการลงโทษทันทีหรือไม่ขอรับ”
“รอให้จัดการสืบเื่น้ำที่เป็ปัญหาเสร็จสิ้น ข้าจะลงโทษขุนนางผู้นี้ด้วยตนเองอย่างแน่นอน” รัชทายาทตอบเมิ่งห้าน ด้วยสีหน้านิ่งสงบประหนึ่งผิวน้ำนิ่ง แต่ภายใต้ผืนน้ำกลับมีเกลียวคลื่นที่เริ่มก่อตัวขึ้น และไม่มีใครรู้ได้ว่าทรงคิดสิ่งใดอยู่
“ทราบแล้วขอรับ”
“เตรียมตัวออกเดินทางต่อได้ ข้า้าไปถึงเมืองสุยโจวให้เร็วที่สุด” เนื่องจากรัชทายาทออกเดินทางหลังกองทัพไม่กี่วัน แต่ระยะทางยังคงใกล้กว่า ทรง้าทำภารกิจนี้ให้เสร็จโดยเร็ว
“ขอรับคุณชาย”
เมิ่งห้านรับคำสั่งก่อนจะลุกออกไป เพื่อบอกให้อู่ผิงหัวหน้าองครักษ์ที่ติดตามมา ส่งข่าวเื่เจียงกุ้ยฉินกลับเมืองหลวง เพื่อที่ฮ่องเต้จะได้มีรับสั่งส่งเ้าเมืองคนใหม่มาอีกครั้ง ด้วยการเดินทางที่ใช้ม้าพันธุ์ดี ขบวนเดินทางของรัชทายาท จึงมาถึงนอกกำแพงเมืองเมืองสุยโจว หลังยามโหย่วไปเพียงเล็กน้อย ในเมื่อไม่สามารถเข้าเมืองได้เมิ่งห้านได้หาจุดพักแรม ซึ่งมีขบวนพ่อค้าที่มาถึงไล่เลี่ยกันอยู่สองสามกลุ่ม อย่างน้อยอยู่ใกล้กับพวกเขาเช่นนี้ อาจมีประโยชน์ในด้านการหาข่าวต่าง ๆ ได้
จุดพักของรัชทายาทอยู่ห่างออกไปสามจั้ง เพื่อไม่เป็การรบกวนผู้อื่น แต่เสียงพูดคุยของกลุ่มพ่อค้าช่างเป็ประโยชน์เสียนี่กระไร กลุ่มพ่อค้าที่พักร่วมกันพูดคุยเื่สัพเพเหระ แต่มีเสียงหนึ่งกล่าวขึ้นคล้ายกับว่า รูสึกอิจฉากับโชควาสนาของสหายพ่อค้าที่นั่งข้าง ๆ
“นายท่านฟานได้ข่าวว่าไม่นานมานี้ บุตรสาวคนที่สามของท่าน ได้แต่งเป็อนุภรรยาของเ้าเมืองฝานรึ” ไฉจู่ฮั่วเอ่ยถามไม่จริงจังนัก
“อ้อ คงเป็วาสนาของบุตรสาวคนนี้ของข้า ที่ทำให้ท่านเ้าเมืองพึงพอใจ จึงส่งเกี้ยวไปรับแต่งเป็อนุภรรยาคนที่สี่น่ะ” ฟานฉงหูตอบคล้ายถ่อมตน แต่ดวงตาที่ทุกคนเห็นมิได้เป็เช่นนั้น
“ช่างโชคดีจริง ๆ มิน่าล่ะการค้าของนายท่านฟาน ถึงไร้ปัญหาเพราะมีลูกเขยเป็ถึงเ้าเมืองสุยโจว หากข้ามีบุตรสาวคงจะฝากฝังกับท่านเ้าเมืองได้บ้าง” ไฉจู่ฮั่วมักได้ยินคนกล่าวถึงเื่นี้บ่อยครั้ง
“นั่นสินายท่านฟาน ครั้งนี้ที่มาสุยโจวคงได้รับเชิญจากท่านเ้าเมือง ไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินเอก ที่เ้าเมืองจะจัดขึ้นที่บ้านพักบนูเากระมัง ข้าอยากเห็นยิ่งนักว่าจะงดงามเพียงใด” ข่งเชี่ยนหนานพูดถึงเื่งานเลี้ยง ที่เ้าเมืองฝานจะจัดขึ้นยังบ้านพักบนูเา ซึ่งมันผิดวิสัยของคนที่ได้รับตำแหน่งเ้าเมืองเล็ก ๆ
“ใช่แล้วนี่เป็ครั้งแรกที่ข้าจะได้เข้าไปที่นั่น ก่อนหน้านั้นได้ยินคนงานเก่า ๆ เล่าให้ฟัง ว่าบ้านพักหลังนั้นงดงามมาก มีแม่น้ำไหลผ่านลงไปถึงด้านหลังเมืองสุยโจว ซึ่งเป็จวนของเหล่าเศรษฐี ถ้าจำไม่ผิดมีคนจ้างนักพรตมาชี้จุดมงคล เกี่ยวกับแม่น้ำข้าก็จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะ”
“อ้อ ที่แท้ก็มีที่มาเช่นนี้นี่เอง” ข่งเชี่ยนหนานพยักหน้าเข้าใจ
กลุ่มพ่อค้าพูดคุยกันอีกไม่นานก็แยกย้ายกลับที่พักของตนไป แต่กับกลุ่มของรัชทายาทที่ยามนี้ ทุกคนที่ได้ยินเริ่มไขความกระจ่างของปัญหาเื่น้ำ ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงแล้ว
“หึ ในที่สุดความจริงก็เผยออกมา จากปากของคนชอบโอ้อวดตนเช่นนี้เอง ดียิ่งนักพวกเราจะได้ไม่เหนื่อยสืบข่าวให้ยุ่งยาก” รัชทายาทไม่คิดว่าคนกลุ่มนี้จะอิจฉา และโอ้อวดในสิ่งที่มิใช่ของตน
“คุณชายขอรับ ได้ยินเช่นนี้แล้วบ่าวคิดว่า รุ่งเช้าเปลี่ยนจากเข้าเมืองไปตรวจสอบบ้านพักที่ว่านั่น จะดีกว่าหรือไม่ขอรับ” เมิ่งห้านก็คิดคล้ายกับรัชทายาท จึง้าสืบหาความจริงให้มากกว่านี้
“อืม ข้าก็คิดเช่นนั้น หากเื่แม่น้ำที่พ่อค้าคนนั้นพูดเป็เื่จริง ไม่ต้องรอให้ถึงงานเลี้ยง ขุนนางกังฉินต้องได้รับโทษสูงสุดทั้งตระกูลทันที บอกทุกคนให้พักผ่อนเถิด ที่นี่อยู่ใกล้กำแพงเมืองพวกโจรป่า ไม่กล้าลงมือใกล้สายตาเ้าหน้าที่แน่นอน” รัชทายาทไม่คิดจะรั้งรอการลงทัณฑ์ ภายหลังที่ความจริงปรากฏ
“บ่าวทราบแล้วขอรับ”
องครักษ์ทั้งสิบคนย่อมได้ยินเื่ที่พ่อค้าพูดคุยเช่นกัน คนพวกนี้ได้เป็ขุนนางเพราะติดสินบนทั้งนั้น ยิ่งอยู่ในเมืองห่างไกลยิ่งทำเื่ทุจริตได้ง่าย กว่าราชสำนักจะรับรู้ความจริงชาวบ้านก็ลำบากมานานแล้ว เมื่อถึงยามเหม่ากลุ่มของรัชทายาท ได้เริ่มเดินทางเพื่อตามหาบ้านพักบนูเา โดยสอบถามเส้นทางจากชาวบ้าน หลังจากรู้แล้วว่าต้องไปเส้นทางใด ฝีเท้าของม้าจึงควบขี่ออกไปพร้อม ๆ กัน กระทั่งได้พบเส้นทางที่แผ้วถางจนเหี้ยนเตียน เพื่อให้ขบวนของเ้าเมืองขึ้นไปยังบ้านพักได้ราบรื่น
เฉกเช่นการขี่ม้าขึ้นมาถึงบ้านพักแห่งนี้ของรัชทายาท ทว่าสิ่งที่ทรงทอดพระเนตรเห็นในยามนี้ กลับทำให้มีโทสะอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อเส้นทางน้ำจากตาน้ำบนูเา ถูกคนที่เรียกตนเองว่าเ้าเมือง ทำการเปลี่ยนเส้นทางการไหลของน้ำมายังบ้านพักแห่งนี้แทน
“บัดซบ!! เ้าสารเลวฝานฮุย!!” รัชทายาทสบถถ้อยคำออกมาอย่างทนไม่ได้
“รัชทายาท! นะ นะ นี่มันน้ำจากบนูเาทั้งนั้นเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” เมิ่งห้านยังตะลึงกับภาพที่เห็นถึงบ้านพักจะงดงามแต่น้ำมากมายกลับไหลมาอยู่ที่นี่เสียสิ้น
“หึ มันไม่ใช่มนุษย์แต่เป็สัตว์เดรัจฉาน สัตว์ที่เห็นแก่ตัวและพวกพ้อง มิน่าล่ะราษฎรถึงได้เดือดร้อนลำบากมากยิ่งนัก ลงเขาเข้าเมืองบัดเดี๋ยวนี้! เปิ่นไท่จื่อจะไปชำระความกับเ้าเมืองสารเลวนั่น”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เมิ่งห้านและเหล่าองครักษ์ ต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับรัชทายาทในเื่นี้อย่างยิ่ง
เสียงฝีเท้าของม้านับสิบตัวมุ่งหน้าลงจากูเา ตรงไปยังประตูเมืองสุยโจวที่ยามนี้มีชาวบ้านบางส่วน เริ่มทยอยมาต่อแถวเพื่อเข้าไปทำมาหากิน รัชทายาทเลี่ยงไปอีกทาง เพื่อ้าพบหัวหน้าทหารรักษาเมือง ซึ่งรับผิดชอบดูแลการตรวจทุกคนก่อนเข้าเมือง หลีปิ่งเฉิงที่ยืนควบคุมลูกน้องทำงานอยู่ เมื่อเห็นว่ามีกลุ่มคนขี่ม้ามาทางตนเอง จึงเดินออกไปเพื่อสอบถามตามหน้าที่
“ไม่ทราบว่าพวกท่าน้าให้ช่วยเหลืออันใดหรือไม่”
“ท่านคือหัวหน้าทหารรักษาเมืองสุยโจว ใช่ไหม?” เมิ่งห้านเอ่ยถามแทนผู้เป็นาย
“ใช่ ข้าหลีปิ่งเฉิงเป็หัวหน้าทหาร ว่าแต่พวกท่านมีธุระอันใดงั้นรึ” หลีปิ่งเฉิงยังไม่เข้าใจว่า กลุ่มคนตรงหน้าถามถึงตำแหน่งของตนด้วยเหตุใด
“หัวหน้าหลี ที่ผ่านมาท่านทราบเื่บ้านพักบนูเานั่น โดยเ้าของก็คือเ้าเมืองฝานฮุยหรือไม่?” เมิ่งห้านไม่ถามเื่อื่นแต่ถามถึงเ้าเมืองโดยตรง
“บ้านพักบนูเาเช่นนั้นหรือ ที่นั่นมิใช่มีเ้าของเป็เศรษฐีฮ่านหรอกรึ เหตุใดถึงกลายเป็ของท่านเ้าเมืองไปได้เล่า” หลีปิ่งเฉิงงุนงงกับเื่ที่เมิ่งห้านเพิ่งถามกับตน
“หัวหน้าหลีเชื่อเช่นนั้นจริงรึ?”
หลีปิ่งเฉิงเงยหน้ามองกลุ่มคนตรงหน้าอีกครั้ง แต่พวกเขาดั่งมีเปลวเพลิงแห่งโทสะ พร้อมจะสังหารคนได้ทุกเมื่อ เห็นเช่นนี้หลีปิ่งเฉิงไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ เนื่องจากไม่้าให้ผู้คนตื่นใ เขาจึงขยับตัวเข้าไปใกล้เมิ่งห้าน เพื่อ้ายืนยันเื่ดังกล่าว ว่าเป็เื่จริง
มากน้อยเพียงใด
“ที่ท่านพูดมาจริงเท็จแค่ไหน?”
“ย่อมเป็ความจริง หวังเป็อย่างยิ่งว่าหัวหน้าหลีคงมิได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเื่นี้กระมัง” เมิ่งห้านยืนยันด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง
“แม้ข้าจะมีตำแหน่งต่ำต้อย แต่ไม่เคยคิดทำผิดกฎหมายของแคว้น ท่านถามเช่นนี้คงมิได้หมายความว่า คนที่อยู่ด้านหลังคือขุนนางที่ฮ่องเต้ส่งมาหรอกนะ” หลีปิ่งเฉิงมองไปด้านหลังเมิ่งห้านที่มีรัชทายาทจ้าวเจาเยี่ยน ประทับนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนหลังม้าอย่างสง่างาม
“ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว เนื่องจากปัญหาเื่ขาดแคลนน้ำ ฝ่าามิได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด แม้เทพธิดาพยากรณ์จะทำพิธีขอฝนได้สำเร็จ แต่เทพธิดาพยากรณ์ได้บอกบางอย่าง เพื่อให้นายท่านของข้าเดินทางมาตรวจสอบ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองสุยโจว เกิดจากฝีมือ
ของมนุษย์มิใช่ภัยธรรมชาติ ข้าพูดมาถึงตรงนี้แล้ว หัวหน้าหลีพอจะเข้าใจบ้างหรือไม่?” คำพูดของเมิ่งห้านสื่อถึงความใน ต้นเหตุของปัญหาที่ชาวบ้านต้องพบเจอ
“หมายความว่าเ้าเมืองฝาน ลักลอบสร้างบ้านพักนั่นอย่างลับ ๆ เป็ไปไม่ได้ที่ข้าจะไม่ระแคะระคายเื่นี้ ต้องมีคนในคอยช่วยเหลือปกปิดการกระทำความผิดอย่างแน่นอน” หลีปิ่งเฉิงเกิดความสงสัยในหมู่ลูกน้องของตนขึ้นอย่างกะทันหัน
“เช่นนั้นเื่ของคนในหน่วยของท่าน จงรีบจัดการให้เรียบร้อย ทางด้านเ้าเมืองฝานนายท่านของข้า กำลังจะเข้าไปสำเร็จโทษด้วยตนเอง” เมิ่งห้านไม่คิดว่าทหารรักษาเมืองบางคน เห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อย จนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเช่นนี้
“ได้ หากข้าสามารถหาตัวคนทำผิดได้แล้ว จะรีบไปสมทบกับพวกท่านที่จวนเ้าเมืองฝาน” หลีปิ่งเฉิงทำงานอย่างสุจริตแต่เขาไม่คิดว่าลูกน้องใต้บังคับบัญชาของตน จะมีส่วนกับการสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านลับหลังตน
“อืม รบกวนเปิดทางให้พวกข้าด้วย” เมิ่งห้านพูดจบจึงถอยออกมาสองสามก้าว
“พวกเ้าเปิดประตูอีกฝั่งมีแขกคนสำคัญของท่านเ้าเมืองจะปล่อยให้รอช้าไม่ได้เด็ดขาด”
“ขอรับหัวหน้า!”
แค่ได้ยินว่าเป็แขกคนสำคัญของท่านเ้าเมือง ทหารทั้งสองคนกุลีกุจอวิ่งไปเปิดประตูอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านประตูเมืองมาได้ ไม่มีใครผ่อนปรนความเร็วของม้า จนชาวบ้านต้องรีบหลีกทาง ไม่เช่นนั้นอาจาเ็ได้ แต่เส้นทางของคนกลุ่มนี้มุ่งหน้าไปยังจวนเ้าเมือง มีคนที่ชอบยุ่งเื่ของผู้อื่นจับกลุ่มตามหลังไป เพื่อนำเื่ที่ได้รับรู้มาเล่าต่อในโรงน้ำชากลางเมืองนั่นเอง
เมื่อมาถึงหน้าจวนเ้าเมืองสุยโจว ที่ดูจะแตกต่างจากเมืองอื่นอยู่มาก บ่าวที่ยืนเฝ้าหน้าประตูจวน ดูท่าจะมิใช่บ่าวทั่วไปเสียแล้ว เมิ่งห้านและองครักษ์ทั้งสิบคนลงจากหลังม้า ยกเว้นรัชทายาทที่ยังคงสงบนิ่งไม่แสดงท่าทีใด ๆ
กุบกับ!! กุบกับ!! กุบกับ!! กุบกับ!! ฮี้ ๆ ๆ ยู๊ว์ ตุบ
“ไม่ทราบว่าผู้มาเยือนเป็ใคร มีธุระอันใดกับจวนเ้าเมืองรึ ยามนี้ท่านเ้าเมืองยังไม่สะดวกรับแขก แจ้งธุระของท่านไว้ก็แล้วกัน”
เป็คำถามที่ไม่มีคำตอบกลับมา เพียงรัชทายาทตรัสเรียกองครักษ์คนสนิท ร่างของบ่าวทั้งสองก็ร่วงลงพื้นดั่งใบไม้แห้ง
“เมิ่งห้าน!! อย่าได้เสียเวลา”
“รับทราบขอรับ” เมิ่งห้านได้ยินคำสั่งจากรัชทายาท เมื่อหมุนตัวกลับไปทำทีจะตอบคำถาม แต่ดาบในมือกลับหมุนไปพร้อมกัน
ฉัวะ!! อ่ะ ฉัวะ!! ตุบ ตุบ
“ปัง!! เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”
