ฮวาเหยียนยอมพ่ายแพ้ให้แก่เจียงจื่อเฮ่า คนงี่เง่าผู้นี้พูดจาอันใด?
นางกลอกตาขึ้นฟ้า ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งกับคนโง่ผู้นี้อีก ไม่ควรเข้าไปยุ่งอันใดมากมายเลยจริงๆ
“ข้าจะบอกเ้าไว้ ว่าข้าไม่เล่นด้วย”
เจียงจื่อเฮ่ากล่าว
ฮวาเหยียน “...!”
นางสีซอให้กระบือฟังแล้วจริงๆ
“ประสาท”
ฮวาเหยียนโยนคำสองพยางค์นี้ทิ้งไว้ คร้านจะมองเจียงจื่อเฮ่าอีก จึงหันหลังและเดินจากไป
พ่อบ้านลุงหวังเมื่อเห็นว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่เดินจากไปแล้ว ก็รีบก้าวขึ้นมาข้างหน้าเพื่อไล่เหล่าคนรับใช้ที่เฝ้าดูอยู่ให้แยกย้ายทันที ปากพร่ำบ่นไม่หยุดว่า “แยกย้าย แยกย้าย ไม่มีงานให้ทำแล้วหรืออย่างไร?”
เวลานี้ฮวาเหยียนเดินจากไปแล้ว ทว่าเจียงจื่อเฮ่ายังคงลูบคางของตนไปมา สีหน้าเปี่ยมด้วยความครุ่นคิด แต่มิอาจทราบได้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใด
“คุณชายเจียง ท่านเป็อันใดหรือไม่เ้าคะ? ขาของท่านเป็อย่างไรบ้าง พี่หญิงลงมือหนักเกินไปแล้ว”
หลังจากที่คนรับใช้ถูกไล่ให้แยกย้ายไปจนหมด มู่ชิงอวิ้นก็ก้าวออกมา เมื่อครู่นางเองก็ยืนอยู่ข้างๆ ทว่าในยามที่มู่อันเหยียนเดินมาตรงหน้า พี่หญิงกลับมิได้ชายตามองมาที่นางเลยสักนิด ทำราวกับนางไร้ตัวตนเช่นนั้น
มู่ชิงอวิ้นกัดริมฝีปากของตนเองแน่น พลางโน้มตัวไปตรงหน้าเจียงจื่อเฮ่า
เมื่อครู่เจียงจื่อเฮ่าและมู่อันเหยียนใกล้ชิดกันเป็อย่างยิ่ง นางมิได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนพูด พลันรู้สึกระแคะระคายอยู่ในใจ จึงขยับเข้าไปใกล้ๆ
“ข้ามิเป็ไร แม่นางชิงอวิ้นมิต้องกังวล รักษาสองสามวันก็หายดีแล้ว ไอ้หยา ขาของข้า...”
เมื่อเจียงจื่อเฮ่าเห็นว่ามู่ชิงอวิ้นก้าวมาหาด้วยความห่วงใย เขาพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ ดูเอาเถิด สตรีที่อ่อนโยนและเข้าใจจิตใจผู้อื่นเช่นนี้จึงจะเป็สตรีที่เขาพึงใจ เดิมทีเขาอยากจะยืนตัวตรง แต่ผู้ใดจะรู้ว่าขาของเขาปวดจนเป็ตะคริว จึงยืนมิมั่นคงพลันเอนเอียงไปทางมู่ชิงอวิ้น โชคดีที่นางหูตาไวรีบใช้สองมือพยุงเขาเอาไว้ สองสายตาพลันสบประสาน หัวใจของเจียงจื่อเฮ่าเต้นแรงตึกตัก ไฟในดวงตาลุกโชน สายตาของมู่ชิงอวิ้นเองก็เมียงมองมาอย่างเขินอายเช่นกัน
บรรยากาศเช่นนี้...
ความไม่ชัดเจนคลุมเครือนี้...
“แม่นางชิงอวิ้น...”
เจียงจื่อเฮ่าเปิดปากกล่าวพึมพำ รู้สึกเพียงหน้าอกของตนสั่นไหว เขา้าโพล่งคำที่กักเก็บไว้ในใจมาเนิ่นนานออกไป ทว่าพริบตาถัดมากลับถูกมู่ชิงอวิ้นขัดจังหวะ “คุณชายเจียง เมื่อครู่ท่านกล่าวเื่ใดกับพี่หญิงหรือเ้าคะ?”
“หา?”
เจียงจื่อเฮ่ากลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง เขาลูบจมูกตนเองด้วยความกระดากอาย กระแอมในลำคอและเอ่ยเสียงต่ำว่า “พี่หญิงของเ้า นาง...”
อากัปกิริยาลังเลอึกอัก
ท่าทางนี้ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้ของมู่ชิงอวิ้น “พี่หญิงนางเป็อันใดหรือเ้าคะ?”
เจียงจื่อเฮ่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าไม่ควรปิดบังสิ่งนี้จากสตรีที่เขามอบความรู้สึกดีๆ ให้ ดังนั้นจึงเอ่ยว่า “แม่นางชิงอวิ้น รู้สึกหรือไม่ว่ามู่อันเหยียน พี่หญิงของเ้ามีท่าทีเ็าต่อเ้า?”
เมื่อมู่ชิงอวิ้นได้ยินคำถามของเจียงจื่อเฮ่า นางตกตะลึงครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยความเศร้าหมอง “คุณชายเจียง แม้แต่ท่านก็รู้สึกเช่นกันหรือเ้าคะ? ข้าเองก็มิทราบว่าเหตุใดพี่หญิงจึงปฏิบัติต่อข้าไม่เหมือนเก่าก่อน ทำราวกับเป็คนแปลกหน้า”
มู่ชิงอวิ้นกล่าว
ทันทีที่คำพูดสิ้นสุดลง พลันได้ยินเจียงจื่อเฮ่าเอ่ยว่า “แม่นางชิงอวิ้น เฮ้อ...ทำให้เ้ายุ่งยากแล้วจริงๆ ล้วนเป็ข้าที่ทำให้เ้าลำบาก”
มู่ชิงอวิ้นตกตะลึง “เหตุใดจึงกล่าวเยี่ยงนี้เล่าเ้าคะ?”
“เป็เพราะพี่หญิงของเ้ามีใจให้ข้า ทว่าข้ากลับสนิทสนมกับเ้า นางอิจฉาเ้า ดังนั้นท่าทีของนางจึงเ็าต่อเ้า”
เจียงจื่อเฮ่ากล่าวด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ
มู่ชิงอวิ้นตกตะลึง นางกะพริบตาปริบ ทำราวกับได้ยินเื่เหลือเชื่อ “คุณชายเจียง ท่านบอกว่า...พี่หญิงมีใจให้ท่านหรือเ้าคะ? ท่านล้อข้าเล่นแล้วกระมัง...”
มู่อันเหยียนกับเจียงจื่อเฮ่า?
เป็ไปได้อย่างไร?
การที่มู่อันเหยียนประทานหมัดให้เจียงจื่อเฮ่าอย่างโเี้ หมายถึงการมีใจให้?
เจียงจื่อเฮ่ามีความเข้าใจผิดเื่ความชอบพอใช่หรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น มู่อันเหยียนปฏิบัติต่อนางอย่างไม่แยแสั้แ่ยามที่อีกฝ่ายหวนคืนสู่ตระกูล ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่เจียงจื่อเฮ่าจะเข้ามาอาศัยในจวนตระกูลมู่เสียอีก ดังนั้นย่อมมิใช่เหตุผลตามที่เขากล่าวมาเป็แน่
นางเองก็ทราบว่าหลังจากผ่านมาสี่ปี มู่อันเหยียนดูราวกับเป็คนละคน สิ่งที่ปฏิบัติต่อนางและครอบครัวรองล้วนเป็ความไม่ชอบใจ สามารถเห็นท่าทางเ็าและไม่ไว้หน้าได้อย่างชัดเจน
“ข้าจะนำเื่นี้มาล้อเ้าเล่นเพื่ออันใด เมื่อครู่นางเพิ่งกล่าวกับข้าด้วยตนเอง ทว่าข้าได้ปฏิเสธนางไปแล้ว...”
มู่ชิงอวิ้น “...”
มิใช่กระมัง
มู่อันเหยียนสารภาพความรู้สึกกับเจียงจื่อเฮ่าด้วยตนเอง? อีกทั้งยังถูกปฏิเสธ?
มู่ชิงอวิ้นคิดว่าตนกำลังฝันไป
เจียงจื่อเฮ่าที่อยู่อีกด้านมองเห็นท่าทีตื่นตระหนกของมู่ชิงอวิ้น จึงเปิดปากเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งว่า “เ้าคงยังไม่ทราบ ข้ากับมู่อันเหยียนแท้จริงแล้วมีจุดเริ่มต้นร่วมกัน ครั้งแรกที่พวกเราพบกัน...เป็นางช่วยชีวิตข้าไว้ ยามนี้เมื่อมาคิดดู นางคงมีใจให้ข้าั้แ่ครานั้น อีกทั้งนางยังขโมยดอกบัวพันปีไปอีกด้วย ข้าเคยคิดว่านางทำเช่นนั้นเพราะ้าใกล้ชิดกับองค์รัชทายาทผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องของข้า ทว่าหากไตร่ตรองดูให้ดี ย่อมเป็เพราะนางอยากให้ข้าจำนางได้กระมัง?”
เจียงจื่อเฮ่ายิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น เฟ้นหาเบาะแสอย่างสุดชีวิต ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามู่อันเหยียนมีใจให้เขา
ทว่าอีกด้านหนึ่ง มู่ชิงอวิ้นที่ได้ยินคำพูดของเจียงจื่อเฮ่า ทั้งร่างพลันตื่นตระหนก นางถามหยั่งเชิง “เหตุใดพี่หญิงจึงอาจหาญเยี่ยงนั้น ถึงกับขโมยดอกบัวพันปีขององค์รัชทายาทเชียวหรือเ้าคะ?”
เจียงจื่อเฮ่าได้ยินคำถามของมู่ชิงอวิ้น เขาก็รีบเปิดปากเล่าไม่หยุด ั้แ่เื่ที่พบเจอกันที่เขาฉุ่ยเฟิงไปจนถึงเื่ที่ต้องจ่ายเงินสามล้านตำลึงให้จวนไท่จื่อ แม้แต่คำเดียวก็ไม่มีตกหล่น ทุกเื่ราวล้วนถูกเขาพ่นออกมาทั้งสิ้น
หลังจากที่มู่ชิงอวิ้นได้ยินคำบอกเล่าของเจียงจื่อเฮ่า ดวงตาของนางพลันลึกล้ำ สีหน้าไร้ความรู้สึก
ตอนนี้นางล้วนเข้าใจทุกอย่างแล้ว มื้อเย็นในวันนั้น เหตุใดท่านลุงใหญ่จึงต้องรวบรวมเงิน ที่แท้ก็มีสาเหตุเช่นนี้เอง
อีกทั้งเมื่อพี่หญิงหวนคืนเมืองหลวง ก็มีเื่ให้ต้องเกี่ยวพันกับองค์รัชทายาททันทีเลยหรือ?
มู่ชิงอวิ้นรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย
“เป็เช่นนั้น ทว่าพี่หญิงของเ้าเองก็ต้องตั้งใจเพื่อข้ามผ่านเื่ยากลำบาก ครานั้นข้าขโมยจี้หยกของนาง นางจึงขโมยดอกบัวพันปีของข้า หากมิใช่เพราะองค์รัชทายาทมีไหวพริบ จุมพิตจนรับรู้รสชาติของดอกบัวพันปีจากปากนาง พี่หญิงของเ้าก็คงยังไม่ยอมรับ...”
เจียงจื่อเฮ่ากล่าวอย่างภาคภูมิใจ
หวนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในจวนไท่จื่อเมื่อหลายวันก่อน ในครานั้นเขายังคิดว่ามู่อันเหยียนทำไปเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับองค์รัชทายาทผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องของเขา แต่ไม่นึกเลยว่าที่แท้กลับเป็ตัวเขาเอง
เจียงจื่อเฮ่าไม่รู้ว่ายามนี้เขาตกอยู่ในห้วงอารมณ์ใด ค่อนข้างซับซ้อนและไม่ชัดเจน...แอบสุขใจกระมัง?
ทว่ามู่ชิงอวิ้นที่ได้ยินคำพูดของเจียงจื่อเฮ่า นางสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ เมื่อครู่นางเพิ่งได้ยินเื่ราวอันใด? องค์รัชทายาททรงจุมพิตมู่อันเหยียนหรือ? เหตุใดจึงเป็เช่นนั้น? มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าองค์รัชทายาทเป็บุรุษเ็ารักสันโดษ ไม่สนสตรีใด ทว่าเหตุใดพระองค์จึงทรงจุมพิตมู่อันเหยียนเล่า?
เป็ไปไม่ได้! มิอาจเป็ไปได้้…
มู่ชิงอวิ้นกำหมัดแน่น แรงจนเล็บของนางหักคาฝ่ามือ “ความสัมพันธ์ระหว่างองค์รัชทายาทกับพี่หญิงนั้นดีมากหรือเ้าคะ?”
“ไม่ดี องค์รัชทายาทผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องของข้าเกลียดมู่อันเหยียน”
เจียงจื่อเฮ่าโบกมือไปมา
“เอาล่ะ แม่นางชิงอวิ้น เื่ราวพวกนี้เ้าห้ามนำไปบอกกล่าวผู้อื่นเชียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเื่ที่เกี่ยวข้องกับองค์รัชทายาท สิ่งที่ลูกพี่ลูกน้องของข้าเกลียดที่สุดคือการที่ผู้อื่นวิจารณ์เื่ส่วนตัวของเขา”
เจียงจื่อเฮ่าคิดถึงนิสัยแสนเ็าของลูกพี่ลูกน้องตน จึงเปิดปากกำชับทันที
สมองของมู่ชิงอวิ้นส่งเสียงอื้ออึง คิดย้อนกลับไปถึงคำพูดของเจียงจื่อเฮ่าอยู่ตลอดเวลา นางพยักหน้าอย่างขอไปที
เจียงจื่อเฮ่าสังเกตเห็นว่าหัวข้อในยามนี้ดูหลงทางไปสักหน่อย รวมทั้งมู่ชิงอวิ้นที่ก้มหน้าทำราวกับจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาจึงกระแอมเสียงเบา “เอ่อ...แม่นางชิงอวิ้น ข้ากล่าวกับพี่หญิงของเ้าว่า สตรีที่ข้ามีใจให้ เป็สตรีที่อ่อนหวานและเข้าอกเข้าใจผู้อื่น เช่น...เช่นแม่นางชิงอวิ้น...”
