เนี่ยเทียนยกมือข้างหนึ่งขึ้นสูง ใช้ความเข้าใจในครั้งนั้นมาชักจูงปราณิญญารอบด้าน
ไม่นานกลางฝ่ามือของเขาก็มีแรงดึงรั้งแข็งแกร่งระลอกหนึ่งส่งมา
“อู้ๆๆ!”
ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ปราณิญญาที่เดิมทีก็เข้มข้นอย่างถึงที่สุดอยู่แล้วพลันพุ่งเข้ามารวมตัวอยู่ที่เขาอย่างบ้าคลั่ง
ในระยะเวลาอันแสนสั้น มือข้างนั้นของเนี่ยเทียนก็มีลูกกลมปราณิญญากึ่งของเหลวที่เกิดจากการรวมตัวกันของปราณิญญาปรากฏขึ้นมาหนึ่งลูก
ลูกกลมปราณิญญานั้นขยายใหญ่อย่างรวดเร็วจนมีขนาดประมาณฐานแท่นโม่ ปราณิญญาที่อยู่ด้านในเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปลดปล่อยคลื่นพลังงานที่ไหลเชี่ยวกราก
“หืม?”
ชายหนุ่มชุดขาวที่กำลังฝึกฝนและชายหนุ่มชุดดำต่างก็สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงลืมตามองประเมินเนี่ยเทียนด้วยความใคร่รู้
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง ร่ายเวทอยู่กับตัวเองเงียบๆ ดูดซับเอาปราณิญญาบริสุทธิ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในลูกกลมปราณิญญานั้นมา
“ซี่ๆ!”
แสงวิเศษเป็กลุ่มๆ ไหลออกมาจากในลูกกลมปราณิญญา พริบตาเดียวก็ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขา
มหาสมุทริญญาในร่างของเขา น้ำวนพลังิญญาสองลูกเคลื่อนโคจรด้วยความเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
หลังจากปราณิญญามากมหาศาลไหลเข้ามาในมหาสมุทริญญาแล้ว ทำให้มหาสมุทริญญาที่ยังไม่ขยายถึงขีดสุดพลันแผ่กว้างออกไปสู่จุดสูงสุดทันที
เวลาเดียวกันนั้นเนี่ยเทียนััได้อย่างชัดเจนว่าพลังแปลกประหลาดที่ปะปนอยู่ในพลังิญญาค่อยๆ เข้ามาในสมองของเขา แล้วบำรุงชดเชยพลังจิตที่เขาสูญเสียไปอย่างรวดเร็ว
เวลาเพียงแค่ครู่เดียว พลังจิตของเขาก็เปลี่ยนมาเป็คึกคักมีชีวิตชีวาคล้ายได้รับพลังิญญาจำนวนมากมาชดเชย
ทว่าลูกกลมปราณิญญาที่รวมตัวกันอยู่กลางฝ่ามือของเขายังคงมีขนาดใหญ่เท่าเดิม ปราณิญญาที่ซุกซ่อนอยู่ด้านในก็ยังเปี่ยมล้นอย่างถึงที่สุด
ทว่าพลังประหลาดที่ปะปนอยู่ในลูกกลมิญญาคล้ายจะถูกดูดออกไปจนเกลี้ยงใน่ระยะเวลาสั้นๆ
เขาััไม่ได้ถึงการดำรงอยู่ของพลังประหลาดนั่นอีก
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วเบาๆ ใคร่ครวญเงียบๆ อยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
เขาตัดสินใจทิ้งลูกกลมปราณิญญานั้น!
“ฟิ้ว!”
มือข้างนั้นขยับเบาๆ ลูกกลมปราณิญญาที่รวมตัวกันอยู่กลางฝ่ามือของเขาก็บินออกไปด้านข้าง
ลูกกลมปราณิญญาที่ไม่ได้ถูกเขาควบคุมต่อล่องลอยอยู่ฝั่งซ้ายของเขาห่างไปประมาณห้าเมตร ปราณิญญาด้านในอยู่ในสภาวะกึ่งของเหลว ทั้งยังมีคลื่นพลังงานที่เข้มข้นเปี่ยมล้น
บางทีอาจเป็เพราะว่าลูกกลมปราณิญญานั้นเกิดขึ้นจากเขา ต่อให้เขาโยนมันทิ้งไป พลังจิตของเขาก็ยังมีความเชื่อมโยงที่มหัศจรรย์กับลูกปราณิญญานั้นอยู่
ทว่าเนี่ยเทียนกลับไม่คิดมากนัก
เป้าหมายที่เขารวบรวมลูกกลมปราณิญญาก็แค่เพียงดึงดูดเอาพลังประหลาดที่ปะปนอยู่เท่านั้น เพราะอยากจะฟื้นคืนพลังจิตให้ได้มากที่สุด
ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ทิ้งลูกกลมปราณิญญานั้นไปแล้ว เขาก็ยังคงร่ายเวทลับที่ได้บรรลุจากดินแดนลึกลับเพื่อรวบรวมลูกกลมปราณิญญาลูกใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
ลูกกลมปราณิญญาขนาดประมาณฐานแท่นโม่หินจึงถูกเขารวบรวมออกมาได้ในเวลาสั้นๆ ไม่ต่างกัน
เนี่ยเทียนดึงเอาพลังิญญาที่อยู่ด้านในนั้นมาอีกครั้ง
เวลานี้ เนื่องจากมหาสมุทริญญาของเขาขยายไปจนถึงขีดสุดของขอบเขตท้าย์่กลางแล้ว จึงไม่สามารถดูดเอาปราณิญญาทั้งหมดไปครองได้ มีแต่พลังแปลกประหลาดหนึ่งในหลายสิบส่วนของลูกกลมปราณิญญาเท่านั้นที่ถูกเขาดึงเข้าสู่สมอง แล้วหลอมรวมเข้าไปในพลังจิต
พลังจิตของเขาได้รับการชดเชยอีกครั้ง นี่ทำให้ดวงตาของเขายิ่งเปลี่ยนมาเป็สุกใส
“ลูกต่อไป!”
เนี่ยเทียนตระหนักรู้ถึงความลึกลับของมันแล้วจึงโยนลูกกลมปราณิญญาที่หมดสิ้นซึ่งพลังประหลาดทิ้งไปข้างๆ อีกครั้ง
เขายังคงใช้วิธีการเช่นเดิมรวบรวมลูกกลมปราณิญญาขึ้นมาใหม่ ควบคุมให้ตัวเองดึงมาแค่พลังประหลาดที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเท่านั้น
ลูกกลมปราณิญญาลูกแล้วลูกเล่าถูกเขาดึงเอาพลังประหลาดออกไปชดเชยพลังจิตที่เสียหาย หากเขาพบว่าพลังประหลาดในลูกกลมปราณิญญาหายไปเกลี้ยงแล้ว เขาก็จะโยนทิ้งอย่างเด็ดเดี่ยวทันที
เวลาเพียงแค่ครู่เดียว รอบกายเนี่ยเทียนก็มีลูกกลมปราณิญญาที่มีคลื่นพลังงานรุนแรงลอยอยู่มากถึงเจ็ดลูก
พลังจิตที่ไหลหายไปจากการชักจูงรูปภาพงดงามของเนี่ยเทียนก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่เพียงเท่านี้ เขายังรู้สึกว่าพลังจิตของตัวเองพัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่งด้วย!
“หึหึ!”
เขายิ้มสดใส หยุดการบำเพ็ญตบะชั่วคราวแล้วหันไปมองภาพบนกำแพงอีกครั้ง
ไม่นานนักเขาก็สร้างความเชื่อมโยงที่ลึกลับกับภาพสวยงามภาพหนึ่ง แล้วใช้พลังจิตของเขาชักนำภาพนั้นเข้ามาผสานรวมกับแสง์สิบห้าจุด
พอภาพนั้นเข้าไปอยู่ในแสง์ก็แตกตัวออกทันใด กลายมาเป็อักขระาหลายสิบตัวที่ร่วงหล่นอยู่ในแสง์
“ฟื้นตัวแล้วรึ?”
เมื่อชายหนุ่มชุดดำที่มาจากอาณาจักรต้าฮวงสังเกตเห็นว่าเนี่ยเทียนหยุดฝึกบำเพ็ญตบะ แล้วดูดซับอักขระคาถาสะเก็ดดาวอีกครั้ง สีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็แปลกประหลาดถึงขีดสุด
ชายหนุ่มชุดขาวจากอาณาจักรปิงเฟิงก็ใช้สายตาตื่นตะลึงมองไปยังเนี่ยเทียนเช่นกัน ในใจของเขาเกิดคลื่นลูกั์ถาโถม
เขาและชายหนุ่มชุดดำผู้นั้นต่างก็มีตบะท้าย์ในระดับสูงสุด ด้วยขอบเขตและความสามารถของพวกเขา หลังจากที่พลังจิตสูญเสียไปมหาศาลแล้วก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ในระยะเวลาสั้นๆ
ทว่าทั้งๆ ที่เนี่ยเทียนขอบเขตต่ำกว่าพวกเขาหนึ่งระดับ อีกทั้งยังมาจากอาณาจักรหลีเทียนที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาเก้าอาณาจักรด้วย...
อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้เขาดูถูกเนี่ยเทียนเล็กน้อย รู้สึกว่าเนี่ยเทียนที่มาจากอาณาจักรหลีเทียนทั้งยังเพิ่งเหยียบย่างเข้าสู่ท้าย์่กลาง เดินทางมาถึงที่นี่ได้ช่างเป็เื่ที่น่าตลกยิ่งนัก
เขาสังเกตเห็นแล้วว่าเ้าคนจากอาณาจักรต้าฮวงนั่นได้มองเนี่ยเทียนเป็เหยื่อไปเรียบร้อยแล้ว
เดิมทีเขานึกว่าอีกไม่นานนัก เ้าคนจากอาณาจักรต้าฮวงผู้นั้นคงจะต้องลงมืออย่างอดไม่ไหว ถึงเวลานั้นเกรงว่าเนี่ยเทียนย่อมตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าตอนนี้...
เขาส่ายหัว รู้สึกมองเนี่ยเทียนไม่ออกเล็กน้อย เกรงว่าบนตัวเนี่ยเทียนคงมีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่
“อู้!”
และเวลานี้เอง ซูหลินที่มาจากวิมาน์แห่งอาณาจักรเสวียนเทียนผู้นั้นก็ตื่นจากการบำเพ็ญตบะ
ดวงตางดงามของซูหลินที่สวมอาภรณ์สีฟ้ามองไปยังเนี่ยเทียนอย่างจริงจังเป็ครั้งแรก
เพียงแค่ฝึกบำเพ็ญตบะใน่ระยะเวลาสั้นๆ นางก็สามารถใช้วิชาลับของวิมาน์มาดึงดูดเอาพลังประหลาดที่อยู่ในปราณิญญาเข้มข้นรอบด้านมาได้มากพอสำหรับชดเชยพลังจิตที่เสียหายไป
ทว่าต่อให้เป็นางเอง การฟื้นฟูพลังจิตก็ยังช้ากว่าเนี่ยเทียนหนึ่งก้าว
สองคนนั้นที่มาจากอาณาจักรปิงเฟิงและต้าฮวง ท่ามกลางการรับััอย่างละเอียดของนาง กว่าจะฟื้นฟูพลังจิตได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้งเกรงว่าน่าจะใช้เวลานานถึงครึ่งชั่วยาม
“บางทีอาจเป็เพราะขอบเขตต่ำต้อยเกินไป พลังจิตอ่อนแอเกินไปถึงได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว”
ซูหลินพึมพำอยู่ในใจหนึ่งประโยค แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ใช้พลังจิตของนางชักนำภาพสวยงามของคาถาสะเก็ดดาวบทต้นต่อไป
ครู่ใหญ่หลังจากนั้น
นางมองเห็นว่าเนี่ยเทียนชักนำภาพสวยงามติดต่อกันถึงสามภาพถึงได้หยุดชะงักลง คล้ายใช้พลังจิตจนสูญสิ้นไปหมดแล้ว
“สามภาพ!”
ในที่สุดซูหลินก็มองเนี่ยเทียนอย่างเต็มตา นางที่ชักนำรูปภาพงดงามเช่นเดียวกันเริ่มค่อยๆ เหม่อลอย
นางรู้ชัดเจนดี คิดจะชักนำรูปภาพที่นาบตราประทับของคาถาสะเก็ดดาวเ่าั้ จำเป็ต้องใช้พลังจิตมากแค่ไหน
ต่อให้เป็นางเองที่อยู่ในสภาวะพลังจิตเต็มเปี่ยมก็ยังชักจูงมาได้แค่ห้าภาพเท่านั้น
แต่ว่าเพื่อไม่ให้สูญเสียพลังมาก หลังจากที่ชักจูงรูปภาพมาได้สี่ภาพแล้วนางก็จะหยุดลง ไม่เสี่ยงทดลองต่อ
ชายหนุ่มชุดดำจากอาณาจักรต้าฮวงและชายหนุ่มชุดขาวจากอาณานจักรปิงเฟิงที่อยู่ขั้นสูงสุดของท้าย์เช่นเดียวกันมากสุดก็แค่ชักนำรูปภาพสามรูปเท่านั้น ไม่กล้าทำตัวเหลวไหล
ทว่าเนี่ยเทียน หลังจากที่ดูดซับเอาภาพประณีตวิจิตรมาได้สามภาพแล้วถึงเพิ่งจะหยุดลง นี่หมายความว่า---อย่างน้อยเนี่ยเทียนก็มีพลังจิตเทียบเคียงได้กับชายหนุ่มชุดขาวและชายหนุ่มชุดดำ
และฐานะของคนทั้งสองในอาณาจักรต้าฮวงและอาณาจักรปิงเฟิงเป็อย่างไร นางรู้ดีอยู่แก่ใจ
แต่เนี่ยเทียนที่มาจากอาณาจักรหลีเทียน ซึ่งมีตบะแค่ท้าย์่กลาง อีกทั้งยังเหยียบย่างเข้าสู่่กลางได้ไม่นาน กลับมีพลังจิตที่ไม่ธรรมดาถึงเพียงนี้
ไม่เพียงเท่านี้ ความเร็วในการฟื้นฟูพลังจิตของเนี่ยเทียนยังรวดเร็วมากด้วย!
ดวงตาคู่งามของซูหลินฉายประกายแสงแปลกประหลาด เส้นสายตาของนางหยุดอยู่ที่ตัวของเนี่ยเทียนพักหนึ่งถึงได้ถอนสายตากลับ และนางก็แอบประเมินเขาในใจว่า “ไม่ควรดูถูก”
หลังจากที่ภาพงดงามสามภาพะเิออก กระจายตัวเป็อักขระามากมายมาผสานรวมเข้ากับแสง์ เนี่ยเทียนก็เข้าฌานอีกครั้ง
เขาใช้เวทลับที่ได้มาจากดินแดนลึกลับมาสร้างลูกกลมปราณิญญาเช่นเดิม แค่ดึงเอาพลังประหลาดที่สามารถบำรุงพลังจิตได้เท่านั้น
หากพลังประหลาดถูกดึงมาเกลี้ยงแล้วเขาก็จะทิ้งลูกกลมนั้นแล้วสร้างขึ้นใหม่ทันที
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในพื้นที่แห่งนี้ เนี่ยเทียนใช้ลูกกลมปราณิญญามาฟื้นฟูพลังจิตอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเมื่อพลังจิตเต็มเปี่ยมก็จะดูดซับเอาอักขระโบราณของบทต้นคาถาสะเก็ดดาวมาทันที
ไม่นาน ข้างกายของเขาก็มีลูกกลมปราณิญญาที่ถูกเขาทิ้งให้ลอยอยู่มากถึงยี่สิบสามลูก
เมื่อใช้ลูกกลมปราณิญญาทั้งยี่สิบสามลูกนั้น ความเร็วในการฟื้นคืนพลังจิตของเขาก็จะรวดเร็วเกินกว่าชายหนุ่มชุดขาวและชุดดำทุกครั้ง หรือแม้แต่ซูหลินแห่งวิมาน์เองก็ยังช้ากว่าเขาอยู่หลายก้าว
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำเช่นนี้ก็คืออักขระโบราณคาถาสะเก็ดดาวทั้งหมดที่เขาได้รับมาจึงมากเกินกว่าสองคนนั้น
ต่อให้ซูหลินที่มีแสง์ยี่สิบจุด อักขระาที่เขาได้รับก็อาจจะมากกว่านางเล็กน้อย
มาถึงท้ายที่สุด ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว บนผนังที่พวกเขาสี่คนสามารถชักนำรูปภาพมาได้ก็ถูกเขากวาดไปจนเกลี้ยง
เนี่ยเทียนรักษาพลังจิตที่เปี่ยมล้นอยู่ตลอดเวลา ไล่ตามหาไปทีละขอบเขตแล้วจึงพบว่าไม่สามารถดึงเอาการตอบสนองมาจากรูปภาพได้อีก
ดังนั้นเขาจึงเข้าใจว่าอักขระาทั้งหมดในบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวล้วนอยู่ในแสง์ของพวกเขาทั้งสี่คน
อีกสามคนก็ตระหนักได้ถึงจุดนี้เช่นกัน
และเวลานี้เอง ชายหนุ่มชุดดำจากอาณาจักรต้าฮวงก็ยื่นมือออกมาปลดกระบี่ยาวแปลกประหลาดที่แบกไว้ด้านหลังลง พลันหันมามองเนี่ยเทียนแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แล้ว”
-----
