บ่ายของวันที่สอง ไป๋หยุนเฟยเดินเตร็ดเตร่ไปรอบเมืองเหยียนหลินอย่างเพลิดเพลิน
ไป๋หยุนเฟยเพียงสามารถเดินอย่างเชื่องช้าไปตามถนนรอบโรงเตี๊ยม เนื่องเพราะเมืองเหยียนหลินยามนี้มีผู้คนพลุกพล่านยิ่ง ดังนั้นมันจึงตัดสินใจพักต่อที่นี่อีกสองสามวันค่อยย้ายไปพื้นที่อื่น
ภายในร้านเครื่องประดับที่เลิศหรูแห่งหนึ่ง ไป๋หยุนเฟยหยิบเครื่องประดับ‘ระดับสูง’ขึ้นชมหลายชิ้น แต่ก็พบว่าตนเองมีเงินไม่เพียงพอ
“เถ้าแก่ ข้า้าซื้ออาวุธ ไม่ทราบว่าท่านพอจะแนะนำสถานที่ให้แก่ข้าได้หรือไม่?” ไป๋หยุนเฟยวางถุงใส่เหรียญทองให้กับเถ้าแก่พลางเก็บเครื่องประดับที่ซื้อมาใส่แหวนช่องมิติ
ขณะรับเงิน เถ้าแก่ก็แสดงสีหน้ายำเกรง ไม่เพียงไป๋หยุนเฟยจะเป็ลูกค้าเท่านั้น ที่สำคัญยังเป็ผู้ฝึกปรือิญญาที่แข็งแกร่ง เถ้าแก่ค้อมศีรษะตอบอย่างนอบน้อม “ได้สินายท่าน หากพูดถึงร้านอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุดแน่นอนว่าย่อมเป็ร้าน‘ร้อยศัสตรา’ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ นายท่านผู้ฝึกปรือิญญา้าซื้ออาวุธใช้เองกระมัง? ที่นั่น เป็ร้านของตระกูลเจียง ตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหยียนหลิน อาวุธทั้งหลายล้วนล้ำเลิศอย่างไม่ต้องสงสัย กระทั่งวัตถุิญญาก็มีขาย”
“โอ? แม้แต่วัตถุิญญาก็มีหรือ?” ไป๋หยุนเฟยเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“มิผิด ได้ยินว่าบ้านตระกูลเจียงมีความสัมพันธ์กับสำนักช่างประดิษฐ์ สาเหตุที่ไฉนพวกเขาจึงมีวัตถุิญญามากมายเช่นนั้นก็เพราะสำนักช่างประดิษฐ์...”
“สำนักช่างประดิษฐ์!!” ไป๋หยุนเฟยใจสั่นสะท้าน เริ่มสนใจต่อร้านอาวุธดังกล่าว “ร้าน‘ร้อยศัสตรา’นั้นอยู่ที่ใด? ”
“จากที่นี่เลี้ยวซ้าย ไปต่ออีกหนึ่งลี้จะพบทางแยก...”
……
ชั่วน้ำเดือด ไป๋หยุนเฟยก็มาถึงร้าน‘ร้อยศัสตรา’ที่เถ้าแก่กล่าวถึง
อาคารโดดเดี่ยวสองชั้นซึ่งประตูทางเข้ากว้างห้าวามุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดให้ความรู้สึกอันโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายชื่อร้าน‘ร้อยศัสตรา’เหนืออาคารให้ความรู้สึกอันเคร่งขรึมราวกับสลักด้วยกระบี่
ยามไป๋หยุนเฟยก้าวเท้าเข้าสู่ร้าน ก็พบว่าภายในกลับกว้างใหญ่กว่าที่คาดไว้แต่แรกมากนัก ด้านในกว้างหลายร้อยวา แต่ละแถวแต่ละราววางอาวุธเรียงราย ประกายเย็นเยียบจากคมอาวุธช่างน่าดึงดูดและคุกคาม
แม้ร้านจะใหญ่โต แต่กลับมีเพียงไม่กี่คนกำลังเลือกซื้ออาวุธอยู่ในร้าน อีกด้านชุมนุมด้วยลูกจ้างในเครื่องแบบร้าน ยามไป๋หยุนเฟยกวาดตามอง ก็เห็นที่ด้านข้างมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังติดตามคุณชายผู้หนึ่ง ทั้งหมดล้วนเป็ผู้ฝึกปรือิญญาทั้งสิ้น
“นายท่าน ยินดีต้อนรับสู่ร้านร้อยศัสตรา ไม่ทราบมีอันใดให้ข้ารับใช้?” ขณะที่ไป๋หยุนเฟยเดินเข้ามาภายในร้าน พนักงานต้อนรับก็สังเกตเห็น เมื่อเห็นไป๋หยุนเฟยแต่งกายธรรมดาก็ไม่ได้แสดงท่าทีดูถูก ตรงกันข้ามพนักงานต้อนรับทราบได้ทันทีว่าคนผู้นี้ก็เป็ผู้ฝึกปรือิญญาเช่นกัน หลังจากเห็นไป๋หยุนเฟยปรายตามองรอบด้านอย่างระแวดระวังทั้งยังแผ่กลิ่นอายอันทรงพลัง
ไป๋หยุนเฟยหันกลับมามองผู้ดูแล แม้ไม่อาจทราบได้แน่ชัดแต่ก็มั่นใจว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายต้องบรรลุด่านวีรชนิญญาอย่างแน่นอน
“นี่คืออิทธิพลของตระกูลใหญ่หรือ? หากว่าวีรชนิญญายังเป็ได้เพียงผู้ดูแล...” ไป๋หยุนเฟยตะลึงไปชั่วขณะ “ข้าขอชมดูรอบๆก่อน มีอะไรจะแนะนำหรือไม่?”
“เชิญนายท่านตามสบาย” ผู้ดูแลแย้มยิ้มให้ พร้อมกับโบกมือแก่พนักงานอื่นให้ติดตามไปเผื่อว่าไป๋หยุนเฟย้าความช่วยเหลือ
ไป๋หยุนเฟยเดินไปที่ฝั่งซ้ายของชั้นวางอาวุธพร้อมกับกวาดตามองก่อนจะหยิบดาบใหญ่ซึ่งยาวสามเชียะขึ้นมา
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“พลังโจมตี: 157”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 51 แต้ม”
“ระดับดีเลิศ!” ไป๋หยุนเฟยตาเป็ประกาย “พลังโจมตีหนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด... ก็หมายความว่าเป็‘กึ่งวัตถุิญญา’ที่พี่หงยินเคยกล่าวถึง สิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสิ่งของทั่วไปกับวัตถุิญญา”
หลังจากพิจารณาอย่างละเอียด ไป๋หยุนเฟยก็วางดาบลงก่อนจะหยิบกระบี่อ่อนยาวสามเชียะอีกเล่มขึ้นมา
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“พลังโจมตี: 143”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 49 แต้ม”
หลังจากใคร่ครวญอีกชั่วขณะ ไป๋หยุนเฟยก็หยิบขวานใหญ่สีดำขึ้นมา...
ผ่านไปชั่วครู่ ไป๋หยุนเฟยหยิบอาวุธอีกสิบกว่าเล่มขึ้นมาดู อาวุธแต่ละเล่มล้วนแต่เป็ระดับดีเลิศทั้งสิ้น ไม่มีแม้แต่เล่มเดียวที่ไม่ใช่
“ตระกูลเจียงช่างยิ่งใหญ่นัก ในเมืองขนาดเล็กที่ข้าเคยผ่านมาอาวุธระดับ‘ดีเลิศ’ถือว่าดีที่สุดที่จะหาได้ แต่ที่ร้านนี้ ทุกชิ้นล้วนเป็ระดับ‘ดีเลิศ’!” ไป๋หยุนเฟยตาเป็ประกาย หลังจากใคร่ครวญในที่สุดก็หยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งแล้วหันไปถามพนักงานที่ยืนอย่างนอบน้อมอยู่ด้านข้างว่า “มีดสั้นนี้ราคาเท่าใด?”
“เรียนนายท่าน อาวุธทุกชิ้นที่ชั้นล่างของร้านล้วนราคาหนึ่งร้อยเหรียญทอง”
“หนึ่งร้อยเหรียญทอง!” ไป๋หยุนเฟยเลิกคิ้วจนแทบลอยขึ้นไปบนอากาศด้วยความตกตะลึง “หนึ่งร้อยเหรียญทองเพียงพอจะเลี้ยงทั้งครอบครัวทั่วไปได้ทั้งชาติ หรือว่าเพียงอาวุธกึ่งวัตถุิญญามีค่าถึงเพียงนี้?”
ชายหนุ่มลูบมือที่สวมแหวนช่องมิติโดยไม่รู้ตัว ที่ผ่านมามันะเิสิ่งของ‘ระดับสูง’ ซึ่ง +8 และ +9 ไปนับไม่ถ้วน ถึงวันนี้ก็ไม่ทราบว่ายังมีเหลืออีกเท่าใดแล้ว
จากนั้น ไป๋หยุนเฟยจึงวางมีดสั้นในมือลงแล้วกลับไปที่โต๊ะกั้นของผู้ดูแล
เมื่อผู้ดูแลมองเห็นไป๋หยุนเฟยเดินกลับมามือเปล่าจึงเอ่ยปากถามอย่างสับสน “หรือนายท่านไม่พบของที่ถูกใจ?”
ไป๋หยุนเฟยขยับเข้าใกล้พร้อมกับถาม “ร้านท่านรับซื้อสินค้าเช่นเดียวกับที่ขายหรือไม่?”
“โอ?” ผู้ดูแลนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะเข้าใจบางอย่าง หลังจากมองดูไป๋หยุนเฟยก็เอ่ยปาก “หรือนายท่านจะมาเพื่อขายวัตถุิญญา? ร้านแห่งนี้เดิมทีขายอาวุธที่มาจากสำนักช่างประดิษฐ์ แต่ก็มีหลายครั้งที่เรารับซื้อสิ่งของที่ลูกค้าของเราไม่ได้ใช้งาน แต่กระนั้นจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของอาวุธ!”
ด้วยรอยยิ้มแ่จาง ไป๋หยุนเฟยขยับมือนำมีดสั้น‘ระดับสูง’ซึ่ง +9 ออกมา “ลองชมมีดสั้นเล่มนี้ดูก่อนดีหรือไม่?”
หลังจากรับมีดสั้นมาไว้ในมือ ผู้ดูแลก็เริ่มตรวจสอบก่อนจะทดลองฟันใส่หินทดสอบ ผู้ดูแลหันไปหาไป๋หยุนเฟยด้วยความประหลาดใจ “นี่เป็กึ่งวัตถุิญญาคุณภาพทั่วไป นายท่านยังยืนยันจะขายอยู่หรือไม่?”
“มิผิด ท่านรับซื้อหรือไม่?”
ผู้ดูแลเงียบงันใช้ความคิดชั่วครู่ก่อนจะเผยยิ้ม “นายท่านเป็ผู้เข้มแข็ง หากคิดจะขายมีดสั้นนี้จริงๆ คาดว่าเป็เพราะเงินขาดมือ ผู้ฝึกปรือิญญาที่แข็งแกร่งเช่นท่านร้านเรายินดีที่ได้คบหา เอาเช่นนี้ เราขอซื้อมีดนี้ด้วยราคาเก้าสิบเหรียญทอง ไม่ทราบท่านพอใจราคาหรือไม่?”
ใคร่ครวญชั่วขณะ ไป๋หยุนเฟยก็เอ่ยปากถามอีกครา “ข้ามีการค้าอื่นอยากตกลงด้วย ไม่ทราบท่านสนใจหรือไม่?”
“โอ? นายท่านได้โปรดบอกมา”
ไป๋หยุนเฟยสะบัดมือขวาเหนือโต๊ะ ก็มีวัตถุสิบสี่ชิ้นร่วงลงบนพื้นโต๊ะเสียงเคร้งคร้าง กว่าครึ่งในนั้นเป็มีดสั้น
“ทั้งหมดพอจะฝืนใจเรียกเป็กึ่งวัตถุิญญาได้ ข้าจะขายมีดสั้นสองเล่มส่วนที่เหลืออีกสิบสองเล่มขอแลกเป็มีดสั้นภายในร้าน ตกลงหรือไม่?”
การกระทำของไป๋หยุนเฟย สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้ดูแลจนซึมเซา มองดูอาวุธสิบกว่าชิ้นบนโต๊ะอย่างงงงันชั่วขณะค่อยรู้สึกตัว หลังจากหยิบเล่มหนึ่งขึ้นมาตรวจสอบก็ครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถาม “นายท่านคงไม่ได้ล้อเล่นกระมัง? ท่านมีมีดสั้นมากมายอยู่แล้วยังคิดจะแลกเปลี่ยนมีดสั้นกับข้าอีกหรือ?”
ไป๋หยุนเฟยแย้มยิ้ม “แน่นอนข้าจริงจัง หรือเห็นว่าข้าล้อเล่น?”
สองคิ้วผู้ดูแลขมวดมุ่นยามพิจารณาไป๋หยุนเฟยก่อนที่จู่ๆจะเลิกคิ้วด้วยท่าทีฉุกคิดได้ “พกพาครึ่งวัตถุิญญามากมายในคราเดียว... หรือนายท่านมาจากสำนักช่างประดิษฐ์”
ไป๋หยุนเฟยต้องประหลาดใจ ทว่าจากนั้นตาทอประกายวูบหนึ่งก่อนจะหัวร่อ มันไม่ตอบคำ เพียงเอ่ยปากว่า “อะไรกัน หรือข้อเสนอของข้าไม่น่าพอใจ? บางทีข้าไม่ควรซื้อมีดสั้นในยามนี้”
“โอ ไม่ ไม่ ข้อเสนอนายท่านร้านเรายอมรับได้ ข้าจะดำเนินการให้” ผู้ดูแลคาดว่าไป๋หยุ๋นเฟยไม่้าเผยตัวตน จึงไม่ถามอันใดอีก หลังจากสั่งการพนักงานที่ด้านข้างไม่นานไป๋หยุนเฟยก็ได้รับถุงใส่เหรียญทองพร้อมกับมีดสั้นสิบเล่ม ขณะเดียวกันอาวุธทั้งสิบสี่เล่มบนโต๊ะถูกพนักงานนำออกไป
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“พลังโจมตี: 163”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 52 แต้ม”
ไป๋หยุนเฟยมองดูรายละเอียดของมีดสั้นพร้อมกับพยักหน้าด้วยความพอใจก่อนจะเก็บเงินและมีดสั้นทั้งสิบเล่มใส่แหวนช่องมิติ
“นายท่านชั้นบนของร้านยังมีวัตถุิญญาวางจำหน่าย สนใจจะชมหรือไม่? บางทีอาจพบวัตถุิญญาที่ท่านพอใจ ปกติแล้ววัตถุิญญาจะราคาสูงลิ่ว แต่ก็สามารถใช้วัตถุิญญาอื่น ศิลาา หรือผลึกิญญาจ่ายแทนได้...”
