แสงไฟสีสลัวภายในห้องสวีทสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมใจกลางเมือง ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศกลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนจากสองร่างที่พัวพันกันอยู่บนเตียงคิงไซส์สีขาวสะอาด
แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบแผ่นหลังนวลเนียนของ วีรยา ผู้บริหารสาวที่บัดนี้ดูเหมือนจะไร้ทางสู้ เธอนอนคว่ำหน้าอยู่บนผืนผ้าที่ยับย่น หอบหายใจถี่กระชั้นจนแผ่นหลังขยับขึ้นลงตามแรงอารมณ์
มีภีมภัทร เลขาส่วนตัวมาดเนี้ยบที่มักจะสวมสูทกระดุมครบทุกเม็ด บัดนี้เขาเหลือเพียงกางเกงสแลคที่หลุดลุ่ย แว่นสายตากรอบบางที่เขาสวมเป็ประจำยังคงอยู่บนใบหน้า แต่ั์ตาคมปลาบที่จ้องมองร่างตรงหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยความกระหายที่ปิดไม่มิด
เขาก้มลงกดจูบหนัก ๆ ที่ปลีน่องขาวผ่อง ลิ้นร้อนชื้นลากผ่านช้า ๆ ขึ้นมาตามเรียวขาเพรียวสวยอย่างตั้งใจจะสำรวจทุกตารางนิ้ว ความเย็นจากปลายนิ้วหนาของเขาที่ลูบไล้สวนขึ้นไปจนถึงต้นขาด้านหลังทำเอาวีรยาสะดุ้งเฮือก
“อ๊ะ... ภีม...” เธอครางชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือเรียวจิกขยุ้มลงบนหมอนสีขาวจนแน่นพลางยกสะโพกขึ้นด้วยสัญชาตญาณอัตโนมัติ
เขาตอบกลับด้วยการขบเม้มเนื้อนุ่มตรงรอยต่อระหว่างต้นขาและสะโพกงอนงาม สร้างรอยรักสีกุหลาบจาง ๆ ไว้เป็หลักฐาน
ภีมภัทรขยับกายขึ้นมาทับซ้อน้า ใช้สันจมูกโด่งและริมฝีปากพรมจูบไปตามแนวสันหลังที่บุ๋มเป็ร่องสวย เลื่อนขึ้นไปจนถึงลาดไหล่มนที่สั่นระริก
“ครับ...คุณไม่ชอบที่ผมทำให้เหรอ” เขาพึมพำชิดผิวหูเธอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่าไม่ต่างกัน
เขาสอดมือเข้าใต้หน้าท้องแบนราบแล้วช้อนร่างเธอขึ้น ส่งผลให้สะโพกงามงอนยกสูงขึ้นในท่าที่น่าหวาดเสียว
วีรยาทำได้เพียงซบหน้าลงกับที่นอน พยายามรวบรวมสติแต่ก็พ่ายแพ้เมื่อความแข็งขืนที่ร้อนผ่าวของเขา ที่บดเบียดถูไถลงมาตรงกึ่งกลางกายสาว
ความเสียวซ่านแล่นปราดเข้าสู่ไขสันหลังราวกับกระแสไฟฟ้าลัดวงจร วีรยาจิกนิ้วเท้าลงกับเตียงจนเกร็งแน่น ลมหายใจขาด่เมื่อความร้อนนั้นรุกรานหนักขึ้นทุกที
ภีมภัทรเชยคางเธอให้หันมารับจูบที่ดุดัน แว่นสายตาของเขาครูดกับพวงแก้มร้อนผ่าวของเธอเบา ๆ สายตาคมกริบหลังเลนส์แว่นคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำปรือของเธอ ราวกับจะประทับตราความเป็เ้าของไว้
“อือ...” วีรยาครางท้วงเมื่อรู้สึกถึงแรงบีบที่สะโพก
นิ้วมือหนาของเขาฝังลงบนผิวเนื้อนุ่มจนเกิดรอยนิ้วมือแดงจาง ๆ เขาจงใจใช้ความแข็งขืนที่ร้อนระอุเขี่ยวนรอบกลีบดอกไม้ฉ่ำหวานที่บวมเป่งจากการเคี่ยวกรำมาพักใหญ่ ลำกายแกร่งที่เคลือบไปด้วยน้ำหวานใสจากตัวเธอทำให้ทุกััดูจะลื่นไหลและเย้ายวนเกินทัดทาน
เขาค่อย ๆ กดสะโพกสอบลงมา ส่งมอบความยิ่งใหญ่เข้าสู่ช่องทางรักที่คับแน่นช้า ๆ ทีละนิด... ทีละนิด จนวีรยาต้องเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจ ผนังนุ่มภายในบีบรัดการรุกรานนั้นอย่างรุนแรงจนภีมภัทรต้องขบกรามแน่นจนเป็สันนูน
แต่... เขากลับหยุดลงกลางคัน ก่อนจะถอนกายออกมาจนเกือบหลุด
“อ๊ะ... ภีม...” วีรยาชะงัก
เธอหันใบหน้าสวยที่อาบไปด้วยเหงื่อพราวกลับมามองเขา แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววหยิ่งผยอง บัดนี้กลับฉ่ำปรือและเต็มไปด้วยกระแสความเว้าวอนที่ปิดไม่มิด
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความขัดใจ เมื่อความซ่านสยิวที่จวนเจียนจะถึงขีดสุดกลับถูกขัดจังหวะลงดื้อ ๆ ความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เธอรู้สึกโหยหาเขาจนแทบคลั่ง
ภีมภัทรจ้องมองปฏิกิริยานั้นผ่านกรอบแว่นสายตาที่เลื่อนลงมาเล็กน้อย เขาไม่ได้ขยับแว่นให้เข้าที่ แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอพร้อมกับเผยยิ้มร้ายที่มุมปาก... ยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นเลยตลอดเวลาสามปีที่เขาทำงานให้เธอ
“อยากได้มากกว่านี้เหรอครับ”
เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำปนหยัน ถอดแว่นออกแล้วโยนมันไปไว้ที่โต๊ะของเตียง ก่อนจะเปลี่ยนจากการเนิบนาบเป็ความดุดันในพริบตา กดกระแทกกายเข้าหาเธออย่างแรงจนสุดความยาวในคราวเดียว!
“อ๊างงงง!”
ร่างของวีรยาไถลไปด้านหน้าตามแรงส่งที่หนักหน่วง เธอจิกปลายนิ้วลงบนหมอนจนแทบฉีกขาด ความคับแน่นที่พุ่งเข้าชนจุดกระสันซ้ำ ๆ ทำเอาโลกทั้งใบของเธอพร่าเลือน
ภีมภัทรไม่ปล่อยให้เธอได้พัก เขาโถมกายเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานไปกับเสียงครางกระเส่าที่หลุดออกมาจากลำคอของทั้งคู่
เลขาหนุ่มโน้มตัวลงมาทับซ้อนแผ่นหลังเธอไว้ มือข้างหนึ่งยังคงยึดสะโพกเธอไว้มั่น ส่วนอีกข้างสอดเข้ามาประสานนิ้วกับมือของเธอที่ขยุ่มที่นอนอยู่ บังคับให้เธอรับรู้ว่าในวินาทีนี้... เขาคือผู้คุมเกมที่เหนือกว่าทุกอำนาจที่เธอเคยมี
“ภีม... อ๊ะ... อ๊า... แรงไป... เบาหน่อย...” วีรยาครางระงมพยายามเบี่ยงหน้าหนีความเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่จนรับไม่ไหว
“เบาไม่ได้หรอกครับ... ข้างในของคุณมัน ‘ต้อนรับ’ ผมแน่นขนาดนี้”
เขากระซิบเสียงพร่าชิดผิวหูที่ขึ้นสีจัด ก่อนจะเปลี่ยนจังหวะเป็ความเร็วที่ถี่รัวจนเกิดเสียงชื้นแฉะและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้อง มือหนาที่ประสานนิ้วกับเธออยู่บีบกระชับแน่นขึ้น บังคับให้เธอรับััจากเขาทุกหยาดหยด
วีรยาครางลั่นเพราะความเสียวจากพายุอารมณ์กำลังพัดพาเธอไปไกลจากฝั่ง
ภีมภัทรโน้มลงมาขบเม้มซอกคอขาวผ่องของเธออย่างแรง ทิ้งรอยรักเอาไว้ประดับผิวเนียน สติของเธอขาวโพลนไปหมด รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ลมหายใจหอบถี่กระชั้นจนแทบขาด่
“ภีมภัทร... ฉันจะ... อ๊ะ... จะไม่ไหวแล้ว!”
“ผมรู้”
เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยตัณหา ก่อนจะโหมแรงกายเฮือกสุดท้ายกระแทกกระทั้นเข้าหาจุดลึกสุดซ้ำ ๆ อย่างดุดัน
ภีมภัทรเกร็งสะโพกค้างไว้เมื่อความเสียวซ่านพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขากดร่างฝังลึกเข้าหาเธอในจังหวะสุดท้ายพร้อมกับการปลดปล่อยสายธารที่ร้อนผ่าวเข้าสู่ตัวเธอทุกหยาดหยด
“อ๊างงงง!” วีรยาหวีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งต้อนรับััสุดท้ายที่รุนแรงจนเธอรู้สึกเหมือนร่างจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ ก่อนจะฟุบหน้าลงกับหมอนด้วยความอ่อนแรง
ภีมภัทรยังคงซบหน้าลงกับแผ่นหลังชื้นเหงื่อของเธอ หอบหายใจรดรินผิวเนื้อนุ่มอย่างหนัก เขาค่อย ๆ ถอนกายออกอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งให้ความรู้สึกอุ่นซ่านยังคงวนเวียนอยู่ภายในตัวเธอ
เขาลุกขึ้นมานั่งขอบเตียง หยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวมคืนตามเดิม จัดแต่งทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้กลับมาเรียบกริบภายในไม่กี่วินาที ภาพของเลขาฯ มาดนิ่งคนเดิมกลับมาอีกครั้ง
แต่วีรยารู้ดีว่าภายใต้ท่าทีเนี๊ยบทุกระเบียบนิ้วนั้น... มีปีศาจที่ร้ายกาจซ่อนอยู่ และเขาก็เพิ่งจะขย้ำเธอจนจมเขี้ยวไปเมื่อครู่นี้เอง
