“ข้าไม่เจอสัตว์ร้ายระหว่างทางเลย อาจเป็เพราะว่าข้าตามอยู่ข้างหลังท่านก็ได้ ข้าพบร่องรอยการก่อไฟข้าก็คิดว่าเป็ท่านเดินทางอยู่ข้างหน้าเลยเร่งฝีเท้าขึ้น”
“จนมาเจอท่านวันนี้แหละ ฝีมือการต่อสู้ของพี่ชายช่างยอดเยี่ยมมาก สู้ทั้งเสือทั้งหมาป่า ถ้าข้าเก่งได้สักครึ่งหนึ่งของท่านก็คงจะดีไม่น้อย”
“เ้าหันหลังไป หรือเดินเล่นก่อนข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”ซิงเยียนได้ยินก็เดินหลบไปหลังต้นไม้
“ออกมาได้แล้วต้องออกเดินทางกันต่อ”ซิงเยียนรีบวิ่งออกมาจากหลังต้นไม้ทันที
ห่าวรันเดินไวซิงเยียนต้องวิ่งตาม เป็บางครั้งที่เขาจะเดินช้าลง แต่ถ้ามีสิ่งที่สงสัยเขาก็หยุดเดิน
ในป่านี้ไม่เจอถ้ำทั้งสองคนต้องนอนอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ ซิงเยียนอยู่เวรเฝ้า่หัวค่ำ ่ดึกเป็ห่าวรันเป็คนเฝ้า
ห่าวรันรู้สึกว่าอยู่กับซิงเยียนแทบจะไม่เจอสัตว์ร้ายเลย เขาได้แค่เก็บความสงสัยไว้เท่านั้น “ไม่เจอก็ดีแล้วจะได้เดินทางได้ไวขึ้น”
คืนนี้ทั้งสองนอนพักอยู่ในถ้ำกลางป่าที่ไม่เจอมานาน
“ พี่ชายห่าวรันว่าแปลกไหม เราเข้าป่ามาลึกไกลขนาดนี้แต่่หลังมานี้ไม่เห็นมีสัตว์ป่าเลย หรือว่าเราทั้งสองคนโชคดีไม่ต้องเจอพวกมัน”
“ เ้าก็รู้สึกแปลกหรือซิงเยียน ั้แ่อยู่กับเ้ามาไม่เจอสัตว์ร้ายเลย เ้ามีสิ่งของอะไรที่สามารถไล่สัตว์ได้หรือเปล่าหรือว่ามีสมุนไพร”
“เปล่าน่ะ ข้าไม่มีสมุนไพรไล่สัตว์ก่อนหน้านี้ยังต่อสู้กับสัตว์ร้ายเกือบทุกชนิดอยู่เลย แต่ครั้งล่าสุดก็เป็นกั์นั่นแหละ ที่ต่อสู้จนตัวข้าอาบไปด้วยเื แล้วจากนั้นก็ไม่ได้ต่อสู้กับสัตว์อะไรอีกเลย”
“ เนื้อตัวอาบไปด้วยเือย่างงั้นรึ แล้วตอนที่เ้ามีเืได้หยิบจับสิ่งของอะไรบ้างไหม ที่เืของเ้าสามารถไหลหยดไปถึงได้”ซิงเยียนคิดตาม
“ ตัวข้าที่อาบไปด้วยเืตอนนั้นรู้สึกจะมี คันธนูถึงแม้ตัวข้าจะเต็มไปด้วยเืมือก็ยังจับ คันธนูและยิงลูกธนูออกไปอีกสองดอก ที่ติดไปกับตัวนก แต่นั่นมันคือลูกธนูที่ทำขึ้นมาใหม่โดยลุงซางที่เป็นายพราน ส่วนลูกธนูที่มีอยู่ดั้งเดิมยังอยู่ครบหกดอก”
“ ธนูอย่างนั้นรึไหนเ้าลองเอาคันธนูมาให้ข้าดูหน่อย มันอาจจะเป็ของพิเศษที่ทำให้สัตว์ป่าััได้แล้วไม่กล้าเข้ามาใกล้ เพราะรู้ถึงอันตราย”
ซิงเยียนหยิบคันธนูที่วางไว้ข้างผนังถ้ำ ยื่นให้กับห่าวรันดู
“ อืม! มันดูทรงพลัง เป็ไปได้ที่มันเป็ของพิเศษ แล้วเืของเ้าหยดลงใส่ทำให้ทั้งเ้าและธนู มีสัญญาผูกพันกันเ้าได้ ธนูนี้เ้าได้มาจากที่ไหนรึ ข้าเคยอ่านเจอในตำราน่ะ ว่าสัตว์อสูรและคนทำสามารถทำพันธสัญญากันได้รวมถึงอาวุธพิเศษด้วย”
“ จริงหรือเ้าคะ ตอนที่ข้าเช็ดเืออกจากคันธนูข้ารู้สึกผูกพันกับมันมาก ั้แ่นั้นมาข้าก็ไม่ได้ใช้ยิงสัตว์ร้ายอีกเลยเพราะมันไม่ได้เข้ามาใกล้”
“ อย่างงั้นก็ดีพวกเราจะได้ปลอดภัยจากสัตว์ร้ายระดับหนึ่ง แต่ถ้ามันมีระดับสูงกว่าคันธนูนั่นแหละที่เราต้องต่อสู้กับสัตว์พวกนั้น เ้ายังไม่ได้บอกเลยว่าเจอธนูที่ไหน”
“ ธนูนี้ลุงซางนายพรานพาข้าไปซื้อที่ร้านขายอาวุธนั่นแหละ แต่คนขายบอกว่ารับซื้อมาอีกทีหนึ่ง คนที่เอามาขายบอกว่าเก็บได้จากป่าลึก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าป่าไหน”
“ อืม!คงเป็โชคชะตาของเ้าที่ได้เจอของดีแบบนี้ ซึ่งหายากมากที่จะหลุดเข้ามาในดินแดนที่ไม่มีพลังแบบนี้”
“ นอนพักผ่อนเถอะเราจะไม่เจอสัตว์ร้ายอีกระยะหนึ่ง เ้ายังเด็กต้องนอนให้เยอะเดี๋ยวจะตัวเตี้ยไม่โต”
“ ข้าจะรีบนอนเดี๋ยวนี้ เพราะขาสั้นต้องวิ่งตามท่านตลอด ต้องรีบนอนเผื่อขาจะยาวขึ้น”ซิงเยียน ดีใจไม่ต้องนั่งเฝ้ายามล้มตัวนอน บนถุงสีน้ำตาลและหลับตาแต่ในหัวยังคิดถึง เื่ธนูอยู่
ซิงเยียนตื่นมาตอนเช้ามืด ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวแถวหน้าถ้ำ มองไปยังที่ห่าวรันเคยนอนเขาหายไป นางรีบลุกและวิ่งไปดูที่หน้าถ้ำ
“ขวับ!ฟึ่บ!”
“ โอ้! พี่ชายห่าวรันช่างร่ายรำกระบี่ได้ เข้มแข็งและอ่อนช้อยในตัว แถมฝีเท้ายังว่องไวะโก็สูง เขามีวิชาอะไรถึงลอยตัวอยู่ในอากาศได้นาน และสูงฟันกระบี่ได้บนยอดไม้ลงมาถึงข้างล่าง”
ซิงเยียนยืนชื่นชม และแอบจดจำท่วงท่าการ ฟันกระบี่ของห่าวรัน
“เ้าสนใจวิชากระบี่อย่างนั้นรึ”ห่าวรันหลังจากฝึกเสร็จหันมาเห็นซิงเยียน กำลังฝึกท่ากระบี่ที่เขาเพิ่งจะฝึกซ้อมไป
“ สนใจเ้าค่ะท่านร่ายรำกระบี่ได้เก่ง แถมยังสามารถลอยตัวในอากาศได้สูงและนานด้วย ขณะจับกระบี่แกว่งไกวตัดใบไม้ที่ร่วงหล่นมันเป็ภาพที่ ข้าไม่รู้จะพูดยังไง”ซิงเยียนมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ชื่นชมจนเป็ประกาย
“ เ้าก็มีกระบี่อยู่ไม่ใช่หรือ วันหลังก็ตื่นแต่เช้ามาฝึกเรียนกระบี่และวิชาตัวเบากับข้าได้”
“ จริงหรือเ้าคะ ข้าเป็เด็กบางทีก็ยังนอนตื่นสายท่านช่วยปลุกข้ามาเรียนกระบี่ด้วยจะได้ไหม”
“ ได้แต่…วิชาตัวเบา เ้าเริ่มฝึกเลยเก็บข้าวของแล้ววิ่งให้ทันข้าโดยที่ของ ที่แบกอยู่ไม่ให้ร่วงหล่น เ้าทำได้ไหม”
“ ได้อยู่แล้วข้าจะผูกถุงและย่ามให้แน่น สะพายธนูและถือดาบวิ่งตามท่าน ได้ทันอย่างแน่นอน”
ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา การเดินทางก็ไวขึ้น ซิงเยียนต้องก้าวขาวิ่งให้ไวขึ้น ทั้งที่มีสัมภาระอยู่เต็มตัว ห่าวรันก็วิ่งแบบสบาย
ซิงเยียนเริ่มวิ่งได้ไวขึ้นสัมภาระไม่เป็อุปสรรคในการวิ่งอีกต่อไป วิ่งตลอดทางจะพักก็เวลาหิวและตอนกลางคืนเท่านั้น เพียงไม่กี่วันทั้งสองก็ผ่านเข้ามาในป่าที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่และสูง
“ พวกเราจะพักกันอยู่ด้านนอก เหมือนป่าที่พวกเราจะเข้าไป เป็ป่าไม้ที่แปลกต้องฝึกให้เ้าเก่งกว่านี้ ก่อนแล้วค่อยเข้าไป”ซิงเยียนฟังห่าวรันพูดก็เชื่อฟัง และเห็นด้วยกับเขา
ทั้งสองเจอถ้ำขนาดใหญ่และกว้างอากาศถ่ายเทได้สะดวก“ เราจะอยู่ที่ถ้ำนี้จนกว่าฝีมือเ้าจะดีขึ้นสามารถเอาตัวรอดในป่าได้หากเราหลงทางกัน”
“ พี่ชายห่าวรัน มีอะไรที่เป็สัญลักษณ์เวลาเราหากันไม่เจอหรือว่าหลงทางกันไหมเ้าคะ ป่าใหญ่แบบนี้ข้าก็แอบกลัวอยู่เหมือนกัน”
“ ไม่มีหรอกเพียงแต่เ้าต้องขยันฝึกฝนเอาตัวเองให้รอดจะดีกว่า แต่ถ้าเ้าหายไปข้าก็จะพยายามตามหาเ้าให้เจอก็แล้วกัน”
“ ได้ข้าจะพยายามทำร่องรอยทิ้งไว้ทันสังเกตดูข้าจะมัดหญ้าเป็กระจุก แล้วไม่ก็ทำสัญลักษณ์ไว้ที่ต้นไม้ เป็อักษรแบบผ้าเช็ดหน้านี้น่ะเ้าค่ะ”ซิงเยียนยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ดู
ห่าวรันรับผ้าเช็ดหน้าเนื้อดี แบบเดียวกับชุดที่นางใส่ก็พับเก็บไว้ในอกเสื้อ
“ เออ! พี่ชายห่าวรันข้าให้ท่านดูเครื่องหมาย ที่อยู่บนขอบผ้าไม่ได้ให้ท่านเก็บไว้นะเ้าค่ะนั่นคือผ้าเช็ดหน้าของข้า”
“ ข้าเป็คนจำยากต้องเก็บไว้ดู อักษรมันดูเหมือนจะง่าย แต่ข้าไม่รู้ว่ามันโค้งงอไปด้านไหนก่อน เ้าก็มีหลายผืนไม่ใช่รึทำไมถึงได้งกนัก”
“ เฮ้อ! แค่เครื่องหมายตัวS เขาถึงกับเก็บผ้าเช็ดหน้าข้าไว้”ซิงเยียนยืนคิด นางเสียดายผ้าเช็ดหน้าที่มีแค่สี่ผืนเท่านั้นจะแย่งคืนมาก็ดูไม่ดี
ซิงเยียนถูกปลุกมาฝึกซ้อมกระบี่ ั้แ่เช้าทุกวันจนผ่านมาครึ่งเดือนนางก็ตื่นเองว่าไม่ต้องปลุก
วิชาที่ได้เพิ่มมาคือวิชาตัวเบา ซิงเยียนสามารถปีนป่ายต้นไม้ได้คล่องแคล่ว ะโลอยตัวเหนือยอดไม้เวลาฟันกระบี่ลงบนใบไม้ที่ร่วงหล่น
“ เ้าเก่งขึ้นแล้วพรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางกัน วันนี้ก็พักผ่อนเก็บข้าวของให้ดี สิ่งไหนสามารถมัดแน่นกับลำตัวได้ก็ให้มัดจะเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่าที่เ้าต้องแบกมันไว้บนหลัง”
“ น่าจะมีกระเป๋าเป้ แบบที่คุณหนูในโลกอนาคตใส่ไว้ด้านหลังแบบนั้นไม่มีหลุดแน่ จะตัดเย็บเองก็ไม่มีอุปกรณ์”ซิงเยียนจัดเก็บข้าวของ ที่นางเป็ห่วงคือเครื่องปรุง จะไม่เอาไปก็กลัวว่าเวลาปิ้งย่างเนื้อสัตว์จะไม่อร่อย
รุ่งเช้าทั้งสองเดินทางเข้าป่าใหญ่ หลังจากที่ฝึกซ้อมมาหลายวัน ซิงเยียนสามารถเคลื่อนตัวในป่าใหญ่ได้นานและไม่เหนื่อย นอกจากเวลาหิวเท่านั้นที่ทั้งสองจะหยุดพัก
“ พี่ชายห่าวรันผลไม้นั่นกินได้ข้าขอเก็บมาสักสองสามผล ” ซิงเยียนพูดหลังจากที่กินเนื้อแห้งไปแล้วตาก็มองเห็นผลไม้พอดี
วิชาตัวเบาที่เรียนมา ช่วยให้นางปีนป่ายต้นไม้ได้คล่องและว่องไวด้วย ไม่นานนางก็มายืนอยู่ตรงหน้าห่าวรัน ในมือถือผลไม้สองลูก มันคือลูกท้อสีทองลูกใหญ่
ซิงเยียนยื่นให้กับ ห่าวรันหนึ่งลูก“ โอ้มันกรอบอร่อยถึงแม้จะมีรสหวานอมเปรี้ยว หรือจะเก็บไว้กินกลางทางสักสองสามลูกดี”ซิงเยียนรีบกัดกินตาก็มองไปที่ต้นท้อ
“ ในป่าย่อมมีผลไม้เยอะแยะเ้าเก็บไป ก็จะทำให้ถุงย่ามของเ้าหนักขึ้น ทำให้เ้าเคลื่อนไหวตัวไม่สะดวก”
“ ถ้าเกิดผลไม้ข้างหน้ารสชาติมันไม่อร่อยถูกปากล่ะ ช่างเถอะถ้ามีเยอะก็คงต้องมีสักต้นที่อร่อย”ซิงเยียนบ่นงึมงำในคอ ได้ยินแต่ผู้เดียว
ไม่รู้ว่าทั้งสองอยู่ในป่ามานานเท่าไหร่แล้ว ต้นไม้ที่ใหญ่สูงเสียดฟ้าบดบังแสงอาทิตย์ ถ้า่ร้อนก็กำลังดีแต่ถ้า่ไหนที่อากาศหนาว เดินอยู่ใต้ต้นไม้ก็หนาวสั่น ดีที่ทั้งสองมีชุดช่วยให้อบอุ่น
“ ซิงเยียนเ้ากำลังทำอะไรกับชุด มันขาดหรือว่ายังไง ”ห่าวรันถามด้วยความสงสัยที่ซิงเยียนเอาชุดเสื้อผ้าออกมาจากถุงย่าม กองไว้ข้างตัว
“ ชุดไม่ได้ขาดหรอก แต่ข้ารู้สึกว่าแขนขายาวขึ้นชุดก็เริ่มลอยแล้ว จึงเลาะตะเข็บชายแขนเสื้อและกระโปรงที่ช่างเย็บไว้ตอนที่ซื้อแล้วชุดมันใหญ่ ออกเท่านั้น”
“ เออ!จริงสิพี่ชายห่าวรัน พวกเราอยู่ในป่ามานานเท่าไหร่แล้ว ข้านับแต่่แรกๆตอนหลังมาก็ี้เีจะนับ”
“ คงจะนานแล้วแหละถ้าเ้าคิดว่า ตัวเองสูงขึ้นเฉพาะที่เราอยู่ในถ้ำตอนเ้าฝึกฝนวิชาก็ร่วมสองเดือนแล้ว และตอนอยู่ในป่าผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน น่าจะปีกว่าแล้วได้มั้ง”
“ จริงเหรอเ้าคะทำไมข้าถึงไม่เจอฤดูหิมะตกล่ะหรือว่าในป่าไม่มีหิมะตก เจอแต่ฝนหนาวร้อน”
“ มันไม่มีก็ดีแล้ว พวกเราจะได้เดินทางไม่ลำบาก ในป่าใหญ่ที่เราเข้ามาดูมันก็ไม่เหมือนข้างนอกอยู่แล้วเป็ไปได้ที่ฤดูกาลของป่าที่นี่จะไม่เหมือน กับโลกภายนอก”
“ ป่านี้ช่างกว้างใหญ่เสียจริง ถ้าหลุดจากป่านี้ไปได้พวกเราจะเจอเส้นทางไปหุบเขาหมื่นเมฆาไหมเ้าคะ”
“ ไม่รู้หรอกจนกว่าเราจะเจอเส้นทางไปหุบเขาหมื่นเมฆา ตอนนี้ยังให้คำตอบไม่ได้”ชายหนุ่มหยุดพูด และตั้งใจฟังเสียงบางอย่าง
“ มีอะไรผิดปกติหรือ”ซิงเยียนเงยหน้าขึ้นมาจากชุด เพราะเห็นชายหนุ่มเงียบไปจึงเห็นว่าเขาเหมือนกำลังตั้งใจฟังอะไรบางอย่างอยู่
“ เสียงเหมือนฝีเท้าของมนุษย์หลายคน เดินอยู่ในป่าไม่ไกลจากพวกเรานัก”
“ นี่ก็มืดแล้วพวกเขายังเดินทางกันอีกหรือ”ซิงเยียนกลับมาสนใจชุดที่อยู่ข้างหน้าต่อ
ห่าวรันเอากระบี่ออกมาเช็ดทำความสะอาดก่อนจะนอนลง เขาก็ไม่สนใจเสียงที่อยู่ข้างนอกเหมือนกัน
