ร่างบางของซูเฟยหยิ่งถูกแมงมุมั์แทงทะลุ จากนั้นยกลอยขึ้น ใบหน้าสวยฉายแววเ็ปทรมานเกินกว่าจะจินตนาการได้
แมงมุมั์ขยับเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จิตหยั่งรู้ของเธอไม่สามารถตรวจสอบมันได้!
แท้จริงแล้วแมงมุมนี่คือตัวอะไรกันแน่?
“เดรัจฉาน!”
เมื่อเย่เฟิงเห็นภาพนี้ ความโกรธก็ท่วมท้นออกมาทันที แมงมุมั์ตัวนี้ลงมือกับซูเฟยหยิ่งได้โเี้นัก มันรนหาที่ตายแล้ว! ถึงแมงมุมตัวนี้จะแข็งแกร่งมาก อีกทั้งจิตหยั่งรู้ก็ยังไม่อาจตรวจสอบได้ แต่เย่เฟิงไม่กลัวแม้แต่น้อย
รำกระบี่ไร้ตัวตน!
ใน่เวลาสำคัญ เย่เฟิงใช้วิชากระบี่ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแหวนกระบี่ัโบราณอีกครั้ง ลำแสงกระบี่สีเขียวเข้มปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด จากนั้นล้อมวงฟาดฟันแมงมุมั์
“กี๊ส—!”
แมงมุมั์สีดำเหยียดตัวขึ้น ความสูงราวสี่ถึงห้าเมตร ทั่วร่างเป็ผิวราบเรียบและแข็งดั่งชุดเกราะ ไม่มีขนแม้เพียงนิด รูปลักษณ์แตกต่างจากแมงมุมทั่วไปที่มีอยู่บนโลกอย่างสิ้นเชิง
แม้เย่เฟิงใช้เคล็ดวิชากระบี่ที่รุนแรงและรวดเร็ว ทว่ายังไม่สามารถแทงทะลุผ่านผิวของแมงมุมั์ได้เลย มีเพียงเสียงดังสะท้อนราวกับฟาดกระบี่บนโลหะ หลังจากที่ใช้ออกทั้งสิบห้ากระบี่ ก็ยังไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย!
ในทางตรงข้าม การโจมตีของเย่เฟิงยิ่งกระตุ้นให้แมงมุมดำั์โกรธ การเคลื่อนไหวของมันจึงรวดเร็วและรุนแรงขึ้น มันเพิกเฉยต่อซูเฟยหยิ่งที่ถูกแทงทะลุอก หันมาเล่นงานเย่เฟิงแทน ขาอันทรงพลังพุ่งไปยังตำแหน่งที่เย่เฟิงยืนอยู่
ร่างของเย่เฟิงปรากฏออกมาจากอีกมิติ เผชิญหน้ากับขาแมงมุมั์สีดำยาวราวเหล็กกล้า หากถูกแทงเข้า มีหวังชีวิตของเขาต้องจบสิ้นอย่างแน่นอน
ย่างก้าวไร้เงา!
เย่เฟิงทำได้เพียงะเิความรวดเร็วออกมาเพื่อหลบหลีก เขาถอยไปยังพื้นที่ว่างด้านหลัง ได้แต่ขบกรามแน่นอย่างไม่เต็มใจ กระทั่งการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขายังไม่อาจทำอะไรแมงมุมั์สีดำนี้ได้ หรือว่าเขากับซูเฟยหยิ่งจะทำได้เพียงกล้ำกลืนความแค้นนี้ไว้งั้นหรือ?
หากสังหารแมงมุมั์นี่ได้ ทั้งเปลือกผิวและกรงเล็บของมันล้วนเป็วัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่สามารถนำไปหลอมอาวุธได้ น่าเสียที่แมงมุมั์ตัวนี้แข็งแกร่งเกินไปสำหรับเย่เฟิง กระทั่งซูเฟยหยิ่งยังถูกโจมตีจนได้รับาเ็อย่างไม่ทันตั้งตัว แสดงให้เห็นว่าตอนนี้เย่เฟิงไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้แน่นอน
หากใช้จิตหยั่งรู้ตรวจสอบแมงมุมตัวนี้ได้ คงรู้ถึงระดับพลังของมันว่าแข็งแกร่งมากน้อยเพียงไร น่าเสียดายที่กระทั่งซูเฟยหยิ่งก็ยังไม่อาจใช้จิตหยั่งรู้ตรวจสอบมันได้ แสดงให้เห็นว่าระดับพลังของมันคงสูงอย่างยิ่ง หรือไม่คงมีวิธีปกปิดกลิ่นอายของตัวเอง
สำหรับผู้ฝึกวิถีมาร ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับระดับพลัง แน่นอนว่าเ้าแมงมุมั์ตรงหน้าไม่เหมือนราชันหั่วยวินเยาที่เป็ปีศาจ เพราะมันคือสัตว์อสูร ความแข็งแกร่งของมันสามารถคำนวณได้ตามอายุขัย
“เย่เฟิง รับนี่...”
ขณะนั้นเอง ซูเฟยหยิ่งที่าเ็หนักเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา มือขาวโยนโซ่แสงดาวสีน้ำเงินไปทางเย่เฟิง
“นี่มัน?”
เมื่อเย่เฟิงเห็นสิ่งนี้ก็ใ ในสถานการณ์เช่นนี้ ซูเฟยหยิ่งยังฝืนใช้วิชาเซียน เห็นได้ชัดว่าเธอต้องอดทนต่อความเ็ปจากอาการาเ็ ทว่าเมื่อเธอฝืนใช้วิชาเซียนออกมา ย่อมมั่นใจว่านี่เป็วิธีจัดการแมงมุมั์ตรงหน้า
เย่เฟิงยื่นมือออกไปคว้าโซ่แสงดาวสีน้ำเงินโดยไม่ลังเล เพียงได้ััมัน เขาก็รับรู้ถึงขุมพลังมหาศาลจากโซ่แสงดาว พลังท่วมท้นราวกับน้ำในมหาสมุทรที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา ทันใดนั้นเย่เฟิงก็นึกถึงเคล็ดวิชาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของสำนักสุสานดวงดาว วิชาเซียนข้ามผ่านม่านเมฆ!
นี่ไม่ใช่วิชาเซียนที่ใช้โจมตีโดยตรง แต่เป็เคล็ดวิชาที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและทรงพลังแก่บุคคลอื่น มันคือการส่งต่อพลังชี่จากคนหนึ่งถึงอีกคน โดยผู้รับสามารถใช้พลังที่รับมาได้อย่างอิสระ
เมื่อหลายร้อยปีก่อน อาศัยเพียงเคล็ดวิชานี้ก็ทำให้สำนักสุสานดวงดาวรุ่งเรืองมาก น่าเสียดายที่ศิษย์ในสำนักมีเพียงน้อยนิด เ้าสำนักรุ่นก่อนรับซูเฟยหยิ่งเป็ศิษย์เพียงคนเดียว ทำให้คนรุ่นหลังในโลกเทวะไม่เคยได้ยินชื่อสำนักนี้มาก่อน
“เมื่อเป็เช่นนี้…”
เย่เฟิงขบกรามแน่น เมื่อซูเฟยหยิ่งยอมใช้วิชาเซียนนี้ออกมา เขาจึงมั่นใจมากว่าจะสามารถสังหารแมงมุมดำั์ตรงหน้านี้ได้
รำกระบี่ไร้ตัวตน!
เย่เฟิงโคจรพลังชี่ทั้งหมดที่ซูเฟยหยิ่งให้มาไปยังแหวนกระบี่ัโบราณทันที เพียงไม่นานร่างของเขาพลันหายเข้าไปยังอีกมิติ ลำแสงกระบี่สว่างวาบรายล้อมรอบตัวแมงมุมดำั์ครั้งแล้วครั้งเล่า
การโจมตครั้งนี้จะเป็การโจมตีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เย่เฟิงเคยใช้ออกมา!
ซูเฟยหยิ่งสะบัดมือขาว อาศัยพลังชี่ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดควบคุมเส้นไหมเงาหิมะให้พันธนาการแมงมุมดำั์เอาไว้ จากนั้นพยายามใช้แรงที่เหลือหักขาของมัน เมื่อเสร็จสิ้น ร่างบางที่เริ่มตัวเย็นเฉียบก็ทรุดลงบนพื้น ท้ายที่สุดแมงมุมดำั์ก็หลุดพ้นจากพันธนาการ
ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองเย่เฟิงด้วยแววตาซับซ้อน ลำแสงกระบี่ของเย่เฟิงกำลังรายล้อมรอบตัวแมงมุมดำั์ การใช้วิชาข้ามผ่านม่านเมฆ หากเป็ผู้ที่มีระดับพลังไม่เพียงพอที่จะสามารถแบกรับพลังมหาศาลจากอีกฝ่ายได้ ย่อมมีโอกาสาเ็สูง ยิ่งเย่เฟิงใช้รำกระบี่ไร้ตัวตนออกมาเช่นนี้ อาจทำให้จุดก่อกำเนิดาเ็จนหยุดชะงักได้ หรือหากร้ายแรงกว่านั้นคือจุดก่อกำเนิดของเขาจะถูกทำลาย ดังนั้นซูเฟยหยิ่งจึงไม่เคยคิดที่จะใช้วิชานี้มาก่อน แต่ตอนนี้เธอาเ็สาหัส เมื่อพิจารณาดูแล้วคงมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสังหารแมงมุมดำั์ได้
หญิงสาวรู้สึกผิดต่อลูกศิษย์ แต่เมื่อคิดว่ามันอาจเป็การช่วยชีวิตเขา ชายหนุ่มคงไม่กล่าวโทษเธอ...
ขณะที่เย่เฟิงใช้วิชารำกระบี่ไร้ตัวตน ลำแสงกระบี่มากมายปรากฏรอบตัวแมงมุมดำั์ จุดวาร์ปที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลพลันส่องสว่างอีกครั้ง ครั้งนี้สว่างมากกว่าเดิม จากนั้นปรากฏคนกว่าสามสิบคนภายในวิหารโบราณแห่งนี้ คนกลุ่มนี้คือกลุ่มคนของยุทธจักรที่ถูกราชันหั่วยวินเยาส่งผ่านจุดวาร์ปมายังที่นี่
“แหวะ—”
ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวก็มีคนอาเจียนทันที เป็เพราะทนต่อแรงกดดันจากการเคลื่อนผ่านมิติไม่ไหว
การเคลื่อนย้ายผ่านมิติเช่นนี้ กระทั่งซูเฟยหยิ่งก็ยังรู้สึกอ่อนแรงเล็กน้อย นับประสาอะไรกับเหล่าคนในยุทธจักรพวกนี้ พวกเขาต่างหน้าซีด แข้งขาอ่อนแรง อาเจียนอย่างหนัก แต่สำหรับผู้เป็ยอดฝีมือซึ่งมีวรยุทธ์ระดับสูงอย่างผู้าุโของสำนักต่างเบิกตากว้าง เป็เพราะสัญชาตญาณที่เฉียบคมทำให้พวกเขารับรู้ถึงอันตรายในทันที
จากนั้นพวกเขาเห็นอะไรกันล่ะ?
ผู้หญิงชุดขาวคนหนึ่งล้มลงบนพื้นด้วยอาการาเ็หนักตรงอก ท่ามกลางความมืด ขาของแมงมุมั์ที่ยาวถึงแปดเมตรกำลังโบกสะบัดไปมา ดูน่าหวาดกลัวยิ่งนัก มองคราแรก พวกเขาย่อมคิดว่าแมงมุมดำั์กำลังจะสังหารผู้หญิงชุดขาว ทว่าทันใดนั้น ภาพฉากตรงหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องตกตะลึง ลำแสงกระบี่ที่ปรากฏขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่ารอบตัวแมงมุมั์ดูราวกับสายฟ้าฟาดใส่แมงมุมั์ ส่งเสียงดัง ‘เคร้ง’ เหมือนกับเสียงโลหะกระทบกัน
ลำแสงกระบี่ยังคงปรากฏหลายต่อหลายครั้ง กระหน่ำใส่แมงมุมั์ราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่โหมเข้าใส่แมงมุมดำั์อย่างไม่หยุดยั้ง
“กี๊ส!”
แมงมุมดำั์ตระหนักถึงอันตราย มันเริ่มตื่นตระหนกจนสับสนวุ่นวาย ทว่าตระหนักได้ตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์เสียแล้ว
กระบี่ลำดับที่สิบ!
กระบี่ลำดับที่หนึ่งร้อย...
กระบี่ลำดับที่หนึ่งพัน...
หลังจากได้พลังอันแข็งแกร่งจากซูเฟยหยิ่ง ในที่สุดเย่เฟิงก็สามารถบรรลุวิชากระบี่ไร้ตัวตนขั้นที่สามได้!
