เกิดใหม่ครั้งนี้ ฉันถูกบังคับให้เป็นคุณหนูมาเฟีย

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    

    อาจารย์จ้าว เริ่มสอนได้!

    

    “ทนายจ้าวครับ สำนักงานพี่นี่... สไตล์ไม่ซ้ำใครจริงๆ เลยนะ” หม่าต๋าอดที่จะแซวไม่ได้

    

    จ้าวเทียนอีอายจนแทบจะเอาเท้าจิกพื้นทะลุไปถึงชั้นล่างอยู่แล้ว

    

    “เ๹ื่๪๫นั้นไม่สำคัญครับ ไม่สำคัญ... เรามาคุยเ๹ื่๪๫คดีกันดีกว่าไหม?”

    

    หม่าต๋า “คดีอะไร? พวกเราไม่มีคดีต้องจัดการหรอกพี่! ใครควรติดคุกก็ติดไปหมดแล้ว ตอนนี้ออกมากันหมดแล้วด้วย!”

    

    “ที่พวกเรามาเนี่ย แค่อยากจะปรึกษาปัญหาอะไรบางอย่างเฉยๆ”

    

    จ้าวเทียนอี “.........”

    

    ดีใจเก้อเลยฉัน

    

    นึกว่าจะได้งานใหญ่ ที่ไหนได้มาแค่ปรึกษา แต่เอาเถอะ ถึงจะไม่ได้ทำคดี ได้ค่าปรึกษาติดมือบ้างก็ยังดีกว่ากลับบ้านมือเปล่า

    

    “ปรึกษาได้ครับ แต่ผมต้องบอกไว้ก่อนนะ ค่าปรึกษาของผมไม่ถูก ชั่วโมงละห้าร้อยหยวน...”

    

    “เดี๋ยวๆ” หม่าต๋าขัดจังหวะ “แค่คุยกันไม่กี่คำต้องจ่ายค่าอะไรนะ? เห็นผมเป็๞หมูให้เชือดหรือไง? ชั่วโมงละห้าร้อย พี่ไปปล้นเขาเอาไม่ไวกว่าเหรอ!”

    

    จ้าวเทียนอีอธิบายอย่างกระอักกระอ่วน “นี่มันเป็๞ธรรมเนียมของอาชีพน่ะครับ การปรึกษาทนายยังไงก็ต้องมีค่าใช้จ่าย...”

    

    “งั้นถ้าผมไม่จ่ายเงิน ก็แปลว่าไม่ใช่การปรึกษาใช่ไหมล่ะ” หม่าต๋ายักไหล่ พลางเอนหลังพิงพนักท่าทางกวนประสาท

    

    จ้าวเทียนอี “???”

    

    อ้าว... จะมานิ่งกินเปล่ากันงี้เลยเหรอ?

    

    เขากำลังจะลุกขึ้นเชิญพวกหม่าต๋าออกจากร้าน ทันใดนั้นเอง…

    

    เสียงฝีเท้าหนักๆ จำนวนมากก็ดังมาจากนอกประตู

    

    กลุ่มพี่น้องที่เพิ่งไปส่งปลาและกุ้งตามร้านอาหารเสร็จพากันแห่มาที่นี่ตามที่หม่าต๋านัดไว้

    

    ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่เกือบสี่สิบคนพากันกรูกันเข้ามาในออฟฟิศแคบๆ จนมืดฟ้ามัวดิน

    

    บางคนในมือนั้นถือประแจ ค้อนเหล็ก และเครื่องมือช่างสารพัด ดูดุดันและน่าเกรงขามสุดๆ

    

    “พี่หม่า!”

    

    “พี่หม่าครับ!”

    

    “พวกเรามาแล้ว!”

    

    “.........”

    

    “ทำไมมากันช้าจังวะ?” หม่าต๋าถามอย่างไม่สบอารมณ์

    

    “พอดีซ่อมของอยู่ระหว่างทางครับเลยมาช้า”

    

    “ไม่อยากจะพูดเลยพี่ ของนั่นมันแข็งจริงๆ ผมเอาค้อนปอนด์ทุบอยู่ตั้งหลายทีกว่าจะแตกออก!”

    

    ความจริงคือพวกรถตู้มหาเทพเครื่องมีปัญหาแถมยางแตก แต่เพราะอยู่ไกลจากอู่และค่าลากรถมันแพง พวกเขาเลยซื้อเครื่องมือมาซ่อมกันเอง น็อตบางตัวมันเป็๞สนิมขันไม่ออก เลยต้องเอาค้อนเหล็กฟาดให้มันคลาย

    

    แต่... คำพูดเ๮๧่า๞ั้๞ พอเข้าหูจ้าวเทียนอี ความหมายมันกลับเปลี่ยนไปคนละเ๹ื่๪๫!

    

    จ้าวเทียนอีตอนนี้ขาสั่นพั่บๆ ในใจหวาดกลัวถึงขีดสุด

    

    เมื่อกี้พวกมันพูดว่าอะไรนะ?

    

    เอาค้อนทุบหัวคนจนแตกงั้นเหรอ?

    

    แล้วยังบอกว่า 'จัดการเ๹ื่๪๫หลังบ้าน' อีก... นี่หมายถึงไปทำลายหลักฐานหรือฝังศพหรือเปล่าวะ?

    

    แม่จ๋า... ไอ้พวกนี้มันเถื่อนของจริง!

    

    จ้าวเทียนอีอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ สักที

    

    แกมันหาเ๹ื่๪๫ใส่ตัวจริงๆ! ดันพาปีศาจร้ายมาถึงรังตัวเองจนได้ แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้

    

    ในตอนนั้น หม่าต๋าที่ฟังลูกน้องรายงานเสร็จก็พยักหน้า “อืม ถ้าพี่อวิ๋นเป็๞คนจัดการ ฉันก็วางใจ”

    

    จากนั้นเขาก็หันกลับมาหาจ้าวเทียนอี “เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนแล้วนะ?”

    

    “อ้าว ทนายจ้าว พี่ร้องไห้ทำไมล่ะนั่น? ในห้องนี้ก็ไม่มีลมนะ!”

    

    จ้าวเทียนอีรีบปาดน้ำตา แก้ตัวพัลวัน “อ๋อ... ผมเป็๞โรคต้อลมน่ะครับ โรคเก่ากำเริบ ไม่เป็๞ไรครับ ไม่เป็๞ไร”

    

    หม่าต๋าเปลี่ยนสีหน้าเป็๞จริงจังทันที หันไปตวาดลูกน้อง “ดับบุหรี่ให้หมด! ไม่เห็นเหรอว่าท่านทนายเขาเจ็บตาอยู่น่ะ!”

    

    ลูกน้องรีบดับบุหรี่กันพรึบพรับ

    

    หม่าต๋าหันมายิ้มกว้างอีกครั้ง “มาๆ ทนายจ้าว เรามาคุยธุระกันต่อ คนมาฟังพี่บรรยายเยอะขนาดนี้ ผมควรจะจ่ายค่าปรึกษาให้พี่จริงๆ แหละ พี่เรียกตัวเลขมาเลย”

    

    จ้าวเทียนอีรีบโบกมือปฏิเสธรัวๆ ตอนนี้เขาแค่อยากส่งเทพแห่งความตายพวกนี้ออกไปให้พ้นๆ “แหม พี่น้องมาเยือนสำนักงานผมถึงที่ ถือเป็๞เกียรติอย่างยิ่งครับ สำนักงานผมสว่างไสวขึ้นเป็๞กอง ผมจะกล้าเก็บเงินพวกพี่ได้ยังไง! ถ้าทำแบบนั้นผมก็เสียหมาสิครับ!”

    

    หม่าต๋าได้ฟังประโยคที่ดูยึดมั่นในคุณธรรมนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจ เขาตบไหล่ทนายหนุ่มแรงๆ “ใจนักเลง! ใจพี่มันได้จริงๆ! พี่ชายคนนี้ผมขอรับไว้เป็๞เพื่อนตายเลย! ต่อไปนี้ตามผมมาเลยนะ ผมรับรองว่าพี่จะได้กินหรูอยู่สบาย!”

    

    จ้าวเทียนอี “.........”

    

    “เอ่อ คือผม...”

    

    หม่าต๋าหน้าตึงขึ้นมาทันที “ทำไม? พี่ไม่เต็มใจเหรอ? หรือว่ารังเกียจพวกผม? คิดว่าพวกผมไม่คู่ควรจะเป็๞พี่น้องกับทนายชื่อดังอย่างพี่งั้นดิ?”

    

    เหล่าชายฉกรรจ์ผมทองในห้องเริ่มส่งสายตาเขียวปัดมาที่จ้าวเทียนอีทันที

    

    ถึงพวกเขาจะไม่ใช่คนมีความรู้สูง แต่พวกนักเลงเขาไม่สนเ๹ื่๪๫ยศถาบรรดาศักดิ์ ถ้าถูกชะตาคือจบ ลูกพี่ใหญ่อย่างพี่หม่าออกปากรับเป็๞น้องด้วยตัวเองขนาดนี้ถือว่าให้เกียรติสุดๆ แล้ว

    

    หรือเพียงเพราะเรียนมาเยอะกว่า เลยคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าพวกเขางั้นเหรอ?

    

    จ้าวเทียนอีเห็นท่าไม่ดี เหงื่อกาฬไหลพราก รีบตอบเสียงสั่น “ตะ... เต็มใจครับ เต็มใจที่สุดเลย!”

    

    หม่าต๋า “ไหน ลองเรียก 'พี่หม่า' ให้ชื่นใจหน่อยซิ”

    

    จ้าวเทียนอีเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “พะ... พี่หม่าครับ”

    

    หม่าต๋าพยักหน้าอย่างพอใจ “ดี! วันนี้ได้น้องชายอย่างจ้าวเทียนอีมาร่วมก๊วน ถือเป็๞นิมิตหมายอันดี ทุกคน! ยกแก้วขึ้นมา ฉลองให้สมาชิกใหม่ของเรา!”

    

    สิ้นเสียงสั่ง ทุกคนก็คว้าแก้วกระดาษ รินน้ำเปล่าจนเต็ม

    

    แน่นอนว่าไม่ลืมรินให้จ้าวเทียนอีด้วยแก้วหนึ่ง

    

    “ชน!” หม่าต๋ายกซดจนหมดแก้ว

    

    “ชน!” ลูกน้องทำตามอย่างพร้อมเพรียง

    

    ดูฮึกเหิมและดิบเถื่อนสุดๆ!

    

    จากนั้น สายตากว่าสี่สิบคู่ก็จ้องเขม็งไปที่จ้าวเทียนอี

    

    จ้าวเทียนอีรีบกระดกน้ำเข้าปากทันที ในใจนั้นขมขื่นจนบรรยายไม่ถูก

    

    “ดี! สะใจ!” หม่าต๋าขยำแก้วกระดาษแล้วโยนลงพื้นอย่างแรง

    

    คนอื่นๆ ก็ทำตาม ภาพที่แก้วถูกขว้างลงพื้นพร้อมกันมันดูมีพลังอย่างบอกไม่ถูก

    

    จ้าวเทียนอีเองก็จำใจต้องโยนแก้วลงพื้นตามเขาไปด้วย

    

    หม่าต๋า “ตอนนี้ในห้องนี้มีแต่พี่น้อง ผมไม่พูดพล่ามทำเพลงละ ในเมื่อทุกคนเลือกที่จะติดตามคุณหนู งั้นผมขอพูดคำเดียว ใครก็ตามที่ทรยศคุณหนู หรือทรยศพี่น้อง... 'สามดาบหกรู' (แทงให้ทะลุ)!”

    

    “สามดาบหกรู!”

    

    “สามดาบหกรู!” ทุกคนขานรับเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

    

    ตอนนี้หน้าของจ้าวเทียนอีดูแย่ยิ่งกว่าคนร้องไห้เสียอีก

    

    นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย? ข้าแค่จะมาหาลูกค้าหาเงินเข้าออฟฟิศ ไหงกลายเป็๞สมาชิกแก๊งมาเฟียไปได้?

    

    ทนายความมาเข้าแก๊งนักเลงเนี่ยนะ มันเหมาะสมตรงไหน?

    

    ถ้าเขาย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่มีวันไปทักหม่าต๋าที่หน้าศาลเด็ดขาด แต่ตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว

    

    นี่แหละที่เขาเรียกว่า "บัณฑิตเจอทหาร" (พูดกันไม่รู้เ๹ื่๪๫)

    

    ถึงเขาจะมีกฎหมายอยู่ในมือ สามารถส่งพวกนี้เข้าคุกข้อหาก่อความไม่สงบได้ แต่เขาไม่มั่นใจเลยว่าถ้าเดินออกไปข้างนอก เขาจะไม่โดนอุ้มใส่กระสอบเสียก่อน

    

    หลังจากทำพิธีรับน้องเสร็จ…

    

    หม่าต๋าให้คนไปซื้อเก้าอี้พลาสติกตัวเล็กๆ มาเพิ่มจนครบคน ทุกคนก็นั่งเรียงแถวกันอย่างเป็๞ระเบียบ

    

    จากนั้นเขาก็หันมาพูดกับจ้าวเทียนอี “น้องจ้าว... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียก 'อาจารย์จ้าว' แล้ว อาจารย์ครับ เริ่มสอนพวกเราหน่อยสิ?”

    

    จ้าวเทียนอีรีบปฏิเสธ “เอ่อ พี่หม่าครับ เรียกชื่อผมเถอะ ผมไม่ใช่คงไม่ใช่ครูที่ไหนหรอกครับ!”

    

    แต่หม่าต๋ากลับพูดอย่างจริงจัง “เวลาส่วนตัวเราจะเป็๞พี่น้องเรียกกันยังไงก็ได้ แต่ตอนนี้คือการเรียนการสอน ในเวลาเรียนเราต้องเรียกตามตำแหน่ง!”

    

    “ขอเชิญอาจารย์จ้าว เริ่มคาบเรียนได้ครับ!”

    

    “ขอเชิญอาจารย์จ้าว เริ่มคาบเรียนครับ!” เหล่านักเลงผมทองข้างล่าง๻ะโ๷๞พร้อมกัน

    

    จ้าวเทียนอีรีบพยักหน้าหงึกๆ

    

    นี่เป็๞ครั้งแรกในชีวิตที่เขาเห็นนักเลงหัวไม้กลุ่มใหญ่ นั่งหลังตรงแด่วรอฟังเขาบรรยาย... แต่มันช่างดูพิลึกพิลั่นเหลือเกิน

    

    ที่สำคัญที่สุดคือ... เขาไม่รู้ว่าพวกนี้อยากฟังเ๹ื่๪๫อะไร

    

    “เอ่อ... พี่หม่าครับ พี่อยากให้ผมสอนเ๹ื่๪๫อะไรล่ะครับ?”

    

    หม่าต๋าตอบอย่างมั่นใจ “แน่นอนว่าต้องเป็๞เ๹ื่๪๫ 'กฎหมาย' สิครับ!”

    

    จ้าวเทียนอี “กฎหมาย?”

    

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้