อีกสองวันต่อมา
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองไทย ท่ามกลางแสงไฟในห้องผ่าตัด ได้ยินเสียงกระทบกันของมีดและกรรไกรผ่าตัดที่เพิ่งถูกวางลงในถาดใส่อุปกรณ์
แพทย์คนหนึ่งในทีมผ่าตัด ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ภายหลังจากพยายามแย่งยื้อชีวิตของผู้ป่วยจากเงื้อมมือมัจจุราช ด้วยการผ่าตัดที่กินเวลายาวนานกว่า 3 ชั่วโมง
ภายนอกห้องผ่าตัด ใกล้ๆ กับเก้าอี้รับแขกที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมเอาไว้สำหรับญาติผู้ป่วย ร่างสูงใหญ่ของ ‘เจมส์’ ชายชาวต่างชาติปรากฏขึ้นเมื่อบานประตูสีเงินของลิฟท์แยกออกจากกัน
หนุ่มใหญ่ก้าวยาวๆ ออกมาจากลิฟต์ด้วยท่าทางรีบร้อน เดินตรงมายังหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งรอฟังผลการผ่าตัดด้วยอาการกระวนกระวายใจจนเห็นได้ชัด
“ศักดาเป็ยังไงบ้าง”
ชายที่เพิ่งมาถึงกล่าว
“คุณ… ”
‘มะลิ’ อุทาน หล่อนเดาว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็คนที่หล่อนเพิ่งคุยด้วยทางโทรศัพท์เมื่อครู่ ด้วยศักดาเคยพูดให้ฟังบ่อยๆ ว่ามีพ่อเลี้ยงเป็ลูกครึ่งฝรั่ง หลังจากพ่อของศักดาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน แม่ของเขาก็แต่งงานใหม่กับชาวต่างชาติ
“เรียกฉันว่าเจมส์ ใช่… ฉันเป็พ่อเลี้ยงของศักดา ตอนนี้เขาเป็ยังไงบ้าง”
คนที่เพิ่งมาถึง รีบถามถึงลูกเลี้ยงด้วยสีหน้าและแววตาเป็ห่วง
มะลิใที่เขาสามารถพูดภาษาไทยได้ชัดเจนไม่ต่างเ้าของภาษา
“ตอนนี้ศักดากำลังอยู่ในห้องผ่าตัดค่ะ”
มะลิตอบคำถามของพ่อสามี เจมส์สังเกตเห็นว่าแววตาของหล่อนเศร้า เป็กังวล หยาดน้ำตาคลอเบ้า ในวินาทีที่ชีวิตของสามีกำลังถูกยื้อแย่งอยู่ระหว่างเส้นแบ่งของความเป็และความตาย
“นั่งก่อนสิคะ”
หญิงสาวบอกกับพ่อสามี
เจมส์ทรุดร่างสูงใหญ่ลงนั่ง แอบภาวนาให้การผ่าตัดลุล่วงไปด้วยความราบรื่น วันนี้ขออย่าได้มีใครต้องสูญเสีย
ระหว่างที่กำลังนั่งรอ มะลิเหลือบมองหน้าพ่อสามีแวบหนึ่ง เจมส์เป็ผู้ชายที่หล่อมาก แม้ตอนไม่ยิ้มใบหน้าของจะดูนิ่งขรึม ทว่ายิ่งทำให้ดูคมคร้าม โครงหน้าของเจมส์ช่างหล่อเหลา อาการนิ่งขรึมยิ่งทำให้ใบหน้านั้นดูราวกับประติมากรรมปูนั้น ดวงตาสีน้ำตาลดูแข็งกร้าว การที่เขานั่งนิ่ง… ยิ่งทำให้อ่านอารมณ์ได้ยาก
ในเวลาต่อมา ชั่วโมงรอคอยอันแสนยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลง เสียงคลายลูกบิดประตูดังขึ้นเบาๆ ทำเอาคนนั่งรอสะดุ้งเกือบจะพร้อมกัน ประตูห้องผ่าตัดเปิดออกมาในที่สุด นายแพทย์ในชุดเสื้อคลุมสีเขียว ก้าวออกมาจากห้องผ่าตัด
“สามีดิฉันเป็ยังไงบ้างคะคุณหมอ”
มะลิละล่ำละลักถาม
“เสียใจด้วยนะครับ…”
นายแพทย์วัยกลางคน ซึ่งเป็หัวหน้าทีมผ่าตัด เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบๆ อย่างคนที่คุ้นชินกับการ ‘เกิด’ และ ‘ตาย’ ซึ่งได้เห็นอยู่ทุกวี่ทุกวัน แม้ว่าได้พยายามอยู่กับการผ่าตัดที่กินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง หากก็ไม่อาจยื้อชีวิตของศักดาเอาไว้ได้
“อะไรนะคะคุณหมอ”
มะลิตะลึง หล่อนส่ายหน้าปฏิเสธความจริงอันแสนโหดร้าย เจมส์เหลือบมองหล่อน เห็นใบหน้าสวยเปลี่ยนเป็ซีดเซียวราวกับหน้ากระดาษที่ปราศจากตัวอักษร ก่อนจะสะอึกสะอื้นร้องไห้ ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายสายตาใคร
“โธ่…ศักดา… ไม่น่าเลย”
เจมส์พยายามสะกดกลั้นความเสียใจอย่างถึงที่สุด
“ไม่จริงใช่ไหมคะ…คุณหมอ… ฮือๆ สามีฉันยังไม่ตายใช่ไหมคะ”
ภรรยาผู้สูญเสียสามี ได้แต่ส่ายหน้า ไม่ยอมรับความจริง ถามย้ำราวกับไม่เชื่อว่าเื่ที่เกิดขึ้นนี้จะเป็ความจริง เจมส์ไม่คิดว่าการได้เจอหน้าศักดาเมื่อห้าปีก่อน จะเป็การพบกันครั้งสุดท้าย
“ผมเสียใจด้วยครับ… ”
