“ข้าอยากกินฝีมือเ้า มากกว่าฝีมือแม่ครัวของข้า เ้าเป็แค่พระสนม ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความ้าของข้า ยิ่งตอนนี้รัชทายาทเตรียมให้ข้ามีครรภ์ ข้าก็ต้องดูแลตัวเอง ดูแลเื่อาหารการกินให้มาก เ้าทำได้หรือไม่” เยว่ซินได้ยินดังนั้นจึงชะงัก ก่อนอีกฝ่ายจะลุกขึ้นยืน
“เ้าอย่าลืม ว่าที่เ้าขึ้นเป็พระสนมได้ นั่นไม่ใช่ความ้าของรัชทายาท ทว่าเป็ความ้าของเหมยกุย หากฮองเฮาไม่เมตตา เ้าเองก็คงเป็แค่คุณหนูสกุลไป๋ ไม่มีอำนาจใด ๆ ให้ผู้คนเคารพเช่นทุกวันนี้ หากจะถามถึงความรักจากรัชทายาทล่ะก็ สามปีที่ข้าอยู่ดูแลรับใช้เขา ทำให้เขารักและเมตตาข้าอยู่มาก ไม่เหมือนเ้า ที่เคยทำร้ายพระทัย จนเขาเอ่ยตัดขาดความสัมพันธ์”
“เื่ทำอาหารให้พระชายานั้นหม่อมฉันไม่อาจปฏิเสธได้ แต่รัชทายาท สั่งให้หม่อมฉันไปที่ตำหนักเฉียนกู่ทุกวันเพื่อรับอาหารเย็นกับพระองค์ หม่อมฉันเกรงว่าจะไม่มีเวลาทำอาหารให้พระชายา” ฟางเหลียนได้ยินดังนั้นจึงหันขวับมายังน้องสาวตัวดี
“เ้ากำลังจะบอกว่า ตอนนี้รัชทายาทหลงเ้ายิ่งกว่าสิ่งใดงั้นรึ”
“หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้น เพียงแค่หม่อมฉันให้เหตุผล เพราะไม่้ารับปาก แล้วทำให้พระชายาต้องคอยเพคะ”
“หึ! ข้าไม่อยากเชื่อ เพียงแค่เ้าเข้ามาเป็พระสนมได้ไม่กี่วัน ก็หลงอำนาจ คิดว่าตัวเองสูงส่งเพียงนี้เชียวรึ” เยว่ซินน้อมกายลง ใช้ความเงียบ แก้ปัญหา เพราะเจียมเนื้อเจียมตัวเช่นนี้มาั้แ่จำความได้ จึงเลี่ยงที่จะโต้เถียง ก่อนพระชายาจะยื่นคำขาด
“เย็นนี้ เ้าต้องเข้าครัวทำอาหารให้ข้า ไม่เช่นนั้น ข้าจะถือว่าเ้าขัดคำสั่ง อย่าลืมว่าถึงอย่างไรฐานะของข้าก็สูงกว่าเ้ามากนัก” พูดจบวรกายอันสูงศักดิ์ของฟางเหลียนก็เบี่ยงตัวเดินกลับตำหนักในทันที
ก่อนฮั่นหยูจะรีบวิ่งเข้ามาหาพระสนมด้วยความเป็ห่วง สายตาสั่นไหว ทอดมองไปยังพระชายาแล้วถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย
“นางมาหาเื่พระสนมใช่หรือไม่เพคะ” หญิงสาวพยักหน้า
“คิดไว้แล้วเชียวต้องเป็เช่นนี้ ร้อยวันพันปีไม่เคยเสด็จมา ที่มาหาก็ใช่ว่าจะเป็เื่ดี” ฮั่นหยูพูดอย่างไม่พอใจ
“นางให้ข้าทำอาหารให้นาง แต่รัชทายาทก็มีรับสั่งเช่นกันว่าให้ข้าไปที่ตำหนักเฉียนกู่ ฮั่นหยูข้าควรทำเช่นไรดี” หญิงรับใช้เอื้อมมาจับแขนเยว่ซินแน่น
“ไม่ต้องสนพระทัยพระชายาเพคะ ควรไปที่ตำหนักเฉียนกู่” เยว่ซินนิ่งไปครู่หนึ่ง พลางเดินมาย่อตัวลงนั่งยังเก้าอี้ แล้วทบทวนช้า ๆ
“หากข้าทำเช่นนั้น พระชายาต้องไม่พอใจเป็อย่างมาก เ้าก็รู้ว่านิสัยนางชอบเอาชนะเช่นนี้มาั้แ่เด็ก เมื่อใดที่ข้าขัดใจ นางจะต้องหาเื่อื่นมาทำให้ข้าหนักใจเพิ่มเสมอ ยิ่งตอนนี้ฐานะของข้าไม่เหมือนเดิม หากเกิดปัญหาใด ๆ ก็เสื่อมเสียมาถึงรัชทายาทได้” ฮั่นหยูถอนหายใจแล้วกล่าวต่อ
“พระสนมก็เป็เช่นนี้ ยอมนางจนนางได้ใจ”
“ฮั่นหยู หากข้าไม่ยอม คนที่ลำบากก็คือตัวข้าเอง มีกี่คนที่อยู่เคียงข้างข้า นอกจากท่านแม่แล้วในวังหลวงก็ไม่มีผู้ใดอยู่เคียงข้างข้าอีก ตอนนี้ท่านแม่ไม่อยู่แล้ว ข้าก็เหมือนตัวคนเดียว” เยว่ซินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นไหว ก่อนฮั่นหยูจะเข้ามากุมมือนางไว้แน่น
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ยังมีหม่อมฉันอยู่ข้างพระองค์อีกหนึ่งคนนะเพคะ” คำพูดของหญิงสาวทำให้พระสนมยิ้มบางเบาออกมา
รัชทายาทนั่งคอยพระสนมเยว่ซินอย่างสงบ ภายในตำหนักเฉียนกู่อันใหญ่โต พลางรินชาใส่ถ้วย แล้วยกดื่มเป็ระยะ จากอาหารที่มีควันโพยพุ่งขึ้นมา บัดนี้อาหารที่วางตรงหน้าไม่หลงเหลือความร้อน ชาในโถก็หมดเกลี้ยงไม่เหลือสักหยด ก่อนนางกำนัลคนหนึ่งจะเดินเข้ามาแล้วน้อมกายลง
“ชาหมดแล้วเพคะ”
“ไปเอามาอีก” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ให้หม่อมฉันไปตามพระสนมดีหรือไม่เพคะ”
“ไม่ต้อง” เขาตอบสั้น ๆ เพราะอยากรู้ว่า แท้จริงแล้วเขามีความสำคัญต่อนางบ้างหรือไม่
รัชทายาทนั่งรอเยว่ซินอย่างเงียบ ๆ พร้อมพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ทอแสงลับขอบฟ้าไป ในที่สุดวรกายของจ้าวเฉินลู่ก็หมดความอดทน พลันลุกขึ้นแล้วทอดสายตา มองอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าโดยไม่แตะต้อง
“ข้าจะไปที่ตำหนักหลิว” นางกำนัลคนเดิมเข้ามาแล้วน้อมกายเอ่ยทัก
“แต่ว่าพระองค์ยังไม่ได้เสวยอันใดเลยนะเพคะ” ชายหนุ่มไม่ตอบ หากแต่เขาเบี่ยงตัวเดินจากไปเงียบ ๆ ทิ้งอาหารวางไว้บนโต๊ะโดยไม่หันกลับมามองอีก
ท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิด มีเพียงแสงโคมไฟประดับอยู่ตามทางเดินพอให้เดินกลับตำหนักหลิวได้อย่างไม่ลำบากมากนัก พระสนมเยว่ซินเดินเข้ามา แล้วพบกับร่างของรัชทายาทหน้าตำหนัก ก่อนนางจะน้อมกายลงเคารพเขาด้วยกิริยาอ่อนโยน ชายหนุ่มเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใน แล้วยืนมองนางครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามาหา
“เหตุใดจึงไม่ไปพบข้าตามคำสั่ง” เขาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนเยว่ซินจะน้อมกายลงแล้วให้เหตุผล
“พระชายามอบหมายให้หม่อมฉันไปทำอาหารให้นางเพคะ” จ้าวเฉินลู่ขมวดคิ้ว
“หน้าที่นี้ หาใช่หน้าที่ของเ้า”
“พระชายาบอกว่า ้าเสวยฝีมือหม่อมฉัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการตั้งครรภ์” คำพูดของเยว่ซินเพียงไม่กี่คำก็ทำให้รัชทายาทพอเข้าพระทัยอะไรหลายอย่าง พลันจับจ้องนางอย่างมีความหมาย
“คำสั่งของนางกับคำสั่งของข้า คำสั่งผู้ใดสำคัญกว่ากัน” เขาถามเยว่ซิน ก่อนนางจะตอบด้วยท่าทีอึกอัก
“รับสั่งของรัชทายาทย่อมมีความสำคัญมากกว่าเพคะ”
“เช่นนั้นเหตุใดเ้าจึงไม่ไปพบข้าตามคำสั่ง ข้าไม่สำคัญสำหรับเ้ามากถึงเพียงนั้นเชียวรึ” ฮั่นหยูรีบน้อมกายลงให้เหตุผลทันที
“หาใช่อย่างที่รัชทายาทรับสั่งเพคะ แต่เพราะสนมรู้จักนิสัยของพระชายาดีว่าเป็เช่นไร หากขัดคำสั่ง อาจทำให้พระสนมเดือดร้อนได้ในภายหลัง”
“จึงปล่อยให้ข้ารอ..” เขาถามด้วยสายตาแน่นิ่ง เก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใน
“เ้าไปรอข้าที่ตำหนักเฉียนกู่ ข้ามีบางอย่างต้องสะสาง” เขาพูดด้วยสายตามุ่งมั่น
“เพคะ” เยว่ซินน้อมรับคำสั่ง ก่อนวรกายของรัชทายาทจะเดินหายลับไป ฮั่นหยูเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามากุมมือพระสนมไว้แแ่
