ภายในห้องโถงส่วนตัวที่เงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงแสงสลัวจากเปลวเทียนที่จวนจะดับวูบไหวสะท้อนกับผนังหินเย็นเยือก วาเลเรีย นั่งไขว้ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูงตัวโปรด เส้นผมสีดำสนิทของเธอทิ้งตัวลงตัดกับผิวที่ขาวจัดจนดูซีดเซียว ในความมืดสลัวนั้น ดวงตาสีฟ้าคมปราบของเธอทอประกายวาวโรจน์ดูอำมหิตและเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าทุกคราว มือเรียวสวยค้ำคางอย่างใช้ความคิด ขณะจ้องมองไปยังบุรุษลึกลับที่คุกเข่าอยู่ในเงามืดเบื้องหน้า
"ล้มเหลว... งั้นหรือ?" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยไอสังหารของวาเลเรียดังขึ้น
"ขออภัยขอรับท่านหญิง... แผนการกำจัดเด็กคนนั้นผิดพลาดไปหมด" ชายในเงามืดเอ่ยเสียงสั่น
"นักฆ่าทั้งสามคนที่เราส่งไป... พวกมันตายหมดแล้วขอรับ"
วาเลเรียขมวดคิ้ว แววตาสีฟ้าไหวระริกด้วยความพิโรธ
"ฝีมือพวกอัศวินที่ตามไปงั้นหรือ? ไหนแกว่าพวกมันทิ้งระยะห่างไว้มากพอที่จะลงมือได้ไง!"
"ไม่ใช่ฝีมืออัศวินขอรับ... สายของเราที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ รายงานว่ามีเด็กชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาขวางไว้ ไม่มีใครเห็นว่าเขาลงมืออย่างไร แต่เพียงชั่วพริบตา นักฆ่าฝีมือดีทั้งสามก็ลงไปนอนดิ้นพร่านน้ำลายฟูมปาก... ตายสนิทในทันที ขนาดสายที่กลับมารายงานเราเกือบเอาชีวิตไม่รอดเลยขอรับ ถ้าไม่มีสกอร์เทเลพอร์ต"
"เด็กชาย?" วาเลเรียสบถคำรามต่ำในลำคอด้วยความหงุดหงิด "เมืองหลวงนี่มันจะมีปีศาจที่ไหนมาคอยคุ้มกันยัยเด็กเหลือขอนั่นกัน!"
"แต่ท่านไม่ต้องเป็ห่วงไปนะขอรับ... พวกมันตายหมดแล้ว ไม่มีร่องรอยใดๆ สาวมาถึงตัวท่านได้แน่นอน"
วาเลเรียแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก ความล้มเหลวครั้งนี้ทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่าเอเลน่าไม่ใช่แค่เด็กโชคดีธรรมดาๆ เสียแล้ว เธอเหลือบสายตาไปทางด้านหลัง ที่ซึ่งคนรับใช้หญิงคนสนิท ยืนตัวตรงนิ่งสงบ แววตาของคนรับใช้ผู้นั้นเ็าและดุดันราวกับเครื่องจักรสังหารที่ไร้หัวใจ
"ไปพาเข้ามา..." วาเลเรียสั่งเสียงเย็น
คนรับใช้คนสนิทน้อมตัวลงก่อนจะเดินไปเปิดประตูบานหนา เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง เมื่อเธอก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางแสงเทียน ใบหน้าที่เคยดูจองหองบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและทะเยอทะยานไปพร้อมๆ กัน
ใบหน้านั้นคือ... อเดล วาเลเรียจ้องมองหมากตัวใหม่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักยิ้มเหี้ยมเกรียมราวกับอสรพิษที่เจอเหยื่อรายใหม่
"ในเมื่อแผนนอกบ้านมันยุ่งยากนัก... เราก็มาจัดการกันจากข้างในนี่แหละ"
ในห้องแต่งตัวของเอเลน่า บรรยากาศวุ่นวายอบอวลไปด้วยกลิ่นแป้งและน้ำหอมอ่อนๆ อเดลยืนอยู่เื้ัเด็กสาว ค่อยๆบรรจงประดับเครื่องหัวลงบนเส้นผมสีทองประกายของเอเลน่า
มันคือกิ๊บรูปดอกไม้ทิ้งพวงอ่อนช้อย ตรงกลางฝังอัญมณีสีแดงสดราวกับหยดเื และอเดลก็ได้ชูชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องที่เธอเตรียมไว้ขึ้นมา
เอเลน่ากวาดสายตามองชุดสีชมพูที่ดูเยอะจนเกินพอดีนั้นแล้วขมวดคิ้ว เธอรู้ดีว่ารสนิยมของอเดลนั้นตั้งใจจะทำให้เธอประหลาดในงานเต้นรำมากกว่าจะทำให้ดูดี
"อเดลออกไปรอข้างนอกก่อนได้ไหมคะ ที่เหลือหนูจะจัดการเองค่ะ"
เอเลน่าเอ่ยขึ้นพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม
"เอางั้นหรอคะ... งั้นดิฉันจะรออยู่หน้าห้องนะคะ"
ทันทีที่บานประตูปิดลง อเดลที่ยืนอยู่ทางเดินเงียบๆ ก็ลอบยิ้มเยาะออกมาคนเดียว แววตาเต็มไปด้วยความสะใจ ภาพความทรงจำเมื่อคืนก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัว... ภาพที่วาเลเรียยื่นถุงเงินหนักอึ้งพร้อมกับกิ๊บดอกไม้ชิ้นนี้ให้เธอ
'ใส่สิ่งนี้ให้ยัยเด็กนั่น... แล้วเธอจะได้ทุกอย่างที่้า' เสียงของวาเลเรียยังดังก้องในหูอเดล
อเดลไม่รู้หรอกว่าเครื่องประดับชิ้นนั้นหากใส่ให้เด็กคนนั้นไป จะเกิดอะไรขึ้น เธอรู้เพียงว่าหากงานนี้สำเร็จ ชีวิตเธอก็จะพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดเสียที
เอเลน่าจ้องมองเครื่องประดับผมรูปดอกไม้พวงช้อยที่มีอัญมณีสีแดงก่ำฝังอยู่ตรงกลาง มือเล็กกำลังจะเอื้อมไปััมัน ทว่าเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นก็ขัดจังหวะเสียก่อน
"เอเลน่า... เรียบร้อยหรือยัง ถึงเวลาแล้วนะ" เสียงของไอแซคดังมาจากหน้าห้อง
เอเลน่าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผละมือออก
"ค่ะท่านพี่ เรียบร้อยแล้วค่ะ!"
เมื่อบานประตูเปิดออก ไอแซคในชุดทางการสีน้ำเงินเข้มขลิบทองยืนรออยู่ เขาดูสง่าผ่าเผยกว่าทุกวัน เส้นผมสีทองที่มัดรวบไว้ด้านหลังอย่างเป็ระเบียบเข้ากับแว่นสายตาทรงเสน่ห์ เอเลน่าลอบอุทานในใจ 'พ่อหนุ่มแว่นคนนี้ ถ้าโตไปเดบิวต์เป็พระเอกได้สบายเลยนะเนี่ย'
แต่คนที่ตกตะลึงยิ่งกว่ากลับเป็ไอแซค เขาถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นน้องสาวตรงหน้า
ชุดที่เอเลน่าใส่เป็ชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่มีดีไซน์แปลกใหม่ กระโปรงยาวเพียงข้อเท้าช่วยให้เดินเหินสะดวก ทรงชุดทิ้งตัวสวยโดยไม่ต้องพึ่งคอร์เซ็ตรัดตรึงให้อึดอัด ดูเรียบหรูและทันสมัยกว่าแฟชั่นของเลดี้ในจักรวรรดินี้ไปไกลลิบ
"ชุดนี้มัน..." ไอแซคพึมพำอย่างไม่อาจละสายตา
เอเลน่ายิ้มกว้างอย่างภูมิใจ เธอแอบเอาชุดเก่าๆ ในตู้มาตัดเย็บใหม่ร่วมกับนีน่าอยู่นาน นึกถึงตอนนั้นนีน่าถึงกับทำหน้าเหวอแล้วถามว่า 'คุณหนูเอาจริงหรือคะที่จะตัดชุดเองแบบนี้?' และคำตอบของเธอก็คือรอยยิ้มมั่นใจแบบประธานสาวผู้กุมบังเหียนแฟชั่น
เมื่อนึกถึงนีน่า เอเลน่าก็ชะงักไปครู่หนึ่ง 'เกือบลืมเื่นีน่าไปเลยแฮะ จบงานนี้คงต้องลงมือเสียที'
"สวยมาก... เอเลน่า เธอทำให้ฉันแปลกใจได้เสมอจริงๆ" ไอแซคเอ่ยชมจากใจจริง ก่อนจะยื่นแขนให้เธอควง
"ไปกันเถอะ รถม้ามารอแล้ว"
ขณะที่เอเลน่าเดินเคียงข้างไอแซคออกไป อัญมณีสีแดงบนศีรษะของเธอก็เปล่งประกายวาววับ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่งานเต้นรำ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดกำลังรอเธออยู่
อเดลที่ยืนรออยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อ พลันดวงตาของเธอเบิกกว้างจนแทบถลนเมื่อบานประตูเปิดออก แทนที่จะเห็นเด็กสาวในชุดสีชมพูฟูฟ่องแสนประหลาดที่เธอเตรียมไว้ เอเลน่ากลับเดินออกมาในชุดสีขาวเรียบหรูที่ตัดเย็บอย่างประณีตและงดงามจนมองไม่ออกว่ามันทำมาจากเศษผ้าในคฤหาสน์
'ชุดนั่น... ไปเอามาจากไหนกัน!?' อเดลสับสน แผนที่จะทำให้เอเลน่ากลายเป็ตัวตลกในงานพังทลายลงทันที
ไอแซคพาน้องสาวเดินตรงไปยังรถม้าหรูที่จอดรออยู่หน้าคฤหาสน์ ที่นั่น เซเรน่า ในชุดเดรสสีน้ำเงินกำมะหยี่สง่างามนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเซเรน่าเห็นเอเลน่าก้าวขึ้นมา เธอก็ถึงกับอุทานออกมาด้วยความประทับใจ
รถม้าสีแดงทองของตระกูลอาเชนวาลด์มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองหลวง... สู่ลานเต้นรำที่จะกลายเป็สมรภูมิในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า...
