บทที่ 35
ถูกจับไปสถานีตำรวจแล้ว
เว่ยไห่หยาง ได้รับคำสั่งให้ออกปฏิบัติหน้าที่ เขาพาลูกทีมรีบบึ่งมายังถนนของเก่าทันที
ที่เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายสุดๆ บรรดาคุณลุงคุณป้าพากันนอนกลิ้งบนพื้น ร้องโอดโอยเจ็บนั่นปวดนี่ไม่หยุด ส่วนผู้ชายคนหนึ่งนั่งกุมขมับย่อตัวลง บนหัวและใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วย "อะไรบางอย่าง" ที่ดูไม่จืด
เว่ยไห่หยางรีบเข้าไปคุมสถานการณ์ "ตำรวจครับ! ใครเป็คนแจ้งความ?"
อวี๋หย่งะโลั่น "ช่วยด้วยครับตำรวจ! ผมจะแจ้งความพวกเขาทั้งหมดฐานทำร้ายร่างกายผู้บริสุทธิ์!"
หลิวซู่เหมย เท้าสะเอวด่า "ยังจะมาทำเป็หนุ่มใสซื่ออีกเหรอแก! ดีเลย ตำรวจมาแล้ว ไปเคลียร์กันที่โรงพักให้จบ!"
แต่ในใจเธอก็แอบงง... เธอยังไม่ทันโทรแจ้งตำรวจเลย แล้วใครเป็คนโทรกันนะ?
อวี๋หย่งจ้องเธอด้วยสายตาเ็า หลิวซู่เหมยถลึงตาใส่กลับทันที เื่วันนี้ไม่จบแค่นี้แน่ ต่อให้ตื้บไอ้อวี๋หย่งจนหายแค้นไปรอบนึงแล้ว แต่เดี๋ยวผ่านไปไม่กี่เดือนคนก็ลืม เธอวางแผนจะสั่งพิมพ์ใบปลิวสักร้อยแผ่นไปแปะให้ทั่ว จะได้ไม่มีเด็กสาวบริสุทธิ์หลงกลตกหลุมพรางบ้านนี้อีก
เว่ยไห่หยางมองซ้ายมองขวา สรุปสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
"คุณ คุณ แล้วก็คุณ... ทั้งหมดตามผมไปที่โรงพัก!" อวี๋หย่ง หลิวซืออวี่ และหลิวซู่เหมยไม่มีใครขัดข้อง
เหล่าคุณลุงคุณป้าต่างพากันชูมือ "คุณตำรวจ พวกเราต้องไปด้วยไหมคะ?"
คนชรานับสิบคนที่นอนเกลื่อนพื้นค่อยๆ ชูมือขึ้นอย่างสั่นเทา
เว่ยไห่หยางนวดขมับอย่างแรง ่นี้เขารับงานบ้าอะไรเนี่ย? ถ้าพาพวกคุณป้าไปโรงพักพร้อมกันหมด มีหวังโรงพักะเิแน่ คราวก่อนไปไหว้พระวัดนั้นไม่ได้ผลแฮะ คราวหน้าต้องลองเปลี่ยนวัดดูบ้างแล้ว
เว่ยไห่หยางเอ่ย "คนอื่นยังไม่ต้องไป ให้ความร่วมมือกับเ้าหน้าที่เฉินให้ปากคำที่นี่ก่อน" เ้าหน้าที่เฉินจึงต้อนบรรดาคุณป้าไปนั่งในที่ร่มแล้วเริ่มสอบปากคำ
หลินซีเห็นดังนั้นก็แทะเมล็ดแตงโมคำสุดท้ายเสร็จพอดี เตรียมจะเก็บแผงกลับบ้านนอน แต่พอเธอลุกขึ้น เว่ยไห่หยางก็เดินมาขวางหน้าพร้อมโชว์บัตรตำรวจ
"คุณเองก็ต้องไปกับผมด้วย"
หลินซีอึ้งกิมกี่ พักยกนั่งเผือกอยู่ดีๆ ทำไมกลายเป็คนโดนจับซะเองล่ะเนี่ย! เฮ้อ... วงการเผือกมีความเสี่ยง ผู้ชมควรระมัดระวังตัวจริงๆ
หลินซีถาม "ทำไมล่ะคะ? หนูไม่ได้ร่วมวงตื้บเขาด้วยซะหน่อย"
เว่ยไห่หยางจ้องหน้าเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย "มีคนแจ้งความว่าคุณเผยแพร่ความเชื่อที่งมงายและมั่วสุมเล่นการพนัน"
หลินซี: "..." ข้อแรกเธอยอมรับก็ได้ แต่ไอ้มั่วสุมเล่นการพนันนี่มันคืออะไร? พนันเมล็ดแตงโมไม่กี่ถุงนี่นับเป็การพนันด้วยเหรอ!
เว่ยไห่หยางปรายตามอง "ไปเถอะครับ"
หลินซีพยายามดิ้นรนครั้งสุดท้าย "ถนนเส้นนี้มีร้านดูดวงตั้งห้าหกที่ ทำไมคุณไม่ไปจับพวกเขาล่ะคะ?"
เว่ยไห่หยางตอบ "ร้านพวกนั้นเขามีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายครับ"
ความหมายนัยๆ ก็คือ เธอเปิดร้านเถื่อนแถมโดนคนหมั่นไส้แจ้งความจับนั่นเอง
หลินซีเถียงไม่ออก นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ต้องขึ้นรถตำรวจ ไอ้คนที่แจ้งความ... แกเตรียมตัวไว้เลย!
ที่สถานีตำรวจ หลินซีกับเว่ยไห่หยางนั่งเผชิญหน้ากัน
"ชื่อ?"
"หลินซี"
"อายุ?"
"ยี่สิบ"
"บัตรประชาชน?"
"ไม่ได้พกมาค่ะ"
"ผู้ปกครองล่ะ?"
"ไม่มีค่ะ"
"อาชีพ?"
"รับจ้างอิสระค่ะ "
เว่ยไห่หยาง: "..." เขาเคาะโต๊ะ "โทรตามผู้ปกครองให้เอาบัตรประชาชนมาให้หน่อย"
หลินซีถอนหายใจยาว ส่งข้อความหาฟู่จิงเหยาทันที
【จดหมายด่วนจากยุทธภพ! ฉันเข้าซังเตแล้วค่ะ ช่วยเอาบัตรประชาชนมาช่วยฉันด้วย!】
ฟู่จิงเหยาตอบกลับในวินาทีเดียว: 【ผมจะไปเดี๋ยวนี้】
หลินซีนั่งสัปหงกไปครู่หนึ่ง ฟู่จิงเหยาก็มาถึง พร้อมกับผู้ชายในชุดสูทเนี้ยบอีกคนหนึ่ง พอเห็นหลินซีปกติดี ฟู่จิงเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"เกิดอะไรขึ้นครับ?"
หลินซียิ้มแห้งๆ "โดนคนแจ้งความจับน่ะค่ะ"
ฟู่จิงเหยาพยักหน้าเข้าใจ "ทนายหวง"
ทนายหวงปาดเหงื่อบนหน้าผาก "ครับผม ไว้ใจผมได้เลยครับ"
ตอนแรกเขานั่งอยู่ในออฟฟิศดีๆ ท่านประธานฟู่ก็ลากเขาขึ้นรถบึ่งมาโรงพักทันที นึกว่าสัญญาพันล้านมีปัญหา ที่ไหนได้... เื่จิ๊บจ๊อยนี่เอง
ทนายหวงกระแอมไอ "คดีของสุภาพสตรีท่านนี้ ผมจะเป็ผู้ดูแลเองครับ"
เว่ยไห่หยางจำเขาได้ หวงเหวินชาง ทนายระดับท็อปของวงการ ผู้เชี่ยวชาญคดีการเงินระดับโลกที่หลายบริษัทแย่งตัวกันจนมีข่าวว่าเขาไปอยู่กับตระกูลฟู่... คนที่ทนายหวงให้ความเคารพขนาดนี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นคือประธานกลุ่มบริษัทฟู่
เว่ยไห่หยางหันไปมองชายที่ยืนข้างหลินซี... หน้าเหมือนในนิตยสารธุรกิจเป๊ะเลย! เชี้ย! ประธานฟู่ตัวจริงด้วย! ว่าแต่... ท่านประธานมีน้องสาวด้วยเหรอ?
ฟู่จิงเหยาเหลือบมองตำรวจหนุ่ม "เื่ของหลินซี ให้ทนายหวงจัดการนะครับ"
เว่ยไห่หยางพยักหน้าหงึกๆ "ครับ ได้ครับ"
"ความจริงก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรครับ..." เขาพยายามอธิบาย
ทนายหวงขยับแว่นสายตา พูดด้วยน้ำเสียงเป็ทางการ "ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสุภาพสตรีท่านนี้ทำกิจกรรมอันเป็ความเชื่องมงายที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคมหรือบุคคล การกระทำของเธอถือเป็ความเชื่อส่วนบุคคล และตามกฎหมายประเทศเรา ประชาชนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา..."
เว่ยไห่หยางฟังข้อกฎหมายยาวเหยียด ซึ่งก็เป็จริงอย่างที่ทนายว่า ไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ แค่ตักเตือนก็น่าจะพอ
"ผมเข้าใจแล้วครับ" เขาหยิบสมุดคู่มือ "เผยแพร่วิทยาศาสตร์" ส่งให้หลินซี
"หลินซี เอากลับไปอ่านด้วยนะ ถึงจะมีเสรีภาพทางความเชื่อ แต่เราก็ควรเชื่อในวิทยาศาสตร์ด้วย"
หลินซีรับมาและพยักหน้าอย่างว่าง่าย "รับทราบค่ะ"
เว่ยไห่หยางมองทั้งคู่ "ลงทะเบียนเสร็จแล้ว คุณพา 'น้องสาว' กลับบ้านได้เลยครับ"
ฟู่จิงเหยาได้ยินคำว่า "น้องสาว" แล้วรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก เขาขยับริมฝีปาก เน้นชัดๆ ทีละคำ
"หลินซีไม่ใช่น้องสาวผมครับ เธอเป็ภรรยาของผม"
เว่ยไห่หยางอึ้งไปเล็กน้อย "อ้อ... ที่แท้ก็คุณผู้หญิงนี่เอง"
แต่คนที่ตาแทบถลนออกมาคือทนายหวง คุณผู้หญิง! ท่านประธานฟู่แต่งงานแล้ว เขากลายเป็คนแรกในบริษัทที่รู้ความลับระดับโลกนี้!
ทนายหวงรีบปาดเหงื่อพลางแอบมองหลินซี... ที่แท้ท่านประธานชอบแนวนี้เหรอ? สาวน้อยผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์... ไม่สิ! ต้องบอกว่าเป็สาวน้อยผู้หลงใหลในวัฒนธรรมดั้งเดิมต่างหาก!
"ทนายหวง ไปกันเถอะ" เสียงเ็าดังขึ้น ทนายหวงรีบดึงสติแล้วเดินตามไปทันที
พอพ้นประตูสถานีตำรวจ ทนายหวงก็ยิ้มแห้งๆ "ท่านประธานครับ ที่บริษัทมีงานค้าง ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ"
ฟู่จิงเหยาพยักหน้า "ขอบคุณมากครับทนายหวง ลำบากคุณแล้ว"
"ไม่ลำบากเลยครับ ไม่เลย!" ทนายหวงกอดแฟ้มงานแล้ววิ่งจู๊ดหายไปทันทีตามสัญชาตญาณพนักงานดีเด่น... เ้านายกับซ้ออยู่ด้วยกัน เขาไม่ควรอยู่เป็ก้างขวางคอ!
บนรถ หลินซียัดสมุดวิทยาศาสตร์ใส่กระเป๋า แล้วหยิบเหรียญทองแดงขึ้นมาดูดวง "ฉันอยากจะรู้นักว่าใครมันบังอาจแจ้งความฉัน!"
ฟู่จิงเหยาจ้องมองเธอเงียบๆ "ให้ผมช่วยไหมครับ?"
"ไม่เป็ไรค่ะ ฉันจัดการเองได้"
พอผลดวงออกมา หลินซีก็แสยะยิ้มหึๆ "เฉียนฟู่กุ้ย ... แกรอรับกรรมได้เลย!!"
ฟู่จิงเหยาเอ่ยเสียงเข้ม "คุณอยากทำอะไรทำเลยนะครับ มีเื่อะไรผมจะรับผิดชอบเอง"
"หืม?" หลินซีนิ่งคิดไปวินาทีหนึ่งถึงเข้าใจความหมายของเขา
"เราอยู่ในสังคมที่มีอารยธรรมค่ะ ไม่มีการฆ่าแกงหรือเผาบ้านใครแน่นอน ฉันไม่อยากเข้าโรงพักอีกรอบหรอกค่ะ"
ฟู่จิงเหยาหลุดขำเบาๆ "มีทนายหวงอยู่ ไม่ต้องกลัวหรอกครับ"
หลินซีเงยหน้าสบตาเขา "ขอบคุณนะ ฟู่จิงเหยา"
ฟู่จิงเหยาก้มลงมองเธอ จู่ๆ ภาพใน 'สมุดคู่มือรัก' ของป้าอู๋ก็แวบเข้ามาในหัว เขาเลยเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบาๆ
"หลินซี กับผมไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน"
คำว่า "ครอบครัว" ทำเอาหัวใจหลินซีเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งที ตอนอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ ท่านไม่เคยพูดคำนี้เลย กลับบอกว่าเธอเป็คนวาสนาญาติมิตรน้อย อย่าไปโหยหาความสัมพันธ์ในครอบครัวเลย อาจารย์มักไม่อยู่ที่อาราม เธอจึงชินกับการใช้ชีวิตคนเดียวและแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง
ฟู่จิงเหยาคือคนคนเดียวที่เธอสามารถขอความช่วยเหลือได้เวลาเจอปัญหา พวกเสี่ยวจินถึงจะดีแต่ก็ความรู้สึกไม่เหมือนกัน... ความรู้สึกเวลาอยู่กับฟู่จิงเหยา มันไม่เหมือนตอนอยู่กับพวกตุ๊กตากระดาษเลยสักนิด
แต่ว่านะ... ฟู่จิงเหยาเมื่อกี้ลูบหัวเธอเหมือนลูบหัวหมาเลย! เดี๋ยวนะ! ฉันไม่ใช่หมานะ! พอโดนเ้าของสำนักคู่แข่งเล่นงานจนสติหลุด ไอคิวฉันเริ่มลดลงตามไปด้วยหรือเปล่าเนี่ย?
หลินซีหมุนกำไลข้อมือ เฉียนฟู่กุ้ย... คืนนี้แกเสร็จแน่!
