ผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนนับสิบจับจ้องเขม็งมองเกาะหลัวโหว
เกาะหลัวโหวเป็ดั่งรากฐานของขุนเขากระบี่เทียนหยวน เป็เวลาหลายพันปีแล้วที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปในเกาะหลัวโหวได้นอกจากศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“ช้าก่อน
จื่อหนิงอยู่กับเขา!” ม่านตาของหลิ่วซานหดเล็กเท่ารูเข็ม
รีบพูดห้ามปรามเหล่าผู้าุโ
ครั้นพวกเขาเห็นจูชิงแบกซั่งกวานจือหนิงอยู่บนหลัง
ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ลมปราณที่กำลังทะลักทลายออกมาจากทั่วร่างมลายสูญ
มิอาจหาญกล้าขยับตัว
แขนซ้ายของจูชิงประคองจินขวาง
ส่วนแขนขวาประคองเย่หยาง ทั้งยังแบกซั่งกวานจือหนิงไว้ที่หลัง
หากมองจากระยะไกลเสมือนลูกชิ้นเนื้อเคลื่อนที่ได้
ทว่าไม่มีใครหัวเราะออก
ผู้ที่มิใช่ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนปรากฏกายบนเกาะหลัวโหว
ทั้งยังจับซั่งกวานจือหนิงไว้
เมื่อชวีหลิงเฟิงเห็นจูชิง
สีหน้าพลันเปลี่ยนสี มิใช่แค่ซั่งกวานจือหนิงที่ไม่ตาย
จินขวางเองก็ยังไม่ตายเช่นเดียวกัน
จินขวางสำแดงวิชาดัชนีเอกภพย่อมมิต่างอันใดกับปุถุชนสามัญ
ทั้งยังถูกกระบี่แก่นอัคคีโจมตีหลายครั้ง ยังไงก็ต้องตายอย่างมิต้องสงสัย
หากแต่จินขวางกลับยังมีชีวิตอยู่ ช่างเหนือความคาดหมายของเขาเป็อย่างมาก
ลำพังแค่ซั่งกวานจือหนิงก็เป็ตัวปัญหามากพอแล้ว
หากยังมีจินขวางกับปลาซิวปลาสร้อยอีกหนึ่งตัว ถ้าพวกเขาเป็พยานร่วมกัน ถึงเป็เขาก็ยากจักจัดการ
อีกฝ่ายมีพยานมากถึงสามคน มีความเป็ไปได้ว่าพวกผู้าุโจักต้องสงสัยในตัวเขา
เช่นนั้นแล้ว ทุกอย่างที่ทำมาก็จักสูญเปล่า
“เ้าเป็ใคร?” หลิ่วซานะโถามจูงชิงที่เดินออกมาจากเกาะหลัวโหว
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวน?” จูชิงยิ้มแล้วโยนเหรียญตราอันหนึ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
“บัดซบ!” หลิ่วซานเป็โทสะ
เขานึกว่าจูชิงเล่นตุกติก ยื่นเหยียดฝ่ามือมาดหมายทำลายเหรียญตรานั่นทิ้งเสีย
แต่พอหลิ่วซานเห็นเหรียญตรานั้นใกล้ๆ
ใบหน้าก็เปลี่ยนสี ชักมือกลับโดยพลันทันใด ลมปราณไหลย้อนกลับเข้าสู่กายา
คุกเข่าลงบนพื้นดิน รับเหรียญตรานั้นเอาไว้ในมือด้วยความเคารพ
“ข้าหลิ่วซานขออภัยที่เสียมารยาท!”
หลิ่วซานพูดอย่างตื่นเต้น
“เหรียญตราของท่านปรมาจารย์งั้นรึ!”
ผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนคนอื่นหน้าถอดสี รีบพากันคุกเข่าต้อนรับการกลับมาของเหรียญตราของปรมาจารย์
“ท่านเป็ใคร?” หลิ่วซานหันมองจูชิง
“ข้าคือคนที่มิได้เกี่ยวข้อง
ชายเฒ่าบอกว่าข้าเป็คนมีพร์จึงให้ข้าเข้าร่วมกับขุนเขากระบี่เทียนหยวน” จูชิงยิ้มตอบ
“ชายเฒ่า...”
หลิ่วซานปาดเหงื่อเย็นที่ไหลจากหน้าผาก ภายในใจครุ่นคิด อาจารย์ของท่านปรมาจารย์มีเยอะมากพอที่จักเป็ทวด
ของทวด ของลูก ของหลานแล้ว แล้วจูชิงหมายถึงชายเฒ่าไหนเล่า
แต่เขาก็ไม่กล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป
กลัวว่าจักล่วงเกินท่านปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนัก!
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็ยอดยุทธ์เก่งกาจพลิกฟ้าพลิกปฐี
เขาสร้างขุมพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่นี้ั้แ่เริ่มด้วยตัวคนเดียว
ว่ากันว่าท่านปรมาจารย์ข้ามผ่านเก้ามหันต์สำเร็จแล้ว
ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานหลายปี
แต่ยังคงมีตำนานเล่าขานอยู่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวน กระทั่งเหรียญตราที่ติดตัวอยู่กับท่านปรมาจารย์ก็ยังถูกบันทึกเอาไว้
หลิ่วซานมั่นใจเป็อย่างมากว่า
เหรียญตราที่อยู่ในมือของเขาเวลานี้คือเหรียญตราของท่านปรมาจารย์ กระทั่งผู้ที่มีสถานะสูงสุดของขุนเขากระบี่เทียนหยวนยังต้องคุกเข่าให้กับเหรียญตราอันศักดิ์สิทธิ์นี้
“เหรียญตราของท่านปรมาจารย์
มันมีของล้ำค่าเฉกเช่นนั้นได้อย่างไร?” ชวีหลิงเฟิงยังคงตกตะลึง
ในเหรียญตราปรมาจารย์มีเจตจำนงต่อเส้นทางแห่งยุทธ์ของปรมาจารย์อยู่
หากสามารถตระหนักรู้ถึงเจตจำนงที่แฝงเอาไว้ของปรมาจารย์ได้ก็จักเป็ประโยชน์ยิ่งยวดต่อเส้นทางบำเพ็ญเพียร
ในขุนเขากระบี่เทียนหยวน
เหรียญตราปรมาจารย์เป็สิ่งสูงศักดิ์เหนือพรรณนา
ผู้ที่มีเหรียญตราปรมาจารย์ในสามารถสั่งให้ขุนเขากระบี่เทียนหยวนทำอะไรก็ได้
แม้กระทั่งเื่ที่อาจนำหายนะมาสู่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็ตามที
“ส่งสาสน์ให้กับเ้าสำนัก!”
หลิ่วซานสูดลมหายใจเข้าลึก
การปรากฏตัวของจูชิงสร้างความตกตะลึงให้กับหมู่ชนทั่วทั้งหมด
แต่การปรากฏของเหรียญตราปรมาจารย์น่าใยิ่งกว่า มีความเป็ไปได้ว่าเหรียญตรานี่อาจส่งผลต่อทิศทางในอนาคตของขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“เฒ่าปีศาจ
เหรียญตราของเ้าใช้ได้ผลดียิ่งนัก แน่ใจหรือว่าพวกเขาจักไม่จับข้าไปฆ่า?” จูชิงเอ่ยถามด้วยความกังวล
ครั้นเห็นผู้าุโของขุนเขากระบี่เทียนหยวน
จูชิงก็ััได้ว่าความต่างชั้นเป็อย่างไร อีกฝ่ายสามารถฆ่าเขาได้ง่ายดายเพียงกระดิกนิ้ว
“ถ้าพวกเขาอยากฆ่าปรมายุทธ์ของตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้”
เฒ่าปีศาจยักไหล่
“พูดอะไรไม่มีความรับผิดชอบเอาเสียเลย”
จูชิงละเหี่ยใจ
“ใจคนยากแท้หยั่งถึง
อย่างไรเสียเวลาก็ผ่านมานานแล้ว” เฒ่าปีศาจส่ายหัว
เขาถูกทัณฑ์์ฆ่าตาย
เศษเสี้ยวิญญาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดตกอยู่กับเด็กหนุ่ม เขาช่วยชี้แนะการบำเพ็ญเพียรให้เด็กหนุ่ม
นำทางเด็กหนุ่มเข้ามายังเกาะหลัวโหว
สุดท้ายก็ฝังทุกอย่างของตัวเองเอาไว้ในเกาะหลัวโหว
จากนั้นไม่นานเศษเสี้ยวิญญาก็สลายหายไป
เฒ่าปีศาจคิดไม่ถึงว่า
หลายพันหมื่นปีให้หลัง เศษเสี้ยวิญญาของตัวเองจักผสานกลับคืนใหม่
กลายเป็ิญญาแท้จริงอีกครั้ง!
เหรียญตราที่เด็กหนุ่มนั่นทิ้งเอาไว้ที่เกาะหลัวโหว
มันอาจเป็ประโยชน์หรืออาจเป็แค่ขยะ ทว่าด้วยสถานการณ์ในตอนนี้จูชิงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
เขาอ่อนแอมากเกินไป เฒ่าปีศาจที่เป็ผู้พิทักษ์ของจูชิงยังเป็กังวล
บางทีการที่เลือกเข้าร่วมกับขุนเขากระบี่เทียนหยวนอาจเป็ทางเลือกที่ดีก็ได้
“จินขวาง...”
พวกผู้าุโมองจินขวางที่กำลังหลับใหลไม่ได้สติ จิตสังหารแพร่งพรายทั่วฟ้าดิน
อนุชนของพวกเขาต้องตายก็เพราะจินขวาง
“พวกเ้าเสียสติไปแล้วรึ?” หลิ่วซานใช้ร่างซูบผอมขัดขวางพวกผู้าุโเ่าั้
ถึงร่างกายจักดูอ่อนแอ หากกลับให้ความรู้เสมือนกับูเาใหญ่ั์
ไม่มีใครอาจหาญกล้าข้ามผ่าน
“เขาสังหารศิษย์ร่วมสำนัก
สมควรตายสถานเดียว!” พวกเขาผู้าุโคำราม
“เขากลืนกินสิ่งล้ำค่าเหนือฟ้าเข้าไป
รากฐานยุทธ์แกร่งกล้าเหลือล้ำ เสียงัในร่างกายคำรณเอ็ดอึงก้อง์
พวกเ้ารู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร?” หลิ่วซานพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“ถึงเป็ผู้มีพร์หรือรากฐานแกร่งกล้าเพียงใด
หากใจคดก็เปล่าประโยชน์” สิงอวี๋พูดเสียงเย็นเยียบ
หลิ่วซานเหลือบมองสิงอวี๋
“เช่นนั้นแล้ว ผู้าุโผู้ปกครองสำนักจักลงโทษจินขวางอย่างนั้นรึ?”
“ใช่
ถ้าปล่อยไว้กฎของสำนักก็จักไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป” สิงอวี๋แค่นเสียง
“แปะๆๆ!
ยอดเยี่ยม คิดไม่ถึงเลยว่าพอมาถึงก็จักได้เห็นอะไรสนุกๆ” นักพรตหนวดยาวคนหนึ่งปรบมือ
“วันนี้เป็วันอะไร
ก่อนหน้านี้ก็โม๋จึ ตอนนี้ก็นักพรตเต๋าซานจือ
พวกเ้าปรากฏกายในแดนต้องห้ามของพวกเราขุนเขากระบี่เทียนหยวนวางแผนจักทำอะไรกันแน่?” หลิ่วซานเอ่ยถาม
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวนที่นี่มาเนิ่นนาน
เพลานี้ถึงเวลาต้องเปลี่ยนมือแล้ว” นักพรตเต๋าซานจือตอบกลับราบเรียบ
“จักเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนมิได้ขึ้นอยู่กับเ้า
หากขึ้นอยู่กับขุนเขากระบี่เทียนหยวน” แววตาของหลิ่วซานสว่างวาบดูเย็นะเื
แม้ว่าเื่ทำนองนี้จะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เกาะหลัวโหวเปิด
ทว่าก็สร้างความกังวลให้กับเขาไม่น้อย สำนักอื่นๆ หมายตาเกาะหลัวโหวราวกับหมาป่าหิวกระหาย
มิว่าใครก็อยากมันไว้แต่เพียงผู้เดียว
“หัวรั้นเสียจริง
เห็นทีคงต้องประมือสักตั้งแล้วกระมัง!” นักพรตเต๋าซานจือแค่นเสียง
“กฎเดิม!” หลิ่วซานโยนผลไม้ลูกหนึ่งขึ้นไปบนฟ้า
“ผลไม้อายุวัฒนะสิบปี
ครั้งนี้ขุนเขากระบี่เทียนหยวนคงได้สมบัติล้ำค่ามาไม่น้อยเลยล่ะสิ” นักพรตเต๋าซานจือพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เแดนลับ์้าผลไม้อายุวัฒนะอยู่พอดี
“ขึ้นอยู่กับว่าพวกเ้าแดนลับ์มีความสามารถมากพอหรือไม่”
หลิ่วซานแสยะยิ้ม
“หงเฉิน ไม่อยากรับคำชี้แนะจากขุนเขากระบี่เทียนหยวนสักหน่อยรึ?” นักพรตเต๋าซานจือยิ้ม จากนั้นเด็กหนุ่มที่ดูหยิ่งยโสคนหนึ่งก็เดินออกมาจากข้างหลัง
หลิ่วซานกับผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนตะลึงเล็กน้อย
รู้สึกได้ถึงความประหลาดจากเด็กหนุ่ม!
“ข้าเจอเย่หงเฉินในหมู่บ้านแห่งหนึ่งระหว่างที่เดินทางอยู่ในหุบเขาโดยบังเอิญ
แม้ว่าตอนนั้นหงเฉินจะยังมิได้เริ่มบำเพ็ญเพียรเส้นทางแห่งยุทธ์ หากข้ากลับััได้ถึงเจตจำนงแรงกล้าเหนือสามัญ
สร้างความแปลกใจให้กับข้ายิ่งนัก หลังจากชี้แนะอยู่สองเดือน ขั้นบำเพ็ญเพียรก็ยกระดับขึ้นไปอยู่ขั้นหลอมกายาแปดชั้นฟ้าแล้ว”
นักพรตเต๋าซานจือพูดอย่างภาคภูมิใจ
มิว่าจะเป็หลิ่วซานหรือสิงอวี๋ต่างหน้าบิดเบี้ยวไปโดยพลัน
ยังมิได้บำเพ็ญเพียรหากกลับมีเจตจำนงแรงกล้าเหนือสามัญ นั่นมิใช่พร์แล้ว หากทว่าเป็ปีศาจร้ายโดยแท้จริง!
“ช่วยชี้แนะด้วย!”
เย่หงเฉินสืบเท้าขึ้นหน้าก้าวหนึ่ง เจตจำนงคมกล้าดุจดั่งกระบี่สังหาร
“เป็เจตจำนงที่น่าพรั่นพรึงยิ่งนัก
ถ้าเ้าบำเพ็ญเพียรสักสิบปี เกรงว่าถึงเป็พวกเราก็ยังมิใช่คู่ประมือของเ้า!” หลิ่วซานชื่นชมอย่างอดมิได้
ถึงเย่หงเฉินจักเป็ปีศาจ
หากเจตจำนงกระบี่ของขั้นหลอมกายาแปดชั้นฟ้ายังทำอะไรพวกผู้าุโไม่ได้
ทว่าถ้าเป็หลังจากนี้อีกสิบปี พลังของเย่หงเฉินสามารถทัดเทียมกับผู้าุโได้อย่างสมบูรณ์
“ยอมแพ้งั้นรึ?” นักพรตเต๋าซานจือมองผลไม้อายุวัฒนะ รอยยิ้มพลันประจักษ์บนใบหน้า ด้วยเจตจำนงกระบี่นี้
เย่หงเฉินเปรียบดั่งผู้ไร้เทียมทานในขั้นหลอมกายา
“การเดิมพันจบลงแล้ว
นักพรตเต๋าซานจือเหตุใดถึงยังไม่ถอย?” หลิ่วซานขมวดคิ้ว
นักพรตเต๋าซานจือหันไปมองจูชิงราวกับเห็นสิ่งล้ำค่าพลางพูดว่า
“เ้าอยากฝึกฝนวิชาการต่อสู้กับข้าหรือไม่?”
หลิ่วซานกับสิงอวี๋หน้าเปลี่ยนสี
พริบตาเดียวก็ปรากฏเบื้องหน้าจูชิง “นักพรตเต๋าซานจือ เกินไปหน่อยกระมัง!”
“พวกเ้ากังวลอะไร
ข้าแค่อยากรับศิษย์เพิ่ม อีกอย่างเ้าตัวก็ยังมิได้พูดอะไรเสียหน่อย?” นักพรตเต๋าซานจือสืบเท้าเดินก้าวหนึ่ง
ฝ่ามือผอมแห้งยื่นเหยียดผ่านหลิ่วซานกับสิงอวี๋ไปจับไหล่ของจูชิง
“โฮกกก!” ทันใดนั้น
เสียงัดังกัมปนาทออกมาจากใต้ล่างมหาสมุทร เสาน้ำพุ่งทะยานสู่นภาลัย!
“ัสมุทรอัษฎาเนตร!”
ผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนหน้าเปลี่ยนสี เหตุใดจู่ๆ ราชันสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ถึงโผล่ออกมาในเวลานี้!
“กรร!” แสงเย็นสะท้อนผ่านดวงตาัสมุทรอัษฎาเนตร
“ราชันสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์
อย่าจองหองให้มากนัก!” นักพรตเต๋าซานจือประสานอิน
เสียงคำรณของพยัคฆาอึกทึกกึกก้อง!
“อินสยบพยัคฆ์
แดนลับ์!” หลิ่วซานสูดลมหายใจเข้าลึก
ครั้นแสงเย็นสาดส่อง
หัวพยัคฆาถูกบั่นทันใด พลานุภาพแกร่งกล้าพุ่งตรงเข้าใส่นักพรตเต๋าซานจือ!
“เคร้ง!” กำไลทองคำลอยออกมาจากแขนเสื้อของนักพรตเต๋าซานจือปะทะกับแสงเย็น
“ครืดดด!” นักพรตเต๋าซานจือเหยียดเท้าถอยหลังสามก้าว
ฝืนกลั้นโลหิตที่เกือบสำรอกออกมา มองเงาร่างทมิฬหมุนตัวอยู่ใต้น้ำอย่างเหลือเชื่อ
