ชายหนุ่มแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ลอยเต็มไปด้วยหิมะ เอ่ยพึมพําว่า “ข้าควรกลับบ้านเร็วกว่านี้”
ชายผู้นั้นก็คือพี่ชายสามของหลี่ชิงชิงหลี่เอ้อร์หลิน
เมื่อสองเดือนก่อน หลี่เอ้อร์หลินไปที่อำเภอเฟิงหยางพร้อมทักษะการทำซาลาเปาที่เรียนรู้มาจากหลี่ชิงชิง
เขาเช่าบ้านหลังคามุงจากหนึ่งหลังในหมู่บ้านสุ่ยหลิวซึ่งอยู่ใกล้อําเภอเฟิงหยางที่สุด ซื้อเครื่องครัวและวัตถุดิบ กลางดึกทุกๆ วันจะตื่นขึ้นมานึ่งซาลาเปา และออกไปขายซาลาเปาที่อําเภอเฟิงหยางในยามรุ่งสาง
ไม่ว่าฝนตกลมแรงเพียงใด เขาก็ยึดมั่นที่จะทำซาลาเปาและขายซาลาเปาทุกวัน ไม่ถึงยี่สิบวันก็ทำกำไรได้สามตำลึงเงินกว่าแล้ว
เฉลี่ยวันละหลายร้อยเหรียญทองแดง ซึ่งสูงกว่ารายได้ที่เขาเคยช่วยชาวประมงขายปลาที่ริมแม่น้ำเซียงสองถึงสามเดือน
การค้าของเขาดีมาก เขาหาเงินอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้จักเหนื่อยล้า ไม่อาจตัดใจหยุดสองวันเพื่อกลับไปรับภรรยาและบุตรที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนได้ นี่จึงล่าช้ามาจนถึงวันนี้กว่าจะกลับไปที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน
เฮ้อ หากรู้ว่าจะมีหิมะตก เขาคงกลับบ้านั้แ่เมื่อวานแล้ว
เขาทั้งกังวลว่าคนในบ้านจะไม่มีชุดผ้าฝ้ายกันหนาวใส่และต้องอยู่อย่างหนาวเหน็บ พลางกลัดกลุ้มใจว่าหิมะจะหยุดตกเมื่อใด จะทําให้เขากลับไปถึงหมู่บ้านสุ่ยหลิวและขายซาลาเปาล่าช้าหรือไม่?
ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าใดแล้ว หิมะค่อยๆ เบาลง ทว่าเส้นทางบนูเากลับเดินยากขึ้น หลี่เอ้อร์หลินกลัวว่าจะหกล้มจนได้รับาเ็ จังหวะฝีเท้าของเขาจึงเล็กลง ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
ในยามพลบค่ำ หิมะหยุดลงแล้ว ท้องฟ้ามืดลงทั้งหมด ในที่สุดหลี่เอ้อร์หลินก็เห็นแสงไฟสลัวๆ อยู่เบื้องหน้า
“นั่นต้องเป็บ้านของเถียนถงเซิงเป็แน่ เถียนถงเซิงต้องอ่านตำรา มีเพียงบ้านเขาที่จุดตะเกียงน้ำมันตอนกลางคืน” หลี่เอ้อร์หลินคิดว่าจะได้พบภรรยา บุตรและคนในครอบครัว เขาก็มีอารมณ์ตื่นเต้นขึ้นมา
ไม่นานหลังจากนั้น หลี่เอ้อร์หลินก็เดินเข้าไปในหมู่บ้าน ครอบครัวหนึ่งที่อาศัยอยู่บริเวณด้านหน้าของหมู่บ้านเพิ่งกินอาหารเย็นเสร็จ ชายผู้นั้นกินข้าวต้มเต็มท้องและไปถ่ายเบาในห้องสุขา เห็นเข้ากับเงาร่างของหลี่เอ้อร์หลินพอดี จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “นี่คือผู้ใด หิมะตกหนักเพิ่งกลับมาจากนอกูเาหรือ?”
“ข้าเอง หลี่เอ้อร์หลิน!”
ชายผู้นั้นยิ่งสงสัยมากขึ้น ตั้งใจเดินมาที่ลานบ้าน เอ่ยถามเสียงดัง “เอ้อร์หลิน ได้ยินสามีของชิงชิงบอกว่าเ้าไปทำการค้าที่อำเภอ จริงหรือไม่?”
“เป็เื่จริง” หลี่เอ้อร์หลินหันกลับมาถาม “น้องเขยของข้ามาที่หมู่บ้านหรือ?”
“ใช่ สามีของชิงชิงสร้างความดีความชอบในกองทัพ กองทัพตกรางวัลเป็เงินให้เขา เขานำสิ่งของมากมายมามอบให้ครอบครัวเ้า”
หลี่เอ้อร์หลินยิ้มอย่างมีความสุข “ข้ากลับบ้านก่อน วันหลังค่อยมาสนทนากับเ้า”
“อากาศหนาวขนาดนี้ เ้ารีบกลับไปเถิด” ชายผู้นั้นเห็นไม่ชัดเจนว่าหลี่เอ้อร์หลินสวมใส่อะไร แต่สามารถเห็นได้ว่าหลี่เอ้อร์หลินหาบตะกร้าอยู่ อากาศเลวร้ายเช่นนี้ หลี่เอ้อร์หลินยังหาบตะกร้าใส่ของหนึ่งใบเดินบนถนนบนูเา ช่างเป็ห่วงเป็ใยครอบครัวจริงๆ
อาจเป็เพราะอากาศหนาวเกินไปและหิมะตก ถนนในหมู่บ้านจึงว่างเปล่า ต่อมาหลี่เอ้อร์หลินก็ไม่เห็นคนในหมู่บ้านอีกเลย จึงเดินกลับบ้านตลอดทางทั้งแบบนี้
เติ้งซื่อที่กําลังล้างจานอยู่ในห้องครัวได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในลานบ้าน นางวางจานลงแล้วเดินออกมา “ผู้ใดกัน?”
หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยเสียงดัง “เป็ข้า พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าคือเอ้อร์หลิน!”
“ท่านพ่อ!”
“เอ้อร์หลิน!”
ิซื่อ หลี่ไฉ่ หลี่เหลยและหลี่หยวนวิ่งจากห้องโถงที่ทั้งรั่วและเก่าทรุดโทรมออกมาต้อนรับหลี่เอ้อร์หลินด้วยความดีใจ
หลี่เอ้อร์หลินกล่าว “ฟ้ามืดเกินไป ข้าจะไปขอยืมตะเกียงน้ำมันข้างบ้านมาจุด” เขาติดนิสัยจากตอนที่อาศัยอยู่ในบ้านตระกูลหวัง กลางคืนหากไม่จุดตะเกียงน้ำมันเวลาทำสิ่งใดก็ไม่สะดวกเป็อย่างยิ่ง หลังจากเขาไปเช่าบ้านที่หมู่บ้านสุ่ยหลิว เพราะต้องทําซาลาเปาตอนกลางดึก จึงซื้อตะเกียงน้ำมันสองดวงเพื่อให้แสงสว่าง
ผู้เฒ่าหลี่พูดอย่างไม่พอใจ “มีกระถางไฟยังไม่สว่างพออีกหรือ จุดตะเกียงน้ำมันอันใดกัน?”
ถังซื่อไปขยับกระถางไฟ
ไม่มีตะเกียงน้ำมัน แต่อารมณ์ดีๆ ของหลี่เอ้อร์หลินก็ไม่ได้แย่ลงเพราะเหตุนี้
หลี่เจินอายุหนึ่งขวบกว่าๆ ลืมไปนานแล้วว่าหลี่เอ้อร์หลินคือผู้ใด ครั้นได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นของหลี่เอ้อร์หลิน นางถึงกลับร้องไห้ด้วยความกลัว
“อย่าร้อง” หลี่เอ้อร์หลินอาศัยแสงจากกระถางไฟ เห็นหลี่เจินบุตรสาวคนเล็กที่โตเพียงเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าที่ตนสวมอยู่เปียกและเย็นเกินไป เขาคงอุ้มหลี่เจินขึ้นมาปลอบไปนานแล้ว
บุตรอีกสามคนที่โตขึ้นมาเล็กน้อยและหลานทั้งสี่คนมาห้อมล้อม ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวถามว่า “ท่านอาสามซื้อสิ่งใดมาบ้างหรือ?”
“ท่านอาสาม ข้างนอกสนุกหรือไม่?”
“ในูเาวันหิมะตกมีหมาป่าหรือไม่?”
เมื่อก่อนหลี่เอ้อร์หลินเป็โรคตาบอดตอนกลางคืน หลังจากมาอยู่กับครอบครัวตระกูลหวังและได้กินอาหารดีๆ ก็หายแล้ว เขามองคนในครอบครัว ทุกคนล้วนสวมเสื้อและกางเกงผ้าฝ้ายใหม่เจ็ดถึงแปดส่วน คราวนี้เขากลับมาอย่างเร่งรีบ ซื้อเฉพาะเนื้อหมู ปลา เกลือ และผ้านวมฝ้ายเก่าสี่ผืนเท่านั้น ไม่ได้ซื้อเสื้อผ้ากันหนาว จึงเอ่ยถาม “เสื้อผ้ากันหนาวของพวกท่านเป็ผู้ใดซื้อ?”
ิซื่อหัวเราะแล้วตอบ “น้องเขยห้าซื้อมา น้องเขยห้าซื้อเสื้อกันหนาวให้เ้าด้วย เ้ารีบถอดชุดเปียกๆ บนร่างกายออก เช็ดตัวให้แห้งแล้วเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่”
หลี่เอ้อร์หลินนึกถึงครอบครัวที่จิตใจดีและขยันขันแข็งอย่างตระกูลหวัง หวังเฮ่ายังซื้อเสื้อกันหนาวให้ทุกคนในตระกูลหลี่อีก ช่างดียิ่ง พลางเอ่ยว่า “น้องเขยห้าดีจริงๆ”
ถังซื่อเห็นว่าหลี่เอ้อร์หลินกลับมาอย่างปลอดภัยก็ยิ้มอย่างมีความสุข ชี้ไปที่ตะกร้าแล้วเอ่ยถาม “เ้าซื้อสิ่งใดมา?”
หลี่เอ้อร์หลินหัวเราะแล้วเอ่ย “เนื้อหมูห้าจิน ปลาสองตัว เกลือสามจิน ยังมีผ้าห่มสี่ผืนขอรับ”
ผ้าห่มนวมสี่ผืนตามที่หลี่เอ้อร์หลินคิดไว้ ผู้เฒ่าหลี่สามีภรรยาหนึ่งผืน หลี่ต้าหลินสามีภรรยาหนึ่งผืน หลานชายหลานสาวหนึ่งผืน และหลี่ซานหลินหนึ่งผืน
ครอบครัวของหลี่เอ้อร์หลินหกคนกําลังจะไปจากหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน จึงไม่ต้องใช้ผ้าห่มแล้ว
ถังซื่อยิ้มเต็มใบหน้าทันที เอ่ยอย่างแปลกใจว่า “เ้าซื้อของมากมายขนาดนี้เลย”
ิซื่อปวดใจที่หลี่เอ้อร์หลินใช้เงินไปมากมายขนาดนี้ ทว่านางไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
เติ้งซื่อยิ้มจนตาหยีแล้วพูดว่า “ของที่เ้าซื้อ น้องเขยห้าก็ซื้อเช่นกัน ตอนนี้ที่บ้านมีผ้าห่มแล้ว”
หลี่เอ้อร์หลินเอ่ย “น้องเขยห้าคิดได้รอบคอบจริงๆ”
“ในบ้านหนาวเกินไป ท่านพ่อท่านแม่อายุมากแล้ว ห่มผ้าเพิ่มอีกผืนยามกลางคืนจะได้ไม่ตื่นเพราะหนาว เอ้อร์หลินซื้อได้ดี!” หลี่ต้าหลินถลึงตาจ้องเติ้งซื่อหนึ่งที ไม่สนว่าเติ้งซื่อจะมองสีหน้าของเขาออกหรือไม่ เฮ้อ น้องชายของเขาเอ้อร์หลินซื้อของมากมายขนาดนี้ ได้ยินคําพูดเหล่านี้ของเติ้งซื่อจะอารมณ์เสียหรือไม่?
ปากของเติ้งซื่อก็เป็เช่นนี้ พูดเื่ดีๆ ไม่เป็
หลี่เอ้อร์หลินไม่ได้คิดมาก และคร้านเกินกว่าจะคิดมาก ครานี้เขามารับภรรยาและลูกออกไป ต่อไปก็ไม่ต้องใช้ชีวิตยากจน ไม่มีผ้าห่มนวมคลุมกายในฤดูหนาว ต้องหดตัวอยู่ในผ้าห่มที่ทั้งเก่าและขาดผืนสั้นๆ หนาวจนตื่นขึ้นมากลางดึกแล้ว
ตากหิมะมาครึ่งวัน ร่างของเขาล้วนเปียกชุ่ม กลัวว่าจะป่วยจากความหนาว เขาจึงตามิซื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินไปพลางเอ่ยไปพลางว่า “ข้าอาศัยอยู่ที่บ้านของน้องเขยห้าเดือนกว่า เห็นกับตาว่าครอบครัวพวกเขาสร้างเรือนอิฐ ขุดบ่อน้ำ ข้ายังช่วยทำงานอีกด้วย จากนั้นก็ไปขายซาลาเปากับคนในครอบครัวเขา คิดไม่ถึงว่าก่อนข้าจะออกจากบ้านเขา เขาก็กลับมาจากกองทัพและมาที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนแล้ว”
ยามปกติิซื่อจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยาบๆ คราวนี้หลี่เอ้อร์หลินกลับมาแล้ว ไม่ได้เจอกันหลายเดือนแล้ว น้ำเสียงของนางอ่อนโยนขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เอ่ยถามเสียงเบา “น้องเขยห้าบอกว่าเ้าขายซาลาเปาที่อําเภอ?”
“ใช่ ข้าขายซาลาเปา” หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยอย่างภูมิใจ “ข้าขายซาลาเปาที่อําเภอเฟิงหยาง ข้าเช่าบ้านที่มีสองสามห้องในหมู่บ้านสุ่ยหลิว เพียงพอสําหรับให้ครอบครัวพวกเราอาศัย ข้ากลับมาครั้งนี้ก็เพื่อรับเ้าและลูกไปที่นั่น”
ิซื่อได้ฟังก็นิ่งอึ้งไปแล้ว นี่เป็สิ่งที่นางไม่กล้าจินตนาการ คิดไม่ถึงว่าชีวิตนี้นางจะได้ออกไปจากหมู่บ้านเล็กๆ บนูเาที่ห่างไกลและยากจนแห่งนี้ได้!
พอเข้าไปในห้องนอน หลี่เอ้อร์หลินก็จูบหน้าผากของิซื่อแรงๆ ภรรยาของเขาไม่ได้งดงาม แต่ก็เป็ของสตรีของตน
ิซื่อเงยหน้าขึ้น เอ่ยถามด้วยสีหน้าโง่งมเล็กน้อย “พวกเราจะไปจากหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนแล้วอาศัยที่หมู่บ้านสุ่ยหลิวหรือ?”
