เหตุการณ์นี้สร้างความอึดอัดให้กับหนิงเทียนยิ่งนัก ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากในหอเมฆาลี้ลับ ท่าทีเ็าและเย่อหยิ่งของเป่ยหวาเทียนอวิ๋น ช่างเป็การตอกย้ำว่าเขาไม่ได้ใส่ใจหนิงเทียนแม้แต่น้อย
ความเย่อหยิ่งของซิงซิวนั้นเป็ที่เลื่องลือไปทั่วทั้งดินแดนหยวนซิง
ในฐานะดาวรุ่งอันดับหนึ่งของผู้บำเพ็ญซิงซิวรุ่นเยาว์ ความโอหังของเป่ยหวาเทียนอวิ๋นนั้นก็เป็ที่ประจักษ์แก่สายตา
ซูอวิ๋นเห็นภาพเช่นนี้ อารมณ์ของนางก็ดีขึ้น
ไม่ว่าหนิงเทียนจะเก่งกล้าสามารถเพียงใด ทว่าเมื่อเทียบกับเหล่าดาวรุ่งซิงซิวก็เปรียบเสมือนมดน้อยไร้ค่า ย่อมถูกเหยียบย่ำได้โดยง่าย
หลิ่วิเยวี่ยย่นคิ้วเล็กน้อย เดิมทีนางมีความรู้สึกที่ดีต่อเป่ยหวาเทียนอวิ๋นอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ความรู้สึกดีๆ นั้นก็หายไปในพริบตา
ทันใดนั้น โลงศพทมิฬก็เปล่งแสงสว่างวาบอีกครั้ง บุคคลผู้มีวาสนาคนที่สามปรากฏตัวขึ้น คนผู้นั้นคืออวิ๋นชางเหยี่ย อัจฉริยะอันดับหนึ่งของหยวนซิว ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนเป็อย่างมาก
โลงศพทมิฬเพียงใบเดียวกลับดึงดูดยอดอัจฉริยะทั้งสามสายไม่ว่าจะเป็ซิงซิว จื๋อซิว และหยวนซิว ซึ่งเื่แปลกประหลาดเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เมื่ออวิ๋นชางเหยี่ยขึ้นลานประมูล เขาไม่ชายตามองเป่ยหวาเทียนอวิ๋นและหนิงเทียนเลย เพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างหยิ่งยโส โดยหันหลังให้กับทั้งสองคน
หนิงเทียนกวาดสายตาไปรอบๆ แล้วยิ้มแห้ง มือของเขาลูบคาง สถานการณ์เช่นนี้ช่างไม่คุ้นเคยเสียจริง
เหล่าผู้คนต่างพยายามสื่อสารกับโลงศพทมิฬ ทว่าโลงนี้ช่างประหลาดนัก แสงวูบวาบปรากฏขึ้นหลายครั้งราวกับมีผู้รับรู้อะไรบางอย่าง แต่ไม่มีผู้ใดขึ้นลานประมูล
ทันใดนั้นโลงศพทมิฬก็สั่นะเือย่างรุนแรง พร้อมกับสองสาวงามอย่างซูอวิ๋นและหลิ่วิเยวี่ยที่ทะยานออกมาและร่อนลงบนลานประมูลอย่างงดงาม ทั้งคู่รับรู้ถึงแรงเรียกในเวลาเดียวกัน
เมื่อหนิงเทียนได้เห็นสองสาว เขาก็ถึงกับตะลึงงัน
ซูอวิ๋นนั้นเขาคุ้นเคยเป็อย่างดี แต่คนที่ดึงดูดสายตาของเขามากที่สุดกลับเป็หลิ่วิเยวี่ย
นางสวมชุดขาวบริสุทธิ์ดั่งเทพธิดาลงจาก์ ใบหน้างดงามดั่งหยก ดวงตากลมโตอ่อนหวาน แฝงไปด้วยความเขินอายและความกังวล
“เ้า...”
ใจของหนิงเทียนเต้นรัว เขาก้าวเท้าออกไปหาหลิ่วิเยวี่ยอย่างไร้สติ ทว่าถูกสายตาหวาดหวั่นของนางห้ามไว้
ที่นี่คือหอประมูลไม่ใช่ที่อื่น เหล่าปรมาจารย์จากสำนักต่างๆ ล้วนจับจ้องอยู่ บางเื่จึงไม่เหมาะสมที่จะพูดออกมา
หนิงเทียนสะดุ้งตื่นจากภวังค์ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นว่าทั้งเป่ยหวาเทียนอวิ๋นและอวิ๋นชางเหยี่ยต่างมองซูอวิ๋นและหลิ่วิเยวี่ยด้วยความสนใจ
หากพูดถึงความงาม ซูอวิ๋นก็เปรียบดั่งหญิงงามหนึ่งในหมื่น ส่วนหลิ่วิเยวี่ยนั้นกลับงดงามล้ำเลิศ ไร้ผู้ใดเทียบ
อวิ๋นชางเหยี่ยและเป่ยหวาเทียนอวิ๋นต่างหลงในรูปโฉมของหลิ่วิเยวี่ยั้แ่แรกเห็น ทว่าในชั่วพริบตาอวิ๋นชางเหยี่ยกลับเผยสีหน้าผิดหวัง เขาขมวดเล็กน้อยราวกับรู้สึกเสียดาย ก่อนจะหันเหสายตามองไปยังซูอวิ๋นแทน
เป่ยหวาเทียนอวิ๋นจ้องมองหลิ่วิเยวี่ยอย่างว่างเปล่า แววตาของเขาแฝงไปด้วยความเสียดาย เหตุใดสตรีผู้เลอโฉมเช่นนี้จึงมิใช่สาวพรหมจรรย์?
ซูอวิ๋นยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางเย้ายวนชวนหลงใหล แม้จะเกลียดชังหนิงเทียนเข้ากระดูกดำ แต่กลับเลือกที่จะเพิกเฉยต่อเขา รอยยิ้มหวานหยดปรากฏบนใบหน้างาม ดวงตาจ้องมองไปยังอวิ๋นชางเหยี่ย รอยยิ้มหวานของนางช่างน่าทะนุถนอมเสียจริง
หนิงเทียนเหลือบมองซูอวิ๋นด้วยดวงตาฉายแววโกรธแค้น อยากจะโจมตีสังหารนางให้สิ้นซาก แต่แล้วก็ระงับอารมณ์ไว้ได้
ที่นี่คือหอเมฆาลี้ลับ สถานที่รวมเหล่าปรมาจารย์ผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดจากทั่วทั้งดินแดนหยวนซิง จะปล่อยให้เกิดเื่วุ่นวายเช่นนี้ได้อย่างไร?
แม้จะมีความแค้นฝังใจแต่ก็ควรเก็บไว้จัดการกันลับหลัง ไม่ควรสร้างปัญหาต่อหน้าธารกำนัล
หลิ่วิเยวี่ยลอบตวัดสายตามองหนิงเทียน ใจนางยังคงหวาดหวั่น ไม่รู้ว่าเขาจะยังเกลียดชังนางอยู่หรือไม่
หนิงเทียนผู้มีประสาทััเฉียบแหลมรับรู้ได้ถึงสายตาของหลิ่วิเยวี่ย ใจของเขาเต็มไปด้วยคำพูดมากมายที่อยากจะเอ่ยต่อนาง มีเื่ราวมากมายที่อยากจะไขข้อสงสัย ทว่าหลิ่วิเยวี่ยกลับหลบเลี่ยงสายตาของเขา
ในตอนนั้น เวลาหนึ่งก็ได้ผ่านพ้นไป
มีเพียงห้าคนที่มีวาสนาเข้าร่วมการประมูล
จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งมองทั้งห้าคนพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าอันเหี่ยวย่น
“วีรบุรุษย่อมเกิดจากวัยเยาว์ พวกเ้าทั้งห้ามีรากฐานไม่ธรรมดา ต่อไปข้าจะกล่าวถึงวิธีการประมูล”
“โลงศพนี้ไม่มีที่มาที่ไป จากการคาดเดาสันนิษฐานว่าเป็สิ่งจากนอกโลก ราคาเริ่มต้นคืออาวุธิญญาระดับสูง”
หนิงเทียนถึงกับตกตะลึง อาวุธิญญาระดับสูงเปรียบเสมือนยอดอาวุธบนดินแดนหยวนซิง มีพลังเทียบเท่าปรมาจารย์เหนือเมฆา ราคาที่ตั้งไว้นี้ช่างสูงลิ่วเกินไปนัก
ส่วนอวิ๋นชางเหยี่ยและเป่ยหวาเทียนอวิ๋นกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ประหนึ่งว่าราคาเริ่มต้นนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งกล่าวต่อ “หลักการประมูลนั้นยึดถือคติของควรตกถึงมือผู้ที่ใช้มันได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมที่สุด ผู้ใดสามารถโลงศพนี้ได้ในท้ายที่สุด ผู้นั้นย่อมเป็ผู้มีวาสนา บัดนี้พวกเ้าสามารถใช้กลวิธีใดก็ได้เพื่อคว้าชัยชนะ ไม่ว่าจะประลองปัญญา ประลองกำลัง หรือร่วมมือกัน ขึ้นอยู่กับความเฉลียวฉลาดและกลยุทธ์ของพวกเ้าเอง”
หนิงเทียนไม่เคยพบเห็นการประมูลเช่นนี้มาก่อน ช่างเป็สิ่งที่เหนือความคาดหมาย ยากเกินจะจินตนาการ
ของเพียงชิ้นเดียวมีผู้หมายปองถึงห้าคน การต่อสู้แย่งชิงย่อมเกิดขึ้น ยากนักที่จะร่วมมือกัน
ใจของหลิ่วิเยวี่ยจดจ่ออยู่กับหนิงเทียนเป็ส่วนใหญ่ ขณะที่ซูอวิ๋นกลับครุ่นคิดหาวิธีสานสัมพันธ์อันดีกับอวิ๋นชางเหยี่ยหรือเป่ยหวาเทียนอวิ๋น เนื่องจากทั้งสองล้วนเป็ยอดอัจฉริยะผู้เลื่องชื่อที่สุด
หากนาง้าปราบหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ย อวิ๋นชางเหยี่ยกับเป่ยหวาเทียนอวิ๋นคือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาของซูอวิ๋น
“สามารถต่อสู้แย่งชิงได้ แต่ห้ามแย่งชิงด้วยการกระทำที่โหดร้าย”
จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งประกาศเริ่มการประมูล ในความเป็จริงแล้ว การประมูลประเภทนี้ก็เปรียบเสมือนสนามประลองฝีมือ ว่าใครมีวิชาแก่กล้ามากพอที่จะคว้าสมบัติล้ำค่าไปครองต่อหน้าเหล่าปรมาจารย์จากทั่วทุกทิศที่มาเข้าร่วม
อัจฉริยะทั้งห้าต่างจ้องมองโลงศพทมิฬ พลังปราณอันทรงพลังของพวกเขาแผ่ออกมา ทำให้โลงศพสั่นะเืและเปล่งแสงวูบวาบ พร้อมพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวถูกปลดปล่อยออกมาจากภายใน
พลังปราณของอวิ๋นชางเหยี่ยสะท้านฟ้า พลังิญญาของเป่ยหวาเทียนอวิ๋นไร้เทียมทาน เส้นทางแห่งเต๋าทั้งสามของหนิงเทียนรวมเป็หนึ่งเดียว หลิ่วิเยวี่ยปลดปล่อยพลังของดาวคู่ประสานธาตุ มีเพียงซูอวิ๋นผู้เดียวที่ยังมีพื้นฐานด้อยกว่าผู้อื่นอยู่บ้าง
กระนั้นโลงศพทมิฬนี้ก็ยังแปลกอยู่มาก ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนทั้งห้าล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
บรุษทั้งสามอย่างเป่ยหวาเทียนอวิ๋น หนิงเทียน และอวิ๋นชางเหยี่ยสามารถทำให้โลงศพทมิฬส่องสว่างขึ้นได้ ทว่าสตรีทั้งสองอย่างหลิ่วิเยวี่ยและซูอวิ๋นกลับทำให้โลงศพทมิฬสั่นะเื
ระหว่างพวกเขาดูมีสายใยบางอย่างเกี่ยวพัน แต่หากมองแยกกันดูเหมือนไม่มีใครจะจัดการกับโลงศพทมิฬได้
ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน ทั้งเป่ยหวาเทียนอวิ๋นและอวิ๋นชางเหยี่ยต่างก็ััได้ถึงความลี้ลับที่ซ่อนอยู่ ทั้งคู่หันไปชักชวนหลิ่วิเยวี่ยและซูอวิ๋นให้ร่วมมือกันทันที
อวิ๋นชางเหยี่ยเลือกที่จะเข้าหาซูอวิ๋น
“มาร่วมมือกัน เ้าช่วยข้าชิงโลงศพทมิฬ แล้วข้าจะตอบแทนเ้าด้วยสิ่งที่คุ้มค่า”
ซูอวิ๋นยิ้มน้อยในใจ นางมิได้สนใจโลงศพทมิฬมากนัก สิ่งที่ปรารถนามากที่สุดคือการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับอวิ๋นชางเหยี่ย คิดไม่ถึงว่าโชคช่างเข้าข้างนางเสียจริง
ส่วนทางเป่ยหวาเทียนอวิ๋นหันไปเลือกหลิ่วิเยวี่ย
“พวกเราต่างเป็ศิษย์สำนักซิงซิว ร่วมมือกันย่อมจะคว้าโลงศพทมิฬมาครองได้แน่”
หลิ่วิเยวี่ยส่ายหน้าปฏิเสธคำขอของเขาอย่างตรงไปตรงมา
เป่ยหวาเทียนอวิ๋นถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ ผลลัพธ์นี้เหนือความคาดหมาย ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็ตึงเครียดทันที
ในตอนนั้น ซูอวิ๋นได้ตอบตกลงอวิ๋นชางเหยี่ย และทั้งคู่ยืนเคียงข้างกันแล้ว
ในเวลานี้หนิงเทียนก็เริ่มฉุกคิดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน และความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวของเขาคือหลิ่วิเยวี่ย
ั์ตาอันอ่อนหวานนั้นจ้องมองมายังหนิงเทียน แววตาของนางเต็มไปด้วยความกังวล หวาดหวั่น และความคาดหวัง
หัวใจของหนิงเทียนพลันรู้สึกเสียดแทงราวกับถูกเข็มทิ่ม เกิดเป็ความรู้สึกโศกเศร้าที่ยากจะอธิบาย
เขาตระหนักถึงาแที่ตนเคยสร้างไว้ให้กับนางได้จากแววตาของหลิ่วิเยวี่ย
หนิงเทียนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่อวิ๋นชางเหยี่ยและซูอวิ๋นที่อยู่ไม่ไกลกลับเริ่มลงมือร่วมกันแล้ว
โลงศพทมิฬสั่นะเื แสงสว่างจ้าวูบวาบค่อยๆ ลอยขึ้นกลางอากาศ เหตุการณ์นี้นำความตื่นเต้นมาสู่อวิ๋นชางเหยี่ยและซูอวิ๋นอย่างสุดซึ้ง ขณะเดียวกันดวงตาของเหล่าปรมาจารย์ต่างจ้องมองด้วยสายตาที่ร้อนรน
หนิงเทียนไม่กล้าชะล่าใจ เขารีบรุดตรงไปหาหลิ่วิเยวี่ย
“เรามาร่วมมือกันเถอะ”
เขาพูดโดยไม่ต้องเสียเวลา หอคอยพลังในร่างกายของหนิงเทียนเริ่มหมุนวน สามเส้นทางเต๋าทั้งเส้นทางเต๋าพฤกษา เส้นทางแห่งจิติญญา และเส้นทางิญญาหลอมรวมเป็หนึ่งเดียว ปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมาพร้อมกับแสงสว่างเรืองรองทั่วทั้งร่าง
หลิ่วิเยวี่ยมองหนิงเทียน ใบหน้าที่คุ้นเคย น้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว สิ่งเหล่านี้จุดประกายไฟในใจของนางให้ลุกโชนขึ้นในทันที
หลิ่วิเยวี่ยลงมือโดยไร้ซึ่งความลังเล หอคอยพลังในร่างกายปั่นป่วนหมุนวน พลังสายเืผสานเข้ากับพลังของหนิงเทียน เกิดเป็ความกลมกลืนอันยากจะเอ่ย ดั่งสองสนามแม่เหล็กหลอมรวมเป็หนึ่งในพริบตา ก่อเกิดแรงกระแทกมหาศาลที่ถาโถมเข้าใส่โลงศพทมิฬ และพลิกผันทิศทางของมันในทันที
ก่อนหน้านั้น โลงศพทมิฬกำลังเคลื่อนเข้าหาอวิ๋นชางเหยี่ย ทว่าเมื่อหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยเข้าร่วมการแย่งชิง โลงศพทมิฬในอากาศก็เกิดสั่นะเือย่างรุนแรง ก่อนจะค่อยๆ หันเหทิศทาง มุ่งหน้าตรงมายังจุดที่หนิงเทียนยืนอยู่
เมื่อได้เห็นภาพเช่นนี้ ทั้งอวิ๋นชางเหยี่ยและซูอวิ๋นต่างตกตะลึงและโกรธ ทั้งสองประสานพลังเข้าด้วยกัน เริ่มต้นการต่อสู้แย่งชิงอย่างดุเดือด
ด้านเป่ยหวาเทียนอวิ๋นยืนนิ่งอยู่ด้วยความงุนงง เขาเป็ผู้มีวาสนาคนแรกที่ได้ขึ้นลานประมูล แต่กลับกลายเป็คนแรกที่ถูกคัดออก
และทั้งหมดนี้ล้วนเป็เพราะการปฏิเสธของหลิ่วิเยวี่ย
บรรดาปรมาจารย์ที่มาร่วมงานต่างรู้สึกตกตะลึง เดิมคิดว่าโลงศพทมิฬน่าจะตกเป็ของอวิ๋นชางเหยี่ยแล้ว แต่ใครจะคาดคิดว่าในวินาทีสำคัญกลับเกิดเหตุการณ์พลิกผันขึ้น
เื่ที่น่าประหลาดใจที่สุดเห็นจะเป็การที่หลิ่วิเยวี่ยซึ่งติดตามเทพธิดาเหยากวงมาที่นี่ นางเป็ผู้บำเพ็ญซิงซิว เหตุใดจึงปฏิเสธเป่ยหวาเทียนอวิ๋นผู้ครองพร์อันดับหนึ่งของผู้บำเพ็ญซิงซิว แล้วเลือกที่จะร่วมมือกับหนิงเทียนผู้เป็ศิษย์จื๋อซิว?
ซูอวิ๋นจ้องมองหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยด้วยความโกรธแค้น
เดิมทีนางคิดว่าครั้งนี้จะสามารถช่วยอวิ๋นชางเหยี่ยให้ได้โลงศพทมิฬและสร้างตำนานอันงดงาม แต่ใครจะคาดคิดว่าคู่รักโสโครกคู่นี้จะโผล่มาขัดขวางอีกครั้ง
เป่ยหวาเทียนอวิ๋นอึดอัดใจยิ่งนัก เขามองโลงศพทมิฬที่แกว่งไกวไปมาอย่างสิ้นหวัง ในที่สุดก็ตัดสินใจลอยตัวจากไปด้วยไร้หน้าจะอยู่ต่อ
อวิ๋นชางเหยี่ยและซูอวิ๋นเคียงข้างกันบนลานประมูล พลังปราณของทั้งคู่ผสมผสานเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็พลังอันน่าสะพรึงกลัว
อวิ๋นชางเหยี่ยเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ลุกโชน เปลวเพลิงลามเลียทุกสิ่งรอบตัว ในขณะที่ซูอวิ๋นเปรียบเสมือนท้องทะเลน้ำแข็งที่เย็นะเื
พลังหยางอันร้อนแรงผสานเข้ากับพลังน้ำแข็งอันเยือกเย็น กลายเป็กุญแจสำคัญในการชิงโลงศพทมิฬ
ทว่าสถานการณ์ของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยกลับยิ่งลึกลับซับซ้อน หนิงเทียนรวมเส้นทางเต๋าทั้งสามเป็หนึ่งเดียว ในขณะที่หลิ่วิเยวี่ยกลับแฝงเร้นพลังแห่งซิงซิว หยวนซิว และจื๋อซิวเอาไว้ อีกทั้งพลังสายเืของนางยังแฝงไว้ด้วยพลังหยินสุดขั้วแสนเย็นะเื เมื่อผสมผสานกับเส้นทางแห่งจิติญญาของหนิงเทียน ก่อเกิดเป็พลังพันธนาการที่รัดกุมโลงศพทมิฬไว้แน่น
สองฝ่ายต่างมีจุดเด่น ล้วนมีพลังพอที่จะคว้าโลงศพทมิฬมาได้ เพียงแต่ต้องรอดูว่าฝ่ายใดจะมีกลยุทธ์ที่เฉียบแหลมเหนือกว่า
หากพิจารณาจากขอบเขตพลัง ย่อมเป็ฝ่ายของอวิ๋นชางเหยี่ยและซูอวิ๋นที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง
แต่หากพิจารณาจากพลังที่ผนวกเข้าด้วยกัน กลับเป็ฝ่ายของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยที่ได้เปรียบ
หอคอยพลังในร่างของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยต่างก็มีฐานจากเลขเก้าหลัก อีกทั้งร่างกายของทั้งสองเคยััใกล้ชิด พลังจึงผสานกลมกลืนเป็หนึ่ง ไร้รอยต่อ
โลงศพทมิฬสั่นไหวลอยล่องอยู่กลางเวหา บางครั้งก็พุ่งตรงไปทางอวิ๋นชางเหยี่ย บางครั้งก็ถูกดึงกลับมาหาหนิงเทียน เป็เช่นนี้วนเวียนไม่รู้จบ
จอมปราชญ์อวิ๋นจิ้งเอ่ยเตือนว่า “ของวิเศษย่อมมีวาสนา จงใช้กลยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเ้าออกมาเถิด”
อวิ๋นชางเหยี่ยส่งเสียงร้องก้อง ดึงมือของซูอวิ๋นประสานพลังหยินหยางเข้าด้วยกัน ร่างกายของทั้งสองกลายเป็หนึ่งเดียว พลังหยินอันบริสุทธิ์จากร่างกายของนางผสานกับพลังหยางอันร้อนแรงของเขา ดึงดูดโลงศพทมิฬเข้ามาอยู่ตรงหน้าทันที
“ช่างเป็กลอุบายที่งดงาม!”
เสียงชมดังก้องจากจอมปราชญ์อวิ๋นจิ้ง สายตาของเขาฉายแววชื่นชม รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
ผู้คนส่วนใหญ่ในงานต่างคิดไปในทางเดียวกันว่าโลงศพทมิฬนั้นตกเป็ของอวิ๋นชางเหยี่ยแน่แล้ว
ทว่าหนิงเทียนกลับเปล่งเสียงร้องก้อง ประกายไฟแห่งจิติญญาการต่อสู้ยังคงโชติ่ เขาคว้ามือเล็กของหลิ่วิเยวี่ยไว้แน่น ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน เปลวเพลิงแห่งความมุ่งมั่นลุกโชนราวกับิญญากำลังลุกไหม้
ในวินาทีนั้น หัวใจของหลิ่วิเยวี่ยสั่นระริก นางััได้ถึงความรู้สึกผิดและความรักอันลึกซึ้งที่หนิงเทียนมอบให้ผ่านแววตา
เปลวเพลิงลุกโชนในใจของหลิ่วิเยวี่ย ดวงตาทั้งคู่ประสานกัน ดวงใจสองดวงผสานเป็หนึ่ง หอคอยพลังในร่างกายของทั้งคู่ไหลเวียนรวมกัน แสงสว่างหลากสีสันส่องลงมาบนร่างของทั้งคู่ ด้วยร่างของหนิงเทียนที่ช่วยเป็สื่อและเส้นทางิญญาเป็หนทาง พลังอันยิ่งใหญ่แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้โลงศพทมิฬเปิดออกอย่างฉับพลัน
เสียงร้องโหยหวนของอวิ๋นชางเหยี่ยและซูอวิ๋นดังก้องไปทั่ว เมื่อพวกเขาถูกแรงกระแทกปริศนาผลักกระเด็นออกไป
ในพริบตานั้น โลงศพทมิฬก็หมุนคว้างกลางเวหาดั่งิญญาร้ายคืนชีพจากนรก ก่อนจะแทรกซึมเข้าสู่ฝ่ามือที่ประสานแน่นของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ย ตัวโลงศพหลอมรวมเข้ากับร่างของหนิงเทียน ส่วนฝาโลงศพกลับกลืนหายเข้าไปในตันเถียนของหลิ่วิเยวี่ย
