ลูกธนูพุ่งออกมาดุจห่าฝน
แต่ตำแหน่งของศพค่อนข้างอยู่ไกลจากกองทัพพันธมิตรมาก มันอยู่นอกรัศมีการยิงของพลธนูฝ่ายกองทัพพันธมิตร หลังจากการกระหน่ำยิงลูกธนูออกไปแล้ว มันก็ร่วงลงมาปักบนพื้นดินเหมือนน้ำฝนที่ตกลงสู่พื้น ไม่ถือว่าเป็ภัยคุกคามต่อซุนเฟยและคนอื่นๆ
เ้าสุนัขั์สีดำเห่าออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น มันพาซุนเฟยที่นั่งอยู่บนหลังของมันวิ่งไปนำศพกลับมาถึงหกศพ ส่วนพวกเทศกิจก็ไม่น้อยหน้า พวกเขาแบกศพสองศพพลางหยิบโล่และหอกที่ตกอยู่บนพื้นวิ่งกลับติดไม้ติดมือมาด้วย...
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ร่างของทหารโล่และหอกจากอาณาจักรนับร้อยนายก็ถูกกองทัพเมืองแซมบอร์ดปล้นกลับไปทั้งหมด
คนพวกนี้ช่างงกนัก แม้แต่หมวกเหล็กสักใบก็ไม่ยอมเหลือทิ้งไว้
หลังจากที่ทุกคนกลับมาจนหมด าาน้อยที่ขี่หลังสุนัขั์สีดำก็พลันหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮึๆ ฮ่าๆๆๆ พระเ้ากำลังสอนพวกข้าว่า การฟุ่มเฟือยหรือใช้ของอย่างสิ้นเปลืองเป็สิ่งที่อภัยให้ไม่ได้ โอ๊ะ ตรงนั้นยังเหลือหอกยาวอยู่ รีบไปเอากลับมาให้ข้าเร็ว!”
เทศกิจสองนายที่มีรูปร่างผอมสูงเหมือนต้นไผ่ ได้ยินคำสั่งขององค์าาก็รีบวิ่งกลับไปใหม่ หอกที่เหลืออยู่ด้ามสุดท้ายก็ถูกปล้นไปจนได้ พวกเขายังโบกไม้โบกมือไปทางเหล่าทหารพันธมิตรอยู่ห่างออกไป จากนั้นก็หันหลังถอดกางเกงตัวเองหันก้นไปหาเหล่าพวกาาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย แล้วตบก้นตัวเองโชว์ เป็การเหยียดหยามเหล่าาาพันธมิตร
มองไกลๆ ก็เห็นรองเท้าฟางถูกเขวี้ยงออกมา บนใบหน้าขององค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยมีน้ำตาคลอ อีกไม่ช้าคงจะร้องไห้ออกมาแล้ว
เทศกิจของเมืองแซมบอร์ดก็คือกลุ่มโจรดีๆ นี่เอง เป็พวกฝูงตั๊กแตนที่ห้ามอยู่ในสวนเกษตร เป็พวกฝูงหนูที่กินไม่เลือก ทุกที่ที่พวกเขาผ่านไปจะต้องไม่มีสิ่งใดลงเหลืออยู่ แม้แต่ขนแค่เส้นเดียวพวกเขาก็จะไม่ยอมทิ้งไว้ให้ ตอนนี้ตรงกลางสนามรบมีเพียงหญ้าที่ไหวไปตามสายลม บนพื้นมีแค่รอยคราบเืที่ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า นอกนั้นไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย
ช่างไร้ยางอายยิ่ง!
บรรดากองทัพพันธมิตรต่างพากันมองอย่างตกตะลึง
แน่นอนว่า ในระหว่างที่พวกนั้นกำลังปฏิบัติการรูดทรัพย์ ไม่ใช่ว่าฝ่ายพันธมิตรจะไม่ใช้มาตรการตอบโต้
แต่เป็เพราะพลธนูมือฉมังทั้งห้าสิบนายของเมืองแซมบอร์ดแข็งแกร่งมากเกินไป คันธนูทั้งห้าสิบอันนั้นก็เหมือนเคียวเกี่ยวิญญาของยมทูตห้าสิบเล่ม มันได้กดข่มพวกทหารสองพันกว่าคน หากใครกล้ากระโจนออกมาเพียงนิดเดียว ลูกธนูก็พร้อมที่ปักร่างเขาจนพรุนกลายเป็ตัวเม่นในพริบตา แม้แต่พลธนูของฝ่ายพันธมิตรเองก็ถูกข่มจนหงอ แล้วนับประสาอะไรกับทหารที่ใช้อาวุธอื่นๆ เกรงว่าแม้แต่โล่ั์คงไม่มีประโยชน์ เพราะลูกธนูพวกนี้เหมือนมีดวงตาแปะอยู่ สามารถทะลุไปตามรอยแตก ระหว่างช่องของโล่ หรือแม้แต่ส่วนเท้าและตรงจุดอื่นๆ ที่คาดไม่ถึงได้
ทหารกว่าสองพันนายในกองทัพที่เกรียงไกร ได้แต่มองเหล่าเทศกิจของเมืองแซมบอร์ดปล้นชิงสิ่งของไปต่อหน้าต่อตา
หลังจากที่รอจนเหล่าเทศกิจเมืองแซมบอร์ดแย่งศพกลับไปที่กองทัพของฝ่ายตัวเอง เหล่ากองทัพ 'กีบเหล็กแห่งไฟ' ของอาณาจักรชื่อสุ่ยทั้งหนึ่งร้อยนายที่อยู่ห่างจากทหารเมืองแซมบอร์ดประมาณหนึ่งกิโลเมตร กำลังจัดรูปขบวนทัพตามเสียงสัญญาณแตร พวกเขาเตรียมพร้อมจู่โจม ด้วยร่างกายที่สวมใส่ชุดเกราะหนักแบบนี้เขาจึงไม่เกรงกลัวพลธนู แต่เพราะอยู่ไกลเกินไป ทำให้ั้แ่ต้นจนจบพวกเขาไม่สามารถยื่นมือไปช่วยพวกทหารราบได้
ขวัญกำลังใจทหารของฝ่ายพันธมิตรทั้งเก้าอาณาจักรเหมือนแผนภูมิกราฟเส้นที่ค่อยๆ ตกลงเรื่อยๆ!
แต่บรรยากาศของกองทัพฝ่ายเมืองแซมบอร์ดกลับตรงกันข้าม
เหล่าเทศกิจทั้งห้าสิบกว่าคนเหมือนได้รับชัยชนะจากพวกฝ่ายพันธมิตร พวกเขาหัวเราะขณะที่ถอดชุดเกราะบนร่างไร้ิญญาของทหารอาณาจักรชื่อสุ่ยแล้วมาสวมบนร่างของตัวเอง จากนั้นก็หยิบโล่ปากเป็ดขึ้นมาถือ อีกมือก็กำหอกแน่นด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า บนร่างของพวกเขาทั้งบนและล่างต่างเปลี่ยนเป็รูปลักษณ์ใหม่ พวกเขาต่างะโพูดคำขวัญอย่างพร้อมเพรียงกัน ในพริบตา จากกลุ่มชาวนายาจกที่ถือมีดทำครัวและขวานบิ่นๆ ได้กลายเป็กองกำลังทหารราบชั้นยอดที่เต็มไปด้วยอาวุธครบครัน
ซุนเฟยมีความสุขมาก
ตอนแรกที่บิดาตั้งชื่อกลุ่มหลานๆ ว่า ‘เทศกิจ’ น่ะ มารดามันเถอะ ไม่คิดว่าช่างเป็ความคิดที่ชาญฉลาดและเหมือนที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าจริงๆ อย่างน้อยๆการขโมยของชิ้นเล็กชิ้นน้อยของพวกเขาก็ยอดเยี่ยมไม่ต่างกัน สมกับเป็หลานจริงๆ ไม่เสียทีที่เป็เทศกิจผู้ยิ่งใหญ่
“ฮ่าๆๆ ข้าต้องขอบคุณองค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยจริงๆ ที่ใจกว้างมอบอุปกรณ์ดีๆ แบบนี้ให้พวกข้า!”เขาจงใจยั่งยุองค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยให้อกแตกตาย
“ขอบคุณองค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ย สำหรับหอก โล่ และชุดเกราะดีๆ แบบนี้!”
“ฮ่าๆๆ ชุดเกราะนี้ดูแข็งแกร่งมากเลย!”
“เฮ้ๆๆ พวกเรายังขาดดาบอยู่นะ องค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยผู้แสนใจกว้าง พระองค์จะช่วยส่งดาบมาให้พวกข้าได้ไหม?”
เห็นได้ชัดว่าเหล่าเทศกิจร้ายกว่าที่ซุนเฟยคิด ท่ามกลางเสียงะโยั่วยุ ก็มีทหารฝ่ายพันธมิตรจำนวนไม่น้อยที่เริ่มโกรธจนไฟลุกท่วมหัว คนพวกนั้นเกินไปแล้ว
“อ๊าก...” องค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยถูกปั่นหัวจนใกล้จะเป็บ้าไปแล้ว เขาแทบจะรอให้กองทัพอัศวินม้าเกราะหนัก 'กีบเหล็กแห่งไฟ' ด้านหลังพุ่งเข้าไปโจมตีไม่ไหวแล้ว ทันใดนั้นเขาก็หันไปกระชากคอขององค์าาแห่งอาณาจักรเซินฮัวแล้วะโเสียงดังว่า “โจมตีเดี๋ยวนี้ สั่งให้กองทัพทหารราบเกราะหนักของเ้าไปโจมตีพวกมันให้ข้า เดี๋ยวนี้...”
แน่นอนว่าองค์าาแห่งอาณาจักรเซินฮัวมีทหารราบเกราะหนักใต้บังคับบัญชาการอยู่ประมาณสองร้อยกว่าคน
แม้ว่าความเร็วในการเดินของทหารราบเกราะหนักจะเชื่องช้า แต่ทั้งร่างของพวกเขาก็ปกคลุมไปด้วยชุดเกราะหนัก ถ้าดึงฝาหมวกเกราะเหล็กมาปิดหน้า นอกจากลูกธนูจะทะลวงเข้าข้อมือหรือข้อเท้าแล้ว ส่วนอื่นๆ ก็จะมีชุดเกราะคอยป้องกันลูกธนูได้ พวกเขาสามารถฝ่าห่าฝนธนู ก้าวไปด้านหน้าได้เรื่อยๆ อย่างน้อยๆ ก็รับประกันได้ว่ายังเหลือทหารราบเกราะหนักอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือรอดไปสังหารไอ้พวกพลธนูเมืองแซมบอร์ดได้อย่างแน่นอน...แต่ปัญหาคือ าาแห่งอาณาจักรเซินฮัวไม่ยินยอม ทหารราบเกราะหนักทั้งสองร้อยคนต่างก็เป็เืเนื้อของเขา
แต่ตอนนี้ าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยกำลังโมโหจนเืขึ้นหน้า สูญเสียสติสัมปชัญญะไป เขาไม่มีทางเลือกนอกจากยอมแพ้
เขากัดฟันจำใจเฉือนหัวใจตัวเอง อาณาจักรเซินฮัวเป็เพียงอาณาจักรบริวารระดับห้า หากทำให้อาณาจักรบริวารระดับสามอย่างอาณาจักรชื่อสุ่ยไม่พอใจขึ้นมา ผลที่ตามมาหลังนั้นคงไม่ดีแน่
ในขณะที่องค์าาแห่งอาณาจักรเซินฮัวออกคำสั่งกับทหารราบเกราะหนักด้วยหัวใจที่รวดร้าว พวกเขาก็ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงของฝ่ายตรงข้าม ทันใดนั้นพลธนูมือฉมังทั้งห้าสิบนายก็พลันหมุนตัวรวมกลุ่มกันแล้วแยกเป็สองแถว พลางวิ่งเหยาะๆ ออกจากสนามรบ
“โอ๊ย ไม่ดีเลย...นิ้วเป็รอยเลยเนี่ย เจ็บจะตายอยู่แล้ว คงยิงไม่ไหวอีกแน่เลย!”
“ใช่แล้ว รีบหนีกันเถอะ!”
เหล่าทหารพันธมิตรต่างได้ยินพวกพลธนูที่กำลังวิ่ง มีบางคนบ่นโอดโอยว่าเจ็บนิ้ว จากนั้นพลธนูก็เปิดตูดไปอย่างไม่เห็นฝุ่นประหนึ่งกระต่ายตื่นตูม พวกเขาวิ่งไปที่เนินเขาเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไป ไม่ช้าก็วิ่งหายไป ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว...
าาอาณาจักรชื่อสุ่ยและาาอาณาจักรเซินฮัวต่างพากันตกตะลึงจนตาค้าง
ทุกคนต่างมองฉากนั้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้หัวสมองของผู้นำพันธมิตรต่างว่างเปล่า
พวกเขาถูกฝ่ายตรงข้ามปั่นหัวเล่น!
“โจมตี รีบโจมตีให้ข้า!” าาแห่งอาณาจักรเซินฮัวเป็คนแรกที่ได้สติกลับมา ไม่ว่ามันจะเป็แผนการกลับกลอกของไอ้าาปัญญาอ่อนเมืองแซมบอร์ดหรือไม่ แต่เมื่อตอนนี้ ‘ยมทูต’ ทั้งห้าคนไม่อยู่แล้ว ทหารฝ่ายพันธมิตรทั้งหมดต่างรู้สึกว่าท้องฟ้าเริ่มแจ่มใสขึ้น อากาศก็บริสุทธิ์สดชื่นขึ้น แรงกดดันประหนึ่งูเาก็พลันสลายหายไป ในที่สุดก็สามารถหายใจได้อย่างสะดวก
“ไม่ว่าจะเป็แผนการกลับกลอกของเ้านั่นหรืออย่างไร แต่ฉวยโอกาสนี้บุกโจมตีเมืองแซมบอร์ดเถอะ ถึงตอนนั้นต่อให้พลธนูมือฉมังอีกห้าสิบคนนั้นจะกลับมา มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว!”
เหล่าาาทุกอาณาจักรของฝ่ายพันธมิตรแทบจะคิดไปในทางเดียวกัน
หลังจากที่ได้รับคำสั่ง ทหารราบเกราะหนักของอาณาจักรเซินฮัวกำดาบในมือแน่น พวกเขาต่างก้าวไปด้านหน้าอย่างเป็ระเบียบ แสงสะท้อนชุดเกราะเหล็กกล้าที่น่าเกรงขาม พวกเขาต่างย่ำพื้นจนแผ่นดินะเื พวกที่อยู่ด้านหน้าสุดของขบวนทัพมีรูปร่างสูงใหญ่มากกว่าสองเมตร เปลวไฟคลื่นพลังสีเหลืองเปล่งประกายออกมาจากชุดเกราะ พวกเขาต่างเป็ยอดฝีมือธาตุดินระดับสองดาว
“โจมตี!” เหล่านักรบธาตุดินแสยะยิ้มเหี้ยม
เนื่องจากไม่มีภัยคุกคามอย่างพลธนูของเมืองแซมบอร์ดแล้ว เหล่าทหารราบเกราะหนักแต่ละคนก็เย่อหยิ่งขึ้นมาทันที ไม่มีท่าทีระมัดระวังสักนิด พวกเขาเปิดฝาหมวกเกราะขึ้น พลางก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและเป็ระเบียบแล้วใช้ดาบเคาะเกราะอก เสียงโลหะกระทบกันดังเป็จังหวะที่พร้อมเพรียง กลิ่นอายฆ่าฟันค่อยๆ ถูกปล่อยออกมา
เป็กองกำลังชั้นยอดที่ไม่อาจมองข้ามได้
นอกจากรูปขบวนทัพจะหละหลวมแล้ว ยังมีบรรยากาศที่หยิ่งจองหองเล็กๆ ทั้งแรงกดดันและพลังโจมตีของพวกเขาใกล้เคียงกับทหารราบเกราะดำก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าอาณาจักรเซินฮัวยังพอมีพื้นฐานอยู่บ้าง เทียบกันแล้วเมืองแซมบอร์ดดูแย่กว่ามาก
“บุก!”
องค์าาแห่งอาณาจักรหลู่เหนิงเห็นโอกาสดีจึงโบกดาบในมืออย่างยินดี พลางสั่งให้ทหารใต้บังคับบัญชาของตัวเองนับร้อยคนตามหลังทหารราบเกราะหนักของอาณาจักรเซินฮัวไป สาวๆ หลายสิบคนบนรถม้าที่แสนงดงามนั่นทำให้เขารู้สึกเืเดือดพล่านไปทั้งร่าง แทบอดใจไม่ไหวอยากนำพวกนางไปเป็สนมของตัวเอง
เมื่อเห็นฉากนี้ องค์าาอาณาจักรคนอื่นๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้น
เมื่อตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับพลธนูมือฉมังทั้งห้าสิบนาย พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเป็ผู้นำบุกโจมตี แต่เมื่อเห็นผลประโยชน์ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ใครเล่าอยากจะถูกทิ้งไว้ให้อยู่ด้านหลัง พวกเขาต่างกลัวว่าจะถูกคนอื่นแย่งผลประโยชน์ที่ดีที่สุดไป พวกเขาอยากเป็คนแรกที่ได้เข้าไปในล้างบางเมืองแซมบอร์ด และนำเหล่าสาวๆ ในรถม้ามาย่ำยีให้สาแก่ใจ
“โจมตี อย่าลืมไว้ชีวิตาาแห่งเมืองแซมบอร์ด!”
“สังหารมันให้แก่ข้า! พวกเ้าคว้าได้สิ่งใดมันจะเป็ของพวกเ้า...”
“ฮ่าๆๆๆ เ้าพวกหนุ่มๆ มองไปที่แม่ลูกเจี๊ยบบนรถม้าสิ ไม่เลวเลยใช่ไหม หากเมืองแตกพวกเ้าทุกคนก็จะได้...”
ทันใดนั้น เืลมของเหล่าชายฉกรรจ์ฝ่ายพันธมิตรก็พลุ่งพล่าน ชัยชนะอยู่ไม่ไกลแล้ว ในยามปกติพวกาามักจะแสดงท่าทีสูงส่ง แต่มาตอนนี้พวกเขาได้ะเิความกักขฬะและหยาบโลนของตัวเองออกมา ความหยาบคายถูกพ่นออกมาไม่ขาดสายเพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจทหาร ใบหน้าแสดงท่าทางโเี้ออกมา เหมือนพวกปีศาจที่กำลังคืบคลานออกมาจากขุมนรก
“จับตัวาาน้อยนั้นไว้ ข้าอยากได้หัวมันมาเป็แก้วเหล้าข้า! เผาเมืองแซมบอร์ดให้ราบเป็หน้ากลอง!” าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยที่สูญเสียทหารโล่และหอกไปกว่าร้อยนายพลันสาปแช่งออกมาอย่างโมโห
-----------------------------------
