หลังจากยืนมองอวิ๋นซีออกไปจากร้านแล้ว ท่านหมอซุนได้เรียกคนสนิทเข้ามาพบ เพื่อสั่งการเกี่ยวกับสมุนไพรหายากที่รับซื้อในวันนี้ทันที
“ต้าฝู ต้าเฉิง”
“ขอรับนายท่าน”
“พวกเ้ารีบนำสมุนไพรหายากนี้จำนวนสิบชั่งนำไปส่งให้กับเว่ยไท่ฝูโดยเร็วที่สุด พระอาการประชวรขององค์ชายสิบต้องใช้สิ่งนี้บำรุงร่างกาย เดี๋ยวข้าจะส่งจดหมายล่วงหน้าไปถึงเว่ยไท่ฝูกับหนิงเจี้ยนเกี่ยวกับเื่นี้เอง”
“รับทราบขอรับนายท่าน ข้ารับรองว่าสมุนไพรทั้งหมดจะถึงมือเว่ยไท่ฝูโดยตรง ไม่ผ่านมือของผู้ใดแน่นอนขอรับ”
“อืม รีบไปเตรียมตัวเถิด”
“ขอรับ”
แม้ว่าท่านหมอซุนจะลาออกจากสำนักหมอหลวง และเดินทางมาเปิดร้านสมุนไพรรักษาชาวบ้านอยู่ในอำเภอหลินชุนแห่งนี้ก็ตาม แต่ยามใดที่สหายอย่างเว่ยจื่ออวิ้นหรือเว่ยไท่ฝู พระอาจารย์ขององค์รัชทายาท้าความช่วยเหลือ เขายินดีช่วยเท่าที่สามารถช่วยได้มาเสมอ
เพียงครึ่งชั่วยามต้าฝูกับต้าเฉิงที่ด้านหลังของทั้งสอง มีหีบไม้บรรจุสมุนไพรคนละห้าชั่ง ก็ควบขี่ม้าฝีเท้าดีออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง ตามที่เ้านายของพวกเขาได้สั่งการอย่างรวดเร็ว
ส่วนอวิ๋นซีที่เป็คนเก็บเงินทั้งหมดก็โยนเข้าไปในมิติอย่างเงียบ ๆ และแบ่งติดตัวไว้หนึ่งร้อยตำลึงเงิน พอเห็นพี่ชายและท่านลุงของตนเรียกสติกลับมาได้แล้ว จึงได้ชักชวนทั้งสองไปซื้อผ้าไหมและรถม้าสักคันหนึ่ง
“ท่านลุงเ้าคะท่านช่วยพาซีซีกับพี่ใหญ่ไปร้านขายผ้าได้หรือไม่ ตอนนี้พวกเรามีเงินมากพอที่จะซื้อผ้าเนื้อดีกลับไปมากหน่อย ทุกคนจะได้มีเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่ด้วยกันเ้าค่ะ”
จื่อหานยังคงจดจำคำดูถูกของลูกจ้างคนนั้นได้ขึ้นใจ เขาจึงสนับสนุนสิ่งที่น้องสาวพูดอย่างเต็มกำลัง “ใช่ขอรับท่านลุงซื้อไปหลาย ๆ พับสักหน่อยให้ท่านยาย ท่านป้าสะใภ้กับท่านแม่ได้เลือกสีที่ชอบ ข้าอยากเห็นครอบครัวของเราใส่เสื้อผ้าที่สีสันสดใสบ้างขอรับ”
“ฮ่า ๆ ๆ ความคิดของหลาน ๆ ไม่เลวเลยจริง ๆ ในเมื่อพวกเ้าคิดเหมือนกันเช่นนั้นลุงจะพาไปร้านเถ้าแก่หลูก็แล้วกัน เพราะผ้าที่ใช้ตัดชุดในบ้านลุงมาซื้อร้านนี้ประจำ”
“อีกอย่างที่พวกเราจะลืมไม่ได้นั่นก็คือรถม้าเ้าค่ะ หลังจากนี้ข้าจะเริ่มคิดแผนทำการค้าแล้วรถม้าจึงสำคัญยามไปพบปะลูกค้า ท่านลุงเองจะได้มารับญาติผู้พี่ที่สำนักศึกษาด้วยไม่ดีหรือเ้าคะ” แม้ในใจของอวิ๋นซีอยากจะเอารถไฟฟ้าออกมาใช้ แต่นางต้องห้ามใจตนเองเอาไว้เสียก่อน
“ได้ ซีซีอยากได้สิ่งใดลุงย่อมไม่คัดค้าน เริ่มจากการไปที่ร้านขายผ้าเป็ที่แรก จากนั้นค่อยไปหาซื้อรถม้าลุงจะให้ซีซีเลือกเองเป็อย่างไร”
“เย่ ซีซีจะเลือกรถม้าที่ดีที่สุดเลยเ้าค่ะ”
จางเจิ้นจับจูงหลานทั้งสองไปยังร้านผ้าหลิวจวี๋ฝาง ซึ่งเป็ร้านของเถ้าแก่หลูซึ่งเขาพอจะคุ้นเคยอยู่บ้าง ที่สำคัญเถ้าแก่หลูยังขายผ้าในราคาไม่แพงจนเกินไป ทำให้มีลูกค้าประจำมากกว่าร้านอื่น ๆ บ้างเล็กน้อย
เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านอาจิวลูกจ้างของร้านจำจางเจิ้นได้ จึงเอ่ยทักทายอย่างเป็กันเองด้วยท่าทางยิ้มแย้ม และสอบถามการมาที่ร้านเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก
“อ้าว พี่ชายจางวันนี้ลมอันใดหอบท่านมาที่ร้านได้ขอรับ หรือว่าจะมาเลือกซื้อผ้าพับใหม่ไปให้พี่สะใภ้ตัดชุดใหม่หรือ”
“ก็ไม่เชิงหรอกอาจิวเพียงแต่วันนี้ข้าพาหลานชายหลานสาวมาด้วย พวกเขาอยากเลือกผ้าสีสดใสไปให้สตรีในบ้าน ข้าถึงได้พามาที่ร้านของเถ้าแก่หลูอย่างไรล่ะ”
“คารวะท่านอาขอรับ /เ้าค่ะ”
“ไอหยา บ้านพี่ชายจางนี่อย่างไรไม่ว่าจะเป็บุตรชายของท่าน หรือหลาน ๆ ที่พามาซื้อผ้าล้วนหน้าตาดีกันเสียจริง ข้ารู้สึกอิจฉาท่านเสียแล้วสิพี่ชายจาง เอาล่ะเด็ก ๆ ตามอาเข้าไปด้านในเถิดพวกเ้าสองคนจะได้เลือกผ้าอย่างที่ชอบ”
“ขอบคุณท่านอาที่ต้อนรับพวกเราเป็อย่างดี เช่นนั้นซีซีจะช่วยอุดหนุนผ้าหลาย ๆ พับเลยเ้าค่ะ”
“ซีซีเ้าเลือกให้ท่านแม่นะพี่ใหญ่จะเลือกให้ท่านพ่อเอง”
“ได้เ้าค่ะพี่ใหญ่”
จางเจิ้นเดินตามหลานของตนเข้าไปด้านในร้านโดยปล่อยให้ทั้งสองเลือกผ้าที่อยากได้ตามสบาย และสิ่งที่เห็นคือการเลือกซื้อผ้าที่เหมาะกับคนใส่ พวกเขารู้ว่าผู้ใหญ่ที่เป็บุรุษและสตรีควรใส่สีใดบ้าง
ซึ่งอวิ๋นซีกับจื่อหานช่วยกันเลือกซื้อทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหมคุณภาพปานกลาง พอนับรวมกันแล้วก็เกือบสามสิบพับได้ คราแรกจางเจิ้นคิดจะเอ่ยท้วงแต่พอนึกขึ้นได้ว่า ยามนี้มีเงินอยู่ในมือหลานสาวเท่าไหร่ก็เลือกที่จะเงียบปากของตนไว้
“เอาล่ะท่านอาท่านช่วยคิดเงินค่าผ้าทั้งหมดให้ซีซีด้วยเ้าค่ะ”
อาจิวถึงกับตะลึงในการซื้อผ้าของอวิ๋นซี เมื่อมองไปทางจางเจิ้นคล้ายจะถามว่า ผ้าทั้งหมดที่หลานสาวกับหลานชายเลือกมานั้น จะซื้อทั้งหมดจริง ๆ น่ะหรือ จนได้คำตอบเป็การพยักหน้ากลับมา อาจิวถึงได้ดีดลูกคิดและบอกราคาที่อวิ๋นซีต้องจ่ายอีกครั้ง
“เด็กน้อยค่าผ้าทั้งหมดที่เ้าเลือกรวมแล้วเป็สี่สิบห้าตำลึงกับห้าสิบอีแปะจ้ะ”
“นี่เ้าค่ะท่านอาช่วยทอนเงินให้ซีซีด้วยนะเ้าคะ” อวิ๋นซียื่นตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้กับอาจิวพร้อมรอยยิ้มน่าเอ็นดู
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่ต้องห่วงอาต้องทอนเงินให้เ้าไม่มีตกหล่นอยู่แล้ว”
หลังจากรับเงินทอนอวิ๋นซีไม่ลืมฝากผ้าไว้ที่ร้านไว้ทำธุระที่เหลือเสร็จจะแวะมารับทีหลัง และอาจิวย่อมยินดีรับปากจะดูแลให้อย่างดี ทั้งสามคนจึงเร่งไปยังอีกด้านของอำเภอเพื่อซื้อรถม้าอย่างที่ตั้งใจไว้
การเดินจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านของอำเภอค่อนข้างใช้เวลา จางเจิ้นสังเกตเห็นหลานสาวเริ่มเดินช้าลงจึงอุ้มนางขึ้นมา และอีกมือหนึ่งก็จับจูงหลานชายไม่ให้พลัดหลงกัน
พอมาถึงลานกว้างที่มีร้านของพ่อค้ารถม้าอยู่สองสามร้าน อวิ๋นซีเลือกชี้ไปที่ร้านด้านซ้ายมือของตนเพราะเห็นว่าลูกจ้างร้านนี้พูดคุยกับลูกค้าอย่างสุภาพ สายตามิได้แสดงความรังเกียจยามมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา
“พี่ชายท่านนี้มาเลือกซื้อรถม้าหรือขอรับ เชิญท่านเดินดูขนาดของรถม้าที่้าดูก่อนได้ หากชื่นชอบคันไหนท่าสามารถบอกกับข้าได้นะขอรับ”
จางเจิ้นเอ่ยถามหลานสาวที่กวาดสายตามองไปทั่วลาน เพราะเขาบอกไว้แล้วว่าจะให้นางเป็คนตัดสินใจ “ซีซีเ้าลองดูสิว่าชอบรถม้าขนาดใด ลุงกับพี่ชายของเ้าย่อมเลือกตามที่เ้าชอบนะ”
“ใช่แล้วซีซีขอแค่เ้าชอบพี่ใหญ่จะฝึกบังคับรถม้าให้เ้านั่งเอง”
อวิ๋นซีไม่มีทางซื้อรถม้าคันเล็กที่ด้านในแคบ ๆ แน่นอน นางชี้นิ้วไปยังรถม้าขนาดกลางที่เทียมม้าหนึ่งตัวมาใช้งาน “ท่านลุงซีซีอยากได้รถม้าขนาดกลางที่มีหลังคาทำจากไม้เนื้อดีนั่นเ้าค่ะ ท่านน้ารถม้าคันนี้ราคาอยู่เท่าไหร่หรือเ้าคะ”
“อ้อ รถม้าที่แม่หนูเลือกคันนี้ทำจากไม้เนื้อดีแข็งแรงทนทาน ราคารวมม้าที่ใช้เทียมหนึ่งตัวจะอยู่ที่สามสิบตำลึงเงินขอรับ”
“งั้นข้าเอารถม้าคันนี้เ้าค่ะ รบกวนท่านน้าช่วยจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยด้วยนะเ้าคะ”
“ได้ขอรับ ๆ”
‘ซื้อไปใช้แก้ขัดชั่วคราวก่อนก็แล้วกัน ไว้สร้างเนื้อสร้างตัวมีอาชีพที่มั่นคงแล้ว ค่อยนำรถไฟฟ้าออกมาใช้ก็ยังทันถมเถ’
“ซีซีมันไม่แพงไปหรือหลาน”
จื่อหานได้ฟังคำถามของผู้เป็ลุงก็รีบแก้ตัวแทนน้องสาวอย่างทันควัน “โธ่ ท่านลุงท่านอย่าลืมสิอีกไม่นานพวกเราจะเริ่มทำการค้าแล้ว หากไม่ใช้รถม้าที่แข็งแรงเช่นนี้จะเดินทางไปพบลูกค้าไกล ๆ ได้อย่างไร ข้าคิดว่าการตัดสินใจของซีซีครั้งนี้ถูกต้องแล้วขอรับ”
“ท่านลุงอย่าได้คิดเสียดายเงินสามตำลึงเลยเ้าค่ะ อีกหน่อยเราทำการค้าสามารถหาเงินได้นับร้อยตำลึงต่อวันเชียวนะเ้าคะ”
“ไอหยา เื่นี้ลุงคงต้องอาศัยความสามารถของซีซีแล้วล่ะนะ”
“แน่นอนเ้าค่ะ วันหน้าข้าจะทำให้ท่านลุงและทุกคนจะสุขสบายให้ดู”
“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยซีซีล่วงหน้า ฮ่า ๆ ๆ”
สามคนลุงหลานนั่งพูดคุยหยอกล้อกันเพียงไม่นาน ลูกจ้างที่ทำการต้อนรับพวกเขาก็กลับมาพร้อมรถม้าคันที่เลือกไว้ อวิ๋นซีจ่ายเงินพร้อมให้ค่าน้ำใจแก่ลูกจ้างเล็กน้อยตามมารยาท
จากนั้นจางเจิ้นจึงรับหน้าที่เป็คนบังคับรถม้าไปยังร้านผ้า ก่อนจะออกจากอำเภอหลินชุนได้แวะซื้อข้าวสารกับเนื้อหมูอย่างละหนึ่งชั่ง เพราะวันนี้บ้านตระกูลจางจะฉลองเนื่องจากได้รับเงินก้อนโตเป็ครั้งแรก
