แสงจันทร์สว่างไสวปกคลุมยอดเขายามค่ำคืน งูชิงเงยหน้ามองดวงจันทร์หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง ขณะนั้นจูชิงครุ่นคิดถึงกฎเกณฑ์บางอย่างอันแสนลึกลับเกินหยั่งถึงของวิชาลับ ยามนี้เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังผสานรวมเป็หนึ่งเดียวกับแสงจันทร์!
“ดูท่านี่คือวิธีการใช้《วิชาลับกลืนปราณ》ที่ถูกต้อง!” จูชิงใคร่ครวญขณะกลืนกินแสงจันทร์
หากกลืนกินพลังปราณที่อยู่รอบๆ จะทำให้พลังปราณในสถานที่แห่งนั้นสูญเสียมากเกินความจำเป็ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานในการฟื้นฟู
ทว่าการกลืนแสงจันทร์นั้นแตกต่างออกไป จูชิงไม่รู้ว่าแสงจันทร์มีที่สิ้นสุดหรือไม่ เขารู้เพียงแค่ว่าการกลืนกินแสงจันทร์ปริมาณเพียงเท่านี้มิได้ส่งผลอะไรต่อดวงจันทร์!
สัตว์อสูรสามารถกลืนกินแสงจันทร์ จอมยุทธ์บางคนที่ฝึกฝนวิชาพิเศษก็สามารถกลืนกินแสงจันทร์ได้เช่นกัน และเมื่อบำเพ็ญเพียรถึงขั้นสั่งสม ศักยภาพของร่างกายจะถูกปลดล็อกจนสามารถกลืนกินแสงจันทร์ได้เช่นเดียวกัน ทว่าที่ผ่านมายังไม่เคยมีจอมยุทธ์คนไหนที่กลืนกินแสงจันทร์ได้โดยที่ยังไม่ได้สำเร็จเป็ขั้นสั่งสมมาก่อน!
แสงจันทร์เย็นเยือกอุดมไปด้วยพลังน่าอัศจรรย์แสนพรรณนา หากเพ่งพิศมองจะพบว่าแสงจันทร์บริสุทธิ์ที่อยู่ในแต่ละเส้นแสงนั้นกำลังหลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของจูชิง หลังจากที่มันไหลเวียนอยู่เป็เวลานานหลายสัปดาห์มันก็ผสานรวมเข้ากับแขนขวา ถูกกลั่นหลอมเป็ลมปราณักักเก็บอยู่ในตันเถียนของเขา
ครึ่งชั่วยามต่อมาตันเถียนของจูชิงสั่นะเืเล็กน้อย เสียงัคำรณอึกทึกกึกก้อง!
ทันใดนั้นลมปราณัพุ่งทะยานสูงขึ้น ลมปราณัในตันเถียนหลั่งผสานรวมกันหนาแน่นกลายเป็หยดโลหิต!
ลมปราณแปรสภาพเป็ของเหลว ในหยดเืนั้นมีลมปราณัเปี่ยมล้นจนทำให้จูชิงถึงกับต้องอ้าปากค้าง!
เขาทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นหลอมกายาสองชั้นฟ้าโดยที่ตันเถียนกลั่นหลอมโลหิตัออกมาได้ถึงสองหยด!
จูชิงไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเขาสำเร็จเป็ขั้นหลอมกายาเก้าชั้นฟ้าแล้วกลั่นหลอมโลหิตัเก้าหยดได้พลานุภาพจะแกร่งกล้าเพียงใด
ขั้นหลอมกายาเป็รากฐานของเส้นทางบำเพ็ญเพียร ซึ่งรากฐานในปัจจุบันของเขานั้นเกรงว่าอาจเหนือกว่าจอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาส่วนใหญ่เสียอีก!
“กายศักดิ์สิทธิ์ไม่ธรรมดาจริงๆ!” เฒ่าปีศาจอดไม่ได้ที่จะอุทาน เื่นี้เกิดขึ้นได้แค่เฉพาะกับจูชิงเท่านั้น ถ้าเป็คนอื่นเกรงว่าคงถูกพลังัผลาญเผาไม่เหลือซากไปแล้ว
หม่าเทียนเลี่ยงยืนมองจูชิงยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ ใบหน้าโเี้อำมหิต เป็เพราะมัน! มันทำให้เส้นทางบำเพ็ญเพียรของเขาต้องมีรอยร้าว ทั้งยังถูกชวีหลิงเฟิงไล่ต้อนเสียจนมุม
หม่าเทียนเลี่ยงไม่มีความกล้ามากพอที่จะคิดบัญชีแค้นกับชวีหลิงเฟิงจึงเทความโกรธทั้งหมดไปที่จูชิง ในหัวคิดเพียงว่าหากไม่มีจูชิงเขาก็คงไม่ต้องมาอยู่จุดนี้
เขายังอยากมีชีวิตอยู่ อยากเดินบนเส้นทางแห่งยุทธ์ให้ไกลกว่านี้ ดังนั้นมีเพียงทางเลือกเดียวก็คือฆ่าจูชิงให้ตาย เมื่อได้รับความไว้วางใจจากชวีหลิงเฟิงแล้ว บางทีชวีหลิงเฟิงอาจช่วยให้เขาสำเร็จเป็ขั้นหลอมลมปราณกลายเป็ผู้แข็งแกร่งในโลกหล้า!
“ตายซะ!” หม่าเทียนเลี่ยงแสยะยิ้ม กระบี่ยาวสีฟ้าครามพวยพุ่งเข้าใส่จูชิง!
มันคือศัสตราวุธของหม่าเทียนเลี่ยงที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่มานานหลายปี มีชื่อว่ากระบี่ธาราคราม ศัสตราวุธขั้นบุษราระดับต่ำ เขาใช้ลมปราณกลั่นหลอมมันทั้งวันทั้งคืน ความคิดเชื่อมถึงกัน หากโจมตีด้วยพลังทั้งหมดสามารถสังหารจอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณได้อย่างง่ายดาย แล้วนับประสาอะไรกับขั้นหลอมกายาอย่างจูชิง
จูชิงกำลังบำเพ็ญเพียร จู่ๆ เขาก็รู้สึกเย็นวาบมาจากด้านหลัง!
“ฟึ่บ!” จูชิงผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาหลายครั้งบนเกาะหลัวโหว เขาหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว ใช้ฝ่ามือรับการโจมตีจากกระบี่ธาราคราม!
“ฉัวะ!” มือขวาาเ็สาหัส เืสาดกระเซ็นทั่วทุกสารทิศ!
กระบี่ธาราครามสั่นสะท้านเล็กน้อยเพราะถูกฝ่ามือต่อต้าน กระนั้นคมแหลมยังคงแทงทะลุผ่านร่างของจูชิง พลานุภาพอันทรงพลังถั่งโถมตอกร่างของจูชิงลงกับพื้น!
“อั่ก!” จูชิงกระอักเืออกมา พลังธาตุน้ำของกระบี่ธาราครามแทรกซึมเข้าไปในกายา ทำลายอวัยวะภายในของเขา!
อย่างไรเสียหม่าเทียนเลี่ยงก็เป็จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณหกชั้นฟ้า แข็งแกร่งยิ่งกว่าจูชิงหลายเท่าทั้งยังลอบโจมตีจากความมืด การที่จูชิงยังมีชีวิตรอดมาได้นับว่าเป็ปาฏิหาริย์แล้ว
หม่าเทียนเลี่ยงตะลึงงัน เขามั่นใจยิ่งยวดว่าการโจมตีนี้จักต้องฆ่าจูชิงได้อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่คาดคิดว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้อีกฝ่ายจะสามารถใช้ฝ่ามือเพียงฝ่ามือเดียวเบี่ยงเบนวิถีกระบี่ธาราคราม ส่งผลให้การโจมตีนั้นทะลวงผ่านไหล่ของจูชิงแทนที่จะเป็หัวใจ!
แม้แต่หม่าเทียนเลี่ยงยังต้องยอมรับในความอัจฉริยะของจูชิง เขาสามารถสกัดการเคลื่อนไหวที่ไม่มีช่องว่างนั้นได้ในสถานการณ์ไม่คาดฝัน!
อย่างไรก็ตามแต่เขาก็เป็แค่จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายา ไม่ว่าจูชิงจะมีพร์แกร่งกล้าเพียงใดสุดท้ายก็ยังไม่ใช่ผู้เยี่ยมยุทธ์ ทว่าการตัดสินใจที่เฉียบขาดนั้นกระทั่งเป็หม่าเทียนเลี่ยงก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอย่างอดไม่ได้
“เ้า!” จูชิงขมวดคิ้ว เขาจำหม่าเทียนเลี่ยงได้ คนผู้นี้คือคนที่แสดงความเป็ปรปักษ์กับเขาั้แ่แรกเริ่ม แน่นอนว่าเขาไม่มีทางลืม
“ทำไมเ้าถึงอยากฆ่าข้านัก!” ถึงจะเป็คำถามที่น่าเบื่อแต่จูชิงก็ยังอยากรู้คำตอบ
“เพราะเ้าล่วงเกินผู้ที่ไม่สมควรล่วงเกิน ตายซะเถอะ!” หม่าเทียนเลี่ยงยิ้มมุมปาก ะโวาดขากลางอากาศมาดหมายฆ่าจูชิงให้ตายในการโจมตีครั้งนี้
“ใจกล้ายิ่งนัก!” แสงมรกตสว่างวาบ แสงกระบี่ผ่านพุ่ง!
แสงกระบี่นั้นทั้งเร็วทั้งรุนแรงจนทำให้หม่าเทียนเลี่ยงอกสั่นขวัญแขวน
“เคร้ง!” เขาไม่มีเวลาให้คิดรีบชักกระบี่ธาราครามฟาดฟันแสงกระบี่มรกต!
“ครืดด!” หม่าเทียนเลี่ยงเท้าเหยียดถอยไปสองก้าว ลมปราณในอกปั่นป่วน เมื่อเผชิญหน้ากับแสงกระบี่มรกตเขาไม่สามารถต่อต้านมันได้เลย!
“ใคร!” มือทั้งสองของหม่าเทียนเลี่ยงสั่นเทา สายตาจ้องมองไปไกลด้วยความประหม่า
การสังหารศิษย์สำนักเดียวกันในขุนเขากระบี่เทียนหยวนถือว่าเป็ความผิดร้ายแรง หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาจะต้องตายไร้ที่กลบฝัง
“กล้าดีอย่างไรถึงได้คิดสังหารศิษย์สำนักเดียวกัน!” อีกฝ่ายคำราม พลานุภาพน่าพรั่นพรึงเสียจนหม่าเทียนเลี่ยงหายใจไม่ออก
“ขั้นหลอมลมปราณ!” แววตาของหม่าเทียนเลี่ยงฉายแววหวาดผวา
จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณเป็จอมยุทธ์ระดับสูงของสำนัก อย่างน้อยๆ ก็อยู่อันดับพยัคฆ์ ไม่ใช่สิ่งที่จอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณอย่างเขาสามารถทัดเทียม!
หม่าเทียนเลี่ยงอยากวิ่งหนี แต่เขารู้ดีว่าไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของจอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณได้ ยิ่งหนีก็มีแต่จะเร่งเวลาตายให้เร็วขึ้น เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดถึงมีจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณอยู่ในประตูโลกันตร์ พวกเขาน่าจะมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรอยู่ที่สำนักในไม่ใช่รึ!
“ไสหัวไป อย่าให้ข้าเห็นอีกเป็ครั้งที่สอง ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเ้าซะ!” คนผู้นั้นแค่นเสียงเย็นเยียบ
เสียงนั้นดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของหม่าเทียนเลี่ยง เขารีบหลบลี้หนีหน้า ไม่มีเวลาคิดว่าเหตุใดจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณถึงไว้ชีวิตตน ส่วนชวีหลิงเฟิงจะลงโทษเขาอย่างไรนั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือรักษาชีวิตให้รอดก่อน
จอมยุทธ์ผู้นั้นชำเลืองมองจูชิง แววตาทอประกายประหลาดใจ “พลังในการฟื้นฟูแข็งแกร่งมาก สมกับที่เป็คนที่คุณหนูหมายตา!”
จูชิงถูกลมปราณของหม่าเทียนเลี่ยงเล่นงานจนาเ็อวัยวะภายในเสียหาย การถูกจอมยุทธ์ในระดับสร้างลมปราณโจมตีนั้น สำหรับขั้นหลอมกายาแล้วมันเป็าแที่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่จูชิงกลับใช้ลมปราณของตัวเองยับยั้งลมปราณของหม่าเทียนเลี่ยงได้ อีกทั้งยังค่อยๆ เริ่มรักษาาแในร่างกายของตัวเองแล้ว
“เป็แค่ขั้นหลอมกายาสองชั้นฟ้า คิดไม่ถึงเลยว่าลมปราณจะแกร่งกล้าเพียงนี้!” จอมยุทธ์ผู้นั้นเอ่ยปากชมอย่างอดไม่ได้
แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นเืัสองหยดในตัวของจูชิง ทว่าก็ััได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่ส่งออกมาจากตันเถียน
“ได้ยินว่าขั้นบำเพ็ญเพียรของเ้าถดถอย แต่ดูเหมือนก็ยังจะมีโชคดีในความโชคร้ายอยู่!” เขายิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็แสงสีรุ้งหายวับไป
“คุณหนู เขาปลอดภัยดี ข้าไล่หม่าเทียนเลี่ยงไปแล้ว คงไม่กล้าโผล่หัวออกมาระยะหนึ่ง” จอมยุทธ์ผู้นั้นคุกเข่าลงต่อหน้าซั่งกวานจือหนิง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เพราะเขารู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์นั้น จะใช้ดวงตาสกปรกทำให้นางแปดเปื้อนมิได้เด็ดขาด
“ขอบคุณพี่ฉินเฟิงมาก ถ้าไม่มีท่านอยู่เกรงว่าถึงตายเขาก็ยังคงไม่รู้ว่าตัวเองตายได้อย่างไร!” ซั่งกวานจือหนิงยิ้มบางๆ
“แค่ได้ช่วยคุณหนูก็นับว่าเป็เกียรติของข้าแล้ว ทว่าเหตุใดคุณหนูถึงไม่ให้ข้าฆ่าหม่าเทียนเลี่ยง” ฉินเฟิงเอ่ยถาม
“เขาเป็คนเ้าคิดเ้าแค้น เขาต้องล้างแค้นด้วยตัวของเขาเอง เขาคงไม่พอใจหากพวกเราเข้าไปแทรกแซง” ซั่งกวานจือหนิงตอบด้วยรอยยิ้ม
ฉินเฟิงพยักหน้า แล้วค่อยๆ ถอยกลับเข้าไปในความมืด กายาคล้ายผสานรวมเป็หนึ่งเดียวกันกับความมืดมิด เห็นได้ชัดว่าเขาอยู่ตรงนั้น แต่กลับััไม่ได้ถึงลมหายใจใดๆ
เขามาจากความมืด เดินอยู่บนเส้นทางแห่งรัตติกาล!
จูชิงลืมตามองดวงจันทร์สว่างไสวบนท้องฟ้า รอยยิ้มอันขมขื่นปรากฏบนใบหน้า “แพ้อีกแล้ว”
“เป็ธรรมดา เพราะเ้ายังมิใช่ผู้ไร้เทียมทาน” เฒ่าปีศาจพูดเรียบ
“แล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้เป็ผู้ไร้เทียมทาน ข้าไม่อยากแพ้อีกแล้ว!” จูชิงถอนหายใจ
“เมื่อใดที่เ้าเป็ผู้ไร้เทียมทาน เมื่อนั้นเ้าก็จะเป็ผู้ไร้เทียมทาน!” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงขยับไหล่ข้างที่ถูกกระบี่ธาราครามเจาะทะลวง ถึงเืจะหยุดไหลแล้วแต่าแที่เอ็นและกระดูกยังต้องใช้เวลาหลายวัน!
วันที่สอง หม่าเทียนเลี่ยงรับภารกิจแล้วรีบไปจากสำนักเพื่อหลีกเลี่ยงชวีหลิงเฟิง!
จูชิงถูกหวังจ้งจิ่งเรียกเข้าไปพบ พอเห็นว่าขั้นบำเพ็ญเพียรของจูชิงเหลือแค่ขั้นหลอมกายาสองชั้นฟ้า หวังจ้งจิ่งถึงกับถอนหายใจ
“นี่คือโอสถลมปราณขั้นที่หนึ่ง รับไปสิ” หวังจ้งจิ่งหยิบโอสถลมปราณขวดหนึ่งให้กับจูชิง
แม้ว่าโอสถลมปราณขั้นที่หนึ่งจะมีราคาไม่ได้สูงมาก แต่ก็ถือเป็น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของหวังจ้งจิ่ง
“ส่วนนี่《คัมภีร์เพลิงผลาญ》วรยุทธ์ขั้นบุษราระดับกลาง มันน่าจะช่วยเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรให้เ้าได้บ้าง” หวังจ้งจิ่งกล่าว
