~ ห้องรับรองแขกตระกูลกู่ ~
กู่หลิงเจี้ยนนำทางไปจนถึงห้องที่ประกอบด้วยไม้อัดทั้งหลังซ้ำยังตกแต่งองค์ประกอบอย่างงดงามและดูลื่นไหล โต๊ะไม้สลักที่งดงามปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพร้อมกับเก้าอี้หยกที่ปราณีต ตนยกถ้วยชาขึ้นมาเติมก่อนจะส่งต่อให้แก่หลี่ชิงหยุนอย่างระมัดระวัง "น้องชาย เชิญนั่งลงก่อน นี่ชาสำหรับเ้า"
ถ้วยชาหยกลายครามซึ่งมีใบชาสีเหลืองอ่อนด้านในมาพร้อมกับกลิ่นหอมสดชื่นไปจนถึงแก่นจิติญญา หากเพียงได้ดมกลิ่นก็สามารถรับรู้ได้ว่าใบชาต้องมีคุณภาพล้นเหลือ
"กลิ่นช่างหอมยิ่งนัก" หลี่ชิงหยุนยิ้มรับถ้วยชาอย่างนอบน้อม ก่อนจะหลับตาลงครึ่งหนึ่งและจิบชาเบาๆ "อื้ม...ชาที่ดี"
"ฮ่าๆๆ แน่นอนอยู่แล้ว มันคือใบชาจากต้นชาแห่งจิตหลอมรวมซึ่งหาได้ยากยิ่ง มูลค่าของใบชาแค่หนึ่งชั่งมีมูลค่าสูงกว่าเม็ดยาระดับหกด้วยซ้ำ" กู่หลิงเจี้ยนกล่าวเบาๆ ก่อนจะป้องมือกระซิบข้างหูอย่างแ่ "แล้วก็อย่าไปบอกใครล่ะ ข้าต้องขโมยใบชาจากพ่อของข้ามารับแขกเ้าเป็การส่วนตัว หากท่านพ่อรู้เข้ามีหวังข้าโดนเจื๋อนแน่"
หลี่ชิงหยุนแทบจะสำลักชาในขณะนั้น ตนไม่คาดคิดว่ากู่หลิงเจี้ยนจะมีด้านเช่นนี้
ไม่นานนักตนจึงวางถ้วยชาลงก่อนจะกล่าวถาม "พี่กู่ อาการของท่านเป็อย่างไรบ้าง?"
"เื่นั้นไม่จำเป็ต้องกังวล พลังปราณแห่งความตายถูกขับออกจนสิ้น ยามนี้เส้นลมปราณของข้าไหลเวียนได้ดียิ่งกว่าก่อนหน้าเสียอีก" กู่หลิงเจี้ยนยิ้มจางๆก่อนจะนั่งลงตรงข้าม
วินาทีต่อมากู่หลิงเจี้ยนเหลือบมองสตรีชุดขาวที่ปิดบังใบหน้าข้างกายหลี่ชิงหยุนก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัย "แล้วแม่นางผู้นี้คือ?"
หลี่ชิงหยุนยิ้มจางๆก่อนจะตอบกลับ "ให้ข้าแนะนำ นางคือนาหลันเสี่ยวฉี ภรรยาของข้า"
"โอ้? ช่างเป็แม่นางที่งดงามยิ่งนัก เช่นนั้นข้าจะเรียกแม่นางว่าน้องเขย ฮ่าฮ่าฮ่า" กู่หลิงเจี้ยนหัวเราะอย่างพึงพอใจ
"สวัสดีพี่กู่" นาหลันเสี่ยวฉีทักทายอย่างสง่างาม
"อืม" กู่หลิงเจี้ยนพยักหน้าเบาๆก่อนจะหันกลับไปที่ทางเข้า "หลิงหลง มาที่นี่ ให้ข้าแนะนำใครบางคนให้เ้ารู้จัก"
สตรีอาภรณ์สีแดงเดินเข้ามาอย่างไวว่อง ก่อนจะหยุดลงที่โต๊ะไม้สลักกลางห้อง ทว่ายามนี้นางได้ถอดชุดเกราะต่อสู้แล้ว เหลือเพียงอาภรณ์สีแดงยาวคลุมถึงขา กลิ่นกายของนางช่างหอมกรุ่นดุจดั่งดอกลิลลี่ก็มิปาน
"นี่คือน้องชายข้า หลี่ชิงหยุน เขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อไม่นานมานี้..." กู่หลิงเจี้ยนกล่าวกับสตรี ก่อนจะหันไปหาหลี่ชิงหยุน "และนางคือน้องสาวของข้ากู่หลิงหลง แม้ว่าเราจะมาจากคนละแม่กัน แต่ทว่าข้ารักและเอ็นดูนางไม่ต่างจากน้องสาวแท้ๆ แม่นางจะดูคล้ายกับบุรุษอยู่บ้าง แต่ข้ารับรองได้ว่านางมีบุคลิกนิสัยที่ดีอย่างมาก"
ก่อนจะกล่าวต่ออย่างเลศนัย "บางทีนางอาจจะเหมาะกับเ้าก็เป็ได้ ฮี่ฮี่"
"พี่ชาย ท่านกำลังพูดบ้าอะไรอยู่!?" กู่หลิงหลงใช้มือเรียวบางทุบตีกู่หลิงเจี้ยนอย่างเขินอายก่อนจะบิดตัวคล้ายงูโดนน้ำร้อนลวก
"ฮ่าๆๆ หลิงหลงข้าแค่ล้อเล่น แค่ล้อเล่นเท่านั้น อย่าจริงจังเกินไปหน่อยเลย" กู่หลิงเจี้ยนหัวเราะเบาๆ
"ฮึ่ม!" กู่หลิงหลงบุ้ยปาก
"โอ้?" นาหลันเสี่ยวฉีลอบอุทานกับตน ก่อนจะจดจ้องกู่หลิงหลงด้วยรอยยิ้มลึกลับ
"สวัสดีแม่นางกู่ ยินดีที่ได้รู้จัก" หลี่ชิงหยุนยืนขึ้นอย่างราบเรียบก่อนประสานมืออย่างสุภาพ
"เอ่อ พี่ชายหลี่ไม่จำเป็ต้องสุภาพนัก" กู่หลิงหลงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทำอะไรไม่ถูก มือของนางกำลังจับชายเสื้อคลุมอย่างลุกลน
ทันใดนั้นกู่หลิงเจี้ยนหัวเราะพรวดจนชาเกือบจะถูกพ่น "วะฮ่าฮ่าฮ่า หลิงหลง หลี่ชิงหยุนเพิ่งอายุ 15 ปีเอง เ้าจะเรียกเขาว่าพี่ชายได้อย่างไร?"
"เอ๊ะ? อายุ 15 ปีงั้นหรือ?" กู่หลิงหลงอ้าปากค้างมองไปยังหลี่ชิงหยุนอย่างมึนงง
"ถูกต้อง ข้าเพิ่งอายุ 15 เท่านั้น" หลี่ชิงหยุนหัวเราะเบาๆเมื่อสังเกตปฏิกิริยาที่น่าขบขัน
สีหน้าของกู่หลิงหลงปรากฏร่องรอยบางอย่าง "เอ่อ... หากไม่รังเกียจเรียกข้าหลิงหลงก็ได้" นางกล่าวอย่างตะกุกตะกักติดขัด รอยแดงดุจลูกพีชปรากฏขึ้นข้างแก้มที่บอบบาง
"นั่น…" หลี่ชิงหยุนมองอย่างสับสนก่อนจะพยักหน้ารับ "เช่นนั้นหลิงหลง เรียกข้าว่าชิงหยุนก็ได้ อย่างไรเสียข้าเองก็ถือว่าเป็น้องชายของพี่กู่"
"ตกลง ข้าจะเรียกเ้าว่าชิงหยุนเช่นกัน" สีหน้าของกู่หลิงหลงแสดงออกถึงความพึงพอใจยิ่งนัก
กู่หลิงเจี้ยนกลอกตามองทั้งสอง พร้อมหลับตาลงก่อนจะกระแอมขัดจังหวะ "อะแฮ่มๆ สนใจข้าหน่อย"
ใบหน้ากู่หลิงหลงเปลี่ยนเป็สีชมพูก่อนจะก้มหน้าอย่างขวยเขิน
เมื่อมองเห็นปฏิกิริยาของน้องสาวตน สีหน้าของกู่หลิงเจี้ยนแข็งค้างดุจหิน 'เป็ไปได้หรือไม่ว่าหลิงหลงชอบพอน้องชายหลี่เข้าให้แล้ว?'
กู่หลิงเจี้ยนส่ายหัวก่อนจะหันไปหาหลี่ชิงหยุน "น้องชาย การแสดงของเ้าในวันนี้ทำให้ข้าประหลาดใจอย่างยิ่ง ทีแรกข้าคิดว่าเ้าเก่งแค่วิชาแพทย์เสียอีก"
"ภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์จากที่เ้าอยู่เพียงแค่ระดับลมปราณหยก บัดนี้กลับอยู่ที่ระดับลมปราณโลกขั้นกลางแล้ว... แม้ว่าข้าจะรู้อยู่ก่อนหน้าแล้วว่าอนาคตของเ้าจะไม่ธรรมดา ทว่าข้าไม่คาดคิดว่าระดับการบ่มเพาะของเ้าจะเพิ่มขึ้นรวดเร็วถึงเพียงนี้"
กู่หลิงหลงเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อ "พี่ชาย ท่านหมายความว่าชิงหยุนสามารถก้าวข้ามหนึ่งระดับหลักได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนงั้นหรือ?"
กู่หลิงเจี้ยนยิ้มและพยักหน้าตอบ "ถูกต้อง"
หลี่ชิงหยุนหรี่ตาลงก่อนตอบด้วยน้ำเสียงธรรมดา "ข้าแค่โชคดีเล็กน้อยเท่านั้น"
แต่ทว่ากู่หลิงเจี้ยนกลับส่ายหัว "เ้าที่สามารถใช้ได้แม้กระทั้งเจตนากระบี่ที่บริสุทธิ์ปานนั้น เกรงว่าคงจะไม่ใช่เพียงแค่โชคแล้วกระมัง"
หลี่ชิงหยุน "....."
กู่หลิงเจี้ยนเข้าใจว่าหลี่ชิงหยุนไม่้าให้ถามเื่ราวนี้ต่อเขาจึงเงียบงันไป
"เอาล่ะ เช่นนั้นข้าจะให้คำแนะนำเ้าเล็กน้อยเกี่ยวกับการเข้าสู่เมืองต้าเฉียนในคราวนี้" ทันใดนั้นน้ำเสียงของกู่หลิงเจี้ยนแปรเปลี่ยนเป็จริงจัง
หลี่ชิงหยุนถาม "มันคืออะไร?"
"เ้าอาจจะได้รับข่าวมาแล้วว่ามีถ้ำลึกลับปรากฏในเมืองต้าเฉียน แต่ทว่าตระกูลเฉียนคงจะไม่อยู่เฉยให้ตระกูลอื่นได้รับมาโดยง่ายเป็แน่" กู่หลิงเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบ
หลี่ชิงหยุนเลิกคิ้วอย่างสงสัย "พี่กู่ มีอะไรอยู่เื้ัเื่นี้หรือไม่?"
กู่หลิงเจี้ยนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "เมื่อพวกเขาค้นพบการมีอยู่ของถ้ำ ตระกูลเฉียนจึง้ารับทรัพยากรทั้งหมดไว้กับตนั้แ่เริ่มแรก ทว่าด้วยคำสั่งของกษัตริย์และหัวหน้าตระกูลดั้งเดิมทั้งสี่หลังจากการประชุมหารือกว่าสัปดาห์ จึงได้ข้อสรุปว่าให้เยาวชนอายุไม่เกิน 30 ปีจึงจะมีสิทธิ์เข้าสู่ถ้ำได้... แน่นอนว่าการต่อสู้เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เว้นเพียงแต่ห้ามสังหารและทำให้พิการเท่านั้น"
สีหน้าหลี่ชิงหยุนปรากฏร่องรอยความสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม "หืม? แล้วเหตุใดจึงกำหนดขอบเขตอายุด้วย?"
กู่หลิงเจี้ยนตระหนักอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปาก "นั่นเป็เพราะทั้งสี่ตระกูลจะคัดเลือกคนสามคนต่อหนึ่งตระกูลดั้งเดิมเพื่อเข้าสู่ตำหนักน้ำพุจิติญญาที่เขตลานพระราชวังจากถ้ำต้าเฉียน"
"หลายปีก่อนราชวงศ์จีใช้การประลองเป็ตัวตัดสินการเข้าสู่พระราชวัง ทว่าครั้งนี้แตกต่างออกไป ผู้ที่เข้าสำรวจถ้ำต้าเฉียนและทำผลงานได้ดีเยี่ยมหรือตรงตามเงื่อนไขจะได้รับเลือกในการเข้าสู่พระราชวังและแช่ตัวในบ่อน้ำพุจิติญญาตลอดวัน... สุดท้ายแล้วต่อหนึ่งตระกูลดั้งเดิมจะคัดเลือกเพียงแค่สามคนเท่านั้น!"
"น้ำพุจิติญญา? ราชวงศ์จีมีน้ำพุจิติญญาด้วยงั้นรึ?" หลี่ชิงหยุนลอบอุทาน และไม่คาดคิดว่าอาณาจักรล่างเช่นนี้กลับมีบ่อน้ำพุจิติญญาที่หายากยิ่ง
กู่หลิงเจี้ยนพยักหน้า "ถูกต้อง น้ำพุจิติญญาเป็สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติตามพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมหลอมรวมระหว่างพลังธาตุหยินและธาตุหยางอย่างสมดุล ฤทธิ์ของมันคือบำรุงจิติญญาให้ทรงพลังเพื่อก่อเป็ขั้นบันไดในการบุกทะลวงในภายภาคหน้า"
ก่อนจะกล่าวต่อ "จริงๆแล้วน้ำพุจิติญญาไม่ได้มีไว้สำหรับการเพิ่มระดับโดยตรง หากแต่จะสร้างความน่าสะพรึงให้แก่เยาวชนเพื่อวางรากฐานสำหรับอนาคต ยิ่งอายุน้อยเท่าใดผลของน้ำพุจิติญญาก็จะยิ่งทวีความบริสุทธิ์ และเยาวชนผู้ที่ดูดซับจะมีโอกาสที่เหนือกว่าคนรุ่นก่อนอย่างเด่นชัด"
"เนื่องจากการบุกฝ่าฟันเข้าสู่ระดับถัดไปต้องอาศัย ร่างกาย พลังปราณและจิติญญาที่ก่อสมดุลระหว่างกัน หากได้ดูดซับน้ำพุจิติญญาเข้าไปแล้วก็เท่ากับเป็การวางรากฐานสำหรับจิติญญาเช่นกัน และไม่ต้องหวั่นเกรงเกี่ยวกับคอขวดด้านพลังิญญาอีกต่อไป"
กู่หลิงเจี้ยนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวต่อ "แต่ทว่าส่วนลึกของน้ำพุจิติญญาที่นั่นพิเศษกว่าเล็กน้อย ส่วนลึกจะมีถ้วยเล็กๆสำหรับคนไม่กี่คน เมื่อข้าเข้าไปในอดีตและดื่มน้ำพุในถ้วยนั้น มันกลับสามารถฟื้นฟูพลังปราณ เส้นลมปราณ จุดกักเก็บปราณ และสภาพร่างกายได้ดั่งเช่นน้ำอมฤตหายาก"
"และยังสามารถขับล้างสิ่งเจือปน ซ้ำยังฟื้นฟูรอยแผลเป็จากิัให้กลับสู่สภาพดังเดิมได้... ส่วนใหญ่แล้วจะเป็อิสตรีที่้าน้ำพุในถ้วยนั้นอย่างมาก"
"โอ้?" หลี่ชิงหยุนลอบยิ้มเบาๆเมื่อได้ฟังคำอธิบายจนถึงตอนนี้ ตนพลันนึกบางอย่างที่ตรงคำอธิบายได้
หากน้ำพุจิติญญาสามารถฟื้นฟูรอยแผลเป็และล้างสิ่งเจือปนได้ สิ่งนั้นจะไม่ถูกเรียกว่าน้ำพุจิติญญาอีกต่อไป หากแต่จะเรียกอีกชื่อว่า 'น้ำพุแห่งการหวนคืน'
น้ำพุแห่งการหวนคืนเป็ชื่อเรียกของน้ำพุจิติญญาตั้งต้นที่หลอมรวมเข้ากับปราณแห่งจิติญญาจากธรรมชาติที่เข้มข้นกว่าสภาพแวดล้อมทั่วไป ซ้ำยังต้องใช้เวลาพันปีจึงจะปรากฏน้ำพุแห่งการหวนคืนขึ้น
โดยปกติแล้วแห่งน้ำพุจิตวิญญาญที่สั่งสม ณ ที่แห่งเดียวเกินกว่า 1,000 ปีจึงจะถูกเรียกว่าน้ำพุแห่งการหวนคืนแต่จะมีการผลิตที่น้อยกว่ามาก นี่แสดงให้เห็นว่าฝั่งของราชวงศ์จีได้สิ่งของล้ำค่าโดยไม่คาดคิด
จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดราชวงศ์จีที่มีเพียงสี่ตระกูลดั้งเดิมกลับสามารถยืนอยู่เหนือราชวงศ์อื่นๆได้เฉกเช่นทุกวันนี้
กษัตริย์ที่ไม่ละโมบต่อความแข็งแกร่งของตน หากแต่แบ่งให้แก่ตระกูลทั้งสี่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งไปพร้อมกัน ช่างเป็ทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมยิ่ง
แต่ที่หลี่ชิงหยุนยังฉุกคิดสงสัย จากที่ตนได้อ่านในตำรา ประวัติความเป็มาของอาณาจักรเซวียนมีไม่ถึง 1,000 ปีด้วยซ้ำ ไฉนเลยจึงมีน้ำพุแห่งการหวนคืนปรากฏขึ้น?
สิ่งนี้อาจจะหมายความว่าอาณาจักรเซวียนมีมาก่อนหน้ากว่า 1,000 ปีแล้ว!
"อาณาจักรล่างที่ยากจนเช่นนี้ ต้องมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่เป็แน่" นี่คือข้อสรุปของหลี่ชิงหยุนหลังจากได้รับฟังเื่นี้
การที่ราชวงศ์จีที่มีประวัติความเป็มาแค่หลายร้อยปีเป็ไปไม่ได้ที่จะน้ำพุแห่งการหวนคืนมาเนิ่นนาน นั่นแสดงให้เห็นว่าน้ำพุแห่งการหวนคืนมีมาก่อนหน้านั้น แต่ด้วยเหตุผลบางประการไม่มีผู้ใดที่รู้เกี่ยวกับเบื้องลึกเื้ัของการกำเนิดขึ้นของอาณาจักรเซวียน
ไม่ว่าจะเป็ทักษะดาบไร้ปราณีที่ตนได้พบเจอในเขตอู่ กระบี่กลืนิญญาจากสนามรบโบราณ ซ้ำยังมีดาบจันทราเยือกแข็งในคลังเก็บของราชวงศ์ ซึ่งเป็ไปไม่ได้ที่สิ่งของพวกนี้จะสร้างขึ้นโดยผู้คนพื้นเมืองจากอาณาจักรเซวียน
"น้องชาย คิดสิ่งใดอยู่งั้นหรือ?" กู่หลิงเจี้ยนเอ่ยถามเมื่อเห็นหลี่ชิงหยุนแลดูเหม่อลอยชอบกล
หลี่ชิงหยุนรีบส่ายหัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้ม "พี่กู่ ข้ามีเื่อยากจะถามท่าน"
กู่หลิงเจี้ยนพยักหน้าและสะดับรับฟังอย่างตั้งใจ
"หลินเทียนผู้นั้นมีที่มาอย่างไรกันแน่? เหตุใดผู้เฒ่าผู้นั้นจึงลงมือกับข้าโดยไม่สนใจคำครหาเช่นนี้? ซ้ำยังแทรกแซงการต่อสู้ของข้ากับหลินเทียนอีก" หลี่ชิงหยุนยิงคำถามที่ตนสงสัยในยามนี้
พลังิญญาจางๆที่ตรึงตนไว้ในขณะนั้นเกิดจากฝีมือของกู่เหลาไม่ผิดเพี้ยนเป็แน่
กู่หลิงเจี้ยนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว "เื่นี้...นั่นเป็เพราะผู้เฒ่าเหลาเป็ปู่แท้ๆของหลินเทียน ลูกสาวของผู้เฒ่าเหลาได้พบรักและตบแต่งกับหลินจ้านซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลหลินในปัจจุบัน เป็ธรรมดาที่เขาจะทะนุถนอมและคอยประคับประคองทุกอย่างให้แก่หลานชาย แต่ทว่าหลินเทียนนั้นไม่ได้มีพร์มากมายนัก ด้วยการเอาอกเอาใจจากคนรอบข้างจนเกินเหตุ และเนื่องจากมันเป็น้องเล็กในตระกูล ดังนั้นแล้วมันจึงหยิ่งผยองโดยธรรมชาติ"
"โอ้? ที่แท้ก็เป็เครือญาติกัน" หลี่ชิงหยุนลอบพยักหน้าอย่างเข้าใจเื่ราว ไม่น่าแปลกใจเลยที่กู่เหลาทำทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนหลินเทียนให้ได้รับชัยชนะอย่างปิดหูปิดตาเช่นนี้
