“ก๊อกๆๆ!” หัวมู่เคาะประตูเบาๆ
สิบกว่าวินาทีให้หลัง ประตูไม้ก็เปิดออกช้าๆ เด็กสาวคนหนึ่งสวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้ามัดผมหางม้าโผล่หัวออกมาจากในประตู
วินาทีที่เด็กสาวผู้นั้นโผล่หน้าออกมา เนี่ยเทียนพลันรู้สึกว่าเมืองโพ่เมี่ยที่มืดมัวพลันเปลี่ยนมาเป็สว่างไสวในพริบตา
ใบหน้าของสาวน้อยงดงามที่สุดเท่าที่เนี่ยเทียนเคยพบเจอ ไม่ว่าจะเป็เจียงหลิงจูหรืออันซืออี๋ หรือแม้แต่ซูหลินที่เจอในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็ยังด้อยกว่านางหนึ่งระดับ
ดวงตาของสาวน้อยใสกระจ่างประดุจอัญมณี ไม่มีความขุ่นมัวใดๆ แม้แต่นิดเดียว ราวกับว่ามีเสน่ห์รัดรึงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้คนจมจ่อมอยู่กับมัน
เนี่ยเทียนแค่มองนางครั้งเดียวก็มีความรู้สึกเหมือนไม่อาจละสายตาไปจากนางได้ ด้วยเหตุนี้นับั้แ่ที่นางโผล่หน้าออกมา เนี่ยเทียนจึงเอาแต่จ้องดวงตาของนางตาไม่กะพริบ
ตลอดทั้งร่างกายและจิตใจของเนี่ยเทียนคล้ายถูกดวงตาคู่นั้นดึงดูด และกำลังจะเดินหลงเข้าไปทีละนิด
“ท่านหัว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” สาวน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ร้อนไม่หนาว
นางพูดออกมาหนึ่งประโยค เนี่ยเทียนจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาโดยพลัน รู้ว่าตัวเองกำลังเสียมารยาท
เนี่ยเทียนจึงรีบถอนสายตากลับ ไม่กล้ามองดวงตานางอีก กลัวว่าจะทำให้หัวมู่ต้องขายหน้าและถูกสาวน้อยผู้นั้นดูิ่
หัวมู่เห็นท่าทางขัดเขินของเนี่ยเทียนก็หัวเราะเฮอๆ ตบไหล่ของเขาแล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องเขินอายไปหรอก เด็กวัยเดียวกันที่เห็นฉีฉีครั้งแรกก็มีท่าทางเหมือนเ้าทั้งนั้นแหละ”
ไม่รอฟังคำอธิบายของเนี่ยเทียน หัวมู่ก็หันไปพูดกับสาวน้อยคนนั้น “นี่คือหลานห่างๆ ของข้า เขาชื่อหัวเทียน วันนี้เพิ่งมาที่อาณาจักรเลี่ยคงเป็ครั้งแรก ข้าอยากให้เขาอยู่กับพวกเ้าสักพัก เขาไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับอาณาจักรที่สิบของดินแดนดาวตกมาก่อน หวังว่าฉีฉีจะช่วยอธิบายให้เขาเข้าใจ”
“หลังจากนี้ก็ให้เขาช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ และเ้าก็มอบหินวิเศษที่เหมาะสมกับความสามารถในการทำงานของเขา โดยไม่จำเป็ต้องเห็นแก่หน้าข้า"
“อ้อ” เผยฉีฉีใช้สายตาตรวจสอบมองเนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำ แล้วพลันขมวดคิ้ว “ขอบเขตเขาค่อนข้างต่ำต้อย หลอมอาวุธเป็หรือไม่?”
“ไม่เป็” หัวมู่ตอบแทนเนี่ยเทียน
“ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ได้หินวิเศษมากนัก” น้ำเสียงเผยฉีฉีเ็า ต่อให้มีหัวมู่อยู่ด้วยนางก็ไม่ได้สนใจความรู้สึกของเนี่ยเทียน
เวลานี้ เนี่ยเทียนที่ผ่านการตะลึงความงามก่อนหน้านี้มาได้แล้วจึงค่อยๆ กลับมามีสติอีกครั้ง
ตอนที่เนี่ยเทียนมองสาวน้อยตรงหน้า แม้ว่าจะยังคงตื่นตะลึงไปกับความงามของนาง ทว่าอย่างน้อยก็ไม่หลงใหลสิ้นสติอีกแล้ว ได้ยินคำพูดดูถูกที่หญิงสาวมีต่อตน เนี่ยเทียนก็ไม่โกรธ แต่ยังคงรักษาท่าทีนิ่งเฉย
“ฮ่าๆ กฎของอาจารย์เ้าข้าย่อมรู้อยู่แล้ว” หัวมู่หัวเราะแล้วก็หันมาแนะนำให้เนี่ยเทียนฟัง “นางคือเผยฉีฉี ต่อไปเมื่ออยู่ในเมืองโพ่เมี่ย เ้าจงฟังคำสั่งจากนาง หากเ้าคิดจะ่ชิงหินวิเศษมาให้ได้ก็ต้องดูที่ความสามารถของเ้าเอง ฉีฉีไม่มีทางดูแลเ้าเป็พิเศษเพราะว่าเ้าคือหลานของข้าแน่นอน”
“ข้าเข้าใจขอรับ” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
“เช่นนั้นเอาตามนี้แหละ ข้ายังมีธุระ ต้องไปก่อนแล้ว” หัวมู่หันหลังกลับได้ก็เตรียมจะจากไป
“ท่านหัว” เผยฉีฉีเอ่ยเรียกเบาๆ
หัวมู่หันกลับมา มองนางด้วยความสงสัย “มีอะไรอีกหรือ?”
“ท่านอุตส่าห์มาทั้งทีจะไม่ไปเจออาจารย์ของข้าหน่อยหรือ? เห็นท่านอาจารย์ข้าบอกว่า อายุขัยของท่าน...เหลืออีกไม่มากแล้ว ครั้งหน้ากว่าท่านจะมาอีกก็ไม่รู้เมื่อไหร่” เผยฉีฉีกล่าว
ดวงตาของหัวมู่มีความสับสนวาบผ่าน ส่ายหัวกล่าวว่า “ช่างเถอะ ไว้ค่อยเจอกันคราวหน้าก็แล้วกัน”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้เขาก็รีบไปจากที่แห่งนี้ด้วยท่าทีเร่งร้อนอย่างเห็นได้ชัด ไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวกลับมามอง ราวกับกลัวว่าหากสองจิตสองใจมากกว่านี้จะจากไปไม่ได้อีก
ใบหน้าเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความงุนงง นับั้แ่ที่เขารู้จักหัวมู่มายังไม่เคยเห็นหัวมู่มีท่าทีลนลานร้อนรนอย่างนี้มาก่อน
“เฮ้อ” หญิงสาวที่ชื่อว่าเผยฉีฉีเห็นว่าหัวมู่จากไปอย่างรวดเร็วราวกับ้าหนีอะไรบางอย่างก็ถอนหายใจหนึ่งครั้งคล้ายรู้สึกเสียดาย
เนี่ยเทียนเห็นว่านางยืนเหม่อ จึงแอบสร้างทิพย์จักษุข้างหนึ่งขึ้นมาหมายจะดูตบะที่แท้จริงของนาง
เมื่อเขาใช้พลังแห่งดวงดาวของสะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่อยู่ในมหาสมุทรจิติญญาก็พบว่าตัวเองสงบลงทันที และไม่ได้รับอิทธิพลจากเผยฉีฉีอีก
ทว่าเมื่อเขารวมทิพย์จักษุขึ้นมาเพื่อไปตรวจสอบดูขอบเขตของเผยฉีฉีกลับพบว่าบนร่างของเผยฉีฉีให้ความรู้สึกเหมือนห้วงเวลาบิดเบือน
ทั้งๆ ที่เผยฉีฉียืนอยู่ตรงหน้าเขา ทว่าเขากลับรู้สึกเหมือนคนทั้งสองอยู่กันคนละห้วงมิติ
ความรู้สึกผิดปกติเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงทำให้เขาไม่สามารถมองเผยฉีฉีออกได้
นับั้แ่ที่เขาเริ่มสร้างทิพย์จักษุขึ้นมาเพื่อตรวจสอบคนอื่น ทุกครั้งจะต้องมองออกถึงตบะและขอบเขตที่แท้จริงของอีกฝ่ายได้คร่าวๆ มีเพียงข่าหลัวที่เป็ภูตผีปีศาจชั้นสูงเท่านั้นที่ทิพย์จักษุยังไม่ทันเข้าใกล้ก็แตกกระจายไปก่อนเพราะสายตาของข่าหลัว
นอกจากข่าหลัวแล้วเขาก็มองไม่ออกถึงความผิดปกติใดๆ บนร่างของหัวมู่เช่นกัน
เผยฉีฉีคือคนที่สามนอกจากข่าหลัวและหัวมู่ที่ทิพย์จักษุของเขาไม่สามารถตรวจสอบตบะแท้จริงได้ เขาเชื่อว่าด้วยอายุของเผยฉีฉี ย่อมไม่มีขอบเขตถึงข่าหลัวและหัวมู่แน่นอน
สิ่งที่ทำให้เกิดความผิดปกติเช่นนี้น่าจะเป็เพราะความรู้สึกถึงห้วงเวลาบิดเบือนที่อยู่บนร่างของเผยฉีฉี นี่หมายความว่าเผยฉีฉีไม่เหมือนกับผู้ใด
“เ้าทำอะไร? ตรวจสอบข้ารึ?” เผยฉีฉีที่จมจ่อมอยู่กับการครุ่นคิดพลันััได้ นางแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้งแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “ขอบเขตต่ำต้อย แต่ความกล้ากลับมีไม่น้อย!”
“เอ่อ...คือข้าชินแล้ว” เนี่ยเทียนยิ้มประจบ
นับั้แ่ที่เขาใช้สะเก็ดดาวเจ็ดดวงในมหาสมุทรจิติญญา เขาก็เดินออกมาจากสภาวะลุ่มหลง ทำให้เมื่อเขาเผชิญหน้ากับเผยฉีฉีจึงกลับคืนสู่ความเป็ตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
“ชินแล้ว?” เผยฉีฉีมีสีหน้าเ็า ไม่คิดจะมีมารยาทต่อเนี่ยเทียนอีก หมุนตัวได้ก็เดินเข้าไปในลานกว้าง “ตามข้ามา”
เนี่ยเทียนติดตามไปอย่างว่าง่าย
“ศิษย์พี่หญิงเผย” ในลานกว้างมีเด็กอ้วนเตี้ยคนหนึ่งยิ้มตาหยีเดินเข้ามารับหน้า “เมื่อครู่นี้ใครหรือ? แล้วเ้าหมอนี่เล่าเป็ใคร?”
“เขาชื่อหัวเทียน เป็หลานของท่านหัว เขาถูกท่านหัวพาตัวมาอยู่กับพวกเราชั่วคราว” หลังจากที่เผยฉีฉีเข้ามาก็มอบตัวเนี่ยเทียนให้เด็กอ้วนเตี้ยคนนั้นจัดการ “เ้ารับผิดชอบพาเขาไปดูที่พัก เขาเพิ่งมาอาณาจักรเลี่ยคงของเราเป็ครั้งแรก เ้าช่วยอธิบายเื่เกี่ยวกับที่นี่ให้เขาฟังหน่อย แล้วพรุ่งนี้เช้าเ้าก็หางานง่ายๆ ให้เขาทำ”
“ตกลง หัวเทียนใช่หรือไม่? ต่อไปเ้าก็มาทำงานอยู่กับข้าก็แล้วกัน” เด็กอ้วนกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัด
เนี่ยเทียนตะลึง
ตามที่หัวมู่บอก เขาควรจะติดตามเผยฉีฉี แถมก่อนหน้านี้เผยฉีฉีก็รับปากหัวมู่ไปแล้ว
นึกไม่ถึงว่าพอหัวมู่จากไป เผยฉีฉีกลับเอาเขามาโยนให้เด็กอ้วนนั่น แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะนางไม่เห็นความสำคัญของเขาอยู่แล้ว หรือเป็เพราะเมื่อครู่นี้ที่เขาใช้ทิพย์จักษุไปตรวจสอบนางจึงเป็การล่วงเกินเผยฉีฉีกันแน่
“ยังยืนอึ้งอยู่ทำไม? ตามข้ามาสิ ทำไม? พอไม่ได้อยู่กับศิษย์พี่หญิงเผยเ้าก็เลยรู้สึกไม่พอใจอย่างนั้นหรือ?” เด็กอ้วนเบ้ปาก กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “คนอย่างเ้าที่เข้ามาเพราะเส้นสายไม่มีสิทธิ์ได้ติดตามศิษย์พี่หญิงเผย มีนายท่านหลี่อย่างข้ามาคอยดูแลเ้าก็ถือว่าเป็ความโชคดีอย่างใหญ่หลวงของเ้าแล้ว”
เด็กอ้วนกระชากลากถูเนี่ยเทียนออกไปให้พ้นจากเส้นสายตาของเผยฉีฉี
หลังจากที่เงาร่างของเนี่ยเทียนหายวับไปแล้ว เผยฉีฉีถึงได้ขมวดคิ้วน้อยๆ พูดกับตัวเองเบาๆ “ท่านหัวอยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด เหตุใดอยู่ๆ ถึงมีหลานห่างๆ ได้? กระแสจิตที่คนผู้นั้นใช้ตรวจสอบข้าก็ค่อนข้างประหลาด ถึงขนาดทำให้สนามกำลังห้วงมิติของข้าโคจรขึ้นมาเอง”
-----
