“เงยหน้าขึ้น”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจตวาดลั่น แอนสะดุ้งเฮือก แต่ยังก้มหน้างุดด้วยความกลัว
หลี่เหว่ยลุกจากบัลลังก์ ก้าวเดินลงมาช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาทำให้แอนรู้สึกเหมือนมัจจุราชกำลังคืบคลานเข้ามา เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ รองเท้าบูทหนังเปื้อนเืหยุดอยู่ที่ปลายจมูกของแอน
ดาบถูกชักออกจากฝัก แอนหลับตาปี๋ เตรียมรับความเ็ป แต่กลับรู้สึกถึงความเย็นเยียบของโลหะที่แตะเข้าที่ปลายคางมน
“ข้าบอกให้เงยหน้า” หลี่เหว่ยใช้ปลายดาบเชยคางของเธอให้เงยขึ้น บังคับให้สบตากับเขา
แอนจำใจต้องลืมตาขึ้น สบตากับพญามัจจุราชตรงหน้า น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มที่ซีดเผือด
“เ้าเป็ใคร? มาจากเผ่าไหน? หรือเป็สายลับของพวกคนเถื่อน?” หลี่เหว่ยถามเสียงเรียบ แต่กดปลายดาบลงกับผิวเนื้ออ่อนนุ่มที่ลำคอจนเืซิบ
แอนตัวสั่นระริก ปากคอสั่น “ฉะฉันไม่รู้เื่ ฉันชื่อแอน อัญชัน ฉันเป็นักแสดงปล่อยฉันไปเถอะ”
เธอพยายามอธิบายเป็ภาษาไทย แต่เมื่อเห็นแววตาไม่เข้าใจของเขา เธอจึงเปลี่ยนไปใช้ภาษาอังกฤษที่พอจำได้ “Please help me I'm lost No spy No spy”
คิ้วเข้มของหลี่เหว่ยขมวดเข้าหากันทันที ภาษาประหลาดที่นางพ่นออกมาฟังดูเหมือนการร่ายเวทมนตร์ดำ ยิ่งทำให้นางดูน่าสงสัยในสายตาเขา
“หยุดร่ายคาถา บังอาจนัก อยู่ต่อหน้าข้ายังกล้าเล่นลิ้น” เขาตวาดลั่น กดดาบลึกขึ้นอีกนิด
“ไม่ใช่นะ ฮืออออกลัวแล้วอย่าฆ่าฉัน” แอนร้องไห้โฮ หมดมาดนางเอกผู้แสนเย่อหยิ่ง เธอยกมือขึ้นพนมไหว้ขอชีวิต ปลายนิ้วเรียวสวยสั่นเทา
หลี่เหว่ยจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตานั้น ความรู้สึกบางอย่างกวนใจเขาอีกแล้ว สตรีผู้นี้ดูอ่อนแอและเปราะบางเหลือเกิน ผิวพรรณของนางเนียนละเอียดเกินกว่าจะเป็นักรบหรือสายลับ มือของนางนุ่มนิ่มไร้รอยด้านของคนจับอาวุธ แต่นางงดงามเกินไปงดงามจนผิดปกติ
“ถ้านางไม่ใช่สายลับนางซ่อนอาวุธไว้ที่ไหน ชุดของนางประหลาดนัก อาจจะซ่อนเข็มพิษหรือมีดสั้นไว้ก็ได้ ขอรับท่านอ๋อง” ขุนนางเฒ่าคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
คำยุยงนั้นจุดประกายความระแวงของหลี่เหว่ยขึ้นมาอีกครั้ง เขาหรี่ตามองชุดไทยที่แอนสวมใส่ มันดูรุ่มร่ามแต่ก็เปิดเผยเนื้อหนังอย่างประหลาด
“ดีงั้นข้าจะพิสูจน์เอง”
“อย่านะท่านจะทำอะไร” แอนเบิกตาโพลงเมื่อเห็นหลี่เหว่ยขยับข้อมือ
“ค้นตัว” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะตวัดดาบในมือด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด
เสียงผ้าไหมฉีกขาดดังบาดหู แอนกรีดร้องลั่นด้วยความใ ปลายดาบคมกริบของหลี่เหว่ยกรีดลงบนสไบที่พาดไหล่ซ้ายของเธอ ตัดจนผ้าขาดผึงร่วงลงไปกองที่เอว
การกระทำที่อุกอาจและรวดเร็วทำให้แอนไม่ทันตั้งตัว ท่อนบนของเธอที่ปราศจากสไบปกปิด เผยให้เห็นเกาะอกชั้นในที่เป็เพียงผ้าแถบสีทองรัดพันรอบอกอิ่มไว้อย่างิ่เหม่
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคนทั้งท้องพระโรงช่างเย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ
เนินอกขาวผ่องดุจหิมะแรกฤดูอวดโฉมออกมาอย่างเด่นชัด ร่องอกลึกที่เบียดชิดกันแน่นจากการรัดพันของผ้าแถบ ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่แดงระเรื่อจากความเย็นและรอยกดทับของเนื้อผ้า เอวคอดกิ่วที่เว้าโค้งได้สัดส่วนราวกับนาฬิกาทราย และหน้าท้องแบนราบที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ
“เฮือก”
เสียงสูดลมหายใจของเหล่าทหารและขุนนางดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย สายตาหลายสิบคู่จับจ้องไปที่เรือนร่างขาวสว่างจ้านั้นด้วยความหื่นกระหายอย่างโจ่งแจ้ง บางคนถึงกับเลียริมฝีปาก สายตาโลมเลียไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเชลยสาวอย่างหยาบคาย
แอนรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอก ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความอับอายที่สุดในชีวิต เธอเหมือนถูกจับแก้ผ้าต่อหน้าธารกำนัล ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงถูกย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดี
แต่คนที่รู้สึกรุนแรงที่สุดกลับไม่ใช่ใครอื่นคือหลี่เหว่ย
ทันทีที่สไบขาดลงและเผยให้เห็นผิวขาวเนียนกับร่องอกอวบอิ่มนั้น ความรู้สึกหวงแหนอย่างรุนแรงพุ่งพล่านขึ้นมาในอกของท่านอ๋องหนุ่ม เขาเห็นสายตาของลูกน้องที่มองมาที่นาง ราวกลับมองของของเขา
ความโกรธเกรี้ยวที่ไร้เหตุผลปะทุขึ้นราวกับูเาไฟะเิ มือที่กำดาบสั่นระริก
ทำไมข้าต้องโกรธ? นางเป็แค่เชลยใครจะมองก็ช่างปะไร เขาเถียงกับตัวเองในใจ แต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวไปก่อนความคิด
หลี่เหว่ยกระชากผ้าคลุมขนสัตว์สีดำสนิทของตนเองออกจากไหล่ แล้วสะบัดมันคลุมลงบนร่างของแอนที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น ปิดบังเรือนร่างยั่วยวนนั้นให้พ้นจากสายตาโลมเลียของคนอื่นจนมิดชิด เหลือให้เห็นเพียงใบหน้าเปื้อนน้้ำตา
“มองอะไรกัน ควักลูกตาออกมาดีไหม!”
เสียงตวาดก้องกังวานดุจราชสีห์คำราม ทำให้ทหารทุกคนสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้ามองพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าสบตาอ๋องพยัคฆ์ในยามเกรี้ยวกราดเช่นนี้
หลี่เหว่ยหอบหายใจแรง จ้องมองก้อนผ้าคลุมที่สั่นเทาอยู่แทบเท้า เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมหัวใจถึงเต้นแรงขนาดนี้ ทำไมเืในกายถึงสูบฉีดพล่านเพียงแค่เห็นผิวกายของนาง
เขารู้เพียงอย่างเดียวนางอันตราย อันตรายยิ่งกว่ากองทัพนับหมื่น เพราะนางกำลังสั่นคลอนจิตใจที่แข็งแกร่งดุจหินผาของเขา
“ทหารนำตัวนางไปขังที่คุกใต้ดิน ขังในห้องอุ่นที่ลึกที่สุด ห้ามใครเข้าพบนาง ห้ามใครแตะต้องตัวนางแม้แต่ปลายเล็บ หากข้ารู้ว่าใครบังอาจล่วงเกินนางข้าจะตัดมือมันทิ้งซะ”
หลี่เหว่ยออกคำสั่งเสียงเ็า พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเ็าดังเดิม
ทหารยามสองคนรีบวิ่งเข้ามาหิ้วปีกแอนที่ตอนนี้ถูกห่อด้วยผ้าคลุมของท่านอ๋อง ลากตัวออกไปจากห้องโถง
“ไม่นะท่านอ๋อง เมตตาด้วย ฉันไม่ใช่สายลับ!” แอนร้องะโเสียงหลง พยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ก็สู้แรงไม่ได้ ร่างของเธอถูกลากถูไปกับพื้นหิน ทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นไห้ที่ยังคงดังก้องอยู่ในหูของหลี่เหว่ย
เมื่อประตูห้องโถงปิดลง ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง
หลี่เหว่ยทิ้งตัวลงนั่งบนบัลลังก์อย่างหมดแรง เขายกมือขึ้นกุมหน้าผาก ความรู้สึกวาบหวามที่ปลายนิ้วยังคงติดตรึงััยามที่ปลายดาบเฉือนผ้าแล้วเฉียดโดนผิวเนื้อนุ่มนิ่มของนาง ภาพเนินอกขาวผ่องที่กระเพื่อมไหว
“เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่ แม่ดอกไม้พิษ”
เขาเอ่ยกับตัวเอง มือหนากำด้ามดาบแน่นจนข้อนิ้วปูดโปน ภายในใจเริ่มตระหนักได้ว่า การนำสตรีผู้นี้เข้ามาในป้อมปราการอาจจะเป็จุดเริ่มต้นของหายนะ หรือไม่ก็เป็จุดเริ่มต้นของเพลิงปรารถนาที่จะเผาผลาญเขาจนมอดไหม้
และคืนนี้เขาคงข่มตานอนไม่หลับเป็แน่
