หอเรือนหินที่ขายเกราะวิเศษระดับสูงแห่งหนึ่งของหอหลิงเป่า
เกราะวิเศษงดงามมากมายหลายชิ้นถูกจัดวางไว้ในชั้นกระจก ด้านหน้าเกราะวิเศษทุกชิ้นจะต้องมีป้ายหยกหนึ่งแผ่นวางตั้งเอาไว้ บนป้ายมีระดับ วิธีการใช้ ผู้ที่เหมาะสมกับการนำไปใช้ และราคาของเกราะวิเศษอธิบายไว้อย่างง่ายๆ
ในหอแห่งนี้ มีช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่าหลายคนกำลังแนะนำเกราะวิเศษให้กับผู้ที่สนใจฟัง
ชั้นวางหนึ่งในนั้นมีเกราะวิเศษตั้งเอาไว้แค่หนึ่งชิ้น เกราะวิเศษชิ้นนั้นมีสีน้ำตาลเข้ม มองดูแล้วไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่นัก อีกทั้งด้านนอกก็ไม่มีลวดลายงดงามใดๆ
ด้านหลังชั้นวางนี้เดิมทีมีช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่ายืนอยู่คนหนึ่ง เนื่องจากไม่มีใครสนใจเกราะวิเศษชิ้นนั้น เขาจึงไปยืนขายอยู่ที่ชั้นวางอื่นนานแล้ว
ข้างชั้นวางที่ห่างออกไปไม่ไกล ผู้ฝึกลมปราณรูปร่างสูงใหญ่สวมชุดผ้าป่านคนหนึ่งยืนโดดเดี่ยวอยู่ตรงนั้น
ั้แ่เช้าที่เขาเข้ามาก็ยืนพิงเสาหินอยู่เพียงลำพัง เอาแต่มองไปที่เกราะชิ้นนั้นเป็พักๆ ระหว่างนั้นก็ไม่เคยขยับกายไปไหน และก็ไม่เคยพูดคุยกับใครด้วย
“คนผู้นั้นคือใคร? ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้เลือกอะไรสักอย่างเลยนะ?”
หน้าชั้นวางแห่งหนึ่ง หลัวซินแห่งสำนักหลิงอวิ๋นกับสื่ออี้ศิษย์พี่ของนางกำลังเผยความสนใจต่อเกราะวิเศษชิ้นนี้ เวลานี้พอสังเกตเห็นผู้ฝึกลมปราณร่างสูงใหญ่ผู้นั้นจึงถามขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่
“อ้อ เ้าหมายถึงท่านล่ายอี้น่ะหรือ?” ช่างหลอมอาวุธคนหนึ่งของหอหลิงเป่าที่กำลังแนะนำเกราะวิเศษให้หลัวซินฟังเหลือบตามองคนผู้นั้นหนึ่งครั้ง กดเสียงต่ำพูด “เ้าไม่ได้สังเกตหรือ? เกราะวิเศษตัวนั้นที่เขาจับจ้องอยู่ตลอดเวลา นั่นคือสินค้าฝากขายของเขา ดูเหมือนว่าล่ายอี้ผู้นี้จะไม่ใช่ผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักรหลีเทียนของพวกเรา เขารู้จักกับผู้าุโกันคัง ดังนั้นจึงได้มาขายเกราะชิ้นนั้นในงานพินิจของวิเศษครั้งนี้”
“ไม่ใช่ผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักรหลีเทียนรึ?” หลัวซินตะลึง
ช่างหลอมอาวุธคนนั้นส่ายหัวเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงดูิ่ “เกราะวิเศษที่ถูกเขาเรียกว่า ‘เกราะัเพลิง’ ชิ้นนั้น หลังจากผ่านการวินิจฉัยและประเมินค่าแล้วจึงรู้ว่าเป็เพียงอาวุธวิเศษระดับกลางขั้นสามเท่านั้น แต่เขากลับขายถึงเก้าพันหินวิเศษ พวกเ้าเองก็รู้ หินวิเศษเก้าพันก้อนมากพอที่จะซื้ออาวุธวิเศษระดับกลางขั้นหกและขั้นเจ็ดได้เลย เกราะวิเศษชิ้นนั้น... คนอื่นแค่มองเห็นราคาก็ไม่กล้าถามรายละเอียดต่อแล้ว”
“อีกอย่าง หลังจากที่อาจารย์ผู้ตรวจสอบของเราทำการวินิจฉัยแล้วต่างก็บอกว่าถึงแม้เกราะัเพลิงจะแข็งแกร่งทนทานอย่างมาก แต่ก็หนักเกินไป"
“ผู้ฝึกลมปราณในขั้นสาม์เมื่อสวมเกราะวิเศษนั้น เวลาเคลื่อนไหวจะไม่สะดวกอย่างมาก เกราะวิเศษนั่นนอกจากทนทานแล้วก็เหมือนว่าจะไม่มีประโยชน์ด้านอื่นอีก บวกกับที่เกราะวิเศษไม่ได้สร้างจากหอหลิงเป่าของพวกเรา ทุกคนจึงไม่ค่อยสนใจสอบถามสินค้าชิ้นนั้นมากนัก เพราะอย่างนั้น...”
“เป็อย่างนี้นี่เอง” หลัวซินกล่าวเบาๆ
หลังจากได้ฟังคำอธิบายจากคนผู้นี้ นอกจากนางจะรู้สึกประหลาดใจเื่ที่ผู้ฝึกลมปราณล่ายอี้คนนั้นไม่ใช่คนของอาณาจักรหลีเทียนเล็กน้อยแล้วก็ไร้ซึ่งความสนใจใดๆ ต่อเกราะัเพลิง
ในมุมลับตา ล่ายอี้ที่มาจากต่างแดนผู้นั้นยังคงจ้องมองเกราะัเพลิงอยู่ตลอดเวลา
“ฟู่!”
และเวลานี้เอง สีแดงรุบรู่พลันเปล่งประกายออกมาจากบนเกราะัเพลิงตัวนั้น
หลังจากที่เกราะัเพลิงซึ่งไม่มีใครสนใจปล่อยแสงสีลอยออกมา ก็คล้ายกับได้ปลดปล่อยปราณเืคาวข้นระลอกหนึ่งออกมาด้วย
ทว่าเพียงแค่แวบเดียว เกราะัเพลิงนั่นก็กลับคืนสู่สภาพปกติ แสงสว่างจางหายไป
กลิ่นคาวเืที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเกราะัเพลิงซึ่งวางอยู่ในชั้นจึงถูกชั้นวางอำพรางเอาไว้ ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็น
มีเพียงล่ายอี้เท่านั้นที่มองเห็น ในดวงตาสีเทาของเขาพลันโชนแสงแปลกประหลาด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง คล้ายกำลังทำจิตใจให้สงบ หันไปมองโดยรอบอย่างละเอียด
เวลาเดียวกันนั้น
เนี่ยเทียนที่อยู่มุมหนึ่งของหอหลิงเป่า ถือกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นไว้ในมือ ใช้พลังจิตรับััเืหยดนั้นที่อยู่ในกระดูกสัตว์ ดวงตาพลันเปล่งแสงวาบ
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งของเขาที่แทรกซึมเข้าไปท่ามกลางเืสดในกระดูกสัตว์มองเห็นเกราะสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งมีสภาพผุพังอย่างเห็นได้ชัดชิ้นหนึ่ง
อีกทั้งเขายังััได้อย่างรำไรด้วยว่า เกราะชิ้นนั้น... ตอนนี้อยู่ในหอหลิงเป่า!
“เกราะชิ้นหนึ่งกลับขานรับต่อกระดูกสัตว์ ของชิ้นนั้นย่อมไม่ใช่ของธรรมดาอย่างแน่นอน!”
เนี่ยเทียนพลันฮึกเหิมขึ้นมาทันใด เขาดึงเอากระแสจิตที่แทรกซึมเข้าไปในหยดเืกลับคืนมา แล้วจึงเก็บกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นไว้ด้วยความระมัดระวัง
จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปทางเขตที่ขายอาวุธวิเศษระดับกลางและระดับสูงทันที
ก่อนหน้านี้หลังจากที่เขาออกมาจากหอโอสถก็ได้ติดตามหลิวเหยี่ยนเดินไปตามหอเรือนหินที่ขายอาวุธวิเศษระดับต่ำมากมาย ในบรรดาหอเรือนหินเ่าั้ เขาไม่เห็นเกราะแปลกประหลาดสภาพผุพังชิ้นนั้น
ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าหากเกราะชิ้นนั้นอยู่ในหอหลิงเป่าจริงก็จะต้องวางขายอยู่ในพื้นที่ของอาวุธวิเศษระดับกลางและสูงเท่านั้น
หลังจากนั้นเขาจึงเดินเตร่อยู่ในหอเรือนอาวุธระดับกลางและระดับสูง สายตาคอยจ้องมองหาเกราะวิเศษที่แปลกประหลาดชิ้นนั้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนก็เดินมาถึงหอเรือนที่หลัวซินและสื่ออี้อยู่ แล้วจ้องเขม็งไปยังเกราะวิเศษชิ้นหนึ่งที่อยู่ในชั้นวาง
“ชิ้นนี้นี่แหละ!”
ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นชั้นวางที่ด้านหน้าไม่มีคนยืนอยู่ มองเกราะที่ปรากฏอยู่ในเืสดของกระดูกสัตว์
เขาเดินดิ่งเข้าหาทันที
“เนี่ยเทียน!” หลัวซินพอเห็นเขาปรากฏตัวก็วางเกราะวิเศษในมือลงแล้วเดินเข้าไปหาเขา “เ้ามาที่นี่ได้อย่างไร? เ้าควรจะอยู่กับศิษย์พี่หลิว ไปซื้อยาสั่งสมิญญาที่หอโอสถไม่ใช่หรือ?”
“เนี่ยเทียน...”
ช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่าหลายคน รวมไปถึงคนของอารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาที่พอได้ยินชื่อนี้ต่างก็พากันหันมามองอย่างใคร่รู้
คนพวกนั้นล้วนรู้ดีว่าอูจี้แห่งสำนักหลิงอวิ๋นคือบุคคลระดับใดของอาณาจักรหลีเทียนแห่งนี้
เพื่อลูกหลานตระกูลในสังกัดคนหนึ่ง สำนักหลิงอวิ๋นถึงกับยอมทำลายกฎที่รักษามานานหลายสิบปี รับเนี่ยเทียนขึ้นเขาก่อนกำหนด อีกทั้งพอขึ้นเขาก็ถูกอูจี้รับเป็ศิษย์ทันที
เื่นี้แพร่ไปทั่วทั้งสี่สำนักมานานแล้ว ขอแค่เป็ใครก็ตามที่รู้จักอูจี้ก็ล้วนเคยได้ยินชื่อเนี่ยเทียนทั้งนั้น
พวกเขาเองก็สงสัยใคร่รู้อย่างมากว่าเด็กที่ถูกอูจี้หมายตามีลักษณะที่พิเศษอย่างไรกันแน่
“พี่หญิงซิน พวกท่านก็อยู่ด้วยหรือ” เนี่ยเทียนทักทาย แล้วมายืนอยู่หน้าชั้นที่จัดวางเกราะัเพลิงชิ้นนั้น โบกมือเรียกช่างหลอมอาวุธคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ กล่าว “เอาเกราะชิ้นนี้ออกมาให้ข้าหน่อย”
ในมุมลับตา ดวงตาล่ายอี้ผู้ฝึกลมปราณจากต่างแดนพลันเป็ประกาย จ้องเขม็งมาที่เนี่ยเทียน
“เ้า้าเกราะชิ้นนี้รึ?” หลัวซินเดินเข้ามา ขมวดคิ้วน้อยๆ พูดเกลี้ยกล่อม “เกราะชิ้นนี้แพงเกินไป ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย เนี่ยเทียน เ้าอย่าได้เลือกอาวุธวิเศษมั่วซั่ว ข้ารู้สึกว่าเ้าควรให้ศิษย์พี่หลิวแนะนำ เ้าจะได้ไม่เสียเปรียบเพราะเลือกอาวุธไม่เป็”
คนอื่นๆ ที่เหลือต่างก็ใช้สายตาประหลาดใจมองมายังเขา แล้วก็มองไปยังเกราะัเพลิงในชั้นวางนั้น
หลังจากที่คนเหล่านี้เข้ามาได้ไม่นาน ต่างก็สังเกตเห็นเกราะัเพลิงนั่น ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นระดับ และราคาที่แน่ชัดของมันซึ่งบอกเอาไว้บนป้ายหยกแล้วจึงหมดสิ้นซึ่งความสนใจทันที
พวกเขาต่างก็คิดเหมือนหลัวซินว่าหากมีหินวิเศษเก้าพันก้อน อย่างไรก็ต้องเลือกอาวุธวิเศษระดับที่สูงยิ่งกว่านี้
“พี่หญิงซิน ข้าชอบของชิ้นนี้ ข้าก็จะซื้อมันมา” เนี่ยเทียนยิ้มแต่ไม่ได้ฟังคำแนะนำของหลัวซิน เดินเข้าไปใกล้ช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่าผู้นั้นแล้วกล่าวว่า “ข้า้ามัน”
ช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่าผู้นั้นมีนามว่าจู่ชิง คนผู้นี้คือลูกศิษย์ของฟางฮุย ช่างหลอมอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของหอหลิงเป่า
จู่ชิงไม่เพียงแต่เป็คนรับผิดชอบของชั้นนี้ ยังรู้ด้วยว่าฟางฮุยอาจารย์ของเขาคือสหายเก่าของอูจี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับบุญคุณจากอูจี้ ดังนั้นหลังจากได้ยินหลัวซินเรียกชื่อเนี่ยเทียน เขาก็ให้ความสนใจเนี่ยเทียนเป็อย่างมาก
“ของชิ้นนี้... อาจจะไม่เหมาะสมกับเ้าเท่าไหร่นัก” จู่ชิงเหลือบมองล่ายอี้ที่อยู่ในมุมหนึ่งครั้ง ไม่ได้คิดจะช่วยขายของให้กับล่ายอี้ กลับพูดว่า “เนี่ยเทียน อาจารย์ของข้ากับอาจารย์ของเ้านั้นเป็สหายที่สนิทสนมกันอย่างมาก หากเปลี่ยนเป็คนอื่น ข้าย่อมไม่มีทางพูดอะไรมากแน่นอน แต่ในเมื่อเป็เ้า... ข้าจึงต้องปากมากเสียหน่อย”
“ของชิ้นนี้ไม่ใช่ของของหอหลิงเป่าของพวกเราเรา เป็ของคนอื่นที่เอามาฝากขายไว้ที่นี่ ก่อนอื่นราคาของมันไม่คุ้มค่ากับเก้าพันหินวิเศษ อีกอย่าง มันมีน้ำหนักมาก แม้แต่ผู้ฝึกลมปราณสาม์อย่างท้าย์ กลาง์ และต้น์เมื่อสวมมันก็ยังเป็เื่ที่เปลืองแรง”
“ตอนนี้เ้ายังไม่เหยียบย่างเข้าสู่ท้าย์ หากเ้าสวมเกราะชิ้นนี้ เกรงว่าร่างกายคงเคลื่อนไหวไม่ได้”
“อีกอย่าง นอกจากความเหนียวทนทานแล้ว มันก็ไม่มีประโยชน์อื่นอีก”
“เนี่ยเทียน ข้าแนะนำเ้าว่าอย่าเลือกมันเลย ไปดูเกราะวิเศษชิ้นอื่นเถอะ”
จู่ชิงกล่าวแนะนำอย่างจริงใจ หวังว่าเนี่ยเทียนจะไม่เลือกเกราะัเพลิงชิ้นนี้ ไม่อยากให้เขาต้องโดนเอาเปรียบ
“ที่แท้ก็ศิษย์พี่จู่นี่เอง” เนี่ยเทียนโค้งกายลงน้อยๆ ก่อน จากนั้นจึงลูบหัวตัวเอง พูดด้วยสีหน้าเกรงใจ “แต่ข้าชอบของชิ้นนี้มาก ศิษย์พี่จู่ ท่านก็คิดเสียว่าข้ายังมีนิสัยเด็กๆ ขายเกราะวิเศษชิ้นนี้ให้กับข้าเถอะนะ?”
ระหว่างที่พูดเขาก็หยิบเอาป้ายประจำตัวตนของอาจารย์เขาออกมาส่งให้จู่ชิงด้วย
จู่ชิงใบหน้าเต็มไปด้วยความจนใจ พยักหน้า กล่าว “หวังว่าหลังจากนี้เ้าจะไม่เสียใจทีหลังนะ”
“ขอบคุณศิษย์พี่จู่มาก” เนี่ยเทียนรีบพูด
จู่ชิงรับเอาป้ายประจำตัวนั้นมาวางลงบนก้อนหินสีเขียวด้านล่างชั้นวางสามวินาที แล้วก็คืนป้ายนั้นให้กับเนี่ยเทียน อีกทั้งยังช่วยหยิบเกราะัเพลิงออกมาให้เขาด้วย “เ้าทดลองดูว่าจะเอากลับไปได้หรือไม่?”
เนี่ยเทียนยื่นมือออกไปจับเกราะัเพลิงสีน้ำตาลเข้มชิ้นนั้นเอาไว้ ออกแรงยกหนึ่งครั้ง พบว่าเกราะัเพลิงนั้นไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว
“เอ๊ะ!”
เขาร้องอุทานเบาๆ หนึ่งครั้ง ขณะที่กำลังจะออกแรงยกอย่างเต็มกำลังกลับเห็นว่าทุกคนที่อยู่รอบด้านล้วนกำลังมองเขาอยู่ จึงยอมแพ้กะทันหัน กล่าว “ศิษย์พี่จู่ เกราะชิ้นนี้ รบกวนท่านให้คนเอาไปส่งยังที่พักของพวกเราด้วยแล้วกัน”
“เ้าเด็กคนนี้นี่นะ...” จู่ชิงส่ายหน้า รู้สึกว่าเขาจ่ายเงินไปเป็จำนวนมากเพื่อซื้อเกราะที่แม้แต่ยกก็ยังยกไม่ขึ้นชิ้นนี้ช่างเป็การสิ้นเปลืองหินวิเศษของอาจารย์เขายิ่งนัก “เ้าไปเถอะ อีกเดี๋ยวข้าจะให้คนเอาไปส่งให้”
“ขอบคุณศิษย์พี่จู่”
-----
