บทที่ 15
ใครคือชายชาวบ้าน
เมื่อเสียงแว่วเข้ามาถึงในห้อง ลูกพี่อินก็ถึงกับตบโต๊ะด้วยความโกรธ "ใครบังอาจมาฉุดคร่าชายชาวบ้าน?! พูดจาให้มันชัดๆ หน่อย!"
ชายตัวสูงรีบเข้าไปปลอบ "ลูกพี่ใจเย็นๆ ก่อนขอรับ นั่นมันท่านมือปราบนะขอรับ"
"มันน่าเจ็บใจนัก!" ลูกพี่อินมีโทสะสุมอกแต่ไร้ที่ระบาย เขาเดินวนไปวนมาในห้องโถงหลักอยู่หลายรอบถึงค่อยยอมนั่งลง ปากก็ยังพึมพำไม่หยุด "ก็แค่ไอ้สุนัขรับใช้ในศาลาว่าการ จะมาวางท่าอะไรนักหนา"
ซ่งหยวนเจียมเนื้อเจียมตัวดีจึงไม่กล้าสอดปาก ต่อให้เป็มือปราบระดับล่างสุด ก็ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะไปล่วงเกินได้ ไม่อย่างนั้นลูกพี่อินคงไม่ะเิอารมณ์แบบไร้ทางสู้ขนาดนี้
โดยเฉพาะพวกแก๊งอันธพาลอย่างพวกเขา มักจะเป็หนามยงยุทธในสายตาทางการที่จ้องจะกำจัดทิ้งให้สิ้นซากอยู่เสมอ
ทว่า "ัพลัดถิ่นหรือจะสู้เ้าที่" ในอำเภอหยุนซานแห่งนี้มีแก๊งน้อยใหญ่นับสิบพรรค ไม่ใช่เื่ง่ายที่ทางการจะสั่นคลอนได้
ที่ผ่านมา ทางการมักจะทำเป็หลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง ตราบใดที่ไม่ถึงขั้นฆ่าแกงกันจนเป็คดีะเืขวัญ ทางการก็มักจะไม่ยื่นมือมายุ่ง บางคนถึงขั้นสมรู้ร่วมคิดเป็ร่มโพธิ์ร่มไทรคุ้มกะลาหัวให้พวกแก๊งเหล่านี้เสียด้วยซ้ำ
ทว่าใต้เท้าเ้าเมืองคนปัจจุบันเพิ่งจะมารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว ตามคำโบราณที่ว่า "ขุนนางใหม่ไฟแรง" และไฟกองแรกก็ดูเหมือนจะพุ่งเป้ามาที่พวกแก๊งเหล่านี้เสียแล้ว
เมื่อไม่กี่วันก่อน ทางการได้ติดประกาศห้ามพวกแก๊งเรียกเก็บค่าคุ้มครองโดยพละการ และห้ามรวมตัวกันทะเลาะวิวาท มาตรการที่ออกมาเป็ชุดๆ นี้ ทำเอาลูกพี่อินและพวกตั้งตัวกันไม่ติดเลยทีเดียว
พอเก็บค่าคุ้มครองไม่ได้ พี่น้องตั้งมากมายก็แทบจะขาดทางทำมาหากิน
ลูกพี่อินกระดกน้ำชาเย็นชืดเข้าปากไปหลายอึกแต่ก็ยังดับไฟในใจไม่ได้ เขาเอ่ยอย่างฉุนเฉียว "จงฮุ่ยล่ะ มันกลับมาหรือยัง ให้มันออกไปรับหน้า"
ชายตัวเตี้ยส่ายหัว "รองประมุขยังไม่กลับมาขอรับ"
"ช่างเถอะ ข้าไปเอง" ลูกพี่อินลุกพรวดเตรียมจะเดินออกไป
ชายตัวสูงรีบขวางไว้ อ้อนวอนเสียงสั่น "รองประมุขสั่งกำชับไว้ว่าไม่ให้ลูกพี่ไปข้องแวะกับคนจากศาลาว่าการ ให้เ้าสำนักเฉินไปแทนเถอะขอรับ"
"หลีกไป!" เส้นเืบนหน้าผากลูกพี่อินปูดโปน เอ่ยอย่างเดือดดาล
ชายตัวเตี้ยหน้าเบี้ยว "ลูกพี่ อย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลยขอรับ"
ขณะที่คนกลุ่มนี้กำลังฉุดกระชากลากถู กันอยู่นั้น มือปราบจากข้างนอกก็บุกเข้ามาข้างในเรียบร้อยแล้ว
ซ่งหยวนชะโงกหน้าออกไปดู
เหล่ามือปราบสะพายดาบไว้ข้างกาย ท่าทางดุร้ายตอนพังประตูเข้ามาทำเอาเด็กๆ ในลานบ้านใจนร้องจ้อ
"แง้—" เด็กคนหนึ่งเริ่มร้อง จากนั้นเด็กคนอื่นๆ ก็ร้องตามกันระงม เสียงร้องไห้ประดุจคลื่นั์ที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย
คนที่อยู่ในห้องปีกข้างทั้งสองฝั่งได้ยินเสียงก็พากันพุ่งออกมานับสิบคน มีทั้งชายหญิงคนแก่และเด็ก บ้างก็ถือไม้กวาด บ้างก็ถือตะหลิว ตั้งท่าเตรียมจะเปิดศึกเต็มที่
พวกมือปราบใจนเกือบจะชักดาบ "พวกเ้าจะทำอะไร!"
จังหวะนั้นเอง เด็กหนุ่มในชุดผ้าไหมหรูหราคนหนึ่งก็เดินนวยนาดสะบัดพัดเข้ามา "เกิดอะไรขึ้น? มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่"
เ้าสำนักเฉินก้าวออกมาพูด "หากท่านมือปราบจะตรวจค้นก็เชิญตามสบาย แต่อย่าได้ทำให้คนแก่และเด็กต้องหวาดกลัว พวกเขาขวัญอ่อนนัก"
เด็กหนุ่มชุดไหมหรูหราหุบพัดดังฉับ กวาดสายตามองกลุ่มคนแก่และเด็กในลานบ้านพลางมุ่นคิ้ว ใบหน้าเยาว์วัยนั้นดูเหมือนจะมีความสงสารผุดขึ้นมาวูบหนึ่ง
เขาสั่งการทันที "ตอนเข้าไปตรวจค้น ให้เบามือกันหน่อย"
พวกมือปราบจึงยอมลดดาบลง "ขอรับ"
มือปราบเริ่มตรวจค้นห้องปีกข้างทั้งสองฝั่งก่อนเป็อันดับแรกแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ จากนั้นจึงมุ่งหน้ามายังห้องโถงหลัก
ขณะที่มือปราบเข้ามาตรวจค้น ซ่งหยวนก็นั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างไรเสียเื่นี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว
เด็กหนุ่มชุดไหมเดินเข้ามาในห้องอย่างสง่างาม กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างไม่ใส่ใจ ทันใดนั้นสายตาก็หยุดกึกอยู่ที่ซ่งหยวน จากนั้นเขาก็ใช้พัดชี้ไปที่เขา "นั่นแหละ คนที่แบกตะกร้าอยู่นั่น"
ซ่งหยวนใแทบสิ้นสติ เขาชี้ที่ตัวเองเอ่ยอย่างไม่มั่นใจ "ข้าหรือขอรับ?"
"ใช่ เ้านั่นแหละ" เด็กหนุ่มชุดไหมพยักหน้ายืนยัน "มานี่สิ"
สิ้นคำพูด ทุกคนต่างพากันมองมาที่ซ่งหยวนเป็ตาเดียว แววตาเ่าั้ราวกับจะบอกว่า เ้าหนูที่แท้ก็เป็แกนี่เองที่พาเ้าหน้าที่มา
ซ่งหยวนส่ายหัวเป็พัลวัน ไม่ใช่ข้า ข้าไม่ได้ทำ
เขาอยากจะร้องขอความช่วยเหลือใจจะขาด แต่ตอนนั้นเขาไม่มีโอกาสเลยจริงๆ
ซ่งหยวนคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าใครเป็คนไปแจ้งทางการ หรือจะเป็ผู้จัดการหลี่? ก็ไม่น่าใช่ ตอนเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมเขาสังเกตดีแล้วว่าไม่มีใครสะกดรอยตาม
หรือจะเป็คนขับเกวียนที่เห็นเขาถูกฉุดกระชากลากถูมา เลยไปแจ้งทางการ?
เด็กหนุ่มชุดไหมมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างถือตัว "นั่นน่ะ เ้าชื่อเรียงเสียงใด"
"ซ่งหยวนขอรับ" ซ่งหยวนตอบไปตามตรง
เด็กหนุ่มชุดไหมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "เ้าตามพวกเราไปเถอะ"
ซ่งหยวนยิ้มขื่น งานเข้าแล้วไงล่ะทีนี้ กระดูกดำติดตัวล้างไม่ออกแน่ เขาเอ่ยอย่างยากลำบาก "ท่านมือปราบ เื่นี้อาจจะมีอะไรเข้าใจผิดกันนะขอรับ"
เด็กหนุ่มชุดไหมแสดงสีหน้าประหลาดใจ "เข้าใจผิดอะไรกัน หรือว่าเ้าไม่ได้ถูกฉุดคร่ามาที่นี่รึ?"
ซ่งหยวนแอบนินทาในใจ ให้ตายสิ ที่แท้ 'ชายชาวบ้านที่ถูกฉุด' ก็คือข้าเองสินะ
เขากำลังจะอ้าปากอธิบาย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง "แกร๊ก" เขาหันขวับไปดูด้วยความสยอง เห็นลูกพี่อินบีบฝาถ้วยชาในมือจนแตกละเอียด
สายตาของลูกพี่อินช่างดูอำมหิต ราวกับจะบอกว่า "ถ้าแกกล้าพูดจาเลอะเทอะ ข้าจะบีบแกให้ตายคามือ"
"มะ... ไม่ใช่ขอรับ" ซ่งหยวนกลืนน้ำลายลงคออย่างตื่นเต้น พลางพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับใจ "ข้าเต็มใจมาเองขอรับ"
เด็กหนุ่มชุดไหมปรายตามองเขา "สรุปคือ เ้าเป็พวกเดียวกับพวกมันรึ?"
ในพริบตานั้น ซ่งหยวนรู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มแทงแผ่นหลัง เขามีลางสังหรณ์ว่าหากเขาปฏิเสธ เขาอาจจะไม่ได้เดินออกจากประตูนี้ไปจริงๆ เขาจึงเอ่ยอย่างยากเย็น "ใช่ขอรับ"
เด็กหนุ่มชุดไหมหุบพัดลง แล้วค่อยๆ เคาะฝ่ามือเป็จังหวะ "พวกมันข่มขู่เ้ารึเปล่า?"
ซ่งหยวนรีบปฏิเสธพัลวัน "เปล่าเลยขอรับ ไม่มีเื่แบบนั้นแน่นอน"
น้ำเสียงจริงใจยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก
"ชิ น่าเบื่อจริง" เด็กหนุ่มชุดไหมละสายตาไปทันที หมดความสนใจขึ้นมาดื้อๆ เขาโบกมือบอกพวกมือปราบ "ไปเถอะ กลับกันให้หมด"
พอพวกมือปราบก้าวเท้าพ้นประตู ซ่งหยวนก็รีบแก้ตัวทันที "ลูกพี่อิน ฟังข้าอธิบายก่อนนะขอรับ ข้าไม่ได้ไปแจ้งทางการจริงๆ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าพวกมือปราบมาที่นี่ได้อย่างไร"
"ไม่ต้องอธิบายแล้ว" ลูกพี่อินตัดบทอย่างรวดเร็ว
ซ่งหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ นึกว่าคราวนี้จบเห่แน่ แต่กลับได้ยินลูกพี่อินพูดว่า "ข้าเชื่อเ้า"
ซ่งหยวนกุมหน้าอก ค่อยๆ พ่นลมหายใจออกมา
ลูกพี่พรรคนี้พูดจาให้ใจหายใจคว่ำตลอดเลย หัวใจดวงน้อยๆ ของเขาจะรับไม่ไหวแล้วนะ
โสว่โหวที่กำลังจะอ้าปากด่าก็ต้องกลืนคำพูดลงคอไป เขาเริ่มสงสัยอย่างหนักว่า ซ่งหยวนคนนี้แอบร่ายมนตร์ใส่ลูกพี่อินหรือเปล่า
ไม่ว่ามันจะพูดจาเลอะเทอะแค่ไหน ลูกพี่อินกลับเชื่อฝังหัวไปเสียทุกเื่ ช่างเหลวไหลสิ้นดี!
เ้าสำนักเฉินหลังจากปลอบคนอื่นๆ เสร็จแล้วก็เดินเข้ามาในห้องโถงหลัก พอเข้าประตูก็เห็นหน้าค่าตาแปลกๆ จึงถามว่า "ไอ้หนูนี่เป็ใครกัน?"
ลูกพี่อินแนะนำอย่างกระตือรือร้น "เขาคือซ่งต้าซู่น่ะ"
พอได้ยินชื่อ เ้าสำนักเฉินก็นึกออก "ที่แท้ก็เขานี่เอง"
ซ่งหยวนรีบหาจังหวะแทรกทันที "ลูกพี่อิน ตอนนี้ข้าเปลี่ยนชื่อเป็ 'ซ่งหยวน' แล้วขอรับ"
เขาไม่อยากให้ใครมาเรียกเขาว่า "ต้นไม้ใหญ่" (ต้าซู่) ไปตลอดชีวิตหรอกนะ
"เออๆ รู้แล้วๆ" เื่เล็กน้อยแค่นี้ ลูกพี่อินี้เีจะเอามาใส่ใจ
เ้าสำนักเฉินหันมาบอกคนอื่นๆ "พวกเ้าออกไปก่อน ข้ามีเื่จะคุยกับประมุขพรรค"
ซ่งหยวนจึงถือโอกาสขอตัวลากลับ "ลูกพี่อิน ข้าขอตัวกลับก่อนได้ไหมขอรับ?"
ลูกพี่อินพยักหน้า "เ้ากลับไปเถอะ ไม่มีธุระของเ้าแล้ว"
เมื่อพวกเขาลับตาไป เ้าสำนักเฉินก็ถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ทำไมมันถึงล่อพวกทางการมาที่นี่ได้กันล่ะ"
