เกือบหกโมงเย็นที่บริษัท TMK
คนที่มีชื่อเข้าไปเอี่ยวในการสัมภาษณ์อย่างพฤทธิ์ ไม่ต้องรอให้ใครเคาะประตูห้องเอาข่าวมารายงาน เพราะเ้าตัวเพิ่งดูจบไปด้วยตาตัวเอง รอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็นยังมีอยู่เลย เขาจะปล่อยผ่านไลฟ์สดไปแล้วแต่ย้อนกลับมาดูอย่างตั้งใจ เปรมาทำให้เขาสนใจได้ไม่ใช่เพราะอิทธิพลของมารดาที่มักชมเธอให้ฟังประจำ เป็ตัวเธอเองที่มีความสามารถ
ั้แ่ให้ความช่วยเหลือเธอในคืนนั้นก็ดูเหมือนว่าเขาและเธอจะเชื่อมโยงถึงกันตลอด บางทีเขาควรเลิกดูข่าวเธอ ความเป็ส่วนตัวจะได้กลับคืนมา เขาเกลียดการที่ต้องตกเป็เครื่องมือของคนอื่นแต่กับผู้หญิงคนนี้เขาไม่อาจพูดได้ว่าเธอใช้เขาเพื่อจัดการคน เขาต่างหากที่ยื่นมือเข้าไปเอง อย่างน้อยที่กดไลก์ไปเขาก็ตั้งใจ พฤทธิ์ยกมือคลึงหว่างคิ้ว
เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้นพฤทธิ์เอื้อมมือไปกด ส่งเสียงออกไป
“อืม”
“บอสครับจะได้เวลาเข้าประชุมแล้วครับ”
“อือ”
“มื้อค่ำบอสอยากทานอะไรเป็พิเศษไหมครับ”
“คนอื่นกินอะไรฉันก็กินแบบนั้น”
ประชุมเย็นทางบริษัทจะมีการจัดอาหารค่ำจากร้านดังมาเลี้ยง เป็สวัสดิการที่ทำมาตลอด ผ่านไปราวสองนาทีประธานทีเอ็มเคก็ลุกขึ้นยืน เดินออกไป ย้ายจากห้องทำงานส่วนตัวมาที่ห้องประชุมใหญ่หรูหราในชั้นเดียวกันมองออกไปด้านนอกการจราจรกำลังหนาแน่น แต่ที่ห้องประชุมนี้เพิ่งจะเริ่มต้น และคาดว่าน่าจะยาวนานจนบนที่คึกคักโล่ง
รองประธานพฤกษ์เดินนำเลขาฯ ส่วนตัวเข้ามาด้วยมาดผู้บริหารท่าทางน่าเชื่อถือ พยักหน้ารับการทักทายจากคนคุ้นเคยอย่างมีมารยาท สอดกายนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่ง กอดอก ไขว่ห้าง ลูบคางมองท่านประธานใหญ่ที่เข้ามารอก่อนอย่างหาได้ยาก รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นก่อนจะไถลเก้าอี้เข้าไปหาคนใหญ่สุดที่นั่งก้มหน้ามองเอกสารอยู่ตรงหัวโต๊ะ
“พรุ่งนี้เย็นพี่ว่างไหม”
“ไม่ว่าง”
“อา น่าเสียดาย แต่สักสองชั่วโมงก็ไม่ได้เลยเหรอครับ”
“อือ”
“สำคัญหรือเปล่า”
“แกดูมีปัญหา”
“ก็ได้ ๆ เออผมได้ดูสัมภาษณ์สดของไอรีนด้วย พี่เมฆได้เปิดดูหรือเปล่า แต่ผมเดาว่าพี่น่าจะดู ไม่อย่างนั้นนักข่าวใจกล้า และชาวเน็ตที่เชียร์คงโดนคำเตือนจากประชาสัมพันธ์ของเราไปแล้ว” เื่นี้เขาใช้เสียงต่ำเบา เพราะไม่้าให้ใครได้ยิน ก่อนหน้านี้ก็แล้วไปเถอะจับประเด็นอะไรไม่ได้หรอก ถึงได้ก็ไม่กล้า เพราะท่านประธานใหญ่นั่งปล่อยไอเย็นกดข่มทุกคนจนตัวสั่นหมดแล้ว
“แกจะพูดอะไรกันแน่” เขาวางเอกสารลง
“อ้อ ผมจะบอกว่าพรุ่งนี้ขอเลิกงานเร็วหน่อยนะครับ”
พฤทธิ์มองน้องชายที่กลับมาวางท่าใหญ่โตเหมือนเดิม ถ้าไม่มีประชุมสำคัญ ติดพันเื่งาน ทุกทีมันจะหายหัวไปไหนกับใคร หรือ เลิกงานกี่โมงไม่เคยรายงาน ถึงจะมองว่าแปลกแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม ไล่กลับไปนั่งประจำที่ พฤกษ์ไม่ไป ซ้ำยังทำหน้าผิดหวังที่ไม่ถูกถาม
“ทำไมพี่ไม่ถามผมสักคำว่าจะไปไหน”
“ทำไมฉันต้องถาม”
คนเป็น้องทำหน้าคับข้องใจ “ผมจะได้บอกไง”
“ปัญญาอ่อน” ด่าโดยหน้าไม่เปลี่ยน
พฤกษ์แสร้งทำท่าฮึดฮัด พูดเบา ๆ ว่า “จะบอกสักหน่อยว่าพรุ่งนี้มีนัดกินข้าวเย็นกับไอรีน” แล้วก็ไถลเก้าอี้จากไปอย่างรวดเร็ว หันไปคุยกับคนอื่นแทน หลังจากนั้นจนการประชุมเริ่มขึ้นเขาก็ไม่ได้รบกวนพี่ชายอีกเลย
