ภายในโถงจัดเลี้ยงขนาดมหึมาของพระราชวัง แสงจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องกระทบพื้นหินอ่อนจนเงาวับ กลิ่นหอมของดอกไม้เมืองหนาวและไวน์ชั้นเลิศอบอวลไปทั่วบริเวณ เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กของเหล่าชนชั้นสูงในชุดเครื่องแต่งกายหรูหราดังสะท้อนไปมา ทว่าบรรยากาศเ่าั้พลันหยุดชะงักลงราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง เมื่อเ้าหน้าที่ประจำประตูวังขานชื่อผู้มาเยือนกลุ่มใหม่ด้วยเสียงอันกึกก้อง
"ท่านดยุกเรกูลัส โดมินิก อาเชนวาลด์ และสมาชิกในตระกูล!"
สิ้นเสียงประกาศ ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ก็ถูกผลักออกช้าๆ ดยุกเรกูลัสเดินนำหน้าออกมาด้วยท่วงท่าดุจพญาราชสีห์ที่ยังมีเขี้ยวเล็บครบครัน กลิ่นอายแห่งอำนาจและการปกครองแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับต้องถอยห่างด้วยความเกรงขาม
ตามหลังดยุกผู้ยิ่งใหญ่ คือเหล่าสมาชิกผู้สืบทอดสายเืที่เรียงแถวกันมาอย่างสง่างาม คาเอล บุตรชายคนโตผู้เคร่งขรึมเดินเคียงข้างมากับ วาเลเรีย ภริยาผู้มีใบหน้าเรียบเฉยทว่าดวงตาสีฟ้าคู่นั้นกลับดูโเี้แฝงลึก โดยมีเลออนและเอริอุส บุตรชายของทั้งคู่เดินตามด้วยท่าทีจองหองตามฉบับคุณชายชนชั้นสูง
ถัดมาคือครอบครัวของ เอลริค บุตรชายคนทีสี่ ผู้มีใบหน้าคมคายเขาเดินมาพร้อมกับ ลีเดียผู้เป็ภริยาและ เรน่า ลูกสาวตัวน้อย ทั้งสามคนดูเป็ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบและดูผ่อนคลาย
แต่จุดที่ตรึงสายตาผู้คนทั้งโถงมากที่สุดกลับเป็กลุ่มสุดท้าย... เซเรน่า ในชุดสีน้ำเงินเข้มสง่าเดินขนาบข้างมากับ ไอแซค หนุ่มน้อยสวมแว่นผู้มีท่าทางสุขุมนุ่มลึกเกินวัย และตรงกลางระหว่างพวกเขาก็คือ เอเลน่า
เด็กสาวผมสีทองประกายในชุดสีขาวปักลวดลายสีทองที่ดูแปลกตาแต่หรูหราพริ้วไหว เธอเดินอย่างมั่นคง ท่วงท่าทุกกระเบียดนิ้วดูสง่างามราวกับผ่านการฝึกฝนมาหลายปี
"นั่นน่ะหรือ... เด็กที่เขาว่ากันว่ามีดวงตาสีแดง?" เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเบาๆ ราวกับเสียงแมลง
"ดูสิ ผมสีทองนั่นชัดเจนว่าเป็สายเือาเชนวาลด์...แน่ๆละมั้ง? แต่ั์ตาสีแดงนั่นมัน... น่ากลัวพิกลนะ หรือจะเป็ลูกนอกสมรสของบุตรชายคนที่สามที่หายสาบสูญไปจริงๆ?"
"ฉันก็ว่างั้น ข่าวลือที่ว่าแม่เป็สามัญชนคงเป็เื่จริง"
คำครหาเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับชาติกำเนิดของเอเลน่า ไอแซคที่เดินอยู่ข้างๆ ััได้ถึงกระแสกดดันเ่าั้ เขาหยุดฝีเท้าลงเล็กน้อยก่อนจะตวัดสายตาที่เ็าดุจน้ำแข็งมองไปทางกลุ่มขุนนางที่กำลังซุบซิบกันอยู่ แววตาหลังเลนส์แว่นนั้นเยือกเย็น
ขุนนางเ่าั้ที่ตำแหน่งต่ำกว่าพลันหน้าซีดเผือด พวกเขารีบก้มหน้าลงมองพื้นและถอยฉากออกไปทันทีด้วยความหวาดกลัว
เอเลน่าละสายตาจากกลุ่มขุนนางที่หน้าซีดเผือด ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเธอกลับรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่สายตาดูถูกหรือหวาดกลัวเหมือนคนอื่น แต่มันคือสายตาที่ลึกซึ้งและหนักแน่นราวกับกำลังจ้องมองทะลุเข้าไปถึงดวงิญญาของเธอ
เด็กสาวรีบหันขวับไปทางด้านหลังทันทีตามสัญชาตญาณ ทว่าบานประตูไม้แกะสลักขนาดมหึมาได้ปิดสนิทลงไปแล้ว ความว่างเปล่าที่อยู่เื้ัทำให้เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย
"...เลน่า"
"เอเลน่า"
เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นซ้ำๆ จนเธอสะดุ้ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับไอแซคที่กำลังก้มมองเธอด้วยความเป็ห่วง
"มีอะไรหรือเปล่า? เธอดูเหม่อๆ นะ" ไอแซคถามพลันขยับแว่นสายตาพรางสำรวจท่าทางของเด็กหญิงตรงหน้า
"...ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่ตื่นเต้นนิดหน่อย" เอเลน่าคลี่ยิ้มบางๆ ตอบกลับไปเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ แม้ในใจจะยังสงสัยในััเมื่อครู่ไม่หาย
เมื่อขบวนเปิดตัวสิ้นสุดลง สมาชิกตระกูลอาเชนวาลด์เริ่มแยกย้ายกันไปตามกลุ่มสังคมของตน ดยุกเรกูลัส เดินไปท่ามกลางวงล้อมของเหล่าขุนนางชั้นสูงที่รีบเข้ามาทำความเคารพ ขณะที่วาเลเรียและครอบครัวก็แยกไปโปรยเสน่ห์ทางการเมืองในแบบของตน
ทว่าในตอนนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวไอแซคก็พลันเปลี่ยนไป เลดี้รุ่นเยาว์หลายคนที่อายุไล่เลี่ยกับเขาเริ่มขยับกายเข้ามาใกล้ พวกเธออยู่ในชุดฟูฟ่องสีหวาน พลางใช้พัดลูกไม้ปิดใบหน้าที่แดงระเรื่อและส่งยิ้มกระหย่องอย่างเอียงอาย สายตาชื่นชมที่พวกเธอส่งมาให้ไอแซคนั้นปิดไม่มิดเลยสักนิด
"ท่านชายไอแซค ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ วันนี้ท่านดู... สง่างามมากจริงๆ" เลดี้คนหนึ่งเอ่ยเสียงหวานหยด
ไอแซคที่เมื่อครู่ยังทำตัวเป็พญาราชสีห์ขู่ขวัญขุนนางแก่ๆ กลับตัวแข็งทื่อไปในทันที ใบหน้าสุขุมนุ่มลึกของเขาเริ่มปรากฏรอยร้าว ท่าทางวางตัวไม่ถูกและความเงอะงะเริ่มแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับแกนๆ พร้อมกับขยับแว่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามนิสัยเวลาประหม่า
เอเลน่าที่ยืนมองอยู่ข้างๆ แอบลอบขำในใจอย่างนึกสนุก 'ที่แท้ เด็กคนนี้ก็แพ้ทางสาวๆ นี่เอง ท่าทางตัวแข็งเป็หินแบบนั้นดูตลกชะมัดเลย'
เซเรน่าหันมากำชับเอเลน่าด้วยน้ำเสียงแ่เบาแต่จริงจัง
"เอเลน่า ยืนรออยู่แถวนี้ก่อนนะ อย่าไปไหนไกลล่ะ ฉันต้องไปทักทายแขกผู้ใหญ่และจัดการธุระสำคัญสักครู่"
เอเลน่าพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เธอเหลือบมองไปทางไอแซคอีกครั้ง เห็นพี่ชายผู้แสนเ็ายังคงติดอยู่ในวงล้อมของบรรดาเลดี้และเด็กหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันที่พยายามเข้ามาตีสนิทจนเ้าตัวดูวุ่นวายปนประหม่าสุดขีด เมื่อเห็นว่าไม่มีใครว่างมาสนใจเธอแล้ว เด็กหญิงจึงตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมาทางโซนอาหารที่จัดวางอย่างหรูหรา
เธอหยิบขนมชิ้นเล็กสีสันน่าทานใส่จานอย่างอารมณ์ดี เตรียมจะเดินไปหาที่นั่งพักเงียบๆ ทว่าทันทีที่หันหลังกลับ เธอก็ต้องชะงักฝีเท้าลง เพราะเบื้องหน้าคือ เลออน และ เอริอุส ที่ยืนกอดอกขวางทางอยู่ ด้านหลังของพวกเขายังมีกลุ่มเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายที่โตกว่าเอเลน่าไม่กี่ปี ยืนจับกลุ่มกันมองมาที่เธอด้วยสายตาไม่เป็มิตร
'เฮ้อ... พวกเด็กโตพวกนี้ มีเื่อะไรให้แกล้งเด็กตัวแค่นี้ได้ทุกวี่ทุกวันนะ' เอเลน่าคิดในใจพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างระอา
เลออนที่สังเกตเห็นท่าทางนั้นถึงกับคิ้วกระตุก ความโกรธแล่นขึ้นหน้าทันทีที่เห็นเด็กหญิงตรงหน้าทำท่าทางเหมือนมองเขาเป็เื่น่ารำคาญ เขาเค้นเสียงต่ำถามอย่างมีน้ำโห
"นี่เธอ! พกมารยาทติดตัวมาบ้างไหม? เห็นเพื่อนๆของฉันยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ แต่กลับไม่คิดจะทักทายสักคำ ท่าทางหยิ่งยโสนั่นมันอะไรกัน!"
กลุ่มเพื่อนที่อยู่ด้านหลังเลออนพากันยิ้มเยาะและซุบซิบขำขันในท่าทางของเลออนที่ดูเหนือกว่า ทว่าในวินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวเอเลน่าก็พลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ดวงตาสีแดงคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่าขนลุก เธอตวัดสายตาที่เ็าดุจน้ำแข็งมองตรงไปที่กลุ่มเด็กเ่าั้ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนเพื่อนของเลออนหลายคนถึงกับสะดุ้งโหยง ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบทำให้รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่เลือนหายไปโดยไม่รู้ตัว
เอเลน่าเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปากก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือน
"ฉันจำเป็จะต้องทักทายคนที่มีตำแหน่งต่ำกว่าก่อนงั้นเหรอ? ฉันคงทำตัวไร้ระดับแบบนายไม่ได้หรอกนะ... เลออน"
คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าเลออนกลางงานเต้นรำ แม้เธอจะมีสายเืที่แท้จริงหรือไม่มี แต่เธอแต่ก็ยังมีสถานะและมีชื่ออาเชนวาลด์ต่อท้าย ซึ่งมีศักดิ์ศรีที่ไม่ควรข้ามเส้นได้ง่ายๆ
เลออนกัดฟันกรอด ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโทสะ เขาเงื้อมือขึ้นหมายจะคว้าจานขนมในมือของเอเลน่าเพื่อสั่งสอนเด็กสาวปากดีให้รู้สำนึก ทว่าก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มนุ่มนวลทว่ากังวานชัดเจนก็แทรกขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด
"ทะเลาะกับเลดี้ตัวน้อยท่ามกลางงานรื่นเริงแบบนี้ มันดูไม่ค่อยสง่างามเท่าไหร่เลยนะครับคุณชายเลออน"
ทุกคนในบริเวณนั้นหันไปตามเสียงพร้อมกัน เอเลน่าหันกลับไปมองและพบกับเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขามีรูปลักษณ์ที่สะดุดตาจนแม้แต่เอเลน่าเองยังต้องลอบสำรวจในใจ
เด็กชายตรงหน้ามีเส้นผมสีน้ำตาลนวลที่ดูนุ่มสลวยเหมือนเปลือกไม้ต้องแสงอาทิตย์ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็ดวงตา... มันคือสีฟ้าครามที่ใสกระจ่าง ทว่าไม่ใช่สีฟ้าธรรมดาเหมือนที่พบเห็นทั่วไป แต่มันมีประกายแวววาวราวกับผลึกอัญมณีเกล็ดน้ำแข็งที่สะท้อนแสงเย็นเยียบอยู่ภายใน ดวงตาคู่นั้นดูนิ่งสงบและสูงส่งอย่างน่าประหลาด
'ผมสีน้ำตาลนวลกับดวงตาสีน้ำแข็งแบบนั้น... หรือจะเป็คนจากตระกูลวาล์ดครอยซ์?' เอเลน่าเดาในใจอย่างรวดเร็ว ตระกูลดยุกแห่งการพิพากษาจากทิศเหนือที่มีอิทธิพลพอๆกับตระกูลอาเชนวาลด์
เด็กชายผู้มาใหม่สบตาเอเลน่าครู่หนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มที่ดูใจดีและนุ่มนิ่มออกมา รอยยิ้มนั้นช่างดูเป็มิตรตามประสาคุณชายผู้สูงศักดิ์ ทว่าเมื่อเขาสไลด์สายตาไปมองกลุ่มเพื่อนของเลออน รอยยิ้มเดิมนั้นกลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
เพื่อนๆ ของเลออนที่ยืนล้อมอยู่เมื่อครู่ถึงกับสะดุ้งตัวโยน พวกเขาััได้ถึงกระแสกดดันบางอย่างที่แฝงมากับรอยยิ้มนั้น มันเป็รอยยิ้มที่บอกเป็นัยว่า 'ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ก็รีบไสหัวไปซะ'
"...ฉะ ฉันจำได้ว่าท่านแม่เรียกหาที่โถงโน้น ขอตัวก่อนนะเลออน!"
"ใช่ๆ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่ามีธุระ ไปก่อนนะ!"
กลุ่มเพื่อนของเลออนพากันเอ่ยปากตะกุกตะกักและรีบถอยฉากออกไปอย่างประหม่า ทิ้งให้เลออนและเอริอุสยืนอ้างว้างอยู่ท่ามกลางสายตาเ็าของเอเลน่าและรอยยิ้มปริศนาของคุณชายปริศนาคนนี้
เขาขยับกายเข้ามาใกล้เอเลน่าอีกก้าวหนึ่ง เขายังคงประดับรอยยิ้มละมุนไว้บนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลชวนฟัง
"ดูเหมือนว่าขนมในจานนั้นจะเกือบเป็อันตรายไปซะแล้วนะครับ... เลดี้เอเลน่า"
