ทางฝั่งของจวีจื่อหลิงนั้น หลังจากต่อยหน้าเซี่ยหลิงไปจิตใจก็ไม่สงบเท่าใดนัก เดิมทีหญิงสาวคิดว่าชายหนุ่มอาจจะตามหาตัวนางเพื่อมาเอาเื่ แต่นางรออยู่หลายวันกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย นางจึงพอจะเบาใจลงไปได้บ้าง แต่ถึงอย่างไรจวีจื่อหลิงก็ยังคงไม่วางใจอยู่ดี
เช้าวันนี้ฉินเสวียนให้คนมาตามนางไปพบที่ห้องตำราั้แ่เช้าตรู่ เมื่อนางมาถึงเขาก็บอกกับนางด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ข้าเขียนหนังสือหย่าให้เ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าตระกูลฉินมีกฎอยู่ข้อหนึ่ง เ้ากับข้าจะต้องไปทำการบอกกล่าวกับบรรพบุรุษที่สุสานบรรพชนเสียก่อน การหย่าจึงจะถือว่าเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ เ้าคงจำได้กระมังว่าสุสานบรรพชนก็คือบ้านเดิมของข้าที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงสุราถงหลัว ข้าจะพาเ้าไปบอกกล่าวกับพวกเขาให้เรียบร้อย เท่านี้ก็เป็อันจบสิ้นเื่ระหว่างข้ากับเ้าแล้ว หวังว่าเ้าจะให้ความร่วมมือด้วย"
จวีจื่อหลิงเหลือบตามองฉินเสวียนพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยงหรือทำตัวเื่มาก ในเมื่อมันคือกฎที่จะต้องทำ เช่นนั้นก็ทำให้มันแล้วเสร็จไปเสียเถอะ
"ได้ ท่านจะพาข้าไปเมื่อใด?"
"อีกสองวัน"
"ตกลง ข้าจะเตรียมตัว"
"อืม"
จวีจื่อหลิงพยักหน้ารับคำก่อนจะขอตัวกลับเพราะไม่อยากสนทนาอะไรกับเขาให้มากนัก เมื่อจวีจื่อหลิงไปแล้ว ฉินเสวียนก็ยกยิ้มอย่างเ็า ก่อนจะสั่งให้คนของตนไปแจ้งข่าวกับม่านซุนหลันหญิงคนรักของตน
“ไปแจ้งหลันหลันว่าอีกสองวัน จวีจื่อหลิงก็จะอยู่ไม่สู้ตายแล้ว นางจะกลายเป็สตรีต่ำช้าที่ลอบคบชู้สู่ชาย ไม่มีหน้าไปพบผู้คน อีกไม่นานข้าจะให้หลันหลันแต่งเข้ามาเป็ภรรยาเอกอย่างสมฐานะ!”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างลำพองใจ ในใจวาดฝันถึงชีวิตคู่แสนหวานกับม่านซุนหลันอย่างมีความสุข นางคือสตรีที่เขารัก เขาตกหลุมรักนางั้แ่แรกพบ นางเองก็มีใจตรงกันกับเขาเช่นกัน แต่เพราะมีจวีจื่อหลิงเป็ก้างชิ้นใหญ่คอยขวางทางรัก เขาจึงต้องกำจัดนางทิ้งเสีย เพื่อปูทางให้สตรีอันเป็ที่รักแต่งเข้ามาอย่างสมเกียรติ
ฉินเสวียนวางแผนมานานกว่าจะมีวันนี้ที่สามารถสลัดจวีจื่อหลิงให้ออกไปจากชีวิตได้ เขาหาข้ออ้างไม่พานางไปนอกจวน ไม่พานางไปร่วมงานเลี้ยง อ้างว่าเพราะเป็ห่วงสุขภาพของนาง ผู้คนภายนอกต่างสรรเสริญว่าเขาช่างเป็สามีที่ประเสริฐยิ่ง เป็ห่วงเป็ใยภรรยาไม่ยอมให้นางออกมาพบเจอความลำบาก แต่แท้จริงแล้วมันคือแผนของเขา ยิ่งเขาสร้างภาพว่าทำดีกับนางมากเท่าใด วันที่นางกลายเป็สตรีชั่วสวมหมวกเขียวให้สามี ก็จะยิ่งตกต่ำถูกผู้คนประณามมากขึ้นเท่านั้น
จะโทษใครได้เล่า ใครใช้ให้นางโง่งม หลงรักเขาจนไม่ลืมหูลืมตากัน!
จิ่นหลานที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องตำราได้ยินได้เห็นทุกการกระทำของฉินเสวียน เมื่อฉินเสวียนออกไปจากห้องตำราแล้ว จิ่นหลานก็รีบกลับไปที่จวนองค์ชายสามเพื่อรายงานความเป็ไปให้เซี่ยหลิงทราบในทันที
เซี่ยหลิงฟังที่จิ่นหลานเล่าจบก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างเ็า
ใต้เท้าฉินผู้นี้เขาเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง ได้ยินว่าเป็ขุนนางผู้ภักดีซื่อสัตย์ อ่อนโยน จิตใจดีมีเมตตา แต่ลับหลังกลับมีนิสัยเ้าเล่ห์มากแผนการปานนี้เชียว ถึงขนาดคิดวางแผนใส่ร้ายภรรยาเก่าว่าคบชู้สู่ชายเพื่อที่จะหย่ากับนาง จากนั้นก็จะแต่งภรรยาใหม่เข้ามาอย่างสมเกียรติโดยที่ตนเองยังสามารถรักษาชื่อเสียงดีงามเอาไว้ได้ ช่างเลวทรามยิ่งนัก!
“จิ่นหลาน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าไปที่จวนตระกูลม่านสักหน สืบดูความสัมพันธ์ของฉินเสวียนและสตรีที่ชื่อหลันหลันอย่าให้คลาดสายตา และส่งคนไปเฝ้าที่สุสานบรรพชนตระกูลฉินด้วย วันที่น้องจือจือไปที่สุสานบรรพชนแล้วเกิดเื่เ้าก็หาทางช่วยนางออกมาก่อน หึ! ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าไปเองดีกว่า ข้าอยากจะรู้นักว่า ฉินเสวียนผู้นั้นจะจัดการน้องจือจืออย่างไร”
เซี่ยหลิงพูดพลางครุ่นคิดไปพลาง จิ่นหลานก็พยักหน้ารับคำ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“องค์ชายสาม กระหม่อมขอบังอาจถามพระองค์สักเื่หนึ่งได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ถามมา”
“เหตุใดพระองค์ต้องทรงเสด็จไปด้วยพระองค์เองด้วยเล่าพ่ะย่ะค่ะ เื่นี้ให้กระหม่อมจัดการก็ได้”
เซี่ยหลิงปรายตามองจิ่นหลานแวบหนึ่ง พลางบอกอย่างอารมณ์ดี
“ข้าอยากเป็ผู้กล้าช่วยสาวงาม เผื่อว่าน้องจือจือจะซาบซึ้งในตัวข้าบ้าง ว่าแต่เ้ามองหน้าข้าทำไม องค์รักษ์บัดซบนี่ ไปรับโทษโบยยี่สิบไม้ ไม่สิๆ สิบไม้ก็พอ เอ๊ะ ไม่เอาดีกว่า วันนี้ข้าอารมณ์ดีจะละเว้นโทษเ้าหนึ่งวัน รีบไสหัวไปทำงานสิ อย่าทำให้ข้าโมโห ให้ตายเถอะ! เหตุใดวันนี้ท้องฟ้าจึงสดใสยิ่งนักนะ หากถูกน้องจือจือตบสักฉาดก็คงจะดีไม่น้อยเลย!”
จิ่นหลาน” .....”
ผู้ใดก็ได้บอกเขาทีว่าเ้านายของเขาเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่
ช่างเถอะ แต่ไหนแต่ไรองค์ชายสามก็ไม่เคยปกติอยู่แล้ว!
