ด้านอวี้จิ่นที่กลับถึงจวนด้วยท่าทางอ่อนเพลีย ก็มีมารดามารอรับอยู่ที่หน้าจวนด้วยตนเอง เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาวจึงสั่งสาวใช้ ให้รีบเตรียมน้ำร้อนสำหรับให้อวี้จิ่นได้ชำระร่างกาย พร้อมทั้งอาหารที่ไม่หนักท้องมากเกินไป ถึงจะรู้สึกภูมิใจในตัวของบุตรทั้งสองเพียงใด แต่ความห่วงใยที่มีต่อบุตรนั้นย่อมมากกว่า
“ท่านแม่เหตุใดมายืนรออยู่ที่นี่ล่ะเ้าคะ”
“แม่ก็เป็ห่วงพวกเ้าน่ะสิ แล้วนี่พี่ชายของเ้าไม่กลับมาพร้อมกันหรอกรึ”
“พี่ใหญ่ยังมีงานต้องทำต่ออีกเล็กน้อยเ้าค่ะ จึงให้ข้ากลับมาพักผ่อนที่จวนก่อน” อวี้จิ่นเห็นความห่วงใยในดวงตาของมารดา ก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจของตนยิ่งนัก
“ท่านพ่อของเ้าคงอยู่ที่นั่นด้วยกระมัง เช่นนั้นจิ่นเอ๋อร์ไปชำระร่างกายก่อนเถิด แม่สั่งพวกสาวใช้ให้เตรียมทั้งน้ำอุ่นและสำรับไว้แล้ว” จางฮูหยินเข้าใจทันทีเมื่อได้ยินบุตรสาวบอกกับตน
“พวกเรากลับเข้าจวนพร้อมกันเถิดเ้าค่ะ ท่านแม่ไม่ต้องกังวลภารกิจครั้งนี้เป็ไปด้วยดี ไม่แน่นะเ้าคะหลังจากนี้อีกไม่นาน ท่านแม่อาจจะต้องเตรียมจัดงานมงคลก็เป็ได้เ้าค่ะ คิ คิ คิ” อวี้จิ่นเดินคล้องแขนมารดาเข้าจวน และพูดอย่างน่าสงสัยให้มารดาเดาเล่น ๆ
“ฮ้าย เ้าลูกคนนี้เพิ่งจะกลับมาถึงแท้ ๆ เื่มงคลอย่างที่เ้าพูดมาถ้ามันเกิดขึ้นจริง ๆ ย่อมเป็ข่าวดีสำหรับพวกเราอยู่แล้วนะจิ่นเอ๋อร์ พี่ชายของลูกอายุยี่สิบสามปียังไม่ยอมแต่งสะใภ้ แม่ก็ไม่อยากบังคับพวกเ้าหากต้องแต่งกับคนที่ไม่ได้รัก” เพราะจางฮูหยินเคยผ่านมาก่อน
“ท่านแม่น่ารักที่สุดเลยเ้าค่ะ”
“เอาล่ะ ๆ รีบกลับเรือนไปจัดการตนเองเสีย นอนพักสักหน่อยค่อยพูดคุยกันทีหลังเถิด”
“เ้าค่ะท่านแม่”
สองแม่ลูกแยกกลับเรือนของตน อวี้จิ่นดีใจที่ตนได้ช่วยคลายปมในใจของพี่ชาย มิหนำซ้ำยังกลายเป็เทพจันทราอีก เมื่อถึงเรือนอวี้จิ่นจึงให้ตงลู่กับเฟยอินไปพักผ่อนเช่นกัน ไม่ต้องมาอยู่คอยรับใช้จนกว่าจะถึงตอนเย็น
ยามนี้ไม่ว่าจะเป็บิดากับบุตรที่ได้กลับมาพบกัน หรือครอบครัวสองตระกูลที่มีผลงานโดดเด่น ต่างพูดคุยหลังมื้ออาหารเย็นอย่างออกรส ผิดกับคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกจองจำอยู่ในคุกหลวงแคว้นจ้าว พวกเขากำลังเผชิญกับฤทธิ์จากยาพิษของอวี้จิ่น ความทรมานที่ได้พบเจอ แม้แต่เหลียนเป่ยอ๋องยังรู้สักอับอายและรับไม่ได้ เมื่อไม่สามารถอดกลั้นกับการขับถ่ายของเสีย เนื่องจากห้องขังคณะทูตแคว้นต้าเหลียน มีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทำเอาทหารที่เฝ้าเวรยาม ยังต้องวิ่งออกไปอาเจียน
ร้อนถึงพวกขันทีทั้งหลายต้องมาทำความสะอาด และผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับทุกคน ช่างเป็สองชั่วยามที่ทำให้เข้าใจคำพูดของอวี้จิ่น หากทุกคนกลับแคว้นและไม่อาจถอนพิษนี้ได้ ย่อมเปิดโอกาสให้คนที่เกลียดชัง ลงมือสังหารโดยไร้หนทางตอบโต้อย่างแน่นอน
แต่ที่จวนตระกูลเจียงอวี้จิ่นเอ่ยรั้งคนในครอบครัว เพื่อ้าบอกความลับที่นางเคยรับปากเอาไว้ จึงชักชวนทุกคนไปยังห้องหนังสือของบิดา เพราะนี่เป็ความลับที่สำคัญมากที่สุดของนาง
“ท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่เ้าคะ ข้ามีเื่ที่อยากให้พวกท่านรับรู้ ตามคำสัญญาที่เคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้เ้าค่ะ”
“จิ่นเอ๋อร์แน่ใจแล้วใช่หรือไม่ลูกพ่อ”
“เ้าค่ะท่านพ่อ ข้าขอรบกวนใช้ห้องหนังสือของท่านพ่อ เป็สถานที่สำหรับพูดคุยเื่นี้ได้ไหมเ้าคะ”
“ได้สิลูก เช่นนั้นพวกเราย้ายไปยังห้องหนังสือกันเถิด”
ทั้งสี่คนมาถึงห้องหนังสือของแม่ทัพใหญ่ และไม่ลืมกำชับกับผู้ติดตามทั้งห้ากับการเฝ้าหน้าห้องหนังสือ เมื่ออยู่ลำพังเพียงคนในครอบครัว เื่สำคัญของอวี้จิ่นจึงเริ่มบอกกับพวกเขาทันที
“เื่ทำนายดวงชะตาพวกท่านล้วนคาดเดาได้ แต่เื่ยาสมุนไพรที่ข้านำออกมาคงเป็ที่สงสัยมากกว่า ใช่หรือไม่เ้าคะ”
“อืม พวกเรายอมรับว่านึกสงสัยเื่ยาสมุนไพร เพราะมันเป็เื่อัศจรรย์ที่ไม่เคยพบเห็น” แม่ทัพใหญ่เป็ผู้ตอบบุตรสาว
“ถ้าเช่นนั้นรบกวนพวกท่านจับมือกันไว้ หายใจเข้าลึก ๆ และหลับตาลงให้สนิทนะเ้าคะ หากได้ยินเสียงข้าบอกให้ลืมตาพวกท่านค่อยทำตาม” อวี้จิ่นจะลองพาทุกคนเข้ามิติเป็ครั้งแรก ทั้งที่นางก็ไม่แน่ใจนักว่าจะทำได้หรือไม่
“พวกเราพร้อมแล้วจิ่นเอ๋อร์น้องพี่” เจียงหยวนที่รู้สึกตื่นเต้นบอกกับอวี้จิ่น
“เข้ามิติ..วูบ!!”
อวี้จิ่นแทบจะกรีดร้องออกมาให้ดัง ๆ เมื่อนางสามารถพาทุกคนเข้ามาในมิติได้ อีกสามคนที่ยังหลับตาอยู่รอฟังเสียงอวี้จิ่น บอกให้ลืมตาอย่างใจจดใจจ่อไม่กล้าพูดอันใด
“พวกท่านลืมตาเถิดเ้าค่ะ”
“..!!!???...”
ทั้งสามคนใอย่างเห็นได้ชัดและยังไม่ยอมปล่อยมือ เอาแต่มองรอบ ๆ ตัวจนทั่วว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ใดกันแน่
“ละ ละ ลูกพ่อที่นี่คือที่ใดกันหรือ เมื่อครู่มิใช่ว่าพวกเรานั่งอยู่ในห้องหนังสือ แต่ตอนนี้ดูแล้วไม่ใช่ห้องหนังสือของพ่อนะลูก”
“จะ จะ เ้าพาพวกเรามาที่แห่งใดกันจิ่นเอ๋อร์ ใยสถานที่มันดูแปลกตาชอบกลนักเล่า” จางฮูหยินที่เห็นตลาดครอบจักรวาล ยิ่งตื่นตะลึงกับร้านค้ามากมาย และคิดว่าคงมากกว่าในเมืองหลวงหลายเท่า
“นะ นะ น้องพี่อย่าบอกนะว่าเ้าก็คือ...”
“คือ??” สามคนหันมาสนใจคำถามของเจียงหยวน
“เ้าคือ..เ้าคือใครกันแน่สารภาพกับพวกเรามาดะ..”
“ป้าบบบ!! โอ๊ยย!!”
“ท่านพ่อเหตุใดถึงต้องรุนแรงด้วยขอรับ อูย เจ็บใช่ย่อยนะขอรับ”
“อยากโดนอีกสักทีหรือไม่เล่า ดูคำพูดของเ้าสิใช้ได้ที่ไหนกัน” แม่ทัพใหญ่นึกหมั่นไส้บุตรชายเหลือเกิน จึงสั่งสอนไปหนึ่งฝ่ามือ
“ไอหยา พวกท่านสองพ่อลูกยังจะมัวพูดเล่นอยู่อีก เ้าก็เช่นกันอาหยวนถามน้องได้น่าตีจริง ๆ ฟังความจริงจากปากของจิ่นเอ๋อร์ก่อนเถิด” สองพ่อลูกถูกฮูหยินและมารดาดุเข้าก็ทำหน้าแหย ๆ กลับมา
“คิ คิ คิ ที่พวกท่านเห็นอยู่นี้ มันคือมิติที่ท่านเทพชะตาและท่านเทพจันทรา ได้มอบให้กับข้ายามที่หมดลมหายใจอยู่บนเขา ด้วยเหตุผิดพลาดบางประการ ท่านเทพจึงอยากชดใช้ให้กับข้า ถึงได้ให้พรวิเศษอย่างการทำนายดวงชะตาและมิติแห่งนี้เ้าค่ะ” ถ้าบอกว่านางคือดวงิญญาจากต่างโลก พวกเขาต้องคิดว่าข้าคือผีร้ายสิงร่างแน่ ๆ
“ช่างเป็พรวิเศษสมชื่อจริง ๆ จิ่นเอ๋อร์นั่นใช่ยาที่นำไปขายหรือไม่” เจียงหยวนเหลือบไปเห็นชั้นวางของ ที่เต็มไปด้วยขวดยาหลากหลายชนิด จึงถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่เ้าค่ะพี่ใหญ่ เฉินหนงทักทายครอบครัวของข้าหน่อยสิ”
‘สวัสดีทั้งสามท่านขอรับ’
“ว๊ากกก!! ผีหลอก ๆ ท่านพ่อท่านแม่ในมิตินี้มีผีด้วยขอรับ อามิตาพุทธ ๆ ๆ”
“โอ้ย เ้าลูกคนนี้นี่รบราฆ่าฟันเห็นคนตายมาก็มากมาย แค่ได้ยินเสียงลี้ลับเข้าหน่อยก็เป็กระต่ายตื่นตูมไปเสียได้ มันน่าตบเรียกสติอีกสักทีดีไหมนะ ฮึ่ย” แม่ทัพใหญ่มิได้ใเสียงของเฉินหนง แต่ใเสียงของบุตรชายมากกว่า
“โธ่ พี่ใหญ่ของข้า หมดกันภาพลักษณ์รองแม่ทัพ เสียงที่พวกท่านได้ยินคือเฉินหนงเป็ร้านสมุนไพรเ้าค่ะ ยาทุกอย่างที่ข้านำไปขายเพื่อช่วยรักษาคน ล้วนเป็เฉินหนงที่จัดการให้ทั้งหมด แม้แต่ยาพิษที่เหลียนเป่ยอ๋องกินเข้าไป ก็มาจากการปรุงยาของร้านสมุนไพรวิเศษแห่งนี้เ้าค่ะ” อวี้จิ่นไม่ลืมชื่นชมเฉินหนงต่อหน้าคนในครอบครัว
“โอ้ ช่างวิเศษสมชื่อจริง ๆ ถ้าต้องไปรบกับศัตรูและมียาพิษติดไปด้วย ทหารในกองทัพคงมีคนรอดชีวิตอีกมากกระมัง” แม่ทัพใหญ่คิดเผื่อการในา ผู้ใดบ้างไม่มีแผนสำรองแม้จะเป็แผนร้ายก็ตาม
‘หากบิดาของนายหญิง้ายาพิษ ข้ายินดีปรุงให้ท่านได้ขอรับ ขอเพียงใช้ในคราวที่จำเป็จริง ๆ เท่านั้น’
“จริงรึ!!”
“ท่านพ่อนอกจากยาพิษที่จะนำติดตัวไป ข้าคิดว่าท่านกับพี่ใหญ่ควรมีอาวุธที่แข็งแรงทนทาน และมีคุณภาพมากกว่าที่เคยใช้มานะเ้าคะ ข้าเห็นจากการััมือของท่านพ่อตอนพาเข้ามิติ ด้านตลาดครอบจักรวาลมีร้านค้าอาวุธหลายร้าน พวกท่านอยากไปดูสักหน่อยไหมเ้าคะ” อวี้จิ่นสารภาพกับบิดาว่านางรู้ได้เช่นไร
“ที่จิ่นเอ๋อร์พูดมาก็ถูกนะขอรับ มีอาวุธดี ๆ ศัตรูย่อมยำเกรงพวกเราไม่น้อย” มีหรือที่เจียงหยวนจะไม่เห็นดีเห็นงามกับน้องสาว
ยามที่เดินมาถึงร้านค้าอาวุธของที่ระลึก ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริงในการต่อสู้ แม่ทัพใหญ่ถูกใจเครื่องยิงลูกธนูมาก เนื่องจากการยิงหนึ่งครั้งสามารถยิงได้มากกว่าสามสิบดอก ส่วนเจียงหยวนถูกใจดาบลายพยัคฆ์ และชุดมีดสั้นที่พกติดตัวได้ง่าย อวี้จิ่นที่เห็นเช่นนั้นจึงรับปากบิดากับพี่ชายว่า จะนำอาวุธที่ถูกใจออกไปวางไว้ด้านนอกให้
“จิ่นเอ๋อร์ เ้าเครื่องยิงลูกธนูนี้จะนำออกไปได้อย่างไรรึ”
“ท่านพ่อให้พวกบ่าวไพร่ถางหญ้าด้านหลังจวนไว้ ข้าจะนำเครื่องยิงธนูนี้ไปวางไว้ที่นั่น เมื่อท่านพ่อนำอาวุธนี้ออกไปแล้ว ที่ว่างเ่าั้จะกลายเป็แปลงผักของจวนแทนเ้าค่ะ”
“ขอบใจจิ่นเอ๋อร์มากนะ เมื่อมีอาวุธที่ร้ายกาจเช่นนี้ไปด้วย พวกต้าเหลียนต้องคิดหนักหาก้าเปิดศึกกับเราแน่” แม่ทัพใหญ่อยากเห็นหน้าฝ่ายศัตรูนัก ยามที่เห็นอาวุธชนิดใหม่ของแคว้นจ้าว
“ถ้าแคว้นต้าเหลียนคิดเปิดศึกอีกครั้ง ข้าจะใช้อาวุธใหม่สังหารแม่ทัพอีกฝ่ายให้จงได้” เจียงหยวนคิดแล้วก็ให้เสียดาย ที่ครั้งนั้นปล่อยให้แม่ทัพทิศอุดรของศัตรูรอดไปได้
“ท่านพี่เ้าคะ ในเมื่อจิ่นเอ๋อร์มีมิติวิเศษเช่นนี้ หากนำสิ่งของออกไปพวกบ่าวไพร่จะจัดการอย่างไรเ้าคะ ข้าเกรงว่าจะมีคนนำไปพูดจนนำอันตรายมาให้จิ่นเอ๋อร์ พวกเราควรจัดการปัญหานี้อย่างไรดีเ้าคะ” จางฮูหยินแม้จะรู้สึกตื่นเต้นกับมิติของบุตรสาว แต่ก็คิดถึงอันตรายที่จะตามมาเช่นกัน
“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เ้าคะท่านพ่อท่านแม่ ในคืนที่ข้าจะนำอาวุธออกมาให้ท่านพ่อ จะส่งน้าตงลู่วางยาสลบชนิดอ่อนกับบ่าวไพร่ และท่านพ่อกับพี่ใหญ่ก็พาทหารมาขนมันออกไปจากจวน ขณะที่ทำการเคลื่อนย้ายก็คลุมผ้าเอาไว้ ส่วนข้ออ้างข้าคิดว่าท่านพ่อกับพี่ใหญ่ มีความสามารถมากพอที่จะบอกกล่าวกับผู้อื่น จริงไหมเ้าคะ” อวี้จิ่นไม่คิดจะนำสิ่งใดออกมาพร่ำเพรื่อ นอกจากสิ่งที่จำเป็เท่านั้น
“ได้! เื่นั้นปล่อยเป็หน้าที่พ่อกับพี่ใหญ่ของเ้าเอง ยามนี้พวกเราควรออกไปด้านนอกได้แล้วกระมัง”
“เ้าค่ะ ถ้าพวกท่านมีสิ่งที่อยากได้ ไว้ค่อยเข้ามาวันหลังก็ยังได้เ้าค่ะ จับมือกันเช่นเดิมนะเ้าคะ พวกเราจะกลับออกไปด้านนอกแล้ว” อวี้จิ่นยื่นมือให้บิดามารดาจับต่อ ๆ กัน ชั่วพริบตาก็อยู่ในห้องหนังสือเช่นเดิม
“วูบบบ!!”
ทั้งสี่คนกลับออกมาจากมิติ จึงมีเสียงพูดคุยกันดังขึ้นอีกครั้ง สร้างความแปลกใจระคนสงสัยกับผู้ติดตาม ที่ล้วนมีประสาทััที่ดีกว่าคนทั่วไป พวกเขาไม่อาจรู้ได้ว่าด้านในห้องเกิดสิ่งใดขึ้น จะเปิดประตูเข้าไปก็ไม่สามามารถทำได้ เกรงว่าจะถูกลงโทษมากกว่าได้คำตอบ
“เอาล่ะนี่ก็จะเข้ายามห้ายแล้ว พวกเ้าสองคนควรพักผ่อนให้มาก เดินทางเหน็ดเหนื่อยหลายวันอย่าได้ฝืนกำลังของตน พ่อกับแม่จะกลับเรือนแล้วเช่นกัน”
“ขอรับท่านพ่อ/เ้าค่ะท่านพ่อ”
พ่อแม่ลูกแยกกันกลับเรือนนอนของตน ตามไปด้วยคนสนิทที่มีแต่คำถามอยู่ในใจ สำหรับตงลู่กับเฟยอินนั้น อวี้จิ่นคงต้องบอกกับทั้งสองเกี่ยวกับเื่นี้ เนื่องจากพวกเขามีหน้าที่ปกป้องนาง โดยเฉพาะคืนที่ต้องนำอาวุธออกมาให้บิดา ถ้าทั้งสองไม่รู้นางย่อมทำสิ่งใดไม่สะดวก แค่เื่การปรุงยาที่ไม่น่าเป็ไปได้ ก็สร้างความสงสัยอยู่มากพอสมควร หากมีเื่ของอาวุธเข้ามานางคงไม่ต้องมีองครักษ์ข้างกายแล้วกระมัง
ต้นยามเฉินของวันต่อมา ครอบครัวของอวี้จิ่นยังไม่ทันได้นั่งทานมื้อเช้า ฉีกงกงก็นำราชโองการมาถึงสองฉบับ ทั้งห้าคนจึงต้องออกไปคุกเข่าอย่างพร้อมเพรียงเพื่อรับราชโองการ
“ตึก ตึก ตึก นายท่านขอรับฉีกงกงกำลังมาที่นี่ พร้อมด้วยราชโองการจากฮ่องเต้ขอรับ” พ่อบ้านเจียงได้รับรายงานจากบ่าว จำต้องรีบเข้ามารายงานต่อแม่ทัพใหญ่โดยเร็ว
“ทุกคนออกไปรอรับราชโองการกันเถิด ครั้งนี้คงหนีไม่พ้นเื่แคว้นต้าเหลียนเป็แน่”
แม่ทัพใหญ่บอกกับคนในครอบครัว และหันไปประคองมารดาที่แก่ชราเดินอย่างไม่เร่งรีบ ท่าทางของบุตรชายฮูหยินผู้เฒ่าย่อมมองออก ว่าเื่ราชโองการในวันนี้บุตรชายคงคาดเดาเอาไว้แล้ว
ฉีกงกงที่ยืนรออยู่ได้ไม่นาน เมื่อเห็นแม่ทัพใหญ่พาครอบครัวออกมาครบทุกคน จึงได้เปิดอ่านราชโองการจากฮ่องเต้ทันที
“รองแม่ทัพเจียงและคุณหนูเจียงอวี้จิ่นรับราชโองการ ด้วยโองการแห่งฟ้า รองแม่ทัพเจียงมีผลงานที่น่าชื่นชม มีคุณูปการของรองแม่ทัพผู้ที่ทำงานรับใช้ราชสำนัก ด้วยความจงรักภักดี เพื่อปกป้องบ้านเมืองและเหล่าราษฎร ด้วยเหตุนี้ ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้เลื่อนตำแหน่งเป็แม่ทัพของกองทัพใหญ่ และมีสิทธิ์ควบคุมทหารใต้บังคับบัญชาจำนวนห้าหมื่นนาย
คุณหนูเจียงอวี้จิ่น ผู้เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญาที่หลักแหลมและชาญฉลาด สามารถทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ เจิ้นขอแต่งตั้งให้คุณหนูเจียงอวี้จิ่นเป็ 'เทพธิดาพยากรณ์' ประจำราชสำนัก นับแต่นี้เป็ต้นไป โดยมีหน้าที่ทำนายและชี้แนวทางให้แก่ราชสำนักและเหล่าขุนนาง เพื่อป้องกันหายนะและภัยพิบัติ จากการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ ข้าศึก และเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ
นอกจากนี้ทั้งสองยังให้การช่วยเหลือองค์หญิงใหญ่ และพากลับวังหลวงได้อย่างปลอดภัย ฝ่าาจึงประทานเงินตำลึงทองจำนวนห้าหีบ เครื่องประดับอันล้ำค่าจำนวนห้าหีบ และผ้าไหมอวิ๋นเซียงชั้นดีอีกสิบพับ จบราชโองการ”
“กระหม่อมเจียงหยวนรับราชโองการ ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงเมตตาพ่ะย่ะค่ะ”
“หม่อมฉันเจียงอวี้จิ่นรับราชโองการ ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงเมตตาเพคะ”
“ยินดีกับแม่ทัพเจียงและและคุณหนูเจียง” ฉีกงกงยื่นราชโองการสีทองให้กับเจียงหยวน ก่อนจะเอ่ยแสดงความยินดีเบา ๆ
“ขอบคุณฉีกงกง ลำบากฉีกงกงแล้วขอรับ” เจียงหยวนที่รับราชโองการมาแล้ว ไม่ลืมยื่นถุงเงินวางไว้บนมือของฉีกงกง คล้ายกับว่านี่จะเป็ธรรมเนียมเมื่อมีการถ่ายทอดราชโองการ
“พวกท่านอย่าเพิ่งลุกยังมีอีกหนึ่งฉบับ รบกวนพวกท่านคุกเข่าอีกสักประเดี๋ยวเถิด”
“เชิญฉีกงกง” แม่ทัพใหญ่กล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม
“แม่ทัพใหญ่เจียงรับราชโองการ ด้วยโองการแห่งฟ้า ยามนี้แคว้นต้าเหลียนคิดยึดครองแคว้นจ้าว ขอให้แม่ทัพใหญ่นำทัพพร้อมตัวประกันไปยังชายแดนเหนือ เพื่อป้องกันภัยจากศัตรูที่ย่างกรายเข้ามา จงนำกองทัพที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกำราบศัตรู และนำพาชัยชนะกลับมาเพื่อราษฎรแคว้นจ้าว กองทัพจะออกเดินทางเมื่อได้รับฤกษ์มงคลจากเทพธิดาพยากรณ์ โดยมีขบวนเสบียงจำนวนหนึ่งร้อยเกวียนให้กับกองทัพ”
“กระหม่อมเจียงซือกุ่ยรัชราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอให้แม่ทัพใหญ่มีชัยในการศึกครั้งนี้”
“ขอบคุณฉีกงกง”
“หมดธุระของข้าน้อยแล้วขอตัวก่อน”
“ฉีกงกงค่อย ๆ เดิน”
ทุกคนไม่มีสีหน้าใ เพราะเป็เื่ที่ได้คาดการณ์ไว้ั้แ่แรก เมื่อฮ่องเต้ทรงตรัสเื่คณะทูตแคว้นต้าเหลียน และเป็อวี้จิ่นที่รู้ล่วงหน้าอีกว่าบิดากับพี่ชาย จะต้องเดินทางไปชายแดนก่อนใคร
“ยังคงเป็จิ่นเอ๋อร์ที่ล่วงรู้ก่อนผู้ใดสินะ หวังว่าการทำากับต้าเหลียน จะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับพวกเรา ใช่ไหม?” ฮูหยินผู้เฒ่าแม้จะเข้าใจแต่ย่อมมีความกังวล ตามประสาคนเป็มารดาที่ห่วงใยบุตรหลาน
“ท่านย่าอย่ากังวลจนล้มป่วยนะเ้าคะ ข้าบอกได้เพียงว่าชัยชนะย่อมเป็ของแคว้นจ้าว ส่วนฤกษ์มงคลสำหรับเคลื่อนทัพ คือต้นยามเฉินอีกสิบห้าวันนับจากนี้เ้าค่ะท่านพ่อ” ั้แ่วันที่อวี้จิ่นเห็นภาพในนิมิต นางได้คำนวณวันเวลาที่เป็ฤกษ์มงคล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับกองทัพไว้แล้ว
“ยอดเยี่ยมมากน้องพี่ สมกับตำแหน่งเทพธิดาพยากรณ์จริง ๆ ท่านย่าอยู่ที่จวนกับท่านแม่ทำใจให้สบายเถิด ข้ากับท่านพ่อไปไม่นานก็กลับมาหาพวกท่านแล้วขอรับ” เจียงหยวนพยายามพูดปลอบผู้เป็ย่า
“จ้ะ ๆ ๆ หลานย่าเก่งกันทุกคน นี่ก็ไม่เช้าแล้วไปทานข้าวกันเถิด พวกเ้าสามคนยังมีงานต้องทำต่อมิใช่รึ”
“พวกเราสองคนช่วยประคองท่านนะเ้าคะ ค่อย ๆ เดินเ้าค่ะท่านย่าคนงาม” อวี้จิ่นพยักหน้าชวนพี่ชายเอาใจฮูหยินผู้เฒ่า เพราะอยากให้ผู้าุโของตระกูลไม่คิดมาเื่า
“ฮ่า ๆ ๆ เ้าลูกสองคนนี้รู้งานเสียจริง”
“พวกเราก็รีบตามท่านแม่ไปเถิดเ้าค่ะท่านพี่”
“ได้สิจ๊ะน้องหญิงคนงาม หึ ๆ ๆ”
แม่ทัพใหญ่เลียนแบบบุตรของตน หยอกเย้าฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของตน ที่จวนตระกูลเจียงของแม่ทัพใหญ่ มิได้มีท่าทีเคร่งเครียดกับเื่ของศัตรูนัก ยิ่งมีอาวุธที่ได้จากมิติของบุตรสาวด้วยแล้ว ก็ยิ่งมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าครั้งนี้แคว้นต้าเหลียน จะต้องยอมศิโรราบไม่คิดยื่นมือเข้ามาที่แคว้นจ้าวอีก
ด้านจวนตระกูลฟู่ย่อมได้รับราชโองการ เพื่อประทานรางวัลเช่นเดียวกับสองพี่น้องตระกูลเจียง ไม่เพียงเท่านั้นฮ่องเต้ยังมีจดหมายลับ ฝากผ่านฉีกงกงมอบให้ฟู่หลงเหยียน เกี่ยวกับการตรวจสอบเ้าเมืองซุยโจว เนื่องจากมิได้ถวายฎีการายงานปัญหาใด ๆ มาสามเดือนแล้ว ฮ่องเต้ทรงเกรงว่าจะมีเื่บางอย่างเกิดขึ้นที่นั่น ซึ่งมีรับสั่งให้ฟู่หลงเหยียนออกเดินทางทันทีหลังได้รับจดหมายนี้
