หลิวฮ่าว เ้าพ่อคุมถิ่น?
หลิวหยูถงทำได้เพียงยืนมองพวกเธอแย่งเงินไปต่อหน้าต่อตา น้ำตาที่คลอหน่วยเริ่มไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างสุดกั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอร้องไห้ต่อหน้าพวกจ้าวซู
“เอาคืนมานะ! นั่นมันเงินหนึ่งหมื่นหยวนที่คุณปู่ฉันลำบากตรากตรำขายข้าวโพดขายข้าวสารแลกมานะ!”
“......”
ทว่า ไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนหรือขัดขืนอย่างไร ความเป็จริงก็ไม่เปลี่ยนไป
จ้าวซูแกว่งปึกเงินในมือไปมาอย่างยโสพลางบอกหลิวหยูถงว่า “อยากได้คืนเหรอ? เหอะ ฉันไม่ให้!”
“หลิวหยูถง ฉันจะบอกอะไรให้นะ เงินนี่ถือเป็ค่าทำขวัญที่แกกล้าเบี้ยวพวกฉันวันนี้ ทางที่ดีแกควรจะฉลาดหน่อย ปิดปากให้เงียบไว้ ไม่อย่างนั้นถ้าแกกล้าก้าวเท้าออกจากโรงเรียนแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะให้พี่ชายฉันสั่งสอนแกให้เข็ด!”
“รู้ไหมว่าพี่ชายฉันเป็ใคร? หลิวฮ่าว เ้าพ่อคุมถิ่นย่านร้านเน็ตตรงจัตุรัสชิงเหนียนไงล่ะ!”
จริงๆ แล้วจ้าวซูไม่ได้กะจะเอาชื่อพี่ชายบุญธรรมออกมาขู่แต่แรก แต่คราวนี้เงินที่ปล้นมาได้มันจำนวนมหาศาลเกินไป ปกติไถเงินแค่ไม่กี่สิบกี่ร้อย หลิวหยูถงคงแค่แค้นใจแต่ไม่กล้าทำอะไร แต่นี่มันเงินหนึ่งหมื่นหยวน! เพื่อกันไม่ให้หลิวหยูถงวู่วามสู้ตาย จ้าวซูจึงต้องงัดชื่อหลิวฮ่าวออกมาข่มขวัญไว้ก่อน
และมันก็ได้ผล ใบหน้าของหลิวหยูถงซีดเผือดลงทันที แววตาฉายความหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับหวาดเกรงการล้างแค้นจากนักเลงนอกโรงเรียนจริงๆ จ้าวซูและพวกหมดอารมณ์จะซ้ำเติมหลิวหยูถงต่อ จึงเดินถือเงินจากไปอย่างผู้ชนะ
ทันทีที่ลับหลังพวกนั้น หลิวหยูถงก็ปาดน้ำตาทิ้งทันควัน มุมปากโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มเ็า “เด็กน้อย... ยังอ่อนหัดกันเกินไปจริงๆ”
ถ้าพวกเธอแกะปึกเงินนั่นออกมาดูตอนนั้นเลย บางทีโทษทัณฑ์ที่จะได้รับอาจจะเบาลงบ้าง เพราะเงินจริงๆ มีแค่ใบหน้ากับใบหลังรวมแปดร้อยหยวนเท่านั้น... แต่ก็นั่นแหละ พวกเธอไม่ได้ทำ
ตอนที่พวกจ้าวซูเดินออกจากหอพัก หัวใจพวกเธอเต้นรัวไม่เป็จังหวะ
ถึงพวกเธอจะเป็ขาใหญ่ในโรงเรียน แต่พอได้ถือเงินก้อนโตขนาดนี้ในมือ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าและหวาดกลัวลึกๆ พวกเธอรีบวิ่งไปแอบที่มุมอับของสนามโรงเรียน ก่อนจะหยิบปึกเงินนั้นออกมาดูอย่างระมัดระวัง
ทั้งสามคนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แววตาเต็มไปด้วยความโลภและความกังวล
“พี่ซู พวกเราปล้นเงินหลิวหยูถงมาเยอะขนาดนี้ ยัยนั่นจะแจ้งตำรวจไหม?”
“กลัวอะไร? ตอนนั้นในหอมีแค่พวกเราสามคน ตราบใดที่พวกเราไม่ยอมรับ ยัยนั่นก็ไม่มีหลักฐาน อีกอย่าง ใครจะเชื่อว่ายัยเด็กบ้านนอกจนๆ อย่างมันจะมีเงินเยอะขนาดนี้?”
“วางใจเถอะ!”
ลูกน้องสองคนได้ยินดังนั้นก็เริ่มใจชื้นขึ้น ถึงจะรู้ว่าการปล้นเงินมันผิดกฎหมาย แต่พวกเธอก็ยังชะล่าใจ คิดว่าตัวเองเป็แค่นักเรียน คงไม่โดนอะไรหนักหนา
ทว่า เมื่อพวกเธอแกะสายรัดปึกเงินออกด้วยความตื่นเต้น ก็ต้องตาค้าง!
“ทำไมมีแต่ธนบัตรจำลองวะเนี่ย!”
พวกเธอเช็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแน่ใจว่านอกจากเงินจริงแปดร้อยหยวนที่ประกบหน้าหลังแล้ว ที่เหลือคือเงินกระดาษสำหรับฝึกนับเงินทั้งหมด
แต่แปลกที่ทั้งสามคนกลับไม่ได้โกรธแค้นอะไรมากนัก
อย่างแรก พวกเธอคิดว่าหลิวหยูถงต่างหากที่ซวยที่สุด เพราะที่บ้านขายข้าวมาได้แต่กลับโดนพ่อค้าโกงจ่ายเงินปลอมมาให้
อย่างที่สอง พวกเธอรู้สึกกดดันน้อยลง เพราะการปล้นเงินหลักร้อยกับปล้นเงินหมื่น ความผิดและภาระทางใจมันคนละเื่กันเลย
จ้าวซูโยนเงินปลอมพวกนั้นทิ้งถังขยะไป แล้วเดินกลับเข้าห้องเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่พอถึงห้อง จ้าวซูก็ต้องปรี๊ดแตกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
อวี๋ซินกำลังนั่งคุยกับหลินปินอย่างสนิทสนม แถมยังมีเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเป็ระยะ
“ดี! ดีมาก!”
“อวี๋ซิน แกนี่มันใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ ทั้งที่รู้ว่าฉันชอบหลินปิน ยังกล้าเสนอหน้าเข้าไปใกล้เขาขนาดนี้”
จ้าวซูกัดฟันกรอด วางแผนเตรียมจะสั่งสอนอวี๋ซินให้หลาบจำ
แต่เื่ที่ทำให้จ้าวซูตั้งตัวไม่ติดก็คือ หลิวหยูถงที่เคยซื่อบื้อกลับเริ่ม "ฟ้องครู" รัวๆ กลายเป็นักเรียนประเภทที่ทุกคนเกลียดที่สุดในยุคสมัยนั้นไปเสียแล้ว
“อาจารย์คะ จ้าวซูแอบเล่นมือถือค่ะ”
“อาจารย์คะ จ้าวซูโยนจดหมายน้อยมาหาหนู จะให้หนูแกล้งป่วยพาพวกเธอไปเล่นเน็ตค่ะ”
“อาจารย์คะ จ้าวซูพาเพื่อนไปแอบสูบบุหรี่ในห้องน้ำค่ะ”
“อาจารย์คะ จ้าวซูจะตีอวี๋ซิน หนูมีหลักฐานนะคะ”
“อาจารย์คะ ถ้าอาจารย์ไม่จัดการ หนูจะไปหาอาจารย์หลี่ หรือไปหาฝ่ายปกครองเองค่ะ”
“อาจารย์คะ จ้าวซูแอบด่าอาจารย์ว่าไอ้แก่ก้นหมึกด้วยค่ะ!”
“.........”
อาจารย์ที่ปรึกษา “จ้าวซู! เธอมีมารยาทบ้างไหม!”
อาจารย์แทบจะประสาทเสียกับการฟ้องไม่หยุดหย่อนของหลิวหยูถง แต่เขาก็เพิกเฉยไม่ได้ เพราะถึงจ้าวซูจะเป็หลานสาวของอาจารย์หลี่ แต่อาจารย์หลี่ก็เคยกำชับเขาไว้เองว่าให้เข้มงวดกับจ้าวซูหน่อยเพื่อให้ออกมาดูดี
สุดท้าย อาจารย์เลยสั่งย้ายที่นั่งจ้าวซูมานั่งหน้าห้องข้างแท่นบรรยายซะเลย!
จ้าวซูแทบะเิด้วยความแค้น
แต่เธอทำอะไรอวี๋ซินกับหลิวหยูถงในโรงเรียนไม่ได้เลย เพราะลุงของเธอเพิ่งจะเรียกไปตักเตือนให้ตั้งใจเตรียมสอบเกาเข่า
ถึงจ้าวซูจะไม่ใช่เด็กดีในสายตาคนอื่น แต่อาจารย์หลี่ก็หวังให้หลานสาวสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ เพื่อไปตอบคำถามแม่ของจ้าวซูได้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว…
ใน่นี้ อวี๋ซินจงใจเข้าไปถามโจทย์หลินปินบ่อยๆ เพื่อยั่วโมโหจ้าวซู ส่วนหลิวหยูถงคอยเป็แบ็คหนุนหลังและฟ้องครูรัวๆ เพื่อกันไม่ให้จ้าวซูลงมือรัดคออวี๋ซินได้ทัน
จ้าวซูไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตมันจะทุกข์ทรมานขนาดนี้มาก่อน
“พี่ซู ฉันว่ายัยหลิวหยูถงมันต้องแค้นที่เราเอาเงินมันไปแน่ๆ เลยจงใจฟ้องครูแกล้งเรา”
“หรือเราเอาเงินคืนมันไปให้จบๆ ดีไหมพี่?” ลูกน้องคนหนึ่งเริ่มทนไม่ไหว เพราะเธอก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย
แต่จ้าวซูค้านหัวชนฝา เธอสาบานว่าจะต้องสั่งสอนหลิวหยูถงกับอวี๋ซินให้สาสม
ในที่สุดก็ถึงวันอาทิตย์ จ้าวซูรีบโทรหาหลิวฮ่าว พี่ชายบุญธรรมทันที
หลิวฮ่าวกำลังเล่นเกมอยู่ในร้านเน็ต พอได้ยินว่าน้องสาวถูกรังแกก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที
เขาเรียกพรรคพวกที่เป็นักเรียนอาชีวะและนักเรียน ม.6 จากโรงเรียนมัธยม 4 มาสี่ห้าคน
ในอำเภออู้สุ่ย นักเรียนอาชีวะกับมัธยม 4 ส่วนใหญ่คือกลุ่มคนที่สอบเข้าโรงเรียนดีๆ ไม่ได้ และหมดหวังเื่มหาวิทยาลัยไปแล้ว แต่ที่บ้านยังไม่อยากให้ออกมาทำงาน เลยส่งมาเรียนฆ่าเวลาไปวันๆ โรงเรียนพวกนี้จึงเหมือนเขตปกครองตนเองที่ไม่มีใครคุม
หลิวฮ่าวคุมย่านร้านเน็ตแถวจัตุรัสชิงเหนียน มีลูกน้องแบบนี้ในสังกัดร่วมสามสิบสี่สิบคน ถือเป็กลุ่มที่มีอิทธิพลพอตัวในย่านนั้น
ส่วนใหญ่พวกที่เดินสายนักเลงในอำเภออู้สุ่ยก็หนีไม่พ้นพวกเด็กอาชีวะนี่แหละ
“ไป! ตามข้าไปสั่งสอนคนหน่อย” หลิวฮ่าวสะบัดมือเรียกพรรคพวก แล้วเดินนำออกจากร้านเน็ตไปอย่างขึงขัง
