ทิวชม ทุกครั้งที่มีโอกาสเป็อันต้องแอบแทะโลมหล่อน
“แหม… ก็น้ำในตู้เย็นนั่นแหละจ้ะ ไม่ต้องมาปากหวานกับแม่นะจ๊ะ… เดี๋ยวแม่จะฟ้องยัยอรว่าทิวคิดหื่นกับแม่”
แม่ยายปราม
“แม่เดือนไม่ฟ้องหรอกครับ… ผมรู้… ”
ทิวกล่าว หาได้เกรงกลัวไม่ ไม่รู้ว่าความมั่นใจอันใดที่ทำให้กล้าเอ่ยประโยคนี้กับแม่ยาย
“เหนื่อยไหม… ดูสิเหงื่อชุ่มใบหน้าเชียว… ”
สกาวเดือนจ้องมองเม็ดเหงื่อผุดพราวอยู่ทั่วใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาของทิว
“ถ้าแม่เดือนจะช่วยเช็ดเหงื่อให้… รับรองว่าหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งเชียวละครับ”
น้ำเสียงและแววตาออดอ้อน ทำให้แม่ยายหันไปดึงกระดาษทิชชู่มายื่นให้
แต่ทิวกลับคว้ามือแม่ยาย
“อุ๊ย… ทิว… ”
สกาวเดือนอุทานใ…
ทิวดึงทิชชู่ออกจากมือหล่อนแล้วจับมือเรียวเข้ามาลูบไล้แก้มข้างหนึ่งที่สากระคายไปด้วยตอเคราเขียวครึ้ม
หนวดเคราแข็งที่ถากครูดมือนุ่ม ทำเอาแม่ยายขนลุกซู่ ใจเต้นแรง รู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั่วใบหน้า กลิ่นเหงื่อกลิ่นกายของชายฉกรรจ์… เหงื่ออุ่นๆ และเคราสาก ทำเอาแม่ยายที่ตกพุ่มม่ายมานานหลายปีรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“บ้า… ทีหลังอย่าทำอะไรพิเรนทร์แบบนี้อีกนะทิว… แม่ไม่ชอบ”
แม่ยายชักมือออกมาจากแก้มลูกเขย ตีต้นแขนของทิวเสียงดังเพียะเป็การเตือน แต่ลูกเขยหื่นหาได้กลัวไม่
“ทิวยกมือข้างที่จับมือแม่ยายขึ้นมาดม… สูดหายใจแรงลึก เหลือบมองสบตาแม่ยายแล้วกล่าวเสียงหวาน
“คืนนี้ผมจะไม่ล้างมือ… ”
“คนบ้า… ชักจะเอาใหญ่แล้ว… ทีหลังถ้าขืนทำแบบนี้อีกแม่โกรธจริงๆ ด้วย… ”
