แต่ไหนแต่ไรมา เนี่ยเทียนก็รู้มาตลอดว่าอาวุธวิเศษที่เหมาะมือชิ้นหนึ่งสามารถเพิ่มพลังในการต่อสู้ให้กับผู้ฝึกลมปราณได้มาก
จุดนี้เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งผ่านเกราะัเพลิงมานานแล้ว
น่าเสียดายก็แต่นอกจากเกราะัเพลิงแล้ว จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้อาวุธวิเศษที่เหมาะสมกับเขาจริงๆ สักชิ้นเดียว
เวลาที่เขาต่อสู้กับผู้อื่น สิ่งที่เขาใช้มีแต่เวทลับที่บรรลุมาจากดินแดนลึกลับ และเรือนกายที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงความลึกลับมากมายบนร่างเท่านั้น
แต่ต่อให้เป็เช่นนี้พลังในการต่อสู้ของเขาก็ยังคงเลิศล้ำทรงพลังอยู่ดี
หากเขาได้อาวุธวิเศษสักชิ้นที่เหมาะสมกับธาตุของเขาอย่างแท้จริง บางทีพลังในการต่อสู้ของเขาอาจจะไต่สูงขึ้นไปอีกระดับ
แม้ว่าเกราะัเพลิงจะเป็อาวุธล้ำค่าระดับเชื่อมโยงิญญา มีความมหัศจรรย์ไร้ที่สิ้นสุด ทว่าอาวุธวิเศษที่ร้ายกาจเกินไปไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถเรียกใช้ได้ตามใจชอบ
อีกทั้งจนถึงทุกวันนี้เขาก็ยังไม่สามารถเอาเกราะัเพลิงชิ้นนั้นมาสวมลงบนร่างได้
นอกจากนี้ก็เพราะการใช้เกราะัเพลิงเป็การโอ้อวดตนเกินไป หากเขาเรียกเกราะัเพลิงออกมาใช้แล้วไม่สามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้ จะยิ่งเป็การเปิดเผยเกราะัเพลิงให้คนอื่นรับรู้
หากตำหนักเทพเพลิงรู้ว่าเกราะัเพลิงเผยตัวในอาณาจักรเลี่ยคง ตัวตนของเขาก็จะถูกเปิดโปงตามไปด้วย
ถึงเวลานั้นไม่ใช่แค่ตำหนักเทพเพลิงเท่านั้น แม้แต่วิมาน์แห่งอาณาจักรเสวียนเทียนก็ยังต้องพากันระดมพลเข้ามาในอาณาจักรเลี่ยคงแล้วกรีดเอาตราประทับสะเก็ดดาวสองดวงที่อยู่บนร่างเขาไป
เกราะัเพลิงไม่สามารถเอาออกมาใช้ได้ แถมในมือของเขาก็ไม่มีอาวุธวิเศษที่เหมาะสมกับเขาอย่างแท้จริงเลยสักชิ้นเดียว
คำแนะนำของเผยฉีฉีอาจฟังดูเป็การเหน็บแนมก็จริง ทว่าเนี่ยเทียนกลับรู้สึกเหมือนถูกจุดประกาย
“อาวุธวิเศษระดับสูง...”
นาทีถัดมาเขาก็ลุกขึ้นยืนด้วยความแปลกใจ มองไปยังเผยฉีฉีด้วยสายตาสงสัย “เ้าหลีเหย่นั่นสามารถหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงได้รึ?”
เผยฉีฉีพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ไม่นานเขาได้หลอมอาวุธวิเศษระดับสูงชิ้นหนึ่งสำเร็จแล้ว นับแต่วันนี้เป็ต้นไป เขาก็ได้เลื่อนขั้นเป็ช่างหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงอย่างเป็ทางการแล้ว”
“ช่างหลอมอาวุธวิเศษระดับสูง!” เนี่ยเทียนตะลึงค้าง
ในอาณาจักรหลีเทียน ช่างหลอมอาวุธที่สามารถหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงออกมาได้ล้วนอยู่ที่หอหลิงเป่ากันทั้งหมด
ที่กันคังสามารถทำตัววางอำนาจบาตรใหญ่ในหอหลิงเป่า บีบบังคับอันซืออี๋ได้ก็เพราะเขาอาศัยตัวตนของช่างหลอมอาวุธวิเศษระดับสูง!
หลังจากที่เกิดเื่กับหอหลิงเป่า ตำหนักเทพเพลิงของอาณาจักรอั้นิก็หมายจะดึงตัวกันคังให้เข้าไปอยู่ในอาณาจักรอั้นิด้วยกัน ซึ่งรับรองว่าจะให้ผลตอบแทนมหาศาลแก่เขา นั่นก็เป็เพราะเห็นแก่ตัวตนช่างหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงของเขาเช่นกัน
ไม่ว่าช่างหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงคนใดก็ตามล้วนหาได้ยากยิ่ง สำหรับขั้วอิทธิพลอย่างแต่ละสำนักแล้ว ช่างหลอมอาวุธที่สามารถหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงออกมาได้จึงล้วนเป็บุคคลที่สำคัญอย่างยิ่งยวด
หลีเหย่เพิ่งจะอายุเท่าไหร่กันเชียว?
ด้วยอายุแค่นี้ ขอบเขตตบะแค่นี้ เขากลับหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงออกมาได้สำเร็จ พร์ของคนผู้นี้ช่างน่าตะลึงยิ่งนัก!
“อาวุธวิเศษระดับสูงที่สร้างขึ้นเพื่อบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะราคาแพงลิ่วยิ่งกว่าอาวุธวิเศษระดับสูงที่เ้าแลกมาจากกะโหลกเืมากนัก” เผยฉีฉีกวาดตามองเขาหนึ่งครั้ง รู้สึกว่าเขายังไม่เข้าใจสถานการณ์จึงพูดให้ละเอียดขึ้นอีกหน่อยอย่างอดไม่ได้ “ในเมืองโพ่เมี่ยก็มีร้านที่ขายอาวุธวิเศษอยู่เยอะมาก ซึ่งในบรรดานั้นก็มีอาวุธวิเศษระดับสูงอยู่ไม่น้อย”
“อาวุธวิเศษระดับสูงส่วนใหญ่จะมีราคาประมาณแปดเก้าพันหรือไม่ก็เกือบหมื่นหินวิเศษ”
“ทว่าอาวุธวิเศษระดับสูงประเภทนี้ต่อให้มีธาตุเดียวกับผู้ซื้อก็ยังไม่สามารถแสดงศักยภาพที่แท้จริงของผู้ซื้อออกมาได้อย่างเต็มที่”
“อาวุธวิเศษระดับสูงประเภทนี้หากไม่เป็เพราะช่างหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงหลอมออกมาตามใจชอบ ก็เป็เพราะคนที่หลอมมันได้ตายไปแล้ว จึงตกทอดมาอยู่ในเมืองโพ่เมี่ย”
“อาวุธวิเศษระดับสูงเช่นนี้จึงมีราคาเพียงประมาณหนึ่งหมื่นหินวิเศษเท่านั้น”
หยุดไปครู่หนึ่งนางก็กล่าวต่อ “หากคิดจะหาช่างหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงคนหนึ่งมาช่วยสร้างอาวุธวิเศษระดับสูงชิ้นหนึ่งให้โดยดูจากความพิเศษของธาตุปราณิญญา ความมหัศจรรย์ของคาถาวิเศษที่ฝึกฝน ความแข็งแกร่งหรืออ่อนแอของร่างกาย ความมากน้อยของระดับพลังจิต ถ้าเช่นนั้นหินวิเศษที่จำเป็ต้องจ่ายก็จะมากกว่าเดิมอย่างน้อยสามเท่า”
“หาก้าให้หลีเหย่หลอมอาวุธให้แก่เ้า เ้าก็จำเป็ต้องเตรียมหินวิเศษไว้สามหมื่นก้อนเขาถึงจะยอมหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงให้”
“แถมนี่ยังเป็ราคาคนกันเองแล้วด้วย”
“ตามความเห็นข้า ผลเก็บเกี่ยวที่เ้าได้รับมาจากในเทือกเขาฮ่วนคง รวมๆ กันแล้วหินวิเศษที่ได้เกรงว่าคงไม่พอให้หลีเหย่หลอมอาวุธวิเศษระดับสูงที่เหมาะสมกับเ้าอย่างแท้จริง”
“ทรัพย์สินเพียงแค่นี้เ้าก็ดีใจจนหน้าบานเป็กระด้ง เห็นแล้วน่าขันยิ่งนัก”
เผยฉีฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
นางกล่าวประโยคนั้นจบ เนี่ยเทียนก็หัวเราะแห้งๆ ยัดกำไลเก็บของทั้งหมดไปไว้ในถุงผ้าแล้วจึงกล่าวว่า “ดูท่าผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่ข้าสังหารไปคงยังไม่มากพอ”
เผยฉีฉีแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้งแล้วไม่ได้สนใจเขาอีก แต่หยิบเอาหยกคงหลิงออกมาสามสี่ก้อนแล้วเริ่มตั้งใจศึกษาเวทลับห้วงมิติ
พลังิญญาคล้ายเส้นด้ายตรงปลายนิ้วของนางแทรกซึมเข้าไปในหยกคงหลิงก้อนหนึ่ง และก็ดูเหมือนจะกำลังไปสลักค่ายกลเล็กๆ ทว่าประณีตละเอียดอ่อนอยู่ในหยกคงหลิง
ไช่โยวที่อยู่ข้างกันยังคงอยู่ในสภาวะฟื้นตัว ดวงตาของเขาปิดสนิท ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นมา
“นางเผาผลาญพลังงานไปมากกว่าไช่โยวเสียอีก แต่กลับฟื้นตื่นก่อนไช่โยว” เนี่ยเทียนมองเผยฉีฉี ในใจแอบตะลึง มักรู้สึกเสมอว่าบนร่างของหญิงสาวผู้นี้มีม่านหมอกบางๆ ปกคลุมอยู่ทำให้มองเห็นไม่ชัด ซึ่งนางก็คงซุกซ่อนความลับมากมายไม่ต่างไปจากเขา
เห็นว่าเผยฉีฉีและไช่โยวต่างก็กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับธุระของตัวเอง อยู่ๆ ว่างไม่มีอะไรทำ เนี่ยเทียนจึงหยิบเอาหินวิเศษออกมาบำเพ็ญตบะต่อ
เพิ่งจะเหยียบย่างเข้าสู่กลาง์่ต้นได้ไม่นาน เมื่อขอบเขตฝ่าทะลุ มหาสมุทริญญาจุดตันเถียนของเขาจึงทำการขยายและชุบหลอมใหม่อีกครั้ง เขาเองก็ต้องอาศัยหินวิเศษเปลี่ยนแปลงมหาสมุทริญญาของตัวเองเช่นกัน
เดิมทีเขากะไว้ว่าเมื่อเหยียบย่างเข้าสู่กลาง์จะทุ่มเทเต็มกำลังเพื่อทำความเข้าใจกับความลี้ลับของคาถาสะเก็ดดาวบทต้น
แต่เนื่องจากเผยฉีฉีและไช่โยวต่างก็อยู่ในตำหนักหิน เขากลัวว่าขณะที่ทำความเข้าใจกับคาถาสะเก็ดดาวจะเป็การเปิดเผยให้พวกเขารู้โดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นจึงได้แต่ทนข่มกลั้นเอาไว้ก่อน
“ป๊อกๆๆ!”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ผนังนอกตำหนักหินก็มีเสียงเคาะเบาๆ ดังลอยมา
ไช่โยวลุกพรวดขึ้นยืน ั์ตาเปล่งประกายระยับ กล่าวว่า “คนของกะโหลกเืของข้ามาแล้ว!”
ไม่รอให้เผยฉีฉีและเนี่ยเทียนตั้งตัวได้ทัน เขาก็พุ่งออกไปที่ปากถ้ำอย่างรวดเร็ว แล้วถอนเอาเขตแดนพลังิญญาชั้นหนึ่งออกก่อนจะเปิดประตูถ้ำจากด้านใน
“คุณชาย!”
“นายน้อย!”
“นายน้อยไช่!”
“ท่านพี่!”
ประตูเพิ่งจะเปิดออก ด้านนอกก็มีเสียงะโจากคนมากมายดังเข้ามา เสียงเ่าั้มีเสียงของจ้าวเฟิง หวังจัวและสมาชิกคนอื่นๆ ของกะโหลกเื
เสียงสุดท้ายเนี่ยเทียนรู้สึกคุ้นหูอยู่มาก พอย้อนนึกดูถึงได้พบว่านั่นคือเสียงของไช่เยว่ที่ตนเคยได้พบตอนอยู่กองบัญชาการกะโหลกเื
ตอนที่เผยฉีฉีและเนี่ยเทียนหันไปมองปากถ้ำด้วยความตะลึง ไช่โยวก็ยื่นมือออกไปห้ามไม่ให้สมาชิกกะโหลกเืเ่าั้เข้ามา และกล่าวว่า “พวกข้าออกไปเอง”
กล่าวจบเขาก็หมุนตัวมามองเผยฉีฉีและเนี่ยเทียน
เมื่อเห็นสายตาบอกเป็นัยจากเขา คนทั้งสองจึงเดินออกมาจากในตำหนักหินที่ถูกซ่อนอยู่ แล้วก็ลงมาถึงที่ตีนเขาอย่างรวดเร็ว
ตรงตีนเขามีสมาชิกกะโหลกเืยืนอยู่สิบกว่าคน นอกจากหวังจัว จ้าวเฟิงแล้วยังมีสือชิงที่เนี่ยเทียนเคยพบในกองบัญชาการกะโหลกเืด้วย
สือชิงยืนอยู่กับไช่เยว่ ดูเหมือนว่าที่เขามาเทือกเขาฮ่วนคงก็เพื่อปกป้องไช่เยว่
สมาชิกกะโหลกเืคนอื่นๆ ที่เหลืออยู่ต่างก็มีขอบเขตกลาง์และต้น์ ผู้แข็งแกร่งที่มีขอบเขตต้น์มีนามว่ากู๋อวี่ มีตบะต้น์่ท้าย อีกทั้งยังเป็คนรับผิดชอบของกะโหลกเืในเทือกเขาฮ่วนคงด้วย
“คุณหนูเผย”
สมาชิกมากมายของกะโหลกเืรอจนเนี่ยเทียนและเผยฉีฉีเดินออกมาจากในตำหนักหินและลงมาถึงตีนเขาแล้วต่างก็ใช้สายตาเคารพเลื่อมใสมองมายังเผยฉีฉี
มีเพียงไช่เย่วน้องสาวไช่โยวเท่านั้นที่ทำท่าปั้นปึ่งใส่เผยฉีฉีคล้ายว่าไม่พอใจอย่างมาก
“ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็เพราะนาง ไม่มีผู้หญิงคนนี้ท่านพี่ก็ไม่ต้องตกอยู่ในอันตรายจนเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่าหรอก” ไช่เยว่สีหน้าไม่เป็มิตร ถลึงตาใส่เผยฉีฉีอย่างขุ่นเคือง ทำท่าหมายจะเอาเื่นางให้ได้
นางรู้ว่าพี่ชายของนางชื่นชมเผยฉีฉีมาโดยตลอด แล้วก็ทำเื่โง่ๆ เพื่อผู้หญิงคนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
มีอยู่หลายครั้งที่ไช่โยวเกิดเื่ในเทือกเขาฮ่วนคงก็เพราะเผยฉีฉี หากไม่เพราะโชคดี เกรงว่าเขาก็คงตายไปนานแล้ว
ด้วยเหตุนี้นางจึงโกรธเคืองอย่างมาก แถมมีหลายครั้งที่นางยังไปหาเื่ทะเลาะกับเผยฉีฉี สุดท้ายก็ถูกผู้าุโของกะโหลกเืเกลี้ยกล่อมเอาไว้
“ลำบากคุณหนูเผยแล้ว”
กู๋อวี่แห่งกะโหลกเืพอเห็นว่าไช่โยวไม่เป็อะไรก็วางใจลงได้ และแน่นอนที่เขาย่อมคิดว่าที่เผยฉีฉีและไช่โยวมีชีวิตมาถึงตอนนี้ได้ก็เพราะเวทลับห้วงมิติของเผยฉีฉี
“่นี้เดือนดับค่อนข้างกระทำการอุกอาจ ดูท่าคงยังไม่ได้รับบทเรียนจากศึกคราวก่อน” สือชิงที่มาจากกะโหลกเืเช่นเดียวกันก็ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ก่อนจะมาที่นี่ข้าจัดการให้พี่น้องคนอื่นๆ เริ่มค้นหาร่องรอยของพวกหม่าจิ่วในบริเวณใกล้เคียงแล้ว ขอแค่พบคนของเดือนดับก็จะส่งข่าวมาให้ทันที”
“อืม ในเมื่อนายน้อยไม่เป็อะไร พวกเราก็ควรจะต้องตอบแทนพวกมันเสียหน่อย” กู๋อวี่กล่าว
พวกเขาไม่ได้กล่าวโทษเผยฉีฉีก็เพราะรู้ว่าเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง เผยฉีฉีได้ใช้ความเชี่ยวชาญในเวทลับห้วงมิติของตัวเองมาสังหารคนของเดือนดับและเปลวอัคคีไปมากมายจนน่าใ
พลังการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัวในเทือกเขาฮ่วนคงของเผยฉีฉีทำให้พวกกู๋อวี่และสือชิงที่เป็ผู้แข็งแกร่งของกะโหลกเืต่างก็เคารพนับถืออย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็กู๋อวี่หรือสือชิงและไช่เยว่ที่รู้จักเนี่ยเทียนต่างก็ไม่ได้ให้ความสนใจเขา
ตอนแรกสือชิงทำเพียงแค่พยักหน้าให้กับเนี่ยเทียนเบาๆ เท่านั้น ถือว่าเป็การทักทายกันไปแล้ว จากนั้นก็เอาแต่พูดคุยกับไช่โยวและเผยฉีฉีเท่านั้น
เผยฉีฉีที่ได้รับการยอมรับจากทุกคนและไม่ได้พูดสิ่งใดก็พลันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเฉยชาว่า “อันที่จริงที่ครั้งนี้สามารถหนีรอดจากการไล่ล่าของเดือนดับมาได้ต้องยกความดีให้หัวเทียน”
“เป็เช่นนี้จริง” ไช่โยวพยักหน้า
คำพูดนี้ดังออกมาพวกผู้แข็งแกร่งของกะโหลกเืที่หยิ่งยโสถึงได้มองประเมินเนี่ยเทียนอย่างจริงจังด้วยความสายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
-----
