รถตู้เคลื่อนตัวเข้าทางฝั่งซ้ายของอู่ซ่อมรถ โชนนั่งมองพื้นที่กว้างมากกินพื้นที่สามไร่ได้ เด็กดูจะตื่นเต้นกับที่พักใหม่
ทุกคนจะไม่ให้ผมตื่นตาตื่นใจได้ไงกัน ก็ดูเอาเถอะนี่อู่ซ่อมรถจริงๆ ใช่มั้ย รถบรรทุก สิบล้อ รถเก๋ง รถกระบะ และอีกหลายๆ คันที่จอดเรียงแถวกันเป็ตับ แต่ที่ที่ผมยืนอยู่หน้าจะเป็บ้านพักของเ้าของอู่ บ้านเหรอนี่หลังใหญ่ใช่เล่น คนที่ช่วยผมก็รวยใช่ย่อย ถือว่ารวยมากเลยละ
“ถึงแล้วเหรอ แม่งไม่ปลุกกู”
“ผมเห็นพี่หลับสบาย ไม่กล้าปลุก”
“กูแค่อยากพักสายตา ไม่ได้อยากตาย”
ผมว่าผมต้องทำหูให้ชินกับคำพูดของพี่เขาแล้วละ ดูท่าน่าจะพูดเพราะไม่เป็
“ยืนบื้ออยู่ได้ ตามมา”
“ครับพี่”
ที่นี่คือบ้านของเขา อยู่เยื้องจากอู่มาเล็กน้อย ที่บ้านหลังนี้มีเพียง ลูกน้องสามคนเท่านั้นที่อยู่ด้วยกัน เพราะอยู่ด้วยกันมานาน ส่วนที่เหลืออีกเป็สิบก็ไปกลับเอา
“โน่นตู้เย็นไปเปิดน้ำกินเอง”
“ครับพี่…”
“มองหน้ากูทำไม”
“ก็จะให้ผมเรียกพี่ว่าอะไรละครับ พี่ยังไม่ได้บอกชื่อพี่เลย”
“อ้าวเหรอ กูก็นึกว่ากูบอกมึงไปแล้ว เออ กูชื่ออาหลงเรียกกูว่าพี่หลงก็พอ”
“ครับ พี่หลง”
โชนเดินไปเปิดตู้เย็นเด็กหนุ่มไม่ลืมที่จะหยิบน้ำมาให้เขาด้วย และยืนมองเขาถอดเสื้อแจ็กเกตออก จู่ๆ ก็กลืนน้ำลายลงคอแบบยากเย็นซะงั้น ไม่แปลกถ้าใครๆ จะเห็นร่างทองของเขาแล้วจะไม่รู้สึกอะไร ด้วยหุ่นที่แข็งแรงแล้วสมส่วนไปหมด การออกกำลังกายสม่ำเสมอทำให้มีร่างกายที่โคตรสมบูรณ์แบบ
“จะกินกูหรือไง มองแล้วกลืนน้ำลายขนาดนั้น”
โชนสะดุ้งเมื่อมองเพลินไปหน่อย แถมยังโดนแซวจากเ้าตัวอีกต่างหาก
“เปล่าครับ ผม…พี่หุ่นดีจัง” อาหลงที่มองเด็กหนุ่มหน้าตี๋แล้วยิ้มน้อยๆ
“อ่านกินกูอยู่หรือเปล่า”
“ไม่ครับพี่ ไม่อ่านกินแน่นอน”
คำพูดที่เขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้ แล้วมองแบบ เด็กนี่มันดูซื่อๆ ดีเหมือนกันซื่อจนออกแนวตลกด้วยซ้ำ
“น้ำครับ”
“ขอบใจ แล้วเดี๋ยวกูจะเข้าอู่มึงก็นอนพักผ่อนที่นี่ไปก่อนละกัน”
เด็กโชนที่ดูเหมือนจะไม่กล้าอยู่ที่บ้านคนเดียว เหมือนจะยังกลัวอะไรบางอย่าง
“พี่ให้ผมไปอู่กับพี่ด้วยนะครับ บ้านพี่ใหญ่มากไม่กล้าอยู่คนเดียว”
สีหน้าของโชนที่บอกว่าไม่กล้าอยู่จริงๆ เขามองหน้าเด็กที่ตอนนี้เหมือนหมาเด็กกำลังวิ่งตามเ้าของมันไปสวน แต่เขาไม่ยอมให้มันไปด้วย แล้วก็ส่ายหน้าออกมาด้วยความรำคาญ ตามนิสัยของเขาที่ไม่ชอบให้ใครมาคอยพันแข้งพันขาตาม
“นอกจากกูจะมีลูกน้องในอู่ ที่ขี้หดตดหายอยู่แล้วสามคน นี่กูต้องมีมึงเพิ่มอีกเหรอไอ้โชน”
“บ้านพี่มันใหญ่นี่ครับ”
“กูจะบ้าตาย อ๊ะๆ จะไปก็ไปแต่ที่อู่มันเสียงดังมากนะ มึงจะนอนหลับหรือเปล่า อย่าลืมนะร่างกายมึงต้องพักผ่อน”
“ครับได้ครับพี่”
เด็กมันยิ้มสดใสขึ้นมาทันที ผิดกับอีกคนที่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองต้องเลี้ยงหมาที่ยังไม่หย่านมยังไงก็ไม่รู้
ที่อู่ตอนนี้ทุกคนกำลังเร่งงานให้ลูกค้าอยู่ ไม่แปลกที่ใครๆ ก็เอารถมาซ่อมที่นี่เพราะการดูแล การซ่อมบำรุง การใส่ใจในเครื่องยนต์ต่างๆ อู่อาหลงถือว่าบริการดีเยี่ยม นั่นก็เป็เพราะว่าเ้าของอู่ไม่ใช่แค่สักแต่มีชื่ออยู่ที่ป้าย เขากลับลงมือทำไปพร้อมกับน้องๆ และดูระบบเครื่องทุกคันด้วยตัวเองเช็กรถทุกคันด้วยตัวเองหลังจากที่มีการซ่อมแล้ว
นี่ก็เป็เหตุผลหนึ่งที่พนักงานในอู่ทุกคนต้องเคร่งครัดและรอบคอบเวลาทำงาน เพราะอาหลงจะไม่ยอมให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับรถคันไหนของลูกค้าเด็ดขาด ปาย พันแสง นอต รีบวิ่งมาหาเมื่อเห็นว่าลูกพี่พาเด็กที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาด้วย
“อ้าว ดีขึ้นมากแล้วเนี่ยไอ้น้อง”
“แล้วทำไมทำหน้าเหมือนหมางง”
“มึงก็ไปว่ามันไอ้พันแสง”
โชนยกมือไหว้ทุกคน แต่ก็หลบอยู่หลังอาหลง มือกำชายเสื้อกล้ามสีขาวของเขาดึง
“เฮ้ย ไม่ต้องกลัว พวกพี่เป็คนช่วยน้องนะ” พันแสงรีบออกตัว
อาหลงที่ยืนเฉยๆ ปกติเขาไม่ชอบให้ใครมาเกาะแกะจับโน่นจับนี่ นี่ถ้าเป็คนอื่นก็คงได้ศอกกลับกันไปบ้างละ แต่นี่เห็นหรอกว่ามันโดนทำร้ายมา ความจำก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ขี้กลัวตื่นคนอีกต่างหากก็เลยปล่อยให้มันยืนจับชายเสื้ออยู่แบบนั้น ทั้งสามคนมองหน้ากันเมื่อเห็นว่าพี่หลงของพวกเขา ไม่ได้ขี้โวยวาย ขี้เหวี่ยงเหมือนปกติที่เคยเป็ ก็ได้แต่มองหน้ากันแล้วก็ยิ้มเหมือนกำลังคิดอะไรกันอยู่
“กูรู้นะว่าพวกมึงคิดอะไร เอามีดหั่นสมองตัวเองทิ้งเดี๋ยวนี้”
“โหพี่หลง พวกผมพับโครงการแทบไม่ทันแน่ะ”
“แล้วมึงก็เลิกดึงเสื้อกูได้แล้ว ยืดหมดแล้วมั้ง” พอโดนดุเข้าโชนก็เลยปล่อย
“ผมชื่อโชนครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับพี่ๆ”
“พี่ชื่อพันแสง นี่นอต นั่นก็ปาย ก็อยู่กับพวกพี่ไปก่อนละกัน หายดีเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับบ้าน”
ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากเมื่อเห็นว่าทุกคนที่นี่เป็มิตรมากๆ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าผมเป็ภาระอะไรมากมาย อย่างน้อย่พักรักษาตัวที่นี่ผมก็แน่ใจว่าตัวเองต้องปลอดภัยแน่ๆ
“แยกย้ายกันไปดูหน้างานตัวเองได้แล้ว ส่วนมึงก็เข้าไปพักผ่อนในนั้นไป เดี๋ยวก็ปวดหัวขึ้นมาอีก”
“ครับพี่หลง”
อาหลงที่ให้เด็กหนุ่มเข้าไปนั่งพักอยู่ในออฟฟิศของตัวเอง ส่วนตัวเองก็ลงมือซ่อมรถกับลูกน้องต่อ สี่คนที่ช่วยกันซ่อมรถเบนซ์ของลูกค้าที่วัยชรามากแล้ว และรถก็ดูเหมือนจะชราตามคน
“งานยากอยู่นะพี่ คันนี้สองอาทิตย์แล้วนะ”
“ตอนนั้น ผมก็บอกพี่หลงแล้ว ไม่น่ารับเลย เก่ามากเลยนะพี่”
“ทำไม ี้เีหรือซ่อมจนท้อแล้ว เอาเวลาที่พวกมึงบ่นมาช่วยกันดูนี่ ต่อให้ใช้เวลานานแค่ไหนก็ต้องซ่อมเพราะคุณลุงแกเอารถมาร้านเราแล้ว แสดงว่าแกก็ต้องไว้ใจ” นอตที่ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับลูกพี่
“ไม่ใช่ละพี่ ผมว่าอู่ที่อื่นเขาไม่รับซ่อมของแกมากกว่าวะ”
“แล้วไง พวกมึงไม่ซ่อม”
“ซ่อม! ครับ”
ทั้งสามที่ประสานเสียงพร้อมกัน ความจริงทั้งสามก็อยากบ่นให้อาหลงฟังบางก็เท่านั้น เพราะดูเหมือนว่าลูกพี่ตัวเองจะรับหมดเลย ไม่ว่ารถจะเก่าแค่ไหน ยี่ห้อไหน พวกเล่นรับไว้หมดเลย บางคันก็โคตรเก่าซ่อมเป็เดือน อะไหล่ไม่มีในประเทศก็หาสั่งซื้อต่างประเทศจนได้
“อู่อาหลงขวัญใจวัยเก๋า”
เสียงพันแสงลูกน้องสุดที่รักเหมือนเดิม จนอาหลงต้องใช้ประแจแอลเขกหัวเข้าให้
“โอ๊ยพี่หลง แตกแล้วมั้ง”
“ให้มันแตกซะบ้าง เืบ้าจะได้ไหลออกมา มันคงคั่งอยู่ในสมองแกเยอะไป”
ทั้งปาย และนอต ได้แต่หัวเราะเพื่อน ถูกใจที่เพื่อนโดนลูกพี่ทุบหัวเข้าให้ อาหลงที่อยู่กับลูกน้องก็จริง แต่สายตากลับหันไปมองที่ห้องนั้นตลอดเวลาด้วยความเป็ห่วง จนปายเริ่มสังเกตเห็นว่าลูกพี่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“แน่ะพี่หลง ห่วงเด็กมันหรือไง มองจังเลย” ความแซวก็เริ่มเข้ามาอีกระลอก
“เปล่า ก็ต้องดูมันเรื่อยๆ ปะละ ไหนๆ ก็พามันมาแล้วเดี๋ยวเกิดมันนอนตายทำไง”
“ให้มันจริงเหอะ อย่าเห็นนะว่าปล่อยใจให้เด็กมันจีบอะ”
“หือ ไอ้นี่อีกสักที ดีมั้ย” พันแสงรีบวิ่งไปหลบหลังนอต
“มาจงมาจีบอะไร มึงบ้าหรือเปล่า”
“ไทป์ที่พี่ชอบเลยนะ ทรงสูงร่างหนาตี๋ขาวหล่อจมูกโด่งเนิร์ดแต่โหด”
“ไอ้นอตมึงก็เป็ไปกับเขาด้วยเหรอ ทำงานๆ จะเสร็จมั้ยคันนี้ของลุงอะ”
่เที่ยงทุกคนแยกย้ายพักกินข้าว และนอนพักผ่อน อาหลงเข้าไปกินข้าวในออฟฟิศ ปกติเขาก็เข้าไปกินกับน้องๆ นั่นแหละ แต่วันนี้กลับมีหมาเด็กที่ต้องเข้ามาดูแลก็เลยต้องถือข้าวมากินที่นี่
“ท่านอนยังเหมือนลูกหมาเลยมึง”
เขาจ้องหน้าเด็กที่นอนคุดคู้มือกอดเข่า นอนอยู่บนโซฟาน้อย มองไปที่หัวที่ยังคงมีผ้าพันแผลอยู่ มองพิจารณาอยู่นานแล้วก็ส่ายหัว
“กูว่ากูเคยเห็นมึงที่ไหนหรือเปล่า แต่จำไม่ได้ หน้าตาคงเหมือนกันละมั้ง”
เสียงช้อนกระทบจานทำให้โชนที่หลับต้องลืมตาขึ้น รีบลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าอาหลงนั่งกินข้าวอยู่
“ตื่นแล้วก็มากินข้าว จะได้กินยา”
“ผมคงหลับนานเกินไปแน่เลย”
“ชั่วโมงเดียวได้มั้ง ไม่นานหรอกมึงจะล้างหน้าก่อนปะละ”
เด็กโชนที่พยักหน้า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป อาหลงที่มองว่ามันทำตัวไม่ถูก
“เลิกเกร็งได้แล้ว กลัวกูหรือไง”
“ก็พี่ปาก…”
"ปากอะไร"
“เปล่าครับ ผมแค่หิวข้าว”
เด็กหนุ่มที่จับช้อนพร้อมจะตักข้าว แต่สายตาเหลือบไปเห็นว่าที่ข้อแขนของอาหลงมีรอยเปื้อนสกปรกอยู่ เด็กหนุ่มรีบวางช้อนลง แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำอีกรอบ
“อ้าว เป็ไร” อาหลงที่เห็นว่าเด็กมันเดินเข้าเดินออกไม่กินข้าวสักที
“พี่ส่งแขนมาให้ผมก่อนครับ เอาแขนมาก่อน”
อาหลงที่งงกับการกระทำของมัน แต่ก็ยอมทำตามโดยดี ที่แท้โชนมันวิ่งไปเอาผ้าชุบน้ำสะอาดผสมสบู่เล็กน้อย เพื่อมาเช็ดคราบดำๆ ที่ข้อแขนของอีกคน
“พี่ล้างมือไม่สะอาด เดี๋ยวผมเช็ดให้ก่อนครับ”
รอยยิ้มที่ซื่อๆ ใสๆ แถมยังเหมือนลูกหมาอย่างที่อาหลงว่านั่นแหละ เด็กหนุ่มเช็ดอย่างตั้งใจ ค่อยๆ เช็ดเหมือนกลัวว่าอีกคนจะเจ็บอย่างนั้นแหละ
“ก็ธรรมดาแหละ ทำงานอู่ล้างมันก็ไม่ค่อยออก”
“ออกครับ นี่ไงออกแล้ว” มันยังยิ้มให้เหมือนว่าตัวเองเก่งที่เช็ดคราบนั้นออก
“กูประชดมั้ย!” อาหลงที่พูดไว้ก่อนแต่พอเด็กมันทำจนสะอาดก็แก้เขิน
“ไม่เป็ไรครับพี่ เดี๋ยวผมก็ชิน”
อาหลงถึงกับอ้าปากหวอที่เด็กมันตอบกลับแบบนั้น แต่ก็อดมองที่ข้อมือของตัวเองไม่ได้ มันก็สะอาดจริงๆ ความที่ไม่มีใครเคยทำแบบนี้ให้คนอย่างเขาก็เลยทำตัวไม่ถูก
เด็กบ้าอะไรวะ จะใส่ใจขนาดนี้!
ตกตอนเย็น่เวลาเลิกงาน ผมที่ยืนรอพี่ๆ เลิกงาน บางทีผมก็อยากมีความคิดว่าจำไม่ได้ก็ดีนะ จะได้อยู่แบบนี้ตลอดไป เมื่อเห็นมิตรภาพความสัมพันธ์ของพี่เขาที่อยู่ด้วยกัน มันดูมีความสุขมีความจริงใจ หรือถ้าต้องหัดซ่อมรถผมก็ว่าตัวเองน่าจะพอทำได้ อาจจะไม่ดีมากหรอกแต่ถ้าได้อยู่ที่นี่นานๆ ก็คงทำได้เอง
บางทีผมก็บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงรู้สึกว่าคุ้นหน้าพี่หลงจัง ในหัวของผมมันบอกว่า ผมรู้จักคนที่มีหน้าคล้ายพี่หลงแน่ๆ ไม่ใช่แฝดแต่เขาคนนั้นที่แวบเข้ามาในหัว ดันมีโครงหน้า หน้าตาที่คล้ายกันมากๆ มีความดุร้ายและโหด และก็ไม่ใช่โหดหรือดุแบบพี่หลง
ผมยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว อะไรหลายๆ อย่างมันผุดมาในหัวเต็มไปหมด ทั้งๆ ที่ผมไม่อยากจำมันได้เลยแม้แต่น้อย ผมอยากเริ่มต้นใหม่ที่นี่อยากอยู่ที่กับพี่พันแสง พี่ปายพี่นอต และที่สำคัญที่สุดผมอยากอยู่กับพี่หลง เ้าของอู่สุดเท่คนนี้ต่างหาก
“ไงจะลองมาก๊อกๆ แก๊กๆ กับงานที่นี่ไปก่อนมั้ย ่เวลาที่รอความทรงจำกลับมา”
ปายถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็กเหมือนจะสนใจการซ่อมรถที่อู่
“ใช่ ดีกว่านอนอยู่บ้านเฉยๆ พี่หลงเขาให้ทำอยู่แล้ว จะบอกอะไรให้ เขาไม่ชอบคนี้เี”
พันแสงคนเดิมเ้าเก่าปากยื่นปากยาวพูด แล้วเด็กหนุ่มก็เชื่อง่ายๆ
“จริงเหรอพี่ ถ้างั้นผมมาลองฝึกงานกับพวกพี่ได้มั้ย”
“มึงก็นะ ไปหลอกมัน ดูสิหน้าตาตื่นหมดละ นี่ไอ้โชนดูแลหัวตัวเองก่อนเหอะ”
“เออวะ หัวยังเป็ซูโม่อยู่เลย อีกสองวันค่อยว่ากัน”
“ครับพี่”
ที่บ้านของอาหลง ส่วนมากทุกคนจะไม่ได้สั่งกับข้าวหรือกินข้าวกันใน่เย็น อาหลงจะจัดปาร์ตี้เล็กๆ หลังบ้านที่จัดเป็สวนเล็กๆ พอได้มองแล้วเห็นใบเขียวสดชื่น เขามักจะพาน้องๆ กินเหล้ายาปลาปิ้งอยู่ประจำหลังจากที่เหนื่อยกับงานแล้ว ปายกับนอตที่ช่วยกันย่างหมู พันแสงก็จัดการเมนูตำเพราะว่าเป็อาหารที่ถนัดอยู่แล้ว พ่อพันแสงเป็เศรษฐีทางภาคอีสานส่งลูกเรียนเภสัชจนจบ แต่พันแสงก็หนีมาสมัครงานที่อู่ อยู่มาจนถึงปัจจุบัน
“รินของตัวเองนี่เต็มแก้วเชียวนะมึงไอ้นอต ของกูนี่ติดก้นแก้วเชียว” ปายที่นั่งจ้องเขม็งวัดปริมาณ
“มือลั่นอะโทษที ดื่มมั้ยโชน”
“ไม่ดื่มครับพี่”
“เด็กวะมึงอะ อยู่เป็หมาเด็กแบบนี้แหละไม่เปลืองดี”
ในขณะที่ทั้งสี่สนทนากันอยู่ อาหลงที่เดินออกมาด้วยใบหน้าที่เครียด หน้านิ่งจนทุกคนต้องเงียบตามไปด้วย
“พวกดื่มกันไปก่อนเลย กูมีเื่ต้องคุยกับโชน มึงตามกูไปข้างในหน่อย”
โชนที่หน้าซีดก่อนแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเื่อะไร แต่ฟังจากน้ำเสียงมันต้องเป็อะไรที่เกี่ยวกับตัวเองแน่ๆ
โชนนั่งลงที่โซฟากลางห้องโถงใหญ่ จ้องดูทีวีที่มีการรายงานข่าว และก็ต้องใเมื่อเห็นรูปตัวเองอยู่ในข่าวนั้น เนื้อข่าวบอกว่า โชน คือลูกชายบุญธรรมของนักธุรกิจชาวจีน แต่มาอยู่ที่เมืองไทยสี่ปีแล้ว ถูกอุ้มหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทางพ่อบุญธรรมชาวจีนเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ช่วยตามหาลูกชายเพียงคนเดียวของเขา
และในเนื้อข่าวยังบอกว่าด้วยความที่พ่อบุญธรรมอาจจะมีธุรกิจสีเทา และมีศัตรูรอบด้านเลยไม่แน่ใจว่าอาจจะเป็พวกนี้หรือเปล่าที่จับลูกตัวเองไป
“ดีนะที่เนื้อข่าวไม่ได้บอกว่ามึงเป็ท่านประทาน เอายังไงทีนี้”
อาหลงที่กอดอกกล้ามแน่นถามเด็กหนุ่มที่ยังงงๆ อยู่กับสถานะตัวเองอยู่
“ผมเป็ลูกบุญธรรมของคนในรูปนี่เหรอ”
ถึงแม้ว่าโชนจะได้ฟังข่าวแต่ก็ใช่ว่าจะจำได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่อาหลงหนักใจมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น สิ่งที่เขาหนักใจคือมีคนหลายกลุ่มจ้องจะทำร้ายเด็กคนนี้อยู่ แล้วถ้ามันรู้ว่าเด็กหนุ่มยังไม่ตายจะเป็ยังไง
“พี่อย่าบอกนะครับ ว่าพี่จะส่งผมไป พี่หลง…” เด็กโชนที่รีบมาจับมือเขาเหมือนขอร้อง
“ก็นั่นพ่อมึง มึงจะไม่ไปหาเขาเหรอ”
“มันก็ใช่นะพี่ แต่ผมยังจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าพ่อบุญธรรมผมยังนึกไม่ออกเลย”
“แต่ตอนนี้เขาตามหามึงอยู่ ถ้าเกิดตำรวจเขารู้ว่ามึงอยู่นี่ กูไม่กลายเป็โจรลักพาตัวมึงเหรอ”
"แต่พี่ไม่ใช่คนที่ลักพาตัวผม ผมยืนยันให้ตำรวจก็ได้ แต่ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น"
“โชน มึงบ้าหรือเปล่ามีบ้านแต่ไม่อยากกลับ”