ชิงอี้หยุนเอามือไขว้หลังด้วยสีหน้าโอหัง ประโยคที่กล่าวว่า้าแขนของเขาเป็เพียงแค่โทษเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
เขาเป็นักปรุงโอสถ อีกทั้งยังมีสถานะสูงส่ง ในสำนักซิงเฉินเหล่าอาจารย์ยังต้องทำความเคารพ และนั่นส่งผลให้เขาไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา
“เ้าพูดว่าไงนะ” ดวงตาของชิงอี้หยุนเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ
“เขาบอกว่าเ้าบัดซบ” วิหคเพลิงฉีกยิ้มพลางหัวเราะฮี่ๆ “เ้าคิดว่าตัวเองเป็เทพ์หรืออย่างไร”
ชิงอี้หยุนทำหน้าขมึงทึง สัตว์อสูรเพลิงร่างทองที่ลอยอยู่เหนือหัวน่ากลัวขึ้นมาเรื่อยๆ มันข่มขู่คำราม ก่อนที่จะกระโจนออกไป
“ฆ่ามันซะ” ชิงอี้หยุนตวาดเสียงกร้าว ดวงตาแดงก่ำ เขาโกรธมากจนควันออกหู
เงาสัตว์อสูรสีทองกรรโชกลั่น ทั่วร่างปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมา ไอร้อนแผ่พุ่ง อีกทั้งมันยังอ้าปากกว้างเหมือนกับจะกลืนกินคนที่อยู่ตรงหน้า
ฝ่ามือเรียวยาวของเต้าหลิงยื่นออกไปพร้อมเปลวเพลิงแก้วเส้นหนึ่งพรั่งพรูปรากฏ คลื่นลึกลับไหลออกมาเป็เส้นๆ
“เ้าเองก็เป็นักปรุงโอสถอย่างนั้นหรือ” ชิงอี้หยุนกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ เขาจ้องมองไปที่เปลวเพลิงแก้ว ในตอนนั้นเขาััได้ถึงพลังที่แข็งแกร่ง สีหน้าของเขาแสดงความตื่นเต้นขึ้นพลางเปล่งเสียงร้อง “ดีมาก หากเพลิงอสูรของข้าได้ดูดกลืนเปลวเพลิงโอสถนี้ พลังจะต้องแข็งแกร่งขึ้นมากแน่ ถึงตอนนั้นก็จะสามารถดูดซับเปลวเพลิงดาราต้นกำเนิดได้”
ชิงอี้หยุนตื่นเต้นเสียจนแทบจะะโตัวลอย เปลวเพลิงดาราต้นกำเนิดนี้แข็งแกร่งมาก เมื่อครู่เขาได้โจมตีเปลวเพลิงต้นกำเนิดนี้จนเสียหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยากที่จะดูดซับ
ในตอนที่เขากำลังหัวหมุนคิดหาทางอยู่นั้น คาดไม่ถึงเลยว่า จู่ๆ จะมีคนมาส่งเปลวเพลิงให้ถึงที่ นั่นทำให้เขาดีใจเป็อย่างมาก
ดวงตาของเต้าหลิงแวววาม เขาััได้ถึงความตะกละตะกลามซึ่งมีต้นตอมาจากเปลวเพลิงแก้ว เขาจ้องมองปากของร่างอสูรสีทองที่อ้ากว้าง ก่อนปล่อยเปลวเพลิงโอสถแก้วเข้าไป
“แย่แล้ว แย่แน่” วิหคเพลิงใเป็อย่างมาก ทว่าไม่นานนักมันก็รู้สึกวางใจ าาปีศาจนี้ไม่ใช่คนโง่เขลา อีกทั้งมันยังััได้ถึงพลังอันน่าพรั่นพรึงจากเปลวเพลิงแก้ว มันจะต้องไม่ใช่เพลิงโอสถธรรมดาแน่
ชิงอี้หยุนตื่นเต้นจนน้ำตาเล็ด ถ้อยสำเนียงเปี่ยมด้วยอารมณ์เริงร่า “ฮ่าๆๆ เ้าโง่ น่าหัวเราะจริงๆ เพลิงโอสถของเ้านะหรือจะกล้าปะทะกับเพลิงโอสถของข้า”
เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เป็อย่างมาก ฝ่ามือทั้งสองประสานเข้าด้วยกันเพื่อควบคุมสัตว์อสูรเพลิงทองคำ ร่างเงาของสัตว์อสูรก็พลันเปลี่ยนไป มันได้กลายเป็เตาหลอมและปิดผนึกเปลวเพลิงโอสถแก้วเอาไว้ข้างใน ก่อนที่จะเริ่มหล่อหลอม พลังฟ้าดินบริสุทธิ์ปลดปล่อยออกมาทั่วร่าง แล่นลิ่วเข้าไปภายในเตาหลอมสีทองอย่างบ้าคลั่ง เตาหลอมพลันแผดเผารุนแรงมากยิ่งขึ้น
“คัมภีร์โอสถโบราณ วิชาหลอมโอสถทองคำ” เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิลงพลางหลับตาทั้งสองข้าง จิตใจของเขาตั้งมั่นไปภายในเตาเผา หลังจากนั้นเปลวเพลิงโอสถแก้วก็ได้แปรเปลี่ยนเป็โอสถทองคำแก้ว
หลอมรวมโอสถทองคำที่ปรากฏขึ้น มันได้่ชิงพลังฟ้าดิน พลังบริสุทธิ์ห้าสายดึงดูดดวงดารา ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์เข้ามาพลันเกิดนิมิตฟ้าดิน ซึ่งสร้างขึ้นมาจากดอกบัวโอสถเต๋า นั่นถือว่าเป็โอสถประหลาดที่ล้ำค่าเป็อย่างมาก
ทุกครั้งที่มีโอสถชั้นยอดถือกำเนิดขึ้น ก็จะมีนิมิตเช่นนี้ปรากฏขึ้นมา แพร่งพรายออกไปทั่วทั้งดินแดน ทำให้เหล่ายอดยุทธ์ของตระกูลที่แข็งแกร่งรับรู้เพื่อแสดงความเคารพแก่ยอดนักปรุงโอสถศักดิ์สิทธิ์คนนั้น
เปลวเพลิงแก้วได้ก่อนิมิตโอสถทองคำขึ้น ปกปิดความลับ์ ทำให้เปลวเพลิงโดยรอบะเิ่โชติก่อนควบรวมตัวกันเป็หนึ่งคล้ายกับลำน้ำหลากหลายสายในมหาสมุทรที่จะสยบฟ้าดินนี้ ภายในเตาหลอมปรากฏโอสถทองคำเม็ดหนึ่ง ดึงดูดให้เปลวเพลิงรอบทิศจำนวนมากพุ่งเข้ามาในโอสถเพื่อขยายพลังต้นกำเนิด
นี่คือสุดยอดวิชาหลอมซึ่งอยู่ในคัมภีร์โอสถโบราณที่มหัศจรรย์เป็อย่างยิ่ง
“หลอมมันซะ” เหนือหัวของชิงอี้หยุนปลดปล่อยพลังบริสุทธิ์ฟ้าดินออกมา มันไหลแล่นเข้าไปภายในเตาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นเขาก็แสยะยิ้มกล่าวออกมาว่า “อย่าหาว่าข้ารังแกคนอ่อนแอก็แล้วกัน เ้าแส่หาเื่เอง เพลิงโอสถนี้เป็ของข้าแล้ว”
“เช่นนั้นข้าให้เ้า รีบหลอมมันเสียสิ” เต้าหลิงฉีกยิ้ม
สีหน้าของวิหคเพลิงดูไม่ดีนัก มันมองไปที่เด็กหนุ่มที่มีสีหน้าเฉยชา สายตาของมันก็หรี่ลงมันรู้สึกได้ว่าจะมีเื่ร้ายแรงบางอย่างเกิดขึ้น
ชิงอี้หยุนกลับทั้งโกรธทั้งอับอาย ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าตนใกล้จะทำสำเร็จแล้ว ทว่าเมื่อเห็นสายตาของเด็กหนุ่มเขาก็นึกฉุนเฉียวขึ้นมา จนมุ่งมาดให้อีกฝ่ายเห็นจุดจบที่น่าอนาถ เขาอยากเห็นเด็กหนุ่มคุกเข่าร้องขอเปลวเพลิงคืนจากเขา
เวลาผ่านพ้นไป พลังที่ส่งออกมาจากเตาโอสถก็อ่อนแรงลง โอสถสีทองภายในเตาลอยขึ้นมันได้ดูดซับพลังรอบทิศทำให้พลังต้นกำเนิดขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เกิดอะไรขึ้น” สีหน้าของชิงอี้หยุนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พลังทั่วร่างที่ปลดปล่อยออกมาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเขากลายเป็สีขาวซีด เพราะสูญเสียพลังไปมาก
โอสถทองดูดซับพลังงานอย่างรวดเร็ว พลังมหาศาลพรั่งพรูออกมา เปลวเพลิงดาราที่อยู่รอบๆ เริ่มไหลรวมเข้ามาด้วยกัน
“เวร อย่าแย่งของของพี่ไปเยอะสิ” วิหคเพลิงร้อนใจอย่างยิ่ง เปลวเพลิงดาราโดยรอบถูกดูดซับไปอย่างเกรี้ยวกราด พลังงานเ่าั้มีประโยชน์ต่อมันเป็อย่างมาก
“นี่มัน” ชิงอี้หยุนหน้าเปลี่ยนสี สายตากวาดมองไปรอบๆ หลังจากนั้นเขาก็เอามือตบเข้าที่ต้นขาพลางกล่าวคำรามออกมาด้วยความดีใจว่า “ฮ่าฮ่าฮ่า เพลิงพิสดาร เพลิงโอสถของข้าพัฒนาขึ้นแล้ว นี่มันเหมือนกับนิมิตบูชาหมื่นเพลิง์ที่ร่ำลือ”
ตามบันทึกในคัมภีร์โบราณ ยามเปลวเพลิงพิสดารถือกำเนิดขึ้น เปลวเพลิงนับหมื่นจะลุกโชนโชติ่ เมื่อเปลวเพลิงนภาบังเกิด ฟ้าจะทลาย ดินจะสลาย ทว่าเมื่อเปลวเพลิง์ก่อเกิด ท้องฟ้าจะต้องถูกแผดเผาทำลายจนมอดเป็จุณ
เปลวเพลิงทั้งสามชนิดนี้ การที่เปลวเพลิงจะก่อตัวกลายเป็เปลวเพลิงพิสดารนั้นยากเป็อย่างมาก คนที่ทำให้เปลวเพลิงแปรเปลี่ยนเป็เปลวเพลิงพิสดารได้นั่นก็หมายความว่าคนคนนั้นกำลังจะก้าวเข้าไปสู่ชั้นเปลวเพลิงนภา
เปลวเพลิงดาราต้นกำเนิดนี้ถึงแม้ว่าจะเป็เพลิงนภา ทว่าความแข็งแกร่งของมันนั้นก็ยังไม่มากเท่าไหร่นัก หากได้รับการหล่อเลี้ยงเพิ่มขึ้นไปอีก ในวันข้างหน้ามันจะต้องกลายเป็เปลวเพลิงนภาที่สมบูรณ์
วิหคเพลิงเกือบจะสลบไปเพราะเสียงร้องคำรามของชิงอี้หยุน มันที่เป็สัตว์อสูรโบราณ มันย่อมรู้จักความแข็งแกร่งของเพลิงอสูรทองคำดี เปลวเพลิงชนิดนี้ไม่มีทางที่จะเกิดนิมิตบูชาหมื่นเพลิง์ได้แน่
นอกเสียจากว่าเพลิงอสูรทองคำจะหล่อหลอมเปลวเพลิงดาราต้นกำเนิด เพื่อให้ศักยภาพแข็งแกร่งขึ้น ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางที่จะพัฒนาขึ้นไปในระดับเปลวเพลิงพิสดารได้
เปลวเพลิงดาราที่อยู่โดยรอบหลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็อาหารที่ใช้ในการบูชา ชิงอี้หยุนมองไปที่เตาหลอมด้วยั์ตาลุกเป็ไฟ เขาดีใจมากจนน้ำตาเล็ดพลางลั่นเสียงหัวเราะออกมา “ดี ดีมาก ในที่สุดเหล่าท่านบรรพบุรุษก็ไม่ทอดทิ้งข้า”
สายตาสุดแสนจะปีติของเขามองไปที่เต้าหลิงแล้วโบกมือออกมาอย่างใจกว้าง “ข้าเองก็เป็คนจิตใจดี อีกเดี๋ยวข้าจะตกรางวัลให้เ้าก็แล้วกัน”
เต้าหลิงกลอกตาเอือมระอา
เพลิงโอสถสีทองแก้วลอยอยู่ภายในเตาหลอม มันได้่ชิงพลังฟ้าดิน แล้วหล่อหลอมเปลวเพลิงดาราที่ไหลแล่นเข้ามาดุจสายน้ำสมุทร
เปลวเพลิงต้นกำเนิดลอยอยู่กลางอากาศ แสงหลากสีถูกปลดปล่อยออกมา สายน้ำดารา์เส้นเล็กแต่ละเส้นล้วนไม่ธรรมดา พวกมันค่อยๆ ลอยเข้าไปภายในเตาหลอม
เมื่อเห็นดังนั้น ร่างของชิงอี้หยุนก็สั่นสะท้านอ้าปากร้องโหวกเหวก “ยอดเยี่ยมมาก เปลวเพลิงโอสถของข้ากำลังจะกลายเป็เพลิง์แล้ว!”
วิหคเพลิงเห็นชิงอี้หยุนทำท่าทีเช่นนั้น มันก็ทำปากยื่นออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะได้เพลิงโอสถนั้นไปจริงๆ เดาว่าไม่พ้นสองวันก็จะต้องมีคนมา่ชิงมันไปแน่
เปลวเพลิงโอสถทองพลันร้อนแรงขึ้น เปลวเพลิงดาราต้นกำเนิดที่ไหลเข้ามา ทำให้โอสถทองเปล่งแสงหมอก์สว่างจ้า แสงสีโอบล้อมรอบโอสถส่องประกายระยิบระยับ พลังภายในที่ถูกปลุกได้ส่งคลื่นพลังมหาศาลออกมา
มีเสียงวิ้งดังขึ้นมาจากโอสถทอง ความเร็วในการดูดกลืนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงดาราภายในห้องหลอมโอสถคลุ้มคลั่งขึ้นฉับพลัน พวกมันไหลแล่นเข้าไปในเตาหลอมอย่างรวดเร็ว
วิหคเพลิงโดนลูกหลงจนตัวกระเด็นลอยออกไป ชิงอี้หยุนเองก็ไม่เว้น แต่ถึงอย่างนั้นเขายังคงกล่าวด้วยท่าทางคล้ายบรรลุว่า “ข้าเข้าใจแล้ว เพราะระดับของเปลวเพลิงที่สูงมากจึงเกิดการคลุ้มคลั่งขึ้น ดูท่าคงจะต้องใช้เวลาในการกำราบอยู่ไม่น้อย”
อย่างไรก็ตามไม่นานนักเขากลับต้องขมวดคิ้ว ความเ็ปเอ่อล้นทะลัก พลังต้นกำเนิดเพิ่มสูงขึ้น ที่มุมปากมีเืไหล “แย่ละสิ เพราะแรงะเิทำให้ข้าาเ็เสียได้”
“เหอะ เอาพลังต้นกำเนิดไปแล้ว ยังจะร้องโวยวายอะไรอีก” วิหคเพลิงมองเขม่นไปที่เขาแวบหนึ่ง จากนั้นมันก็รู้สึกเ็ปเจียนขาดใจ เพราะเปลวเพลิงทั้งหมดในที่นี้อันตรธานไปสิ้นแล้ว
ในตอนที่โอสถทองดูดซับเปลวเพลิงไปจนเกลี้ยง เตาหลอมสีทองเกิดอาการบิดเบี้ยวขึ้นทันใด เพราะมันกำลังจะถูกโอสถทองดูดซับเข้าไป
“หืม เหตุใดเพลิงโอสถของข้าถึงเปลี่ยนไปเช่นนั้น” ชิงอี้หยุนร้อง “หรือว่ามันกำลังจะผลัดเปลี่ยน”
เขากำลังจะทำการกำราบเปลวเพลิง จังหวะนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นเต้าหลิงกวักมือเรียกเพลิงโอสถให้ไหลกลับไปอยู่ที่ฝ่ามือ ชิงอี้หยุนโกรธมาก เขาแผดเสียงคำราม “เ้าหนู เ้ารนหาที่ตายนัก เอาเพลิงโอสถคืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
ชิงอี้หยุนตื่นเต้นเหลือแสนที่เปลวเพลิงโอสถได้ผลัดเปลี่ยน ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ดื่มด่ำกับความแข็งแกร่งของมันก็ดันมาถูกคนแย่งตัดหน้าไปเสียก่อน ร่างของเขาสั่นเทิ้มด้วยโทสะ ใบหน้าบิดเบี้ยวจนอัปลักษณ์ ก่อนที่จะโจนทะยานออกไปด้วยจิตสังหาร “หากไม่ฆ่าเ้าเสีย ข้าคงจะตายตาไม่หลับ”
เปลวเพลิงในฝ่ามือของเต้าหลิงพุ่งออกไป ความร้อนโอบล้อมไปทั่วบริเวณ แรงเผาไหม้ลุกลามมวลอากาศจนะเิออก เหมือนกับถูกกระบี่แก้วล้ำค่าทะลวงเป็รู
“เป็ไปได้อย่างไร” ชิงอี้หยุนร้องเสียงหลง นั่นไม่ใช่เปลวเพลิงโอสถของเขาหรอกหรือ เหตุใดมันถึงโจมตีเขา
เปลวเพลิงแก้วรวดเร็วเป็อย่างยิ่ง มันพุ่งเข้าโจมตีชิงอี้หยุนอย่างไม่หยุดพัก ชั่วพริบตามันก็ทะลวงเข้าที่ท้องของเขา จนเกือบจะทำให้ลมปราณที่อยู่ภายในร่างเหือดแห้ง
“ข้าเอง” วิหคเพลิงแผดเสียงคำราม มันบินถลาออกไป ปีกทั้งสองสยายอย่างผ่าเผยหาญกล้า คลุมร่างของชิงอี้หยุนเอาไว้ กรงเล็บยื่นออกไปหมายจะทะลวงหว่างคิ้วของเขาให้เป็รู
ทว่าในขณะที่กรงเล็บของมันพุ่งออกไปใกล้จะถึงหว่างคิ้วของชิงอี้หยุนนั้น จู่ๆ มันก็ใจนร่างสั่นสะท้าน เพราะััได้ถึงพลังลึกลับน่ากลัวบางอย่างซึ่งถูกแอบซ่อนเอาไว้อยู่ภายในกะโหลกของเขา
